“ท่านประมุขหลิง ข้าอยากเจรจา”
ได้ยินสิ่งที่เย่หยุนซีกล่าวออกมา ประมุขนิกายท่วงทำนอง์ หลิงหยวน ก็เผยสีหน้าจริงจังในทันที “ไหนลองว่ามาสิ เ้าอยากจะเจรจาเื่ใด?”
เย่หยุนซีเมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมเปิดใจรับฟังก็พลันเริ่มเอ่ยปากกล่าวอย่างฉับไว “ท่านประมุขหลิง ในฐานะที่ท่านเป็ถึงประมุขแห่งนิกายท่วงทำนอง์ซึ่งเป็ 1ใน 4 นิกายใหญ่แห่งจักรวรรดิเมฆคราม ข้าว่าท่านต้องรู้สถานการณ์ของจวนแม่ทัพประจิมเป็อย่างดีใช่หรือไม่ขอรับ”
หลิงหยวนพยักหน้าตอบกลับ “แน่นอน จวนแม่ทัพประจิมถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมการแข่งขันชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยที่สถานการณ์เป็รองในทุกๆด้าน”
“แล้วถ้าข้าเชิญนิกายท่วงทำนอง์มาเป็พันธมิตรกับจวนแม่ทัพประจิม ท่านจะยินยอมช่วยเหลือพวกเราหรือไม่?” เด็กหนุ่มเอ่ยปากถามไถ่โดยไม่คิดพูดอ้อมค้อมให้มากความ
หลิงหยวนเมื่อได้ยินก็ส่ายศีรษะพลางถอนหายใจยาวออกมา “เห้อ สำหรับเื่นี้ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆหลานชาย”
“ถึงแม้ครอบครัวของพวกเราจะติดหนี้บุญคุณเ้าครั้งใหญ่ แต่ถ้าจะให้นำชีวิตของเหล่าผู้าุโและศิษย์ในนิกายไปเดิมพันกับศึกที่แทบไม่มีวันชนะ ข้าคงมิอาจทำมันได้จริงๆ”
ได้ยินเสียงอันข่มขื่นของประมุขหลิง ใบหน้าของเย่หยุนซียังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มบางไม่เสื่อมคลาย “ท่านประมุขหลิงอย่าพึ่งรีบตัดสินใจ อย่างน้อยก็ช่วยฟังข้อเสนอของข้าก่อนแล้วค่อยพิจารณาได้หรือเปล่าขอรับ?”
“เชิญเ้ากล่าวได้เลย ข้าจะตั้งใจฟังอย่างแน่นอน” หลิงหยวนตอบกลับด้วยความยินดี ถึงแม้มันจะมีโอกาสน้อยมากที่เขาจะตัดสินใจเข้าร่วมศึกครั้งนี้ก็ตาม
ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซีเมื่อได้รับความยินยอม เขาก็เริ่มอธิบาย “ท่านประมุขหลิง หากเป็พันธมิตรกับจวนแม่ทัพประจิม นิกายท่วงทำนอง์จะได้ประโยชน์ 2 อย่าง”
“หนึ่ง พวกข้าจะไม่ขอให้นิกายท่วงทำนอง์ไปประจำการที่ชายแดนด้วยกัน ขอแค่มาช่วยพวกเราในยามคับขันก็เพียงพอ ดังนั้นท่านจะไม่สูญเสียลูกศิษย์หรือผู้าุโโดยไม่จำเป็แน่นอน ข้ารับประกัน”
“ส่วนอย่างที่สองก็คือ ตำราทักษะบ่มเพาะท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ระดับเซียนเล่มนี้”
พูดจบ! เย่หยุนซีก็แสร้งทำเป็หยิบตำราออกมาจากถุงเก็บของแล้ววางลงเบื้องหน้าประมุขนิกายท่วงทำนอง์
“ทักษะระดับเซียน!!” หลิงหยวนเมื่อได้ยินก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นถี่กระชั้นราวกับมันจะหลุดออกมา
อย่างที่รู้กันในดินแดนแห่งนี้แค่ทักษะระดับดินก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว หากเป็ทักษะระดับฟ้าก็นับว่าหายากยิ่ง ส่วนทักษะระดับเซียนขึ้นไปถือเป็เพียงตำนานเล่าขาน
ดังนั้น! การที่ทักษะระดับตำนานมาอยู่เบื้องหน้า ใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากได้มันมา ซึ่งแน่นอน! หลิงหยวนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นในเื่นี้
“ละ หลายชาย เ้าไปได้มันมาจากไหน” เขาเอ่ยถามเสียงสั่นในทันที
“โอ้ ท่านจะเชื่อข้าโดยไม่คิดตรวจสอบเลยงั้นหรือ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามกลับด้วยความสงสัย
หลิงหยวนพยักหน้าตอบกลับไป “ใช่! คนที่มอบโอสถมหัศจรรย์ให้บุตรสาวของข้าเช่นเ้าจะมีของระดับนี้มันก็ไม่แปลกนัก”
“โอ้ ที่แท้ท่านก็มีความเชื่อเช่นนั้น”
“ถ้างั้นข้าก็ไม่ขอปิดบัง ทั้งโอสถและตำราเล่มนี้ล้วนแต่เป็สมบัติที่ท่านอาจารย์ของข้าทิ้งเอาไว้ให้ก่อนที่จะออกเดินทาง” เย่หยุนซีหยิบยกเซียนกระบี่เมามายมาแอบอ้างอีกครั้ง ซึ่งทางฝั่งของหลิงหยวนก็ดูเหมือนจะเชื่ออย่างสุดหัวใจ เนื่องจากเมื่อสามวันก่อนสองสามีภรรยาเย่ชิงหยางกับสวีหนิงก็เคยพูดถึงผู้เป็อาจารย์ของเย่หยุนซีเช่นกัน
‘อาจารย์ของเด็กคนนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ระดับเซียนในตำนานแน่ๆ’ เขาคิดในใจ
“ท่านประมุขหลิงคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของข้าบ้างขอรับ?” เด็กหนุ่มจับจ้องด้วยแววตาคาดหวัง
หลิงหยวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ หลานชาย ข้าต้องยอมรับจริงๆว่าข้อเสนอของเ้านั้นดีมาก ดีเสียจนข้าไม่อาจปฏิเสธได้”
เย่หยุนซีดวงตาเป็ประกาย “งั้นก็หมายความว่า ท่านยอมเป็พันธมิตรกับจวนแม่ทัพประจิมแล้วใช่หรือไม่”
“ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว แต่ข้อเองก็มีข้อแม้หนึ่งอย่าง”
“เชิญว่ามาได้เลยขอรับ” เย่หยุนซีกล่าวอย่างเร็วพลัน
“สำหรับการแข่งขันชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทครั้งนี้ หากนิกายท่วงทำนอง์ลงไปเสริมกำลัง เ้าจะต้องเป็คนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการพวกเขาได้” หลิงหยวนกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำไร้ซึ่งความลังเลใจ
เย่หยุนซีหรี่ตามองด้วยความสงสัย “นี่ ท่านเชื่อใจข้าขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?”
“ฮ่าๆๆแน่นอนสิ จะมีเด็กสิบห้าปีคนไหนอีกที่ฉลาดเป็กรดและมีการต่อรองเป็เลิศเช่นเ้า”
เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อนพลางถอนหายใจยาว “ถ้างั้นก็เอาตามที่ท่านกล่าวมา แต่เกรงว่าเหล่าศิษย์ของท่านอาจจะไม่ยอมทำตามคำสั่งของข้าง่ายๆเป็แน่”
หลิงหยวนส่ายศีรษะ “ไม่ต้องห่วง นิกายท่วงทำนอง์ไม่ค่อยมีศิษย์หลงระเริงในพลังของตนเองหรอก เพราะพวกเขาถูกสอนเื่ความอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ที่มาอย่างเป็มิตรอยู่เสมอ”
“เอ่อ........ถ้าเป็เช่นนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาจริงๆขอรับ.....พวกเรามาทำสัญญาพันธมิตรกันเลยดีหรือไม่”
ประมุบแห่งนิกายท่วงทำนอง์พยักหน้าอย่างฉับไว “ได้ๆ เอาอย่างที่เ้าว่า”
เย่หยุนซีหยิบกระดาษออกมา จากนั้นเริ่มเขียนเงื่อนไขการเป็พันธมิตร 2 ฉบับในทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเขาก็ยื่นกระดาษให้หลิงหยวนได้ตรวจทานเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
“เป็อย่างไรบ้างขอรับ อยากจะเพิ่มหรือแก้ตรงไหนหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
“อืม.........สัญญาพันธมิตรนี้ฝ่ายข้าดูจะเอาเปรียบจวนแม่ทัพประจิมจนเกินไป พวกเ้ายังไม่ทันยังไม่ทันได้ใช้กองกำลังของเลย แต่นิกายของเรากลับได้ทักษะระดับเซียนมาก่อนเสียอย่างนั้น” หลิงหยวนกล่าว
“เอ๋! มันก็ไม่เห็นไปอะไรนี่ขอรับ ถึงอย่างไรพวกเราก็มีสัญญาโลหิตค้ำคอกันอยู่แล้ว ต่อให้อยากจะโกงกันก็โกงไม่ได้”เย่หยุนซีกล่าวออกไปตามความจริง สัญญาโลหิตเป็สัญญาสูงสุดของดินแดนนี้ หากใครหรือขุมกำลังได้ทำผิดสัญญาก็จะไม่มีที่ยืนในดินแดนแห่งนี้อีกต่อไป เนื่องจากถูกจักรวรรดิเมฆครามและประเทศพันธมิตรไล่ล่า
“นั่นมันก็จริง แต่ข้ารู้สึกว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมนี่น่า.......อืม.......เอาอย่างนี้ๆเ้าเอาจีเอ่อร์ของข้าไปเป็ผู้ช่วยก็แล้วกัน” หลิงหยวนยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ราวกับล่วงรู้อะไรบางอย่าง
“หา! ท่านว่าไงนะขอรับ!!” เย่หยุนซีลุกขึ้นพรวดพราด ทั้งยังอุทานด้วยความใ มันเป็ไปได้ด้วยหรือ ที่คนหวงลูกสาวเช่นประมุขหลิงจะยอมให้หลิงจีเดินทางไปชายแดนกับเขา