บทที่ 16 พฤติกรรมไม่ดีของเพื่อนร่วมงาน (รีไรต์)
“นายกำลังดูถูกที่ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้งั้นเหรอ?” หวงิ่ถามขึ้นอีกครั้ง
หลี่เว่ยเหอเริ่มมีท่าทีรำคาญ “มันไม่ใช่เื่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือไม่ได้ แต่มันเป็เพราะเราสองคนไม่เหมาะสมกัน”
“ไม่เหมาะสมกันตรงไหน พวกเราเป็เพื่อนร่วมชั้น เรียนจบมาพร้อมกัน ผ่าน่เวลาลำบากตอนไปอยู่ชนบทด้วยกัน คุยกันรู้เื่ บ้านของพวกเราก็อยู่ในเมือง ฉันก็ไม่ได้ขี้เหร่ แม้ว่าฉันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถหางานดี ๆ ทำได้ ไม่ต่างอะไรกับงานที่ถูกจัดสรรให้หลังจากเรียนจบมหาลัยหรอก…”
“ตอนนี้ฉันยังเรียนไม่จบ ยังไม่คิดเื่พวกนี้”
หวงิ่รีบพูดขึ้น “ฉันรอได้ ไม่เป็ไร ฉันรอให้นายเรียนจบแล้วค่อยแต่งงานก็ได้”
ในที่สุดหลี่เว่ยเหอก็ทนไม่ไหว “หวงิ่ ต่อไปนี้อย่ามาหาฉันอีก ฉันไม่ได้ชอบเธอ”
ใบหน้าของหวงิ่ซีดเผือดจ้องมองเขาอย่างเลื่อนลอย “ถ้างั้นนายชอบใคร?”
หลี่เว่ยเหอไม่ตอบเธอและหันหลังกลับจะเดินหนี
ทันใดนั้น หวงิ่ก็พุ่งตัวเข้าไปขวางทางเขาไว้แล้วะโว่า “ถ้านายยังอธิบายให้ชัดเจนไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะได้ไป บอกมาว่านายชอบใครกันแน่?”
หลี่เว่ยเหอเห็นท่าทางไร้เหตุผลของเธอแล้วก็ยิ่งรำคาญหนักกว่าเดิม “เธอเลิกกวนฉันได้ไหม?”
หวงิ่น้ำตาไหลพราก เธอร้องไห้ออกมาอย่างดื้อรั้นเพื่อ้าคำตอบ “ใช่อวิ๋นซานหรือเปล่า? นายชอบอวิ๋นซานใช่ไหม?”
“หวงิ่ เธอเป็บ้าอะไร?” หลี่เว่ยเหอไม่ยอมรับและพยายามจะสะบัดมือเธอที่ขวางทางออกไป ทันใดนั้นหวงิ่ก็สังเกตเห็นว่าเขาสวมเชือกสีแดงที่มือ มีจี้ที่แกะสลักจากเมล็ดท้อห้อยอยู่ เธอรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างแวบเข้ามาในหัว
ตอนนั้นเองก็มีเพื่อนร่วมชั้นเรียกหลี่เว่ยเหอ เขาจึงฉวยโอกาสสะบัดมือจากหวงิ่แล้วรีบวิ่งหนีไป
...
อวิ๋นซานกลับไปที่ทำงาน และยังคงติดตามเื่เสื้อผ้าที่ซิปมีปัญหา ใน่พักกลางวัน เธอรีบไปที่บ้านบนถนนเจี้ยนเซ่อ นำผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เปียกฝนออกมาจัดเรียง เธอตัดผ้าออกมาสองเมตรเพื่อทำความสะอาด โดยการนำผ้าไปแช่ในน้ำเปลือกส้มตามที่เธอได้บอกกับหัวหน้าฝ่ายผลิตที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าไว้ก่อนหน้านี้
พานหงเสียทำความสะอาดห้องครัวและห้องนั่งเล่น และยังขนถ่านหินมาเพิ่มทำให้สะดวกต่อการก่อไฟ
ข้างนอกเป็ลานกว้าง มีราวไม้ไผ่สำหรับตากผ้า ผ้านั้นพอทำความสะอาดเสร็จก็สามารถนำออกไปตากได้ ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง สะดวกต่อการตากผ้าเป็อย่างมากและไม่ต้องคอยอธิบายให้เพื่อนบ้านฟังด้วย
ถ้าอยู่ที่บ้านพัก เธอต้องตากผ้าที่หน้าต่าง บนระเบียง หรือบนทางเดินหน้าประตูบ้าน ซึ่งไม่ค่อยมีที่ว่างมากนัก แถมเพื่อนบ้านยังคอยมาซักถามอยู่ตลอดเวลาว่าผ้านี้เอาไว้ทำอะไร ผ้าพวกนี้เอามาจากไหน ทำไมถึงซื้อมาเยอะแยะ และบางทีผ้าของเธออาจจะถูกมือดีหยิบฉวยไปก็ได้
แต่ที่นี่ไม่ต้องกังวลเื่พวกนั้นเลย
อวิ๋นซานซักผ้าสองเมตรนั่นเสร็จแล้วพบว่ามันสะอาดเอี่ยม แขวนไว้เหมือนใหม่เลย ผ้านี้ไม่เหมือนผ้าโพลีเอสเตอร์จริง ๆ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยซับเหงื่อแต่ก็ระบายอากาศได้ดี ยับง่ายแต่ไม่ค่อยเป็ขุย ทั้งซักง่ายและแห้งเร็วด้วย
พอผ้าแห้ง อวิ๋นซานก็ซักที่เหลือต่อ
ตอนพักกลางวันมีเวลาไม่มาก เธอซักผ้าได้แค่หนึ่งม้วนเท่านั้น
พอตากผ้าที่ซักเสร็จแล้วทั้งหมด เธอก็รีบกลับโรงงาน
หลังจากปัญหาซิปชุดพนักงานได้รับการแก้ไขแล้ว เธอก็จะลาออก
กลับมาถึงที่ทำงาน เธอสังเกตเห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ พอเห็นเธอก็เปลี่ยนเื่คุย
อวิ๋นซานคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ดี นี่พวกเขากำลังแอบนินทาเธออยู่ไม่ใช่เหรอ?
ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรเกี่ยวกับเธออีก
เื่ที่หลินสุยอันทิ้งเธองั้นเหรอ?
อวิ๋นซานไม่ได้สนใจอยากรู้เื่ซุบซิบเกี่ยวกับตัวเอง เธอตัดสินใจลาออกแล้ว หลังจากนี้ไปก็จะไม่ต้องเห็นหน้า ไม่ต้องรำคาญใจ ปล่อยให้พวกเขาพูดไปเถอะ
แต่เื่ซุบซิบนินทาเหล่านี้ ดันลอยเข้าหูเธอโดยบังเอิญ
ตอนที่เธอกำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำ ก็ได้ยินคนพูดกันในคู่นั่งข้าง ๆ
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้อวิ๋นซานแผนกพวกเธอโดนลักพาตัวไป ตำรวจช่วยเหลือไว้ได้ถึงกลับมา โอ๊ย น่าสงสารจริง ๆ จู่ ๆ ทำไมถึงเจอเื่แบบนี้ได้นะ”
“ได้ยินมาว่า เธอออกต่างชนบทเพื่อไปหาสามี นั่งรถไฟอยู่ก็โดนคนลักพาตัวหมายตา จากนั้นก็โดนหลอกลงจากรถ วันนั้นเธอกลับมา ยังด่าว่าน้องสาวเธอเป็คนยุยงเธอ ทำให้โดนลักพาตัวไป เธอกับน้องสาวเลยตีกัน ตีกันรุนแรงมาก ถ้าเพื่อนบ้านไม่เข้าไปห้าม คงได้เข้าโรงพยาบาลแน่ ๆ”
“นี่มันต้องเป็เพราะคนลักพาตัวเห็นว่าเธอหน้าตาสะสวย แถมนั่งรถไฟคนเดียว ไม่ลักพาตัวเธอแล้วจะไปลักพาตัวใคร โดนลักพาตัวไปตั้งหลายวัน เธอคงลำบากแย่เลยสินะ”
“ถ้าเธอเป็คนลักพาตัว เห็นผู้หญิงสวย ๆ แบบนี้จะอดใจไหวเหรอ?”
“ไอหยา พูดถึงเื่นี้แล้ว ไม่รู้ว่าคนรักของเธอรู้เข้าทีหลังจะรังเกียจเธอไหม?”
“ยังจะรู้เื่อีกเหรอ ไม่ใช่ว่าเลิกกันไปแล้วเหรอ?”
“ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ต่อไปเธอก็หาผู้ชายคนใหม่ยากแล้วล่ะ”
ถ้าขาไม่ชาเพราะนั่งยอง ๆ อวิ๋นซานอยากจะฟังต่ออีกหน่อย เธอออกจากห้องน้ำแล้วมองไปที่คนทั้งสอง “พวกเธอรู้เื่ดีกว่าฉันที่เป็เ้าตัวเสียอีก”
ตอนนี้ห้องน้ำตอนนี้ไม่มีประตู มองจากด้านข้างก็เห็นได้
ทั้งสองคนที่กำลังนินทาก็หน้าเปลี่ยนสีด้วยความไม่สบายใจ
อวิ๋นซานไม่ได้ทะเลาะกับพวกเธา เธอเพียงแค่ล้างมือแล้วกลับไปที่ฝ่ายงานสนับสนุนจากนั้นก็ไปหาหัวหน้าและเล่าเื่ซุบซิบนินทาพวกนั้นให้ฟัง
การที่พวกเขาพูดว่าเธอถูกหลินสุยอันทิ้งไปนั้นก็ไม่เป็ไร แต่การที่พวกเขาพูดว่าเธอถูกกลุ่มค้ามนุษย์ลักพาตัวไปนั้นมันไม่ถูกต้อง ถ้าเื่นี้ล่วงรู้ไปถึงพ่อแม่ของเธอ พวกท่านจะต้องเป็ห่วงมากแค่ไหน?
“หัวหน้าคะ ฉันรู้ทันแผนการของกลุ่มค้ามนุษย์และไม่ได้ถูกพาตัวไปไหน ตำรวจสามารถยืนยันเื่นี้ให้ฉันได้ การที่เพื่อนร่วมงานพูดเกินจริงและพูดคุยกันโดยขาดความรับผิดชอบแบบนี้ ทำให้ฉันเดือดร้อนมาก ฉันหวังว่าหัวหน้าจะช่วยพิจารณาเื่ค่ะ”
หัวหน้าถามว่าใครเป็คนพูด
อวิ๋นซานจึงบอกชื่อเพื่อนร่วมงานสองคนที่เพิ่งพูดคุยกันเมื่อครู่
เมื่อเธอกลับไปทำงาน ซิปยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งก็จะเสร็จ อวิ๋นซานทำส่วนที่ยากก่อน หลังจากทำส่วนที่ยากเสร็จแล้ว เธอก็เริ่มตรวจสอบชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่ผ่านหมด มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่ต้องแก้ไข
อวิ๋นซานจึงหยิบซิปที่ต้องแก้ไขไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน บอกว่าตอนทำต้องระวังจุดที่ผิดพลาดได้ง่าย
น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีเพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งทำหน้าไม่พอใจเธอบ่นพึมพำว่า “ไม่รู้ไปเอาความหน้าด้านมาจากไหน กล้าทำตัวเป็หัวหน้าไปได้”
“พี่หลี่ นี่พี่กำลังว่าฉันอยู่รึเปล่า?" อวิ๋นซานหันไปถามผู้หญิงร่างท้วม
"ไม่ได้ว่าเธอซักหน่อย แค่พูดถึงพวกที่ชอบออกไปข้างนอกแล้วทำตัวไม่เรียบร้อย"
น้ำเสียงประชดประชันชัดเจน
อวิ๋นซานเริ่มมีสีหน้าเ็า "พี่หลี่ ฉันกำลังคุยเื่งานกับพี่ พี่เอาเื่อื่นมาพูดทำไม แล้วที่พี่บอกว่าใครทำตัวไม่ดี?"
พี่หลี่แค่นเสียงในลำคอ ไม่ตอบอะไร
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็รีบเข้ามาห้ามทั้งสองคนไว้
เื่ยังไม่จบแค่นั้น ตอนที่อวิ๋นซานไปรินน้ำก็โดนใครบางคนเดินชนเข้า ทำให้กระติกน้ำในมือตกพื้นแตกกระจาย น้ำร้อน ๆ ไหลลวกขาจนแสบไปหมด เธอหันขวับไปมองด้วยความโกรธก็เห็นสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของพี่หลี่
“ตายจริง อวิ๋นซานทำไมเธอซุ่มซ่ามอย่างนี้”
“เมื่อกี้พี่ตั้งใจชนฉันเหรอ?”
“ไอหยา อย่ามาใส่ร้ายกันนะ ฉันไม่ได้ชนเธอสักหน่อย” พี่หลี่วางท่าเป็ผู้ใหญ่กว่า
อวิ๋นซานรู้ดีว่าพี่หลี่เป็คนหัวโบราณและยึดติดกับขนบธรรมเนียม เธอมีทั้งลูกชายและลูกสาว เวลาคุยกับเพื่อนร่วมงาน เธอมักจะพูดกรอกหูอยู่เสมอว่าผู้หญิงควรทำตัวอย่างไร ต้องดูแลบ้าน ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก เป็ต้น พูดแต่เื่ที่ตีกรอบผู้หญิง
ปกติอวิ๋นซานไม่ค่อยยุ่งกับเธออยู่แล้ว เพราะคิดว่าไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน
ไม่คิดว่าตอนนี้เธอจะบ้าคลั่งถึงขนาดนี้ ถ้าเธอถูกคนลักพาตัวไปจริง ๆ ถูกข่มเหงรังแก มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย
อวิ๋นซานจึงนำน้ำครึ่งแก้วที่อยู่ในมือสาดไปที่เธอ “ไอหยา ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“กรี๊ด! อวิ๋นซาน!” พี่หลี่ร้องเสียงหลงพลางยกมือขึ้นปิดหน้า สักพักจึงตั้งสติได้ เธอยกมือขึ้นหมายจะตบอวิ๋นซาน