3
ก็แค่ความลำบากองค์หญิงใหญ่ต้องทนให้ได้
ในตอนบ่ายแก่ๆ เว่ยหนานฮวาก็พาลูกๆกลับมาถึงบ้านวันนี้เธอต้องใจถางหญ้าและทำแปลงผัก เพื่อปลูกผักและปลูกมันเทศโดยที่มีลูกๆทั้งสองคนคอยช่วยแม้ว่าเว่ยหนานฮวาจะบอกให้เด็กๆไปพักแต่เด็กทั้งสองก็ยืนยันจะช่วยเธอ
เว่ยหนานฮวาเห็นแววตาของเด็กทั้งสองก็ได้แต่ใจอ่อนยอมให้ช่วยเธอถางหญ้า วันนี้ถางไปได้เยอะพอสมควรเธอให้เด็กๆไปอาบน้ำ จากนั้นเธอก็ไปทำอาหารเย็นโดยอาหารเย็นมื้อนี้นั้นมีไก่ป่าตุ๋นหัวไซร้เท้า เว่ยหนานฮวานั้นตุ๋นไก่เอาไว้ก่อนจากนั้นก็หุงข้าว เมื่อเสร็จแล้วเธอก็ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว
เวลาผ่านไปไก่ที่ตุ๋นเอาไว้ก็เปื่อยนุ่ม ส่งกลิ่นหอมโดยที่ลูกๆของเธอนั้นนั่งเฝ้าอยู่ครัว
"แม่ครับ หอมมาก" อี้หลานบอกกับผู้เป็แม่ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ
"วันนี้เราจะได้กินเนื้อ"อี้เหลียนเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ เว่ยหนานฮวาเห็นท่าทีของเด็กทั้งสองที่กำลังตื่นเต้นมากๆที่จะได้กินไก่ป่าตุ๋นหัวไซร้เท้า
"เอาจานไปตักข้าว แล้วไปรอแม่ที่แคร่"เว่ยหนานฮวาบอกกับลูกๆ พวกเขาทำตามที่เธอสั่ง เว่ยหนานฮวานั้นตักตุ๋นไก่ป่าใส่ชามจากนั้นยกมันไปวางที่แคร่ที่ไว้นั่งกินข้าว
เว่ยหนานฮวาเอาขาไก่ใส่จานให้อี้เหลียน และอี้หลานคนละขา
"อี้เหลียน อี้หลาน ค่อยๆกิน" เธอบอกกับเด็กๆจากนั้นก็ลงกินอาหาร นี้นับเป็อาหารจานเนื้อมื้อแรกที่เธอได้กินเมื่อมาอยู่ที่นี้รสชาติไม่ได้ดีมากนักเพราะเธอปรุงด้วยเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยเท่านั้นแต่ก็ถือว่าไม่เลวเลย
เนื้อไก่เปื่อยนุ่มกำลังดี หอมขิงและหัวไซเท้า น้ำซุปก็หอมหวานมื้อนี้ช่วยให้เธอเจริญอาหารอยู่ไม่น้อย รวมถึงลูกๆ ของเธอด้วยพวกเขานั้นกินจนเกลี้ยงชาม เหลือไว้เพียงกระดูก
"แม่ครับ อร่อยมาก" อี้เหลียน
"อ่ำๆ อร่อยมากครับแม่" อี้หลาน
"อร่อยก็กินเยอะๆ" เว่ยหนานฮวาบอกกับลูกๆเธอจะพยายามล่าสัตว์เอามาทำอาหารให้เด็กๆได้กินจะได้มีเนื้อหนังขึ้นมาบ้างตอนนี้ทั้งคู่นั้นผอมกินไป แม้แต่ร่างกายของเธอในตอนนี้ก็ผอมเช่นกันคงต้องหาอาหารดีๆมีประโยชน์มาบำรุง
เมื่อทานข้าวจนอิ่มแล้ว เด็กนั้นช่วยกันล้างชามเว่ยหนานฮวาเข้ามาในตัวบ้าน เธอเอาผ้าที่ซื้อมาจากสหกรณ์เมื่อวันก่อนออกมาวันแต่เริ่มตัดเย็บ คงตัดเย็บชุดง่ายๆ ไม่ได้ปักลายใส่ไปก่อนเว่ยหนานฮวาตั้งใจจะทำชุดให้ลูกๆ และเธอคนละสองชุด
ในเช้าวันต่อมา เธอกับลูกๆยังคงไปเก็บผักป่าเพื่อแลกแต้มอยู่เพียงแต่วันนี้เธอไม่ได้พาลูกๆเข้าป่า แต่วันนี้เธอตั้งใจที่จะทำแปลงผักมีเมล็ดผักอยู่เล็กน้อย เป็ผักบุ้ง แตงกวา หัวไซร้เท้า เธอจะปลูกมันเอาไว้กินเองเพราะที่บ้านนี้มีบ่อน้ำอยู่
วันนี้เว่ยหนานฮวาขุดดินทำแปลงผัก ดีที่บ้านมีอุปกรณ์การเกษตรอย่างจอบเสียมและคราด อยู่อย่างละอัน กว่าจะเสร็จก็กินแรงเธอไปเยอะมาก ให้ตายเถอะเธอ ใครจะคิดว่าเธอจะเผชิญชะตากรรมแบบนี้คิดถึงพลังปราณและอักขระของเธอจริงๆหากเธอมีมันเื่พวกนี้มันจะง่ายราวพลิกผ่ามือ
วันนี้เว่ยหนานฮวาทำอาหารง่ายๆ คือโจ๊กมันเทศ กินกับผัดป่าใส่ไข่พอกินเสร็จเธอก็มาตัดเย็บเสื้อผ้าต่อจากที่ทำไว้เมื่อคืนก่อน จากนั้นก็เข้านอน
ตอนเช้าก็ยังคงไปเก็บผักป่าเพื่อแลกแต้มกับฝ่ายผลิตตอนนี้ดินที่ขุดนั้นยังต้องใช้เวลาพักอีกสามวัน โชคดีที่เธอนั้นนำเอายอดมันเทศไปแช่น้ำเอาไว้ก่อนแล้วเมื่อเตรียมหน้าดินเรียบร้อยค่อยปลูกพวกมัน
วันนี้พอเธอกับลูกๆกินมื้อเที่ยงที่บ้าน จากนั้นก็เข้าป่าวันนี้เธอมาลูกๆมาเก็บลูกหยางเหมยและไห่ถาง อย่างน้อยผลไม้ ถึงจะขายไม่ได้แต่ก็ยังดีที่มีผลไม้ให้กิน เมื่อเก็บจนพอกินแล้ว เธอพาลูกๆเดินเข้าไปอีกฝั่งหนึ่งเว่ยหนานฮวารู้สึกว่าเธอได้ยินเสียงน้ำ
เดินมาประมาณเกือบ 2 ลี้เธอก็พบกับลำธารจริงๆเว่ยหนานฮวานั้นตรวจดูรอบๆ เธอสังเกตเห็นรอยเท้าของหมูป่าพวกมันคงมากินน้ำที่ลำธาร
"แม่ครับ นั้นปลา ปลาตัวใหญ่มากเลยครับแม่"อี้เหลียนมองเห็นปลาว่ายในลำธาร ในขณะที่ตนเองกำลังเอากระบอกมาตักน้ำ
เว่ยหนานฮวากำลังนึกถึงวิธีจับปลา เพราะน้ำนั้นลึกขอสมควรจับมือเปล่าก็อย่าหวังว่าจะได้พวกมันไปกินเลยในน้ำปลาสามารถเคลื่อนไหวตัวได้อย่างรวด
เว่ยหนานฮวาคิดอยู่พักหนึ่งก็ค้นพบวิธีที่ง่ายที่สุดและไม่เปลืองแรง ไม่เสียเวลามากจนเกินไป เธอไม่อยากให้เด็กๆอยู่ในป่านี้นานเพราะรอยเท้าของหมู่ป่าที่เธอเห็น และอาจจะมีสัตว์ใหญ่อยู่แถวนี้ก็ได้
เว่ยหนานฮวาหยิบธนูที่เธอพกติดตัวมาด้วยดีที่เธอนั้นทำลูกศรไม้เอาไว้หลายสิบอัน เว่ยหนานฮวาเดินไปที่ตรงลำธารก่อนจะมองไปที่ปลาตัวใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่ในลำธาร
พรึ่บบ!!
เพียงแค่ศรถูกยิงออกไป ก็เสียบทะลุตัวปลาเว่ยหนานหยิบลูกธนูที่ยิงถูกปลากลางลำตัวขึ้นมา
"แม่เก่งมากเลยครับ" อี้เหลียน
"เย้ๆ วันนี้เราจะได้กินปลา" อี้หลานร้องออกมาด้วยความดีใจ เว่ยหนานฮวานั้นส่งปลาให้กับลูก จากนั้นเธอเดินไปตรงโขดหินก่อนจะเล็งศรไปที่ปลาในน้ำ คราวนี้เธอได้ปลามาเพิ่มอีก 3 ตัว
เหมือนเห็นว่าจำนวนมากพอสมควรแล้ว เธอก็รีบพาลูกๆออกจากป่าในแถบนี้ วันหลังค่อยมาใหม่อาจจะจะเข้ามาขุดหลุมดักปลาเอาไว้
วันนี้เธอพาลูกๆออกจากป่า ดีที่ยังไม่เย็นเด็กๆนั้นออกไปวิ่งเล่น เว่ยหนานฮวามาจัดการกับแปลงผักของเธออีกนิดหน่อยจากนั้นก็เข้าครัว วันนี้เธอทำน้ำแกงปลากินกับหมั่วโถวมันเทศ
เมื่อกินอาหารเสร็จ วันนี้เว่ยหนานฮวาเอาเงินที่เ้าของร่างคนเก่าเก็บเอาไว้ออกมาตรวจนับให้ละเอียดอีกครั้งเงินเก็บมีทั้งหมด 227 หยวน นับว่าไม่มากเท่าไหร่เว่ยหนานฮวารู้ว่าเ้าของร่างคนเก่านั้นตั้งใจเก็บเอาไว้ซ่อมบ้านหลังนี้
คงต้องค่อยๆคิดหาวิธีหาเงินเพิ่มมันต้องมีสักวิธีแหละที่สามารถทำเงินได้ตอนนี้สิ่งสำคัญคือพักฟื้นร่างกายนี้ให้แข็งแรงเสียก่อน
ข้าวของที่ซื้อมาครั้งก่อนนั้นยังไม่หมดถ้าเข้าป่าหาของป่ามาด้วย โอกาสที่จะกินอิ่มท้องก็มีเพิ่มมากขึ้นพรุ่งนี้เห็นทีต้องเก็บผักป่าไปแลกกับมูลสัตว์ที่ฝ่ายผลิตเสียแล้ว
.เว่ยหนานฮวานั้นใช้เวลาเกือบ 7 วันเต็มๆ ในการทำสวนผักตอนนี้เมล็ดพันธุ์ในได้เพราะปลูกลงไปแล้วนอกจากผักแล้วยังมีมันเทศที่เธอและลูกๆลงปลูกไปเมื่อสี่วันก่อน
หน้าที่ของเธอและลูกๆก็คือตื่นมาตักน้ำรดผัก่เช้าไปเก็บผักป่า แล้วก็แวะเข้าไปในป่าไปจับปลาที่ลำธารตอนบ่ายไปเลี้ยงสัตว์ที่ฝ่ายผลิต
เว่ยหนานฮวานั้น้านำมูลสัตว์พวกนั้นกลับมาที่บ้านด้วยเลยต้องมาทำงานเลี้ยงสัตว์เพิ่มในตอนนี้บ่าย คนที่ทำงานที่นี้ส่วนมากเป็ผู้หญิงมีคนท้อง คนแก่
เว่ยหนานฮวานั้นพอจะรู้จักกับหญิงสาวที่ชื่อ สือเหนียนซือจากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาคนเก่าสือเหนียนซือเองก็เป็ยุวชนที่ถูกส่งมาทำงานที่แปลงนาเช่นกันอีกฝ่ายแต่งงานกับชายหนุ่มในหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังต้องท้องลูกคนที่สอง
แม้ตอนที่กำลังทำงานเว่ยหนานฮวาก็ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้หญิงเล่านั้นพูดคุยกันได้ความว่าพวกเธอกำลังจะเข้าไปในตัวอำเภอ ที่นั้นมีแหล่งซื้อของที่เรียกว่า ‘ตลาดมืด’
จากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาเหมือนว่าเธอไปที่นั้นมาก่อนแต่มันดูอันตรายและเสี่ยงถูกจับเป็อย่างมาก การค้าขายนั้นถูกผูกขาดโดยรัฐบาลซึ่งก็คือผู้ปกครองและออกกฎต่างๆ
เหมือนว่าโลกที่เธออยู่ในตอนนี้จะแตกต่างกับที่ๆเธอจากมาเป็อย่างมากจากความทรงจำของเว่ยหนานฮวา เธอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย วิชาประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์นั้นก็ไม่ใช่ยุคที่เธอจากมา
โลกที่ช่างแตกต่าง ไม่มีพลังปราณราวกับว่ามันคือโลกคนละใบกับที่เธออาศัยอยู่ ในป่าที่มีอากาศบริสุทธิ์มีธรรมชาติล้อมรอบ แต่เธอไม่สามารถััถึงพลังปราณในป่าได้เลย
ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี้เว่ยหนานฮวาก็ได้คำตอบให้กับตัวเอง ว่าที่นี้ไม่ใช่โลกที่เธอนั้นคุ้นเคยเมื่อมาอยู่ที่นี้แล้วสิ่งที่เธอต้องทำก็คือใช้ชีวิตต่อไป
“แม่ครับ”
“ผักมันงอกออกมาแล้วครับแม่” เสียงของโจวอี้เหลียนร้องบอกกับผู้เป็แม่ด้วยความตื่นเต้นวันนี้เขาตื่นเช้ามารดพวกมันตามปกติ พบว่ามีต้นผักเล็กๆงอกออกมาแล้วโจวเหลียนนั้นดีใจเป็อย่างมาก
“โอ้ มันงอกออกมาแล้วจริงๆ”โจวอี้หลานพึ่งจะล้างหน้าเสร็จรีบวิ่งมาดู แล้วก็พบต้นผักเล็กๆมันงอกออกมาจากพื้นดินมันโผล่ขึ้นมาพ้นฟางที่คลุมพวกมันเอาไว้
“งั้นก็ช่วยกันตักน้ำมารด อย่ารดมากจนเกินไปจำที่เคยสอนได้ใช่ไหม?” เว่ยหนานฮวาบอกกับเด็กๆแววตาของเธอนั้นมีความอ่อนโยนอยู่ไม่น้อยเพราะเอ็นดูกับท่าทีดีใจของลูกชายฝาแฝดทั้งสองคน
“ครับแม่” ทั้งสองขานรับพร้อมๆกัน เว่ยหนานฮวานั้นเข้าไปเตรียมมื้อเช้าต่ออาหารก็เหมือนทุกวันนอกจากเนื้อปลาที่ไปได้จากการขุดหลุมดักปลาที่ลำธารของหมู่บ้านไม่ก็ที่ได้จากหลุมดักป่าที่ลำธารในป่าเว่ยหนานฮวานั้นจะเข้าไปดูหลุมดักปลาในป่าทุกๆ 3 วัน ส่วนธารน้ำที่หมู่บ้านนั้นให้อี้เหลียนและอี้หลานไปดูบางที่ก็ได้ปลา บางทีก็ไม่ได้ เพราะชาวบ้านคนอื่นๆก็นิยมมาหาปลาที่ลำธารตรงนั้น
“วันนี้ดูแลบ้านดีๆนะ แม่จะเข้าไปในตัวอำเภอ”เว่ยหนานฮวาบอกกับลูกๆของเธอ วันนี้เธอจะเข้าไปที่ตัวอำเภอ โดยมีเกวียนของหมู่บ้านหรือจะเดินไปก็ได้ ระยะทางจากบ้านเล่ออันไปที่ตัวอำเภอราวๆ 10 ลี้ ถือว่าไม่ไกลมาก ถ้าเดินคงต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมงกว่าๆก็น่าจะถึง
เว่ยหนานฮวานั้นเดินมาตามความทรงจำของเว่ยหนานฮวาคนเก่าในที่สุดเธอก็มาถึงที่ตัวอำเภอ เว่ยหนานฮวานั้นเดินเข้ามาในตัวของสหกรณ์ในอำเภอร้านค้าสหกรณ์ที่นี้นั้นใหญ่กว่าที่หมู่บ้าน
มีของวางขายมากกว่า เธอเลือกซื้อของที่จำเป็ พวกเครื่องปรุงและข้าวแค่นี้ก็หมดเงินไปตั้ง 6 หยวน จากนั้นเว่ยหนานฮวาก็เดินสำรวจในตัวอำเภอที่นี้มีโรงหมอ ไม่สิเธอต้องเรียกมันว่า โรงพยาบาล มีร้านบะหมี่ด้วย
เว่ยหนานฮวานั้นเดินเข้าไปสั่งบะหมี่มากิน 1 ชาม ราคา 8 เหมาเธอสั่งกลับบ้านอีก 2 ห่อ เอาไปฝากลูกๆของเธอด้วย จากนั้นก็เดินไปตามตรอกเดินตามกลุ่มของหญิงสาวที่มาจากหมู่บ้านเล่ออัน
ไม่นานก็เจอกับทางเข้าตลาดมืด ที่ทางเข้ามีชายตัวใหญ่เฝ้าอยู่ 2คน การที่จะเข้าไปในตลาดมืดได้ต้องมีรหัสเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้
“วันนี้อากาศแจ่มใส” เว่ยหนานฮวานั้นแอบถามมาจากสือเหนียนซือตอนทำงานด้วยกัน
“ในแปลงนามีข้าว” เสียงชายที่เฝ้าทางเข้าตลาดมืดตอบกลับ
“และมีกุ้งแดงเต็มไปหมด” เว่ยหนานฮวาตอบกลับไปอีกประโยคผู้ชายที่เฝ้าประตูทางเข้าเมื่อฟังก็ยอมเปิดทางให้เธอเข้ามา เว่ยหนานฮวานั้นเดินเข้ามาข้างในรู้แล้วทำไมคนถึงเรียกว่าตลาดมืด เพราะมันค่อนข้างมืดและทึบพอสมควร
เว่ยหนานฮวานั้นเดินสำรวจ เธอตัดสินใจซื้อเมล็ดถั่วเขียวมา 10จิน เมล็ดถั่วเหลืองอีก 5 จิน ราคาธัญพืชนั้นนับว่าแพงแต่ก็สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง
เว่ยหนานฮวานั้นตอนแรกคิดว่าจะหาซื้อเนื้อแต่ใครจะคิดว่าเนื้อราคาจินละ2 หยวน แถมเนื้อนั้นก็สีเขียวคล้ำดูไม่สดและไม่น่ากินเว่ยหนานฮวานั้นตัดใจซื้อไม่ลง
เธอเข้าไปเดินในตลาดมืดราวๆ 40 นาทีเท่านั้นเธอได้แค่เมล็ดถั่วเขียว ถั่วเหลืองและไข่ไก่ ที่ขายฟองละ 1เหมา มา 10 ฟอง เธอพอจะมีหนทางทำหาเงินได้จากตลาดมืดถึงแม้มันจะดูอันตราย แต่ถ้าไม่ลองดูสักครั้งเธอและลูกๆคงไม่ได้ลืมตาอ้าปากอย่างแน่นอน
เมื่อตัดสินใจแบบนั้นเธอก็ไปซื้อของในสหกรณ์เพิ่มส่วนอย่างอื่นเธอคงต้องลองหาดูในป่าก่อน เว่ยหนานฮวาคิดว่าคงหาได้ไม่อยาก
----TBC----