บทที่ 4 ชายชราผมขาว
"ช่วยคุณปู่ด้วย..."
เด็กหญิงตัวเล็กๆ สวมเสื้อแดงนั่งอยู่บนพื้น ร้องไห้และดึงเสื้อของชายชรา
เย่เทียนมองไปตามเสียงร้องไห้ก็เห็นชายชราผมขาวสวมเสื้อทหารสีเขียวเก่าแก่ นอนอยู่บนพื้น มือขวาปิดหน้าอก ใบหน้าซีดเซียว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เย่เทียนในฐานะเ้าวิหารเทพ์ รู้สึกคุ้นเคยกับพลังออร่าบางอย่างของชายชรา เขาเป็ทหารผ่านศึกอย่างแน่นอน
"ช่วยคุณปู่ด้วย..."
เด็กหญิงมองไปรอบ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เธอเลยสักนิด
…
"บ้าเอ้ย! โชคร้ายจริง เล่นสเก็ตบอร์ดอยู่ดีๆ ยังมาเจอคนแก่ขอทานอีก" ชายหนุ่มที่ถือสเก็ตบอร์ดพูดกับหญิงสาวแต่งหน้าจัดที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เอาไปนี่ หนึ่งหมื่น เอาเงินไปแล้วพาเด็กคนนี้ไปจากที่นี่ซะ" ชายหนุ่มหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนพื้น
ชายชราบนพื้นไม่ตอบสนอง แต่หายใจลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ อาการเริ่มไม่ดี
"ไอ้แก่เอ๊ย ถ้าไม่ตายก็อย่ามาแกล้งทำเป็ตาย" หนุ่มคนนั้นจะไปเตะชายชราที่นอนอยู่บนพื้น
"อย่าทำแบบนั้นสิ เขาเป็คนแก่" หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดห้าม
หญิงสาวห้ามปราม คนรอบข้างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ ชายหนุ่มไม่พอใจจึงล้วงบัตรออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนพื้น
"ไอ้แก่เอ๊ย โชคดีนะ นี่คือหนึ่งหมื่นเอาไปให้หมด แล้วก็ไส่หัวไปซะ..."
"มีเงินแล้วคิดว่าเก่งรึไง"
"นั่นสิ ชนคนแล้วยังอยากทำร้ายคนอีก..."
"..."
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง สีหน้าของชายหนุ่มที่ถือสเก็ตบอร์ดก็ยิ่งแย่ลง
"พวกมึงหุบปากให้หมดเลยนะ กูหลิวเป้า พ่อกูหลิวหลง ใครหน้าไหนอยากมีเื่ ก็ตามมาเอาคืนถึงบ้านก็เข้ามาเลย..."
"แม่งเอ๊ย พวกกระจอก!" เหมือนเห็นว่ารอบข้างเงียบ หลิวเป้าก็เริ่มได้ใจจึงเริ่มด่าทอเสียงดัง
คนที่ด่าเก่งที่สุดเมื่อกี้ ค่อยๆ กลืนหายเข้าไปในฝูงชน แล้วก็รีบออกจากที่นี่ไป พวกเขาทำเป็ไม่ได้ยินเสียงด่าของหลิวเป้า
ตระกูลหลิว
ตระกูลหลิวแห่งแก๊งัดำ
พวกเขาเป็ชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่มีใครกล้ามีเื่ด้วย
ถ้าคนของแก๊งัดำไปหาที่บ้านในตอนกลางคืนก็เื่ใหญ่แล้ว
"หลีกทางหน่อย..."
เย่เทียนกำลังลังเลว่าจะลงมือหรือไม่ แต่เมื่อได้ยินว่าเป็ตระกูลหลิวแห่งแก๊งัดำ
เขารู้สึกว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ วันนี้ช่างมีวาสนากับแก๊งัดำซะจริง!
เขาเบียดเข้าไปในฝูงชน มาถึงข้างกายชายชรา เย่เทียนจับข้อมือของชายชราเพื่อเริ่มจับชีพจร
"ไอ้นี่! แกอยากจะสอดเื่ชาวบ้านหรือไง?" หลิวเป้าเห็นว่าหลังจากที่ชื่อตระกูลหลิวของเขาทำให้คนรอบข้างหวาดกลัว กลับยังมีคนกล้าเสนอหน้าเข้ามา
นี่มันหยามหน้าเขาชัดๆ
เย่เทียนไม่สนใจเสียงโวยวายของหลิวเป้า เขาพบว่าร่างกายของชายชรากำลังจะหมดลมหายใจแล้ว
"พี่คะ... คุณปู่..."
เด็กหญิงเห็นว่ามีคนไม่หลบหน้าเธอแล้ว วิ่งเข้ามากอดเย่เทียนทันที
ตอนนี้เย่เทียนเป็คนเดียวที่สามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่เธอได้
"ไอ้สารเลว..." หลิวเป้าเห็นว่าเย่เทียนไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเหมือนถูกยั่วยุ เขาจับสเก็ตบอร์ดในมือแล้วฟาดไปที่หลังหัวของเย่เทียน
"กรี้ดด!..." คนรอบข้างร้องออกมาด้วยความใ รีบหลับตาลง
"ฮึ่ม..."
ได้ยินเสียงลมจากด้านหลังหัว เย่เทียนรีบหันตัวกลับมา ใช้มือขวาจับสเก็ตบอร์ดที่ฟาดมา และใช้เท้าขวาเตะหลิวเป้าออกไปอย่างแรง!
"อ๊าก..." หลิวเป้าถูกเตะกระเด็นไปสามสี่เมตร แล้วล้มลงกับพื้น มือทั้งสองกุมท้องร้องโอดโอย
"พี่เป้า พี่เป้า เป็อะไรหรือเปล่า..." หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดรีบวิ่งเข้าไปพยุงหลิวเป้าที่ดิ้นทุรนทุรายขึ้นมา
"ไอ้เวร..."
"พี่เป้า พวกเรารีบไปกันเถอะ" หญิงสาวเห็นว่าหลิวเป้ายังจะขู่เย่เทียนอีก จึงรีบห้ามไว้
...
"เข็ม? เร็วเข้า ใครมีเข็มบ้าง?"
เย่เทียนเงยหน้าขึ้นะโถามคนรอบข้าง
"ไม่มี ไม่มี ใครพกของแบบนั้นติดตัว..."
เย่เทียนมองไปทางไหน คนแถวนั้นก็ส่ายหน้า
เย่เทียนทำอะไรไม่ได้ จึงล้วงหยิบคลิปหนีบกระดาษที่หยิบมาจากบาร์ ซึ่งเป็คลิปที่เย่เทียนตั้งใจจะนำมาเปิดประตูห้องส่วนตัว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้
เย่เทียนคุกเข่าลงข้างๆ ชายชราแล้วเปิดเสื้อทหารของชายชราออก
ร่างกายผ่ายผอมเผยให้เห็นรอยแผลเป็มากมาย และยังมีรอยแผลเป็จากการผ่าตัดเอาลูกะุออก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ไม่ธรรมดาของชายชรา
เย่เทียนเห็นรอยแผลเป็บนร่างกายของชายชรา มือขวาของเขาก็สั่นเทา รีบยกขึ้นจะทำความเคารพ แต่เมื่อยกขึ้นมาได้ครึ่งทาง เขาก็ลดมือลง
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้วิหารเทพ์เป็อย่างไรบ้าง และเขาจะมีคุณสมบัติที่จะทำความเคารพหรือไม่
"ฮือ..." เย่เทียนปรับลมหายใจใหม่ พยายามสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
แทงคลิปหนีบกระดาษที่เขาดัดตรงแล้วไปที่จุดสำคัญต่างๆ บนร่างกายชายชราอย่างรวดเร็ว และใช้มือทั้งสองข้างนวดตามร่างกายที่เป็แผลของชายชรา
"คุณปู่... พี่ชาย อย่าแทงคุณปู่..."
เด็กหญิงดึงแขนเสื้อเย่เทียนร้องไห้อยู่ข้างๆ
"เฮ้อ..."
สองนาทีต่อมา เย่เทียนถอนหายใจออกมา แล้วหันไปยิ้มให้เด็กหญิง
ลูบหัวเล็กๆ ของเด็กหญิง "พี่ชายกำลังช่วยคุณปู่อยู่นะ เดี๋ยวคุณปู่ก็ตื่นแล้ว"
"จริงเหรอคะ?" เด็กหญิงมองเย่เทียนด้วยความสงสัย
"แน่นอนสิ ตอนหนูป่วยก็ฉีดยาแล้วก็หายไม่ใช่เหรอ..." เย่เทียนมองเด็กหญิง แววตาแสดงความอบอุ่น
...
"หนานหนาน..."
ชายชราที่นอนอยู่บนพื้นร้องเรียก พยายามที่จะลุกขึ้น
"ท่านทหารผ่านศึกครับ หนานหนานอยู่นี่แล้วครับ ตอนนี้นอนลงไปก่อน อย่าเพิ่งขยับนะครับ"
เย่เทียนดึงเด็กหญิงที่อยู่ข้างๆ เข้ามา แล้วห้ามชายชราที่พยายามลุกขึ้น
"หนานหนานอยู่นี่ค่ะ คุณปู่ต้องเชื่อฟังนะคะ..." เด็กหญิงคลานเข้าไปใกล้ๆ ชายชรา
"ครับ คุณปู่เชื่อฟังหนูครับ..."
"หนุ่มน้อย คุณชื่ออะไร..." หลังจากที่มั่นใจว่าหลานสาวอยู่ใกล้ๆ ชายชราก็มองไปที่เย่เทียน แม้ว่าเมื่อครู่จะนอนอยู่บนพื้นดูเหมือนหมดสติ แต่สติสัมปชัญญะเขายังอยู่ครบ
"คุณตาครับ ผมชื่อเย่เทียนครับ แต่ว่าอาการของคุณคงต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดนะครับ" เย่เทียนมองชายชราด้วยความเป็ห่วง
เย่เทียนไม่อยากให้ทหารผ่านศึกที่สร้างผลงานมากมายต้องมานอนเ็ปอยู่บนเตียงคนไข้เพราะอาการาเ็เก่าๆ แต่ตอนนี้พลังของเขาหมดไป เขาทำอะไรไม่ได้เลย
...
"ฮือฮือ..."
เสียงฝีเท้าวิ่งดังมา คนชุดดำสิบกว่าคนประคองแพทย์วิ่งเข้ามา
"พ่อครับ หนานหนาน พวกคุณเป็อะไรไหมครับ?"
"ไม่เป็ไร ทำไมต้องทำเื่ใหญ่ขนาดนี้ด้วย?" ชายชราไม่พอใจที่ลูกชายทำเื่ใหญ่ขนาดนี้
การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ คือหลักการของชายชรา
"พ่อครับ อย่าพูดถึงเื่พวกนี้เลยครับ ขึ้นรถก่อน ให้หมอดูตรวจร่างกายให้พ่อก่อนครับ"
ชายวัยสี่สิบกว่าปีที่ดูน่าเกรงขาม สั่งให้คนประคองชายชราขึ้นรถตู้อย่างรวดเร็ว แล้วขับเข้าไปในสวนสาธารณะ
"พี่เย่เทียนคะ หนูชื่อเซี่ยหนานหนาน ขอบคุณที่ช่วยคุณปู่นะคะ"
เด็กหญิงพูดกับเย่เทียนก่อนที่จะขึ้นรถ
...
"น้องชาย ผมชื่อเซี่ยจวิน ขอบคุณครับ มีอะไรโทรมาได้เลยนะครับ"
"วันนี้ผมคงไม่ทันได้ตอบแทนอะไรคุณ ขออภัยด้วยนะครับ"
หลังจากยื่นนามบัตรให้เย่เทียนสองใบ เขาก็รีบขึ้นรถแล้วขับออกไป
ใบหนึ่งเป็นามบัตร
"เซี่ยจวิน ประธานกลุ่มบริษัทเซินหลาน มีหมายเลขโทรศัพท์อยู่ข้างล่าง"
เย่เทียนเคยได้ยินเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทนี้ กลุ่มบริษัทนี้มีส่วนร่วมในธุรกิจต่างๆ มากมาย ั้แ่ธุรกิจอวกาศไปจนถึงน็อตและสกรู
อีกใบเป็บัตรเดบิตสีดำของธนาคาร(ICBC) ที่สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้สิบล้าน
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่แล้ว เมื่อรู้ตัวอีกทีรอบๆ สวนสาธารณะก็ค่อยๆ ถูกความมืดมิดกลืนกิน
เย่เทียนเก็บนามบัตรทั้งสองใบใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนเดินหายเข้าไปในความมืดมิด เหลือไว้เพียงกลุ่มควันที่ยังไม่จางหายไปในอากาศ
…………………………