ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 แม่ลูกนอนด้วยกัน

            แสงสว่างที่ส่องลอดผ่านลายฉลุบนกรอบหน้าต่างเข้ามาให้เห็นเป็นแสงสว่างแต้มเป็นจุดเล็กๆเสียงนกร้องจิ๊บๆ อยู่ด้านนอกหน้าต่างราวกับมารดาที่กำลังร้องเรียกลูกนก

            บนเตียงไม้กฤษณาสองแม่ลูกนอนกอดกันใบหน้างดงามและอ่อนโยนหนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ ราวกับเรื่องราวของโลกภายนอกล้วนไม่สำคัญ

            เมื่อเซวียนหยวนเช่อผลักประตูก้าวเข้ามาในห้อง ภาพที่เขาเห็นคือภาพนี้ในใจบังเกิดความรู้สึกอุ่นซ่านชนิดหนึ่งที่ไหลบ่าเข้ามากระแทกหัวใจแล้วแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง

            เขาอธิบายไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกอย่างไร แต่เป็นความรู้สึกที่ยากแก่การต้านทานเพียงนี้!

            เขาเดินเข้าไปด้านหน้าเตียงนอนทีละก้าว แสงสว่างจางๆของรุ่งอรุณลอดผ่านหน้าต่างสะท้อนลงบนแก้มขาวนวลเนียนราวกับหิมะของเฟิ่งเฉี่ยนทำให้ผิวของนางแทบจะโปร่งแสงได้ ยิ่งขับให้องคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าของนางโดดเด่นขึ้นอีก

            นางมีดวงตาตรึงใจคนคู่หนึ่ง บางครั้งเจ้าเล่ห์บางครั้งเย็นชาแต่เมื่อนางหลับตาลงความงดงามของนางกลับไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยกลับมีความสงบและอ่อนหวานเพิ่มขึ้นมา ขนตางอนถี่นั้นกระพริบเบาๆริมฝีปากสีผลอิงที่อยู่ใต้สันจมูกเล็กๆ นั้นดูเย้ายวนและนุ่มนิ่มเป็นพิเศษ

            เขายื่นมือออกไปสัมผัสริมฝีปากสีผลอิงของนางโดยไม่รู้สึกตัววินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสถูกริมฝีปากของนาง ไท่จื่อน้อยร้องฮื้อฮ้าเบาๆเมื่อพลิกตัว ทำให้เขาได้สติ

            เขาก้าวถอยหลังอย่างตระหนก!

            เขาเป็นอะไรไป

            เหตุใดจึงเหมือนกับต้องมนต์ ควบคุมตนเองไม่ได้

            เฟิ่งเฉี่ยนพลิกตัวในตอนนี้เองผ้าห่มที่คลุมอยู่บนร่างของสองแม่ลูกจึงเลื่อนไหลตกลงมาบนพื้น

            เซวียนหยวนเช่อยื่นมือออกไปรับผ้าห่มมองท่าทางการนอนของสองแม่ลูกที่สบายใจเฉิบนั้นแล้วหัวเราะเบาๆความอบอุ่นอ่อนโยนระคนรักและเอ็นดูที่กระทั่งเขาเองไม่เคยรู้สึกมาก่อนพาดผ่านดวงตาเขาห่มผ้าให้สองแม่ลูกด้วยท่าทีเบามือเบาไม้ หลังจากจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ

            ขณะที่ประตูปิดกลับไปนั้นเฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกตัวตื่นแล้วนางลืมตาขึ้นและหันมองอย่างสะลึมสะลือ พบว่าภายในห้องไม่มีใครแม้แต่คนเดียว

            หรือนางรู้สึกไปเอง

            เฟิ่งเฉี่ยนเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วกระโดดลงจากเตียงเดินไปหยุดข้างโต๊ะรินน้ำชาใส่ถ้วย

            เมื่อน้ำชาสัมผัสกับริมฝีปาก นางชะงักงันและเม้มริมฝีปาก

            น่าแปลก นางรู้สึกรางๆ ว่ามีคนสัมผัสริมฝีปากของนางคนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีเหลืองสว่าง ชัดเจนว่าเป็นเซวียนหยวนเช่อ

            เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!

            นางส่ายหน้าหวือ ไม่มีทางเป็นเขาเด็ดขาด!

            คนเย็นชาเช่นเขา เย็นชาสุดขั้ว ไหนเลยจะทำเรื่องอ่อนโยนเช่นนั้นกับนางได้

            แต่พูดอีกทีต่อให้เป็นเขาแล้วอย่างไรเล่า

            ช้าเร็วนางก็ต้องไปจากวังหลวงแห่งนี้พวกเขาทั้งสองคนเหมือนเดินอยู่บนเส้นขนาน ไม่มีทางมาร่วมทางกันได้ตลอดกาล!

            ต่อให้มีความรู้สึกดีๆ ต่อกันบางครั้งก็เป็นเพียงความรู้สึกที่คิดไปเองเท่านั้น!

            ระหว่างที่เฟิ่งเฉี่ยนส่ายหน้าทอดถอนใจ ไท่จื่อน้อยตื่นแล้วเช่นกันเขานั่งขยี้ดวงตาบนเตียงนอนด้วยท่าทีของคนเพิ่งตื่น

            “เสด็จแม่!”

            เฟิ่งเฉี่ยนหันไปมองเขา “เย่เอ๋อร์ รีบลุกขึ้นเสด็จแม่ส่งเจ้าไปเรียน”

            ไท่จื่อน้อยผลัดอาภรณ์เป็นเสื้อคลุมผ้าแพรสีเงินยวงบนศีรษะสวมหยกครอบผมประดับด้วยไข่มุกทะเลเหนือผิวพรรณขาวผ่องของเขานุ่มเด้งราวกับเปลือกไข่สองข้างแก้มอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเนื้อราวกับเด็กทารก น่ารักที่สุดอีกทั้งยังมีขนตาที่ดกราวกับแปรงน้อยๆ ดวงตาดำขลับที่เปล่งประกายสดใสอยู่เสมอ

            เฟิ่งเฉี่ยนเห็นบุตรชายที่โขกเซวียนหยวนเช่อออกมาราวกับพิมพ์ยิ่งมองยิ่งภาคภูมิใจ จึงกางมือออกไปบีบและขยี้แก้มของเขาอย่างทนไม่ได้ “บุตรชายของข้าไฉนจึงหล่อเหลาปานนี้นะ”

            ไท่จื่อน้อยถูกนางบีบแก้มจนต้องถอนใจอย่างจนปัญญา “เสด็จแม่อย่าทำกับเย่เอ๋อร์เช่นนี้ได้หรือไม่ คนที่ไม่รู้จะเข้าใจว่านอกจากหล่อเหลาแล้วลูกไม่มีความโดดเด่นด้านอื่นเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            “อุ๊ย...” ถูกบุตรชายพูดใส่เช่นนี้ เฟิ่งเฉี่ยนงงงัน

            เฟิ่งเฉี่ยนจูงมือบุตรชายมาถึงหน้าห้องเรียน เห็นเด็กชายสองคนเดินมาแต่ไกลคนหนึ่งสวมชุดฝึกยุทธ์ อีกคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินบนตัวของพวกเขามีกระเป๋าหนังสือใบเล็กใบหนึ่ง แต่ละคนราวกับรูปปั้นแกะสลักตัวน้อย

            เมื่อเดินเข้ามาใกล้ คนทั้งสองประสานมือเป็นหมัดคารวะไท่จื่อน้อย “ลั่วเฟิง (ซิงกู่) ถวายบังคมไท่จื่อน้อยพ่ะย่ะค่ะ!”

            อย่าดูว่าเด็กทั้งสองยังเล็ก อายุราวๆ ห้าหกขวบแต่กิริยามารยาทนั้นกลับไร้ที่ติ

            มือเล็กๆ ของไท่จื่อน้อยโบกขึ้น “ลุกขึ้น”

            คนทั้งสามทักทายกันด้วยมารยาทของขุนนางและกษัตริย์ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ทว่านาทีถัดมาคนทั้งสามก็จับมือกันอย่างเบิกบานใจพร้อมกับส่งเสียงสนทนาเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด

            “การบ้านของเมื่อวาน พวกเจ้าทบทวนแล้วหรือไม่”

            “ข้าให้พี่ชายสอนแล้ว เขาช่างเป็นคนโง่เขลา ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นศิลปะการเดินหมากยังสู้ข้าไม่ได้”

            “บิดาข้างานยุ่งมาก เขาไม่มีเวลาสอนข้า จึงโยนตำราการเดินหมากมาให้ข้าเล่มหนึ่งให้ข้าเรียนรู้ด้วยตนเอง มีตัวอักษรหลายตัวที่ข้าไม่รู้จัก”

            “ไท่จื่อ พระองค์เล่า”

            “เมื่อวานเสด็จพ่อเดินหมากเป็นเพื่อนข้ายังสอนเคล็ดลับการเดินหมากให้ข้าตั้งมากมาย”

            “น่าอิจฉาเหลือเกิน”

            “ได้ยินว่าศิลปะการเดินหมากของฝ่าบาทนั้นอยู่ในระดับยอดฝีมือ”

            “เช่นนี้แล้วหานไท่ฟู่คงไม่ได้ตีมือพระองค์แล้ว”

            “....”

            เฟิ่งเฉี่ยนก้มหน้ามองเจ้าก้อนแป้งน้อยสามคนสนทนากันเจ้าประโยคหนึ่งข้าประโยคหนึ่งที่แท้เด็กสองคนนี้ก็คือลั่วเฟิงและซิงกู่ที่บุตรชายเอ่ยถึงนั่นเองมองดูเด็กชายที่อยู่ในชุดฝึกยุทธ์ คิ้วและดวงตามีส่วนคล้ายคลึงลั่วหยิ่งหลายส่วนอีกทั้งยังมาจากสกุลลั่วเหมือนกันคาดว่าพี่ชายผู้โง่เขลาที่เขากล่าวถึงก็คือลั่วหยิ่งกระมัง

            น่ารักจริงๆ!

            คิดแล้วนางก็หัวเราะออกมาด้วยอดไม่ได้

            เจ้าก้อนแป้งน้อยสองคนเงยหน้ามองมาอย่างประหลาดใจ

            ลั่วเฟิงถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “องค์ไท่จื่อนางเป็นใครกันพ่ะย่ะค่ะ”

            ไท่จื่อยิ้มจนดวงตาโค้งลง “นางก็คือเสด็จแม่ของข้า”

            ลั่วเฟิงใช้สายตาแก่แดดของเขามองนางประเมินขึ้นๆ ลงๆ “นางก็คือฮองเฮาหรือ”

            ซิงกู่เบิกตากว้างตะลึงงัน “ฮองเฮา?”

            เห็นสีหน้าท่าทางประหลาดใจของเด็กน้อยสองคนแล้วเฟิ่งเฉี่ยนจึงหยอกเย้าพวกเขา นางโน้มตัวลงยิ้มกับพวกเขา “สหายน้อยสองคนคงไม่เคยพบท่านน้าที่งดงามและอ่อนเยาว์เช่นข้ามาก่อนกระมัง”

            เจ้าก้อนแป้งน้อยสองคนใช้สายตาประหลาดมองมาทางนางอึดใจหนึ่งลั่วเฟิงพูดขึ้นก่อนว่า “องค์ไท่จื่อ เวลาไม่เช้าแล้วพวกเรารีบไปเข้าเรียนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

            ซิงกู่พยักหน้า “ถูกต้องแล้วหานไท่ฟู่ไม่ชอบนักเรียนที่มาสายที่สุด”

            ไท่จื่อน้อยโบกมือให้เฟิ่งเฉี่ยน “เสด็จแม่ เช่นนั้นพวกเราไปเข้าเรียนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

            พูดแล้วมือเล็กๆ ของคนทั้งสามก็จับจูงกันเดินไป

            “โอ๊ะ...” นางถูกมองข้ามไปอย่างนี้เอง

            เฟิ่งเฉี่ยนยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วตะโกนใส่พวกเขา “นี่ๆผีน้อยเช่นพวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน มีมารยาทหรือไม่”

            คนทั้งสามทำเหมือนกับไม่ได้ยิน เดินเข้าไปในห้องเรียน

            เฟิ่งเฉี่ยนพลันหัวเราะออกมา “เจ้าผีน้อยเป็นตัวของตัวเองไม่น้อย!”

            ข้างกายบุตรชายมีสหายสองคนนี้เป็นเพื่อน นางรู้สึกวางใจแล้ว

            หมุนตัวกลับมาคิดจะกลับตำหนัก ใครเลยจะรู้ว่าจะชนกับใครบางคน

            เมื่อเกิดการปะทะกัน กระดานหมากในมือของอีกฝ่ายจึงร่วงลงสู่พื้นตัวหมากที่ทำมาจากหินหยกร่วงลงบนพื้นดังเพี๊ยะๆยังมีกระดานหมากที่ทำมาจากหยกขาวอันนั้นก็หล่นลงบนพื้นจนเกิดเป็นรอยร้าวตามแนวยาวตรงกลางกระดาน

            เฟิ่งเฉี่ยนตะลึงงัน

            อีกฝ่ายเป็นผู้อาวุโสมีเส้นผมสีเงินยวงและเคราขาวโพลนอายุประมาณหกสิบกว่าๆ เส้นผมหงอกขาวทว่าใบหน้ามีเลือดฝาด ที่ตอนนี้มีสีหน้าตกตะลึงเขายอบกายลงไปเก็บกระดานหมากขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา “กระดานหมากของข้ากระดานหมากของข้า!”

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808