ตอนที่49.สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรก
ในทะเลจิติญญา…
ร่างิญญาสีทองฤทธากำลังนอน ลอยไปลอยมาอยู่ในทะเลิญญา
“ฤทธาถ้าเ้าถึงระดับเจ็ด มโนสำนึกและเจตจำนงในิญญาของข้าจะหลอมรวมเข้ากับเ้า ทีนี้ข้าจะช่วยเ้าได้มากกว่าตอนนี้ ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถช่วยจัดเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิงของเ้าได้” ไค่หยงบอกฤทธา
“แล้วปู่จะช่วยข้ายังไงหรือครับ” ฤทธาสงสัย
“เ้าเคยแบบ จะนึกอะไรสักอย่างต้องใช้เวลาคิดสักพักหนึ่งถึงนึกออกหรือเปล่า”
ไค่หยงถาม
“ก็เคยนะบางที เหมือนมันจะนึกออก แต่ติดอะไรสักอย่าง” ฤทธาทบทวนความจำ
“นั่นแหละ ข้าสามารถช่วยให้เ้านึกออกได้ทันที แถมถ้าเ้าเคยอ่านข้อมูลอะไรผ่านตา เ้าสามารถให้ข้าช่วยค้นหาให้ได้ทันที เหมือนเ้ามีสองสมองในคนเดียว”
ไค่หยงอธิบาย
“นั่นมันดีมากเลยนะครับปู่ ข้าละอยากรีบทะลวงระดับซะตอนนี้เลย” ฤทธารู้สึกมีไฟ
“ข้าไปฝึกในเจดีย์ก่อนนะครับปู่ ข้ากำลังมีไฟ” ฤทธาหายเข้าไปในเจดีย์
“เคล็ดเจดีย์กักขัง นี่คือเคล็ดที่ขังมหิงส์แดงไว้สินะ”
แล้วฤทธาก็เริ่มดูดซับ อักษรต่างๆ รอบผนังในเจดีย์ ลอยเข้าหัวฤทธาจนหมด เขาเริ่มนั่งบ่มเพาะ
“อันตราย!! มีคนเข้ามาในห้อง” จิตััของฤทธารู้สึกถึงอันตราย เขาจึงลืมตาขึ้นมา
พอเห็นชุดคลุม กับตราที่หน้าอก หน้ากากปิดครึ่งหน้า เหลือไว้แค่ คิ้วเข้มกับดวงตา
“ท่านพี่หลัวจิ้ง” ฤทธาวิ่งเข้าไปจับบ่า สำรวจดูอย่างไม่เชื่อสายตา
“ท่านมาได้อย่างไรครับ” ฤทธาถามอย่างดีใจ
ผู้สืบทอดหอิญญายุทธ์ ถอดผ้าคลุมและหน้ากากออก
“ข้ามาทำภารกิจ อาจารย์เลยฝากคำพูดกับจดหมายมาให้ แผนการกำลังจะเริ่ม หลังจากนี้อีกสี่ปี อย่าติดต่อกับหอิญญายุทธ์”
หลัวจิ้งกล่าวเสร็จก็ยื่นจดหมายให้
“ไม่ให้ติดต่อเลยเหรอ ถ้าข้าอยากขอความช่วยเหลือล่ะ”
ฤทธาถามด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย
“อาจารย์หมายถึง ในสายตาโลกภายนอกน่ะ ถ้าเ้ามีข้อความอะไร ก็เขียนแล้วทิ้งไว้ในห้องนี้ เอากระดาษยันต์เปล่าแปะไว้หน้าห้อง จะมีคนมาเอาไปเอง ถ้าทางเราจะส่งข้อความให้ เ้าก็จะได้มันเอง” หลัวจิ้งอธิบาย
ไม่ได้เกินความคาดเดาของฤทธา เขายื่นแผ่นโลหะให้หลัวจิ้ง
“จากนี้ห้องข้าจะวางค่ายกล ป้ายนี่จะช่วยให้เข้ามาได้ครับ” ฤทธาอธิบาย
“พวกเพื่อนเ้าตื่นกันแล้ว เ้าอ่านจดหมายไปก่อนเถอะ ไว้เสร็จภารกิจ ข้าจะมาหา” กล่าวเสร็จ หลัวจิ้งก็ออกไป
“ทวีปตะวันตกกำลังจะมีา หานเย่วจะาเ็ที่นั่น แผนที่บอกกำลังเริ่ม เ้าควรหาอาวุธสักอย่างไว้ใช้ อาวุธคือเครื่องทุ่นแรงอย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น มันจะช่วยเ้าได้มากในา ลองพิจารณาดู
ยอมให้ศัตรูเถลิงอำนาจ ถึงจะเห็นบางอย่างได้ชัดเจน จากนี้อีกสี่ปี เ้าจะต้องอดทน” ฤทธาเผาจดหมายกับเทียนในห้อง
ฤทธารีบไปประชุมทีมแสงเงา เปิดค่ายกลเก็บเสียง
“อีกไม่นาน ทวีปตะวันตกจะมีา อาจารย์ของพวกศิษย์พี่จะาเ็ อาจารย์ข้าจะให้รองเ้าสำนักเจี้ยนหรง ขึ้นเป็เ้าสำนัก ในสี่ปีกว่านี้ พวกเราห้ามติดต่อกับพวกหอิญญายุทธ์ แบบให้คนอื่นรู้น่ะนะ”
ฤทธาทำเสียงเบาลงใน่ท้าย
“เริ่มแล้วสินะ ข้ารู้ว่าจะถอนรากถอนโคน แต่เป้าหมายจริงๆ ของสี่ปีนี้คืออะไร”
จิมมี่ถาม ซูคิมกับเรโซ่พยักหน้าเห็นด้วยกับจิมมี่
ฤทธาหันหน้าไปทางประตู หันหลังให้ทีม เอามือไพล่หลัง
จิมมี่ ซูคิม และเรโซ่มองหน้ากัน แล้วถอนหายใจกับท่าทางเลียนแบบที่พวกเขาคุ้นเคย
“ยอมให้ศัตรูเถลิงอำนาจ ถึงจะเห็นได้ชัดเจน” ฤทธาทำเสียงใหญ่เข้ม พร้อมกับเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จุดที่เขายืน แสงภายนอกสว่างกว่าภายใน จึงเห็นแค่ร่างเงาสีดำ ยืนอยู่หน้าประตู
“หมายถึง ถ้าพวกนั้นได้อยู่ในอำนาจ พวกเราจะเห็นว่ามีใครบ้างใช่หรือไม่”
ซูคิม้า การขยายความ
“ข้าว่าไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ ในจดหมาย อาจารย์ข้าบอกว่า ในสี่ปีนี้ต้องอดทน ข้าว่าพวกเราอาจถูกกลั่นแกล้ง หรือกดขี่ต่างๆ นานา แต่ต้องอดทนไว้น่ะ ซึ่งข้าไม่ถนัดเลย”
ฤทธากล่าวอย่างกังวล
“ข้าก็อดทนไม่เก่ง” เรโซ่เสริม
“งั้นพวกเราต้องเตรียมรับมือั้แ่เนิ่นๆ”
จิมมี่พูดพร้อมกำลังใช้ความคิด
“เป้าหมายของพวกเรา คือเปลี่ยนแปลงา ช่วยมนุษย์จากาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใช่หรือไม่”
ฤทธาพูดพร้อม ขีดเส้นสองเส้นเป็แนวตั้งลงบนกระดาษ
“นี่คือเราตอนนี้ และนี่คือเป้าหมายของเรา สมมติว่าอีกสามสิบปี พวกเราถึงจะทำให้มันเป็จริงได้ ระหว่างทางนั้น เราต้องผ่านอะไรบ้าง”
ฤทธา วงจุดเริ่มต้นที่กระดาษ ลากไปจนถึงปลายกระดาษขณะตั้งคำถาม
ทั้งสามคนเข้าใจการยกตัวอย่างของฤทธาทันที เพราะมันเหมือนเื่ร้านข้างทาง ที่ฤทธาเคยเล่าให้ฟัง
“เราต้องผ่านร้านข้างทางอะไรบ้างสินะ” ซูคิมเริ่มเข้าใจ
“เปล่า ไม่ใช่ ข้าจะบอกว่าร้านไหนที่เราจะแวะต่างหาก”
ฤทธามองทั้งสามด้วยรอยยิ้ม
“เป้าหมายสิบปีแรกของเราคือ เมืองแสงเงา” ฤทธาเขียนลงบนกระดาษ
ทั้งสามคนตะลึงกับคำพูดฤทธา แต่รอฟังต่อว่าเขาจะว่าอย่างไรต่อไป
“แน่นอนว่าถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงา อย่างแรกคือเราต้องมีทีมรบแล้วเราก็ต้องยึดดินแดนที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมา แต่เื่นี้เอาไว้ก่อน ถอยลงมาเป็ ห้าปีแรกในทีมรบแต่ละคนต้องมีอาชีพ เราจะสร้างเมืองได้ ต้องมีอะไรบ้าง การทหาร การเมืองการปกครอง การค้า และหอคอยิญญายุทธ์ ใช่มั้ย พี่จิมมี่สนใจเื่ทหาร พี่ซูสนใจเื่การปกครอง อีกสามปีพวกศิษย์พี่จะจบการศึกษาด้วยตำแหน่งแม่ทัพและเ้าเมือง และถัดมาอีกปี เรโซ่ผู้อยากรวย จะมีอำนาจทางการเงินและการค้า ส่วนข้าจะมีสิทธิ์มีเสียงในหอิญญายุทธ์ หลังจากพวกเราจบ เราจะขึ้นทะเบียนเป็ทีมรบ
ถอยมาตอนนี้ก่อน เราจะเริ่มแผนการนี้อย่างไรดี”
ฤทธาลากเส้นบนกระดาษถอยมาจนใกล้จุดเริ่มต้น แล้วชี้พู่กันไปทางด้านจิมมี่ก่อนเลย
“ให้พี่จิมมี่ขึ้นเป็นายพันก่อนเลย พี่ซูข้าจะหาทางให้ท่านได้ไปช่วยงานองค์ชายใหญ่ เขาเก่ง ยิ่ง่เป็เ้าเมือง การได้เรียนรู้จากเขาน่าจะช่วยศิษย์พี่ได้ในอนาคต เอาแค่สองเื่นี้ก่อน พวกท่านคิดว่าไง”
ฤทธาถามความเห็นทุกคน
“เมืองแสงเงาหรือ ข้าไม่เคยจินตนาการถึงขั้นนั้นมาก่อน” เรโซ่รำพึง
“ข้าเคยคิดอยากสร้างกองทัพแสงเงา แต่ไม่คิดไกลขนาดนั้น”
จิมมี่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
“ข้าสนใจการเมืองการปกครองบ้างก็จริง ก็คิดไม่ไกลขนาดเ้า เอาสิ ว่าไงว่าตามกัน”
ซูคิมเห็นด้วยกับฤทธา
หนึ่งเดือนผ่านไป…
ระหว่างหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้น กองร้อยแสงเงา ก็เข้าเวรบนกำแพงบ้าง ลาดตระเวนรอบนอกบ้าง ดูแลเขตพื้นที่การเกษตรบ้าง ส่วนฤทธากับทีมนั้นออกสำรวจพื้นที่กับนิล ๆ และสัตว์พาหนะของแต่ละคน
โดยนิล ๆ บินสูงแล้วฉายแสงจากลูกแก้วเก็บแสง ในหลายพื้นที่ ทุกคนรวบรวมลูกแก้วที่แยกกันไปสำรวจ เอามาให้ฤทธา แล้วฤทธามานั่งทำงานในโรงสร้างอุปกรณ์ วันแล้ววันเล่า มีบางวันที่หลัวจิ้งแวะมาคุยด้วย แล้วเวลาก็ผ่าน...
...ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในโรงสร้างอุปกรณ์ กล่องแผนที่ของฤทธาก็สำเร็จ
ณ.สมาคมการค้าเมืองอี้หนาน
ที่ห้องประชุมสมาคมการค้า ฤทธายืนอยู่ในห้อง ล้อมรอบไปด้วยเหล่าห้าผู้าุโที่นั่งอยู่ในห้องนั้น
“จากรายงาน บอกว่าสิ่งประดิษฐ์นี้ จะช่วยมนุษย์ในาได้อย่างมาก ถ้าเป็เช่นนั้นจริง เ้าจะไม่เสียเปรียบให้ทางสมาคมการค้าแน่นอน ทางสมาคมเรายึดหลักการว่า การค้าที่จริงใจ คือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เอาล่ะเ้านำเสนอได้”
หัวหน้าผู้าุโ เสิน เกาจิ้งบอกกับฤทธา
ฤทธาเอากล่องแผนที่มาเปิด แสงสีน้ำเงินฉายวาบขึ้นมา มีขนาดเท่าโต๊ะดื่มชา ลอยอยู่เหนือกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องประชุม มันแสดงให้เห็นเมืองอี้หนาน และพื้นที่โดยรอบอีกกว้างไกล โดยลักษณะ เป็แสงสีน้ำเงินฉายออกมา แสดงถึงลักษณะสูงต่ำ และโครงสร้างคร่าวๆ ให้พอมองออกว่าอันไหนเป็อาคาร เป็ต้นไม้และูเา ในนั้นมีจุดแสงสว่างสีฟ้ากะพริบอยู่ช้าๆ พิจรณาดูแล้ว เหมือนเป็ในอาคารสำนักงานของสมาคม ที่พวกเขากำลังอยู่ตอนนี้
“นี่คือแผนที่ของเมืองอี้หนาน และบริเวณโดยรอบอีกสองร้อยกิโลเมตร จุดที่กะพริบอยู่นี่คือจุดที่ผมยืนอยู่ ถ้าผมเดินไปที่ไหน จุดนี้ก็เคลื่อนจะตามผมไป เพื่อบอกตำแหน่งว่าผมอยู่ตรงไหนของแผนที่ แน่นอนว่าแท้จริงแล้วมันแสดงตำแหน่งของกล่องนี่ต่างหาก”
ฤทธาอธิบายเสร็จ ก็ยื่นกล่องให้ผู้าุโเกาจิ้งไปพิจารณา
ในห้องประชุมมีเสียงฮือฮา แน่นอนว่าอยู่ในการคำนวณของฤทธาไว้แล้ว
จากสิ่งประดิษฐ์แผนที่ของทางสมาคมล่าสุด ที่ฤทธาได้มาจากต้าหวัง ไม่มีรายละเอียดเท่านี้
“ทิศที่จุดสีฟ้านั่นกะพริบ หัวของลูกศรเล็กๆ นั่นจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ เพื่อให้รู้ทิศทางที่แน่นอน” ฤทธาอธิบายเสริม
ผู้าุโเกาจิ้งลูบเครา
“ปรกติการพิจารณาสิ่งประดิษฐ์ พวกเราจะประชุมกันต่อ ว่าคุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนกับสิ่งประดิษฐ์เ่าั้ แต่กับสิ่งนี้ข้าตัดสินใจได้เลยว่าคุ้มแน่ๆ ใช่หรือไม่”
ผู้าุโเกา หันไปถามความเห็นคนอื่นๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
“พอเ้ามอบวิทยาการนี้ให้ทางเราเสร็จ เราจะไปพิจารณาค่าตอบแทนในสิทธิบัตรที่สำนักงานใหญ่ วันที่สี่จากวันนี้ ข้าจะกลับมาพร้อมหนังสืออย่างเป็ทางการของหัวหน้าสมาคม เอาล่ะเ้าพอเล่าความคิด และหลัการทำงานของมันคร่าวๆ ให้ข้าฟังได้หรือไม่ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ”
ผู้าุโเกา ซึ่งเป็นักประดิษฐ์คนหนึ่ง ทนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า ได้ขอรับผู้าุโ ข้าเอาความคิดของเรือหาปลา เข็มทิศและอักขระเวทผสานเข้าด้วยกันน่ะขอรับ” ฤทธาอธิบาย
“อืม…ถ้าข้าเดาไม่ผิด ถ้าเอากล่องนี่ไปเปิดที่เมืองอื่น ก็จะเห็นแค่เมืองอี้หนาน แต่ไม่เห็นจุดสีฟ้า ใช่หรือไม่”
ผู้าุโเกาสันนิษฐาน
“ใช่ขอรับ ผู้าุโ” ฤทธาตอบพร้อมกับคารวะด้วยความนับถือ
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป
สี่วันผ่านไป…
ที่ห้องประชุม ผู้าุโเสิน เกาจิ้งมากับผู้ช่วย และพนักงานอีกสามคน แล้วบอกกับฤทธาว่า
“ค่าสิทธิบัตรหนึ่งล้านศิลาิญญา พร้อมส่วนแบ่งยี่สิบเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย หลังหักภาษีแล้ว สองเดือนหลังจากนี้ แผนที่เมืองอี้หนาน และเมืองหน้าด่านอีกสามเมือง ของสามทวีปที่เหลือ จะวางขายพร้อมกัน อีกหกเดือนข้างหน้าจะวางขายแผนที่เมืองหลวง และเมืองอื่นๆ ไปเรื่อยๆ สินค้าเหล่านี้ล้วนอยู่ในลิขสิทธิ์ของเ้า นอกจากได้ชื่อว่าเป็สมาชิกในระดับเ้าของกิจการแล้ว ยังได้ป้ายนักประดิษฐ์ระดับดาราอีกด้วย และสุดท้าย อีกสองวันจะมีการมอบประกาศเกียรติคุณ โดยท่านเ้าเมือง”
ผู้าุโเกาจิ้งอ่านจบ ก็มอบใบสิทธิบัตรและหีบใส่ศิลาิญญาให้ฤทธา
“ผู้าุโครับ ใบประกาศเกียรติคุณนี้ มอบให้ในนามทีมแสงเงาได้หรือไม่ขอรับ เพราะทีมผมทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยกันมาน่ะขอรับ”
ฤทธาปรึกษาผู้าุโ
“ได้สิ ไม่มีปัญหาอะไร แล้วเื่ที่เคยมาปรึกษาที่นี่ เื่สร้างโรงประดิษฐ์กับเปิดร้านน่ะ สถานะของเ้าตอนนี้ ทำได้เลย แค่มาแจ้งเื่นี่ที่พอ ว่าจะทำที่ไหน”
ผู้าุโกล่าว พร้อมเดินออกไป
“ไม่คิดว่าค่าลิขสิทธิ์นี้จะมหาศาลขนาดนี้ หอการค้านี้น่านับถือจริงๆ” ฤทธาไม่คาดคิดว่าค่าลิขสิทธิ์จะสูงขนาดนี้ และยังมีส่วนแบ่งจากยอดขายอีก
ลานกิจกรรมกลางเมือง ในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ พอทุกคนเห็นตัวอย่างสินค้า ก็ฮือฮากันอย่างมาก ต่างคนต่างอยากได้ แต่ต้องรออีกสองเดือนถึงจะมีการวางขาย จากเื่นี้ทำให้ชื่อเสียงของทีมแสงเงาโด่งดังมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อมีคนจำได้ว่าไม่กี่ปีก่อน ทีมนี้คือทีมชนะเลิศของการแข่งสี่สำนัก ยิ่งทำให้ข่าวลือแพร่กระจายเป็วงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความหล่อของสี่หนุ่ม การพูดถึงในหมู่สาวๆ ลุกลามเร็วยิ่งกว่า ไฟลามทุ่ง
ณ.แค้มป์กองพันฝั่งตะวันตก
“ไอ้พวกทีมแสงเงา มันได้หน้าใหญ่โตเลยทีนี้ รอก่อนเถอะ องค์ชายรองบอกข้าว่าอีกไม่นาน จะให้ข้าไปช่วยที่ทวีปตะวันตก ข้าต้องสร้างผลงานให้ได้”
เซี่ยงหยางระบายอารมณ์หงุดหงิด หลังได้ข่าวทีมแสงเงา