เกิดใหม่ทั้งที ไม่เป็นคนดีแล้วนะโว้ย!

    บทที่ 13 : ปราการชั้นแรก

    หลังจากที่อาคุมุได้พูดคุยกับเรย์เล็กน้อย เขาก็พบว่าความในใจของเรย์นั้นมีมากมาย และทหารราบส่วนใหญ่ล้วนมีบางอย่างที่ไม่สามารถโต้ตอบหรือตอบกลับตามที่ควรจะเป็๲ได้เลยแม้แต่น้อย


    ‘ฉันคงไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะมันคือเ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวกับองค์จักรพรรดิอย่างแน่นอน... ช่องโหว่ของจักรพรรดิจะเปลี่ยนเป็๲ปราการที่แข็งแกร่งของฉัน ทหารราบนี่แหละจะเป็๲พันธมิตรกลุ่มแรก’


    นั่นคือสิ่งที่อาคุมุคิด โดยเขาจะอาศัยผลจากการที่อำนาจขององค์จักรพรรดินั้นมีมาก มากเสียจนกดขี่ข่มเหงทุกสิ่งอย่างและดันตัวเองขึ้นไปในจุดสูงสุด ซึ่งเขาจะทำให้เรย์และทหารราบในหน่วยของเรย์นั้นมาเป็๲พันธมิตร


    “ผมรู้นะครับว่าลุงเรย์หมายถึงอะไร... และผมก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่พวกคุณนั้นเจอคืออะไร แค่ได้ยินจากลุงเรย์เพียงไม่กี่ประโยคผมก็กระจ่างแล้วล่ะครับ” อาคุมุพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบและใบหน้าที่จริงจัง ซึ่งเมื่อเรย์และนายทหารคนอื่น ๆ ในรถม้าได้ยินต่างก็แปลกใจพร้อมกับมองหน้ากันอีกครั้ง


    “เฮ้ย! ฉันว่ามันจะมากเกินไปแล้วนะโว้ย ๻ั้๹แ๻่ที่พวกเราไปหาแกโดยที่แกอยู่ในป่าคนเดียวตอนกลางคืน ตอนที่กำลังเดินมาขึ้นรถม้าแกก็ไปเดินอยู่ข้างหลัง ทั้งยังทำอวดเก่งใส่หัวหน้าหรือพูดอะไรแปลก ๆ ที่เหมือนแกไปดูหนังแล้วจำมา แกคิดว่าแกเป็๲ผู้ใหญ่แล้วหรือไง ตอนนี้แกจะอายุเท่าไหร่กันเชียว?”


    ได้มีนายทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินมาอยู่ตรงหน้าอาคุมุ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาอยากจะพูดอะไรกับอาคุมุหลายครั้งแล้ว๻ั้๹แ๻่ตอนที่เดินมายังรถม้า เขาพูดโดยที่ไม่สนเลยว่ามีใครบ้างนั่งอยู่ตรงนั้น


    “หุบปากไปซะ! อย่าเพิ่งตัดสินอะไรเด็กคนนี้มากนัก ถึงแม้ที่นายพูดมามันจะใช่อยู่บ้างก็เถอะ ทั้งยังเด็กแต่คำพูดค่อนข้างมีชั้นเชิง แต่ฉันรู้สึกว่าเขาดูไม่ใช่เด็กทั่ว ๆ ไป” ทันทีที่เรย์ตอบกลับไป ทหารคนนั้นจึงกลับเข้าที่และนั่งอยู่ดังเดิม โดยที่สีหน้าท่าทางของเขาก็ยังคงไม่ต้อนรับอาคุมุสักเท่าไร


    “นี่เ๽้าหนู ไอ้สิ่งที่นายพูดมาน่ะหมายความว่าอะไรงั้นเหรอ?” เรย์กล่าวถามอาคุมุ


    แน่นอนว่าสิ่งที่อาคุมุรออยู่ก็คือคำถามนี้จากผู้ที่เป็๲หัวหน้าอย่างเรย์ ไม่ใช่การโดนจับผิดหลังจากที่เขาได้พูดอะไรบางอย่างออกไป ซึ่งมันก็เป็๲ไปตามที่เขาคิดไว้


    “ถ้าให้ผมพูดตรง ๆ เลยคงจะไม่เป็๲ผลดีกับพวกคุณสักเท่าไหร่ ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ลุงเรย์และทุกคนประสบพบเจอมาคืออะไร เอาเป็๲ว่าผมสามารถช่วยทหารราบได้ครับ”


    “อืม... ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายพูดจริงหรือเปล่า แต่ดูจากรูปการณ์ในตอนนี้แล้วฉันว่าควรจะเชื่อคำพูดของนายน่ะนะเ๽้าหนู” เรย์ตอบกลับไป ซึ่งนั่นทำให้ทหารหนุ่มทั้งหลายในรถม้าต่างก็พากัน๻๠ใ๽ไปตาม ๆ กัน ไม่คิดไม่ฝันว่าหัวหน้าของตนนั้นจะเชื่อคำพูดของเด็กคนนี้


    “หัวหน้าครับ?! จะดีเหรอครับ?” นายทหารคนหนึ่งเอ่ยปากถาม


    “ฟังเขาก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่” ว่าแล้วเรย์ก็มองเข้าไปยังดวงตาของอาคุมุ ราวกับว่ากำลังเตรียมการพิจารณาคำพูดของเขาผ่านแววตานั่น


    “ที่ผมพยายามจะสื่อก็คือ... ลุงเรย์และทหารราบหน่วยที่ 7 ต้องเป็๲พันธมิตรกับผม.. โดยที่อยู่ภายใต้การนำทัพของผมทั้งหมด” อาคุมุพูดจบก็ได้มีการตอบรับอันรุนแรงจากทหารหนุ่มทั้งหลาย โดยที่เรย์นั้นยังไม่ได้เอ่ยปากพูด


    “เหิมเกริมชะมัด! นี่แกบ้าไปแล้วเหรอวะ?!”


    “ไม่ได้นะหัวหน้า! เด็กนี่จะมีความสามารถอะไรที่จะมาบัญชาการล่ะครับ?”


    “เด็กอย่างแกเนี่ยนะจะเล่นใหญ่มาขอให้หัวหน้าพวกฉันเป็๲ลูกน้อง? จะเล่นอะไรก็ให้มันอยู่ในขอบเขตบ้างสิโว้ย!!”


    ...


    ทหารในรถม้าต่างพากันพูดเป็๲เสียงเดียวกันว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะเชื่อคำพูดของอาคุมุ


    ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะคนที่อาคุมุคาดหวังคำตอบไว้ก็คือผู้เป็๲หัวหน้าอย่างเรย์ ถ้าคำตอบของเขาคนเดียวคือตกลงก็เป็๲อันสำเร็จลุล่วงในขั้นแรก


    โดยทางด้านของเรย์นั้นยังคงไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมา เขานั่งนิ่งประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันและกำไว้แน่น ซึ่งในตอนนี้เขากำลังคิดอย่างถี่ถ้วนและละเอียดรอบคอบมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพราะสิ่งที่อาคุมุพูดออกมานั้นมันดูเป็๲สิ่งที่น่าเชื่อถือ ถึงแม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าอาคุมุพูดความจริงหรือเปล่า ทั้งยังเป็๲เด็กที่พูดอะไรซับซ้อนเกินอายุไปเยอะ แต่จากที่เขารู้สึกได้นั้นทำให้เขาเชื่อมั่นในเด็กคนนี้อย่างมาก


    เหล่าทหารทั้งหลายต่างพากันรอคอยคำตอบที่จะออกมาจากปากของเรย์ และแน่นอนพวกเขามีความคาดหวังเป็๲อย่างมากว่าหัวหน้าของพวกเขานั้นจะไม่คล้อยตามคำพูดของอาคุมุ เพราะถ้าเรย์ตัดสินใจไปแล้ว ทุกคนในหน่วยก็ต้องปฏิบัติตามโดยที่ไม่สามารถเลี่ยงได้แม้แต่น้อย


    “ผลประโยชน์ได้รับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็๲... ผมไม่พูดแล้วกัน ยังไงก็คิดให้ถี่ถ้วนนะครับ เพราะผมแค่อยากจะช่วย ถ้าไม่รับข้อเสนอก็ถือว่าเราไม่เคยคุยกันในเ๱ื่๵๹นี้”


    แน่นอนว่าหากอาคุมุไม่สามารถดึงทหารราบกลุ่มนี้มาเป็๲พันธมิตรได้ เขาก็ยังคงมีผู้ที่เปรียบเสมือนกับพันธมิตรในจักรวรรดิที่มีอำนาจมากกว่าหลายเท่า ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ใช่ก็ตาม แต่ถ้าเขาสามารถทำให้ทหารราบกลุ่มนี้เป็๲พันธมิตรได้ และยังสามารถทำให้เรย์เชื่อใจได้อีก นั่นจะทำให้เขาได้กำไรเป็๲เท่าตัว


    ซึ่งถ้าอาคุมุทำสำเร็จ การเข้าเมืองใหญ่ก็จะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ง่ายขึ้นถึงแม้๻ั้๹แ๻่เริ่มต้นเขาจะไม่รู้ก็ตามว่ารถม้านี่จะมุ่งหน้าไปที่ไหน แต่ด้วยความที่เขามากับทหารก็ต้องมีวิธีการสักอย่างหนึ่งเป็๲แน่แท้ 


    ‘เชื่อใจฉันทีเถอะ ขอล่ะ...’


    ถ้าหากว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็๲ไปตามแผนที่เขาได้วางไว้ เขาก็จะสามารถหาที่ตั้งหลักปักฐานได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงมีเวลาในการคิดสิ่งที่จะทำต่อไปมากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็ต้องคิดอย่างถี่ถ้วนในการที่จะเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง


    “ฮะ ฮ่า! ฉันยอมใจนายจริง ๆ นะเ๽้าหนู... เอาล่ะ! ฉันและทหารราบฝ่ายนอกหน่วยที่ 7 จะร่วมมือเป็๲พันธมิตรกับนาย” เรย์พูดพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของอาคุมุ ถือเป็๲สัญญาพันธมิตรกัน


    “ขอบคุณที่เชื่อใจผม”


    “แต่ว่าหัวหน้า...” และเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติที่จะมีคนแย้งขึ้นมาในทันที ซึ่งเรย์ก็ตอบกลับไปในทันทีเช่นกัน


    “ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว! ฉันคิดว่านี่คือทางที่ดีที่สุด ฉันก็จะเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับเราทุกคน พวกนายจงเชื่อมั่นในความคิดฉัน! และจงเชื่อมั่นในตัวเขา” เมื่อเรย์พูดจบ ทหารทั้งหลายต่างเปลี่ยนมุมมองและความคิดไปบ้าง แต่แน่นอนว่ายังคงไม่เชื่อมั่นในตัวของอาคุมุมากนัก... 


    ถึงแม้จะเป็๲อย่างนั้นก็ตามแต่อาคุมุก็ได้มีพรรคพวกเพิ่มแล้ว เขาทำสำเร็จ! เท่ากับว่าอาคุมุมีกลุ่มคนที่เปรียบเสมือนป้อมปราการชั้นแรกของเขาแล้ว และนี่อาจจะเป็๲ผลดีต่อตัวของเขาในอนาคตก็เป็๲ได้