บทที่ 3 ไม่เลว
เมื่อมองดูขาทั้งสองข้างของตนเองที่สั่นเทาอยู่ท่ามกลางสายลม เฉินเถียนเถียนก็ยังไม่คิดจะวิ่งออกไปทั้งที่เปลือยกายเช่นนี้ นางแอบหยิบเชือกที่ใช้มัดตัวนางเมื่อครู่ติดมือมาแล้วซ่อนตัวอยู่หลังฉากบังลม รอชิวเอ๋อร์คนนั้นนำชุดเข้ามา
เมื่อครู่นางสังเกตอย่างละเอียด มองชิวเอ๋อร์สาวใช้ใหม่อีกครั้ง มือของชิวเอ๋อร์มีตาปลา คงจะทำงานหนักก่อนจะมาเป็สาวใช้ในจวนหลี่แน่ และยังมีความระแวดระวังสูงอย่างเห็นได้ชัด นี่ไม่เหมือนกับสาวใช้คนเมื่อครู่เลย หากจะหนีจากมือนาง ทั้งยังต้องไม่ให้ใครรู้ตัวอีก ต้องใช้ความคิดพอสมควรเลยทีเดียว
ชิวเอ๋อร์ถือเสื้อผ้าไว้ในมือ กลัวว่ามือหยาบกร้านของตนจะทำให้ชุดนอนผ้าไหมที่ตัดเย็บอย่างประณีตเป็รอยขีดข่วน นางจึงต้องใช้หลังมือรองรับไว้ แต่พอนางเดินมาถึงด้านข้างของฉากบังตา จู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกต่อไป ไม่นานร่างของนางก็ล้มลงไป
เฉินเถียนเถียนประคองตัว ชิวเอ๋อร์ไว้ได้ทัน เพราะกลัวว่าถ้านางตื่นขึ้นมาจะทำให้ตนเองเสียเวลา จึงใช้เชือกที่เคยมัดตัวเองมามัดชิวเอ๋อร์เอาไว้ เฉินเถียนเถียนมองชุดผ้าไหมในมือ เหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้นางจะไม่ใช่คนโบราณที่เกิดและเติบโตมาในยุคนี้ แต่ก็รู้ว่าถ้าใส่ชุดแบบนี้เดินออกไปข้างนอก กลัวว่าคนข้างนอกที่มองมาจะน้ำลายไหลจนนางจมน้ำตายแน่ ๆ
เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้ว อากาศหนาวขนาดนี้ไม่ใส่อะไรเลย… พอเลิกคิด อย่างไรก็ต้องใส่อยู่ดี นางใช้ผ้าฝ้ายที่เช็ดตัวพันหน้าอกและสะโพกซึ่งเป็จุดสำคัญของนางเอาไว้ จากนั้นก็สวมทับด้วยชุดนอนที่เกือบจะโปร่งใสชุดนี้ เอาละ อย่างน้อยก็มีความมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
นางเข้าไปใกล้อ่างอาบน้ำ อยากจะมองผ่านผิวน้ำ สังเกตรูปร่างหน้าตาของตนเองสักหน่อย เอาเถอะ ถือว่านางได้ประโยชน์แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่พ่อของร่างนี้ จะเอาลูกตนเองมาเป็ของกำนัล ที่จริงร่างเก่านางรูปร่างหน้าตาก็พอดูได้อยู่หรอก…
แต่นี่นับว่างามพอที่จะทำให้แผ่นดินล่มสลายได้เลยทีเดียวเฉินเถียนเถียนหลงใหลภาพสะท้อนในน้ำของตนเอง ถึงแม้จะผอมบางไปบ้างเพราะขาดสารอาหาร เรือนผมก็เหลืองแห้งเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามเมื่ออายุมาถึงส่วนที่ควรจะมีก็มีครบ
แม้แต่สาวงามที่เฉินเถียนเถียนเคยเห็นมามากมายในยุคสมัยใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมืุ์ หากผู้หญิงเ่าั้มาเห็นใบหน้าของนางในเวลานี้ กลัวว่าก็คงจะอายอยู่บ้างเป็แน่ คิ้วและตาเพิ่มอีกนิดก็มากไป ลดลงอีกนิดก็น้อยไป ที่มีอยู่ถือว่าพอดีแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ ใบหน้านี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับดอกบัวขาวที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์ชาติก่อน คิดว่าใบหน้านี้กำลังจะเป็ของตัวเองทั้งหมดเฉินเถียนเถียนก็รู้สึกยินดีอยู่บ้าง ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเป็ตำรวจสาว แต่นั่นก็เป็เพียงเพราะความโดดเด่นท่ามกลางพวกผู้ชายเท่านั้น ตอนนี้สิถึงจะเรียกได้ว่าเป็ตำรวจสาวอย่างแท้จริง
เพราะใช้เวลากับใบหน้าของตัวเองมากเกินไป ทางด้านหลี่ซื่อหัวนั้นก็เริ่มหมดความอดทนแล้ว ส่งคนมาะโเรียกชิวเอ๋อร์อยู่ข้างนอกเสียงดัง ส่วนชิวเอ๋อร์ก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้ว และคงจะตื่นในไม่ช้า โอ๊ย! ตำรวจสาวผู้สง่างามถูกความงามของตัวเองทำให้เสียการ ช่างน่าอับอายเสียจริง แต่ก็ถือว่าเป็ความจริงแหละนะ ด้วยความร้อนรน เฉินเถียนเถียนจึงได้แต่เดินไปใกล้ทางออกเดียวที่เหลืออยู่นั่นก็คือหน้าต่าง
ใครจะรู้ว่านางจะเผลอไปเหยียบน้ำที่อยู่บนพื้นเซถอยหลังจนหงายหลังเสียได้ ด้วยความในางจึงคว้าฉากบังตาโดยสัญชาตญาณ หวังจะหยุดแรงที่จะทำให้ตัวเองล้มลง ทว่าฉากบังตาไม่มีแรงพอจะค้ำจุนตัวนางได้เลย กลับกระแทกลงมาใส่ตัวนางอย่างจัง ครั้งนี้กลัวว่าคงต้องข้ามมิติกลับไปอีกแล้วกระมัง ถ้าเป็เช่นนั้นก็คงดี สำหรับสังคมศักดินาอันชั่วร้ายนี้ เฉินเถียนเถียนก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีที่จะอยู่ที่นี่ั้แ่แรกแล้ว กลับไปก็ดีเหมือนกัน ความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นในใจของเฉินเถียนเถียน นางจมดิ่งสู่ความมืดมิดไปแล้ว เสียงฉากบังตาล้มลงในที่สุดก็ปลุกคนรอบข้างให้ตื่นตระหนกและปลุกสาวใช้สองคนที่นอนอยู่ข้างในนี้ให้ตื่นขึ้นมาด้วย
ชิวเอ๋อร์ดิ้นรนสองสามครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเชือกที่มัดแ่า ชุนเอ๋อร์ที่นอนอยู่บนพื้นในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนพลางลูบคอที่ปวดแปลบ เื่นี้แพร่ไปถึงหูของหลี่ซื่อหัวอย่างรวดเร็วหญิงสาวคนนี้น่าสนใจจริง ๆ ถึงกับหนีออกจากตระกูลหลี่ได้ นานแล้วที่ข้าไม่ได้เจอคนที่น่าสนใจเช่นนี้ หลี่ซื่อหัวมองห้องอาบน้ำที่เละเทะอย่างครุ่นคิด ข้างฉากกั้นหยกที่แตกละเอียด ยังมีรอยเท้าสะเปะสะปะอยู่รอบ ๆ แม้กระทั่งรอยลื่นล้มนั่น คงเป็หญิงสาวคนนั้นแน่ ตอนที่รีบหนีออกไปคงลื่นล้มโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ นางจะหนีไปที่ไหนได้
หลี่ซื่อหัวโบกมือ เหมือนจะละเว้นโทษให้สองสาวใช้ที่คุกเข่าขออภัยต่อหน้าเขา เฮอะ ผู้หญิงบ้านนอกนั่น ที่แม้แต่ข่าวลือยังบอกว่าเป็คนขี้ขลาด กลับวางแผนทีละขั้นทีละตอน หนีออกไปจากที่นี่ได้งั้นรึ
จริง ๆ แล้วเฉินเถียนเถียนยังไม่ได้ออกจากห้องนี้เลย ชั่วขณะที่นางล้มลง เมื่อเห็นฉากกั้นกำลังจะล้มทับร่างของนาง นางก็หายตัวไปจากที่เดิมอย่างไร้ร่องรอย เวลานี้ เฉินเถียนเถียนนอนอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่า เพราะศีรษะกระแทกพื้นตอนที่ล้ม นางจึงสลบไปอย่างสนิท ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เฉินเถียนเถียนก็ตื่นขึ้นมา ท้ายทอยยังคงปวดตุบ ๆ นางค่อย ๆ คลานลุกขึ้นจากพื้น
เฮ้ย! นี่มันที่ไหนอีกล่ะเนี่ย ที่เหยียบอยู่ใต้เท้าก็ไม่ถือว่าเหยียบถึงพื้นจริง ๆ รอบด้านมีแต่หมอกควันลอยคลุ้ง ไม่มีอะไรเลย เหมือนถูกเมฆหมอกห่อหุ้มอยู่ ครั้งที่แล้วที่เฉินเถียนเถียนย้ายมิติ ทำให้นางได้เห็นว่าในโลกนี้ยังมีพ่อแม่ที่เอาลูกสาวไปเป็ของกำนัลให้ผู้อื่น ครั้งนี้จะให้นางได้เห็นอะไรอีกล่ะ
เฉินเถียนเถียนมองลงไปด้วยรอยยิ้มเยาะ สายตาของนางหยุดอยู่ที่ชุดนอนผ้าไหมที่นางสวมใส่ ดูเหมือนจะไม่ได้ย้ายมิติสินะ นี่ก็ยังคงเป็ยุคที่มีพ่อแม่ใจร้ายอยู่ เฉินเถียนเถียนตบหัวตัวเองอย่างแรง ถ้างั้นที่นี่คือที่ไหนล่ะ? หรือว่าจะเป็เกมที่ลูกชายคนโตของตระกูลหลี่คิดขึ้นมา…
[ยินดีต้อนรับผู้มาใหม่พื้นที่แห่งการข้ามเวลาเถาเป่า]
อะไรอีกเนี่ย? เฉินเถียนเถียนเกือบจะะโใเพราะเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ใครจะรู้ว่า ด้านหลังของเฉินเถียนเถียนมีจอขนาดใหญ่ผุดขึ้นมา ฉายภาพความทรงจำของเ้าของร่างเดิมตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฉินเถียนเถียนถูกดึงดูดโดยทุกสิ่งในนั้นอย่างไม่รู้ตัว ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเฉินเถียนเถียนตัวน้อย ในความทรงจำของเสี่ยวเถียนเถียน เงาของมารดานั้นเลือนราง
แม้จะตั้งใจมองก็มองไม่ชัด แต่สิ่งที่แน่ใจได้คือหญิงผู้นั้นช่างอ่อนโยนแต่กลับไม่มีความสุข ส่วนใหญ่นางต้องกินยาอยู่ตลอด ในฐานะบิดา ความรู้สึกที่มีต่อมารดาก็แปลกมาก เหมือนจะใส่ใจมารดามาก แต่ก็เหมือนจะเกลียดชังมากเช่นกัน ความรู้สึกนี้ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
ทีละน้อย ๆ มารดาก็หายไป เหลือแต่กระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อนตามสายลม ไม่นานหญิงอีกคนที่หน้าตาประณีต แต่กลับดูมีท่าทีถากถางปรากฏตัวขึ้น ข้างกายยังมีชายหนุ่มที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเดินตามมา
อย่างไรก็ตาม ในที่ที่คนอื่นมองไม่เห็น รอยยิ้มของชายหนุ่มผู้นี้ช่างน่ากลัวและดุร้าย บิดาแทบไม่เคยพูดอะไรกับเสี่ยวเถียนเถียนอยู่แล้ว นับั้แ่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในเรือน ท่าทีของบิดาก็ยิ่งเ็ามากขึ้น จนกระทั่งในที่สุดก็เหมือนจะจำไม่ได้เลยว่ายังมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง หลังจากนั้นบิดากับมารดาใหม่ก็มีบุตรอีกคน ภายใต้การยุยงของมารดาใหม่ เด็กคนนี้เริ่มสนุกกับการรังแกพี่สาวตัวเอง