บทที่ 39 ลุงหยินเหวินกั๋ว
แม้ว่าเฉินซูเฟินจะไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่าชุดนี้สวยมากยิ่งมาอยู่บนร่างของจางหมิงเยี่ยนที่สวยอยู่แล้วก็ยิ่งสวยขึ้นไปอีก หลังจากหูชื่อเหวินแต่งหน้าให้เธอกลับดึงความงดงามออกมาจนแทบจะละสายตาไม่ได้เลย
เธอเป็นคนมีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นจึงอิจฉาพวกผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยงาม การที่เธอยอมคบเป็นเพื่อนกับจ้าวเสี่ยวเหมยก็เป็นเพราะจ้าวเสี่ยวเหมยมีรูปร่างอวบเตี้ยทำให้ยามที่เดินคู่กันเฉินซูเฟินดูโดดเด่นชึ้นมาบ้าง
พวกเธอทำท่าราวกับอยากบีบคอหูชื่อเหวินด้วยสายตา ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของหลังเวทีซุนเจียงกั๋วและหยินเหวินกั๋วก็ยืนดูอยู่ด้วยเช่นกัน สายตาของคนทั้งคู่มองตรงไปที่เหล่ายุวชนหญิงที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่
“พี่หยินเราไปขอถ่ายรูปสักหน่อยไหม?” ซุนเจียงกั๋วมองความสนุกตรงนั้นแล้วเกิดอยากมีส่วนรวมขึ้นมา
“ไม่ ฉันจะไปอยู่ข้างล่างเวทีแล้ว อยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีอะไรทำ แสดงเสร็จแล้วค่อยไปหาฉัน!” หยินเหวินกั๋วลุกขึ้นและมองไปที่หูชื่อเหวินซึ่งกำลังถ่ายรูปบรรดาหญิงสาวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก
ตอนเดินมาส่งของให้ซุนเจียงกั๋วหลังเวที เขาก็เห็นหูชื่อเหวินแต่งหน้าทำผมให้กับจางหมิงเยี่ยน ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเธอคนนี้ไม่ใช่หูลี่อิงจากชีวิตก่อนของเขา
แม้ว่าจะไม่ได้ทำความรู้จักกับหูลี่อิงมากนัก แต่ก็รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงเงอะงะทำอะไรไม่ค่อยได้ ดีแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นเท่านั้น
เธอไม่รู้วิธีทำอะไรแบบนี้และเธอก็ไม่ได้ใส่ใจจะทำให้ใครด้วยซ้ำ
ดวงตาของหยินเหวินกั๋วมองกล้องที่อยู่ในมือหูชื่อเหวิน ความอาฆาตปรากฏขึ้นมาในสายตา
ชีวิตที่แล้วหูลี่อิงใช้กล้องนี้ถ่ายภาพพวกนั้น เมื่อนึกถึงรูปแล้วดวงตาของหยินเหวินกั๋วก็โหดเหี้ยมขึ้น
เขาหันหลังกลับเดินออกจากหลังเวทีทันที ชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวที่จะลุกขึ้นไปกระชากกล้องออกจากมือหูชื่อเหวินเพื่อทุบมันทิ้ง
หยินเหวินกั๋วยืนสงบสติอารมณ์อยู่ตรงหลังเวที เขาพยายามดับความเกลียดชังในดวงตาของเขาลง จากนั้นก็เปิดม่านเดินเข้าไปหาที่นั่งในหอประชุม
หูชื่อเหวินอยู่ด้านหลังจนกระทั่งการแสดงกำลังจะเริ่มขึ้นถึงได้เดินออกไป
เธอเหลือฟิล์มเอาไว้สำหรับรอถ่ายตอนการแสดง
ทีมประชาสัมพันธ์ของสวนก็มีช่างภาพเช่นกัน แต่ด้วยลำดับการแสดงที่ค่อนข้างเยอะทำให้แต่ละการแสดงต้องจำกัดการถ่ายภาพ
นึกย้อนไปในชาติที่แล้วแม่มีรูปภาพเก่าๆ ไม่มากนัก หากมีโอกาสเธอจะถ่ายภาพแม่ให้เยอะกว่านี้ ถ้าวันก่อนไม่พยายามหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าก็คงจะไม่เจอกล้องตัวนี้ในกระเป๋าของหูลี่อิง
หลังจากเดินออกจากหลังเวทีเธอก็เห็นหลี่เสวี่ยฉิน หญิงสาวผู้ฉลาดคนนี้มาก่อนเวลาเพื่อหาที่นั่ง ทำให้ตอนนี้เธอมีที่นั่งในตำแหน่งที่ดีมาก
เมื่อหูชื่อเหวินเดินมานั่งจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีสายตาของใครบางคนจ้องมา สัญชาตญาณทำให้เธอเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาและลึกล้ำคู่หนึ่ง
หยินเหวินกั๋วนั่งอยู่แถวหลัง คิ้วของเขาขมวดแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม มีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในสายตาของเขา มันเหมือนกับว่า… ความเกลียดชัง
เกลียด? ผู้ชายคนนี้อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อีกแล้วหรือ?
เมื่อวานซืนที่ลานตากข้าวยังเดินกลับด้วยกันอยู่เลย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก
เมื่อนึกถึงบทสนทนาของตนในวันนั้นออกดูเงอะงะไปหน่อย แต่ก็ไม่น่าทำให้เกิดความขุ่นเคืองได้ ใครสร้างข่าวลืออะไรอีกหรือเปล่า? ทำไมตาของเขาลุกโชนเหมือนคนจะฆ่ากันแบบนี้
หูชื่อเหวินไม่พูดอะไร ก็แค่เบนสายตาไปทางอื่นต่อ ผู้ชายคนนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ต้องไปให้ความสนใจจะดีกว่า
ยุวชนเริ่มทยอยเดินเข้ามา หูชื่อเหวินเห็นผู้ชายคนหนึ่งถือกล้องถ่ายรูปนั่งอยู่แถวหน้า เดาว่าเขาคือช่างภาพของที่ไร่แห่งนี้
เธอจึงลุกขึ้นเดินไปหาสะกิดไหล่ของเขา เมื่อเขาหันมามองเธอก็แจกรอยยิ้มสดใสให้
ชายหนุ่มชะงักค้าง ผู้หญิงคนนี้ช่างหน้าตาดีเหลือเกิน? รอยยิ้มดูจริงใจและอบอุ่นราวกับดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่พื้นโลก ทำให้หัวใจของเขาเต้นไหวขึ้นมาทันที
“สวัสดีสหาย! นายชื่ออะไรหรือ? นายเป็นช่างภาพที่รับผิดชอบการแสดงใช่ไหม?”
หูชื่อเหวินยื่นมือขวาออกมา ส่งรอยยิ้มบ่งบอกถึงไมตรีจิตให้เขา
“อะ…อ๋อ! สวัสดี! ฉันชื่อหวังเล่ย! ฉันเป็นนักแสดง… ไม่ ไม่สิ… ฉันเป็นช่างภาพ!”
เมื่อเห็นสาวสวยเขามาทักหวังเล่ยจึงรู้สึกดีใจ เขาพูดอย่างประหม่า
เมื่อเห็นมือเล็กๆ ยื่นมาหาเขาก็จับมือของหูชื่อเหวินทันที
เมื่อจับแล้วพบว่าผิวของเธอเนียนลื่นและนุ่มมาก ใบหน้าของหวังเล่ยก็ยิ่งแดงขึ้นราวกับถูกไฟเผา
“เธอ… สวัสดี! มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
“สวัสดี ฉันชื่อหูชื่อเหวิน ขอรบกวนนายหน่อยได้ไหม?” ดวงตาของหูชื่อเหวินหรี่ลงแววตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
“ได้เลย! บอกมาสิ” หวังเล่ยมีความสุขมากวันนี้ สาวสวยกำลังขอร้องเขา
“คือว่า… ตอนท่อนที่ร้องว่า Go to the Countryside, Go to the Borderlands ช่วยถ่ายรูปเพิ่มสักสองสามรูป โดยเฉพาะนักร้องนำในชุดแดงให้หน่อยได้ไหม?”
หูชื่อเหวินยังคงส่งยิ้มสดใสให้อีกฝ่าย
ดูเหมือนรอยยิ้มนี้สร้างความหวั่นไหวให้กับหวังเล่ยจนทำให้เขาถึงกลับเหม่อยลอยไปชั่วครู่
“ได้! ได้เลย! ไม่มีปัญหา ฉันจะถ่ายรูปให้เยอะๆ แน่นอน” หวังเล่ยลืมสิ่งที่เพื่อนบ้านจ้าวเสี่ยวเหมยขอไว้อย่างสิ้นเชิง
เอาใจสาวสวยสำคัญกว่า! น้องสาวจ้าวคนนั้นพูดอะไรไว้เขาลืมไปแล้ว! ลืมหมด!
“ขอบคุณที่ทำงานหนักนะ!” หูชื่อเหวินโค้งคำนับให้กับหวังเล่ยด้วยความสุภาพ จากนั้นจึงเดินหันหลังจากไป
“ด้วยความยินดีเป็นที่สุด! ฉันตั้งใจจะทำให้อยู่แล้ว!” หวังเล่ยมองตามหูชื่อเหวินไปแทบไม่จะถอนสายตากลับมาได้ เขาเอาแต่นึกถึงรอยยิ้มหวานของสาวสวยและมือน้อยนุ่มนิ่มอุ่นๆ ของเธอ
“อะแฮ่ม! เสี่ยวหวัง! ทำไมนายถึงได้ปล่อยสาวสวยคนนั้นไปเสียละ!” ผู้อำนวยการหลิวที่อยู่ข้างๆ พูดพลางหัวเราะออกมา
“อะ.. ผู้อำนวยการหลิว อย่าหัวเราะผมเลย ผมก็แค่… ก็แค่… เอ่อ… จะช่วยถ่ายรูปให้เท่านั้นเอง”
ผู้อำนวยการหลิวมองไปที่หวังเล่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะกระซิบข้างหูเขาว่า
“นี่คือลูกสาวของตระกูลเลขาธิการใหญ่ในเจียงเฉิง! ถ้าอยากจะไล่ตามเธอก็คงต้องลำบากหน่อยนะ!”
ใบหน้าของหวังเล่ยยิ่งแดงขึ้นกว่าเดิม
“ผู้อำนวยการหลิวพูดอะไรของคุณ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! คนหนุ่มสาวก็เป็นแบบนี้แหละ”
ผู้อำนวยการหลิวทำราวกับว่าตัวเองเข้าใจดี
ภูมิหลังครอบครัวของหวังเล่ยดีมาก หน้าตาของเขาก็ค่อนข้างดี เหมาะสมกับหูลี่อิง โอ้… เธอเปลี่ยนชื่อแล้วเป็นหูชื่อเหวิน
แต่ไม่รู้ว่าเหล่าหูจะเต็มใจให้ลูกสาวที่มีค่าของตัวเองแต่งงานกับคนเมืองเปิ่นซีหรือเปล่า แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของเขา หนุ่มสาวสมควรมีอิสระในเรื่องของความรักสิ!
เมื่อหูชื่อเหวินเดินกลับไปที่นั่งก็ได้เห็นสายตาที่เย็นชาของหยินเหวินกั๋วอีกครั้ง
ผู้ชายคนนี้จะมาเป็นลุงของฉันหรือ? ช่างเดาใจไม่ถูกเลย
หรือว่าเมื่อวันก่อนที่เดินกลับหอกับเขา ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ผู้ชายคนนี้ดูแปลกๆ อารมณ์ขึ้นๆลง ไม่น่าไว้ใจ ต่อไปอย่าได้เข้าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า