“ยังไม่เคย?”
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป
น้ำเสียงแฝงความประหลาดใจเพียงชั่วครู่ ก่อนที่แววตาคมกริบคู่นั้นจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ประกายตื่นเต้น เร่าร้อน วาบไหวในดวงตา อย่างเห็นได้ชัดคล้ายประกายไฟในคืนเดือนมืด ดุจนักล่าที่จ้องมองเหยื่ออันโอชะที่อยู่ตรงหน้า พร้อมจะกระโจนเข้าใส่
ปลายนิ้วอุ่นๆ ค่อยๆ แตะลงบนผิวแก้มฉันอย่างแ่เบา ไล้ไปตามกรอบหน้าอย่างเชื่องช้า แล้วประคองใบหน้าของฉันไว้ในอุ้งมือ
ัันั้นอ่อนโยนราวกับปุยเมฆที่ล่องลอย ทว่ากลับให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ราวกับผ้าห่มผืนหนาที่โอบกอดร่างไว้ในคืนเหน็บหนาว
ความประหม่า ความขลาดเขลาที่เกาะกุมหัวใจค่อยๆ เลือนหายไป เหมือนหมอกยามเช้าที่ถูกแสงอาทิตย์ขับไล่ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดภัย และความไว้วางใจอย่างประหลาด ราวกับได้กลับคืนสู่บ้านที่คุ้นเคย
“ไม่ต้องกลัวนะครับ… พี่จะทำให้ไหมผ่อนคลายเอง”
เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแ่เบาข้างหู ราวกับสายลมที่พัดโชยมาแ่เบา ััได้ถึงความห่วงใยที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดข้างแก้ม ยิ่งขับเน้นความรู้สึกวาบหวามให้ชัดเจน
“แค่ไหมเชื่อใจพี่ก็พอ”
ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาพี่เขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววจริงใจ กระจ่างใสราวกับกระจกเงาที่สะท้อนความรู้สึกข้างในออกมาอย่างหมดเปลือก ไม่มีร่องรอยของการหลอกลวงใดๆ
ความลังเลและความหวาดหวั่นในใจค่อยๆ จางหาย เหมือนเกล็ดน้ำแข็งที่ถูกความอบอุ่นหลอมละลาย ถูกแทนที่ด้วยกระแสความปรารถนาอันท่วมท้นที่ยากจะต้านทาน ราวกับเขื่อนที่แตกพังทลาย
ในที่สุด เปลือกตาฉันก็ค่อยๆ ปิดลง แล้วเปิดขึ้นช้าๆ อีกครั้ง ริมฝีปากขยับ พยักหน้าลงอย่างแ่เบา เป็การตอบตกลงอย่างเงียบงัน
สัญญาณเพียงเล็กน้อยที่ส่งไปนั้น กลับทำให้พี่นอร์ทรับรู้ถึงความยินยอมอย่างชัดเจน ราวกับอ่านใจฉันออก
ความรู้สึกแอบรักและคลั่งไคล้ใครสักคนมาเนิ่นนาน
เปรียบเสมือนการสะสมเชื้อเพลิงแห่งความปรารถนาไว้ในกองฟืนที่รอวันปะทุ จนแปรเปลี่ยนเป็ความ้าที่ยากจะดับ
และในวินาทีนี้ เปลวไฟแห่งความปรารถนาก็ลุกโชนขึ้น ฉันไม่อาจปฏิเสธความ้าที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกได้อีกต่อไป…
ฉัน้าพี่นอร์ท!
้าััจากเขา!
ไม่ใช่เพียงััแ่เบา แต่เป็ััที่ลึกซึ้ง เร่าร้อน และโหยหา ราวกับคนกระหายน้ำในทะเลทราย ฉันปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่างจากพี่เขา
ความรู้สึกนั้นถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ราวกับไฟป่าที่โหมกระหน่ำ
แผดเผาทุกความยับยั้งชั่งใจให้มอดไหม้เป็จุณ ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว ความคิด ความกลัว ความกังวลทั้งหลาย มลายหายไปสิ้น
ทันใดนั้นร่างสูงก็โน้มตัวลง วงแขนแข็งแกร่งค่อยๆ สอดเข้าใต้ร่าง โอบอุ้มร่างฉันขึ้นจากเก้าอี้ไม้อย่างแ่เบา แล้วกระชับเข้าแนบอก ประคองอย่างทะนุถนอม
ราวกับว่าฉันเป็แก้วเจียระไนที่เปราะบาง กลัวว่าฉันจะแตกสลายไปในอ้อมแขน
“ไหม... ตัวเบาจัง!”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด ขณะมุ่งหน้าไปยังเตียงนุ่มที่รออยู่ไม่ไกล
ภายในอ้อมกอดที่อบอุ่นและแข็งแกร่งดั่งภูผานั้น ความเขินอายก็พลันเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง
ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วใบหน้า จนต้องก้มหน้างุด ซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง หลับตาปี๋ แทบจะลืมหายใจ
ฉันได้แต่ปล่อยตัวปล่อยใจให้พี่เขาอุ้มพาไป ราวกับตกอยู่ในมนตร์สะกด ไม่อาจขัดขืน ไม่อาจต้านทาน ได้แต่เพียงปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดนำพาไป
“อ๊ะ...”
ฉันอุทานเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงแรงยวบที่ข้างกาย
ััของผืนผ้าปูเตียงนุ่มเย็นเฉียบที่แผ่นหลัง ทำให้รับรู้ว่าร่างถูกวางลงบนเตียงอย่างแ่เบา ราวกับพี่นอร์ทกำลังวางตุ๊กตาแก้วที่แสนเปราะบาง กลัวว่าหากรุนแรงไปเพียงนิดจะแตกสลาย
“กลัวเหรอ?”
เสียงกระซิบถามแ่เบา ฉันส่ายหน้าเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ยังซบหน้าอยู่กับอกของพี่เขา
“เปล่าค่ะ... แค่...”
“แค่อะไรครับ... บอกพี่ได้นะ…”
“แค่...ตื่นเต้น...”
ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้ม
ทว่า ทันทีที่พูดออกไป ความรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอกก็ตีขึ้นมาทันที
“พี่นอร์ทจะทำอะไรคะ?”
ถึงแม้จะรู้ แต่ฉันก็ยังถามออกไปเพื่อแก้เขิน
ร่างสูงตรงหน้าไม่ตอบ เพียงยิ้มยกมุมปาก สองมือยังเคลื่อนไหวต่อไม่หยุด
นิ้วเรียวยาวเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาฉันออกทีละเม็ด ทีละเม็ด อย่างเชื่องช้า
ราวกับกำลังค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการที่กักขังบางสิ่งบางอย่างเอาไว้
เสียงกระดุมหลุดจากรังดุมแต่ละครั้ง ดังก้องชัดในความเงียบงัน
ไม่นานนัก เสื้อนักศึกษาบางเบาก็ร่วงหล่นจากบ่า เปิดเปลือยผิวเนื้อ่บนให้ัักับอากาศเย็นในห้อง เผยให้เห็นบราลูกไม้สีเนื้อที่ปกปิดทรวงอกอวบอิ่ม
มือของพี่นอร์ทยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือลุกลามไปทั่วแผ่นหลัง ฉันััได้ถึงปลายนิ้วที่ลากไล้ไปตามแนวบราอย่างแ่เบา ก่อนที่ความรู้สึกกดรัดจะหายไป
เวลานี้ ร่างกายท่อนบนของฉันไร้ซึ่งสิ่งปกปิด เปลือยเปล่า ทุกสัดส่วนเปิดเผยต่อสายตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ความรู้สึกเย็นวาบจากสายลมเครื่องปรับอากาศ ปะทะกับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว ก่อเกิดเป็ความรู้สึกวาบหวามที่ยากจะอธิบาย
“สวยมาก…”
เสียงกระซิบแ่พร่าดังขึ้นในความเงียบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหู ราวกับจะกระตุ้นให้ความรู้สึกวาบหวามนั้นทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่าตัว
คำชมสั้นๆ เพียงสองพยางค์ ทว่ากลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงระฆังที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา ฉันได้แต่ก้มหน้างุด หลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้น
ความร้อนผ่าวแล่นปราดขึ้นมาบนใบหน้าอีกครั้ง เืในกายสูบฉีดแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวเร็ว ความเขินอายท่วมท้นจนแทบจะประคองสติไว้ไม่อยู่
“เขินเหรอ?”
พี่นอร์ทถามเสียงแ่ เหมือนจะหยอกเย้า
ฉันเม้มปาก ไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“...ไม่ต้องอาย... เอางี้…เดี๋ยวพี่...ถอดด้วยจะได้แฟร์ๆ”
สิ้นเสียงทุ้ม… การเคลื่อนไหวตรงหน้าก็ดึงความสนใจฉันไปจนหมดสิ้น
พี่นอร์ทก้าวถอยหลังเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองออก พร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างยั่วยุ
การกระทำนั้นเนิบช้า ราวกับจงใจยั่วเย้าให้ฉันทรมานเล่น กระดุมแต่ละเม็ด แต่ละเม็ด ที่ถูกปลดออก เหมือนค่อยๆ เผยให้เห็นบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันดังแ่เบา ก่อนที่เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น ตามมาด้วยกางเกงนักศึกษา และชิ้นอื่นๆ จนในที่สุด ร่างกายทุกสัดส่วนของพี่นอร์ทก็ปรากฏสู่สายตา
“…”
ความเงียบเข้าปกคลุม ราวกับเสียงทุกสรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดนิ่งลง ฉันได้แต่เบิกตากว้าง จ้องมองไปยังแผงอกกว้างกำยำที่เผยออกมาอย่างตะลึงงัน
กล้ามเนื้อหน้าอกพองตัวกำลังดี รับกับหัวไหล่กว้างและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม บ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ร่างกายเป็อย่างดี
หน้าท้องแบนราบเป็ลอนคลื่นชัดเจน บ่งบอกถึงสมรรถภาพและความอดทน…
แล้วตอนนั้นเอง
สายตาฉันก็ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปอย่างลุ้นระทึก…
ทันใดนั้น ใจกลางความเป็ชายที่เคยถูกซ่อนเร้นภายใต้ร่มผ้า เวลานี้มันกำลังตั้งผงาดและเบ่งบานเต็มที่ ท้าทายสายตาฉันอย่างไม่เกรงใจ
“อึก!”
ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความเหนียวหนืดในลำคอทำให้รู้สึกแห้งผาก ราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวัน
ภาพร่างกายเปลือยเปล่าของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ช่างน่าตื่นตะลึง เกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ความประหม่าและความตื่นเต้นตีรวนกันในอก จนแทบจะยืนไม่อยู่ สองมือเย็นเฉียบและสั่นระริก
ในห้วงภวังค์ตลึงงันนั้น สายตาของฉันก็ลอบสำรวจเรือนร่างกำยำของพี่นอร์ทอย่างเสียมารยาท ราวกับกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในความฝันอันแสนหวาน
แต่ััจากเตียงนุ่มที่รองรับร่างอยู่ คือเครื่องยืนยันว่านี่คือความจริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าคือความจริง ฉันกำลังจะได้ััไออุ่นจากร่างกายของพี่นอร์ท ได้สิ่งที่ปรารถนามาเนิ่นนาน
ทว่า ลึกลงไปในส่วนลึกของจิตใจ ความประหม่าและความขลาดเขลายังคงกัดกิน บ่อนทำลายความกล้าหาญ เหมือนหนอนที่ชอนไชผลไม้สุกงอม ความรู้สึกไม่พร้อม… ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“มองอะไร... ขนาดนั้นครับ...”
เสียงทุ้มแหบพร่า ปนเสียงหัวเราะ ดังขึ้นทำลายความเงียบฉันสะดุ้ง เฮือก รีบหลบสายตา
“ปะ... เปล่าค่ะ...”
ฉันตอบเสียงติดๆ ขัดๆ ขณะเดียวกันพี่นอร์ทก็ย่างสามขุมเข้ามาใกล้
“ไม่ต้องโกหกหรอก... พี่รู้... ว่าไหม... กำลังคิดอะไร”
ฉันเม้มปากแน่น ไม่กล้าสบตา แต่ก็กลั้นใจเรียกชื่อเขาออกไปอีกครั้ง
“พี่นอร์ทคะ…”
เสียงที่เปล่งออกไปแ่เบา สั่นเครือ ราวกับเสียงกระซิบของคนละเมอ แทบจะกลืนหายไปในความเงียบ
“ว่าไงครับ?”
เสียงทุ้มตอบกลับมา พร้อมกับร่างสูงที่ขยับเข้ามาใกล้
ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมา แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย ราวกับจะปลอบประโลม
ฉันส่ายหน้าช้าๆ เป็เชิงปฏิเสธ ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก
ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอก
มันหน่วงหนัก อึดอัด และปวดร้าว ราวกับก้อนสะอื้นที่จุกอยู่กลางลำคอ
เมื่อตระหนักได้ว่า จากวินาทีนี้ไป…
ฉันจะต้องตกเป็ของพี่นอร์ทอย่างสมบูรณ์…