หลังคืนของหมั้นครบถ้วนตามรายการ นายเสมียนประจำจวนมาตรวจทานบัญชีว่าไม่มีตกหล่นแม้สักอีแปะหนึ่ง ฮูหยินซูนำสัญญาหมั้นหมายเก่าที่มีฝุ่นหนาทึบออกมาแลกกับป้ายผ่านทางจวนเสนาบดี เ้าของจวนกำชับบ่าวรับใช้โดยเด็ดขาด ห้ามมิให้บุตรชายคนเล็กติดต่อนางอีก
คุณชายอวิ๋นข่มขู่คนทั้งตระกูลว่าจะทูลเื่นี้กลางท้องพระโรงกับฝ่าา ใครก็ตามที่กล้ามาก้าวก่ายความสัมพันธ์ของเขากับอาหรู จะไม่ไว้หน้า บิดาโมโหจนตบหน้าเขาไปสองที คว้ากระบี่แนบลำคอบุตรชาย โลหิตไหลซึม
ชายผู้ถูกเอาเปรียบมาโดยตลอดไม่ยอมตกเป็เหยื่อภายใต้ความกตัญญูอีกต่อไป เขาปัดกระบี่ของบิดาแล้วก้าวไปหาหญิงสาวที่ยืนนิ่งเงียบ
ตามคาดการณ์ของคุณหนู ฮูหยินซูและบรรดาอนุควรใช้โอกาสนี้ราดน้ำมันใส่กองไฟให้ตระกูลซูเขียนหนังสือตัดญาติ ขับไล่บุตรคนเล็กออกจากจวน เมื่อคุณชายอวิ๋นซีไม่เหลืออะไรติดตัวแม้แต่เงินสักตำลึง คุณหนูตระกูลเสิ่นที่นิ่งเฉยเ็าถึงเพียงนั้น ไม่สนว่าบุตรชายจะตายด้วยคมกระบี่ของบิดาหรือไม่ น่าจะกำลังชั่งใจเลือกระหว่างบัณฑิตหนุ่มรูปงามกับคุณชายที่เป็เพียงขุนนางระดับล่าง ไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอน แถมถูกขับไล่ออกจากตระกูลเสนาบดี เท่ากับว่าเขาจะเป็เพียงชายไร้ค่าในสังคมผู้ดี ซึ่งก็เป็เช่นนั้น ทว่าคุณชายใหญ่ดันลากสังขารออกมาห้ามปรามบิดามารดา มิให้ขับไล่น้องเล็ก
‘เกือบได้หนังสือตัดญาติแล้ว! ไอ้รองแม่ทัพชั่วนี่เป็ตัวซวยจริง ๆ’
หรูซีย่ำเท้าอย่างเสียอารมณ์ ด้านหลังจวนมีแต่หญ้ารก ตระกูลซูทะเลาะกับคุณชายน้อยรุนแรง ไล่ตะเพิดเขาไปจากจวน ไม่ยอมให้ออกทางประตูหน้า พอพ้นสายตาคนตระกูลซู นางหาได้มีสีหน้าเ็าเช่นนั้นกับคุณชายน้อยไม่ นางหันไปจับมือหนาอุ่น เรียกป๋ออวี้ที่กำลังถือถุงผ้าขนของตามมา
เหยี่ยวตัวโปรดประจำพระองค์กางปีกบินไปก่อนหน้านี้ นางรายงานเื่สำคัญกับฝ่าา คาดว่าคงถึงพระหัตถ์แล้ว นางส่งสาวใช้กลับไปก่อนเพื่อความปลอดภัย
“บรรยากาศมืดเงียบหลังจวนนี่น่ากลัวเหลือเกิน จะมีผีโผล่มาไหมนะ ตระกูลซูตั้งใจไล่พวกเราให้เดินออกมาข้างหลัง มิใช่ว่าจะฆ่าปิดปาก?”
“เ้าไม่ต้องกลัวอาหรู ต่อให้พี่ใหญ่ส่งทหารฝีมือดีมาทำร้ายเ้า ข้าปกป้องเ้าได้”
“แปลกจริง คุณหนูไม่พาองครักษ์จวนแม่ทัพมาด้วยหรือขอรับ”
“ท่านไง ป๋ออวี้” นางชี้หน้าคนสนิทของคุณชาย กระชากหน้ากากมนุษย์ของเขาโยนทิ้งไป “เลิกปลอมตัวเสีย มาอยู่จวนแม่ทัพกับข้า ใส่ชุดองครักษ์มาทำงานตามเวลา สมบัติของท่านกับคุณชายนำมาเพียงของสำคัญ เสื้อผ้าขาดเก่าพวกนั้นไม่ต้องนำมา”
“เอ่อ... คุณชายน้อยว่าอย่างไรขอรับ?”
“ทำตามที่นางสั่ง นางเป็นายหญิงของเ้า ข้าจะแต่งกับนางแน่”
ป๋ออวี้อายุสามสิบเก้าปี เคยมีรูปร่างกำยำแข็งแรง การปิดบังตัวตนเป็ชายวัยห้าสิบที่ดูอ่อนแอขี้โรคทำให้เขาต้องอดอาหาร ก้าวเดินเชื่องช้า พละกำลังถดถอย เขายอมสวมหน้ากากมนุษย์ ก้มหน้ารับความลำบาก ไม่ทำให้คุณชายน้อยอึดอัดใจ
หาได้รู้ไม่ว่าเวลาผ่านพ้นไปเนิ่นนานเท่าไร ตระกูลซูกดขี่ข่มเหงบ่าวผู้เฒ่า สามวันจะยอมให้หมั่นโถวสักครึ่งลูก บ่าวรับใช้และทหารในจวนเหยียดหยามดูแคลน รังแกเขาไม่เว้นวัน มารดารองให้เงินแค่ห้าสิบอีแปะต่อเดือน ถือว่ารายได้ต่ำสำหรับจวนใหญ่ ในขณะที่นางจ่ายเงินให้บ่าวเรือนอนุมากกว่าค่าอาหารหกเดือนของเรือนคุณชายน้อยและจ่ายเป็รายปี โชคดีที่ทางบ้านของป๋ออวี้พอมีฐานะ มีเงินเก็บซึ่งนายหญิงเดิมทิ้งเอาไว้ให้เป็ทุนเลี้ยงชีพฮูหยินซินเหยียนก่อนตายฝากฝังบุตรกับองครักษ์ผู้นี้ เขาไม่คิดทอดทิ้งคุณชาย หากไม่มีคุณหนูเสิ่นคอยหยิบยื่นความช่วยเหลือ เดิมทีเขาตั้งใจว่าหากเงินหมดเมื่อไรจะออกไปทำงานอย่างอื่นเพื่อหาเงินมาแบ่งเบาภาระ เลี้ยงดูคุณชายจนกว่าจะเติบใหญ่ ความจงรักภักดีเยี่ยงนี้นับว่าหายากนัก
“ตระกูลซูใช้ความคิดตนตัดสินผู้อื่นว่าเป็เหมือนพวกเขา มั่งมีหรือยากจน มีประโยชน์หรือไร้ค่า มีอำนาจหรือไม่มี แต่ก็จะประมาทมิได้ หากข้าแสดงท่าทีว่าอยากได้ตัวคุณชายอวิ๋น ท่านแม่รองจะรีบจับเขาแต่งงานโดยเร็ว ด้วยนิสัยขี้อิจฉาของพวกนาง คงยอมมิได้หรอกถ้าเขาจะแต่งกับคุณหนูผู้ดีสักตระกูลเพื่อมาเหยียบหน้าบุตรคนอื่น ตระกูลซูหรือจะจบกับคุณชายน้อยแค่วันนี้”
“ข้ากับคุณชายน้อยไม่ทันแผนการคุณหนูทุกที จากนี้ไปคุณหนูมีเื่อะไร ขอให้บอกข้าสักคำเถิดขอรับ ข้าน้อยยินดีเป็ข้ารับใช้ตระกูลเสิ่น”
ป๋ออวี้เร่งฝีเท้าเดินขึ้นมาข้างหน้า ยกมือโขกศีรษะน้อมรับนายหญิงคนใหม่ เขาค้างคาใจมานาน ท่าทีนิ่งขรึมของนางมักซ่อนเร้นเหตุผลบางอย่าง ตอนสาวใช้ของนางวิ่งไปจัดการงาน พวกเขาเป็ชายสอง มิได้ลงมือทำอะไรเลย
“ข้ารู้ว่าคุณหนูเป็สตรีเข้มแข็ง แต่หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว ข้ากับคุณชายอยู่ฝั่งเดียวกับท่าน รับรองข้าน้อยป๋ออวี้ไม่ทำงานพลาด ฝีมือข้าไม่แพ้สาวใช้ทั้งสองของคุณหนู”
“อืม... เช่นนั้นก็ดี ข้าเพิ่งจัดการบางเื่ไป ตระกูลซูคงจะปวดหัวน่าดู”
“ยังมีเื่ปวดหัวกว่าวันนี้อีกหรือ?”
อวิ๋นซีตาถลนมองใบหน้าอารมณ์ดีของนาง ส่งเสียงหัวเราะร่าเริง
“มีสิเ้าคะ รับรองว่าสนุกสุด ๆ ท่านแม่รองอาจถึงขั้นกระอักเืตามลูกชาย พื้นจวนทาด้วยเื บ่าวรับใช้เข้ามาขัดถู” นางพูดแล้วทำท่าขัดพื้น พลันหันไปยิ้ม “เตรียมเรียกหมอหลวงด้วยละกัน”
หายนะมาเยือนตระกูซูแล้ว...
คุณหนูโยนสัญญาหมั้นในอ้อมแขนของนางลงบนพื้น เสกยันต์โยนใส่ของอัปมงคล
เผา!
ไฟลุกท่วมกระดาษขาวที่เขียนด้วยหมึกเก่า ไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ในสายตาของคนทั้งสาม คนหนึ่งยินดีกับอิสรภาพ อีกสองคนสงสัยใคร่รู้ พวกเขาเคยเห็นนางใช้กระดาษยันต์ซ่อนเร้นตัวคุณชายน้อยจากฮูหยินซูเมื่อคราวเกิดสถานการณ์คับขัน หลังจากนั้นไม่เห็นนางใช้มันอีก
หรูซีส่งกระดาษสีเหลืองอ่อนให้พวกเขารับไปคนละสองใบ
“นี่เป็ยันต์ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ทำแบบนี้” นางจับมือหยาบของคุณชายวาดไปมาบนอากาศ คล้ายกับการเขียนคำว่าออก 出 ป๋ออวี้มองตามอย่างตั้งใจ
“เวทวิชาของท่านยังไม่ถึงขั้นเสกยันต์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้าใช้เืของข้าเขียนยันต์ ไม่ต่างจากข้าใช้มันเอง ยันต์นี้สำหรับซ่อนเร้น แม้ไม่มีใครเห็นท่าน พวกเขาเดินชนท่านได้ ระวังด้วย พรุ่งนี้ไปเอาของสำคัญในห้องเก็บสมบัติ...”
“ขอรับคุณหนู”
ของสำคัญของคุณชายเป็ของใช้มารดา บิดาไม่อนุญาตให้ใครหยิบหีบใบนั้นทั้งสิ้น ยังห้ามบุตรชายพูดถึงมารดา เพื่อถนอมจิตใจเมียรักทั้งสามและบุตรของพวกนาง
“ที่แท้คุณหนูเอาอาหารมาให้ข้ากับคุณชายน้อยด้วยวิธีนี้เอง มิน่าเล่า ไม่มีใครเห็นท่านแม้เงา ท่านใช้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้ั้แ่ห้าขวบหรือขอรับ?”
“ข้าเป็ผู้ระลึกชาติได้ แถมได้รับพรจากเทพแห่งชะตา จะปล่อยให้ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตข้าไม่อิ่มท้องได้อย่างไร”