"เจ้า..."สีหน้าของเถ้าแก่ฉายแววเคลือบแคลง มองหมิงเป่าจูแล้วมองหลี่ไหวฺอวี้ ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้แต่เห็นได้ชัดว่าเริ่มหวั่นไหว
เพื่อรักษาแผลพุพองตามตัวเขาวิ่งเต้นไปหาหมอมาแล้วหลายที่ หมอเทวดาชื่อดังมากมายยังรักษาไม่หาย เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเช่นนางจะทำให้เขาเชื่อถือได้อย่างไร
"อย่าคิดมาหลอกข้าร้านเล็กๆ ของข้าทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยคดโกงหรือหลอกขายสินค้าคุณภาพต่ำอย่างแน่นอน!"
หึ เถ้าแก่แค่นเสียงเยาะในลำคอคิดจะต้มตุ๋นเขารึ ไม่มีทาง!
"แผลพุพองบนตัวของเถ้าแก่เป็นพิษที่มาจากความชื้นเมื่อร่างกายถูกความชื้นแทรกซึม นานวันเข้าก็จะทำลายเลือด หากไม่รีบกำจัดออกโดยเร็วผิวหนังไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่มีของเหลวซึมออกมาหรือไม่มีก็สามารถเป็นแผลได้"
หมิงเป่าจูหาได้ขู่เขาหลังจากตรวจชีพจรแล้ว นางพบว่าแผลพุพองของเถ้าแก่เรื้อรังมานานแล้ว
ตอนนี้ยังขึ้นเฉพาะจุดซ่อนเร้นแต่ถ้าไม่รีบรักษา ปล่อยคาราคาซังไว้แบบนี้ ในระยะยาวไม่ว่าแผลพุพองจะแตกและมีของเหลวซึมออกมาหรือไม่ก็จะเกิดแผลลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ
เมื่อถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่ออกไปพบเจอผู้คนเลยแม้แต่ส่องกระจกดูตัวเองก็คงคลื่นไส้อาเจียน กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ
เถ้าแก่ซวนเซถอยหลังไปสองสามก้าวราวกับได้รับความสะเทือนใจอย่างแรงจนร่างกายไร้เรี่ยวแรง เกือบจะถูกชนชั้นวางของด้านหลัง
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเขาตื่นตระหนกเพียงใดเพราะเขารู้ว่าที่หมิงเป่าจูพูดนั้นไม่ผิด อย่าว่าแต่ภายภาคหน้า เมื่อสองสามวันก่อนเขาเพิ่งพบว่ามีตุ่มน้ำใหม่เกิดขึ้นหลายแห่งบนร่างกาย
ด้วยความคันมือจึงทำแตกไปเม็ดหนึ่งของเหลวพิษข้นหนืดไหลออกมา ทำให้เขาคลื่นไส้จนกินข้าวไม่ลงทั้งวัน
ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นคือวันรุ่งขึ้นบริเวณที่ของเหลวจากตุ่มน้ำไหลผ่านกลับมีแผลพุพองเพิ่มขึ้นอีกหลายตุ่ม ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวนจิตตกไปทั้งวัน
"แม่นางข้าพูด ข้าพูด!"
เพียงตรวจชีพจรครู่เดียวก็รู้ชัดเจนเช่นนี้เถ้าแก่จึงเชื่อคำพูดของหมิงเป่าจูอย่างสนิทใจ
เขาจะปล่อยโอกาสในการรักษาไปไม่ได้อีกแล้วไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้แผลพุพองเน่าเฟะส่งกลิ่นเหม็น ก็คงถูกภรรยาและบุตรทอดทิ้ง ครอบครัวแตกสลาย!
ดังนั้นจึงเปิดเผยลูกไม้เล็กๆของตนเองออกมาอย่างละเอียด ไม่กล้าหลอกลวงอีกต่อไป
ทั้งสองคนดูยังเด็กอายุไม่มาก แต่งกายเรียบง่ายไม่หรูหรา ต้องไม่ใช่ลูกผู้ดีมีเงินที่มีความรู้กว้างขวางอย่างแน่นอนเขาจึงคิดจะเอาไม้ราคาถูกมาสวมรอยเป็นไม้คุณภาพดี
บังเอิญว่าที่หลังร้านมีโต๊ะเก้าอี้ เตียงนอนที่ลูกค้าสั่งทำไว้ก่อนหน้านี้หลายชุด แต่ภายหลังกลับมาขอยกเลิกการสั่งซื้อกองไว้หลายเดือนแล้ว ไม่เพียงแต่กินพื้นที่ แต่ยังขายไม่ออกอีกด้วย
เขาจึงสั่งให้ช่างเอาไม้สนหอมมาเคลือบเงาให้หนาสีของมันคล้ายคลึงกับไม้การบูรแดงมาก จากนั้นจึงให้ช่างปลอมลายไม้การบูรแดงลงไปบนพื้นผิว
ต้องใช้เวลาหลายวันกลิ่นสีถึงจะหายไปหมดเขาจึงเปิดหน้าต่างโรงเก็บของทิ้งไว้
วันนี้ทั้งสองคนมาถึงเขาคาดคะเนว่ากลิ่นน่าจะจางหายไปหมดแล้ว จึงพาพวกเขามาที่นี่
ใครจะไปคิดว่าทั้งสองคนไม่เพียงแต่ค้นพบความลับภายใต้สีของเนื้อไม้แต่ยังเห็นเม็ดประคำไม้จื่อถานเล็กๆ บนมือของเขาอีกด้วย
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลักลอบค้าขายแต่แค่ซื้อมาใช้ก็เป็นโทษหนักถึงขั้นตัดหัวแล้ว!
ขณะที่ยอมรับความผิดของตนเองเถ้าแก่ก็ครุ่นคิดว่าทั้งสองคนนี้เป็นอัจฉริยบุคคลมาจากที่ใดกันแน่
นับตั้งแต่ราชสำนักสั่งห้ามประชาชนทั่วไปใช้ไม้จื่อถานผ่านไปหลายชั่วอายุคน ผู้ที่สามารถแยกแยะเนื้อไม้นี้ได้ด้วยตาเปล่าก็เหลือน้อยเต็มที
กว่าตนเองจะหามาได้สักเส้นก็แสนลำบากยังต้องถ่อไปถึงหอหมื่นสมบัติ เสียเงินมากมายเพื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างโจวเหล่าช่วยตรวจสอบยืนยันว่าเม็ดประคำนี้เป็นของแท้
เมื่อคิดเช่นนี้ยิ่งรู้สึกว่าการยอมสารภาพแต่โดยดีเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง
หาไม่แล้ว หากไปทำให้บุคคลเช่นนี้ขุ่นเคืองตนเองจะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้เรื่องราว
"ขอรบกวนแม่นางช่วยชีวิตข้าสักคราเรื่องเครื่องเรือนไม้การบูรแดง ข้าจะให้ช่างรีบทำให้เสร็จภายในคืนนี้ ท่านไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่น้อยเช่นนี้ดีหรือไม่"
ดวงตาของเถ้าแก่ฉายแววร้อนรน
หลี่ไหวฺอวี้ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะไม่มีพ่อค้าคนไหนไร้เล่ห์เหลี่ยมแท้ๆ มาถึงขั้นนี้แล้วยังไม่อยากขาดทุน
น่าเสียดาย วันนี้เจ้าไม่ได้พบเจอคนอื่นแต่เป็นเขาหลี่ไหวฺอวี้
"ขอให้พวกเรารักษาให้แล้วยังอยากได้กำไรเท่าเดิม ไม่ยอมเสียผลประโยชน์แม้แต่หนึ่งส่วน เถ้าแก่ เช่นนี้ไม่เรียกว่าความซื่อสัตย์กระมัง"
หลี่ไหวฺอวี้พูดอย่างใจเย็นแววตาเฉยเมยไม่นำพา หมิงเป่าจูรู้ว่าเขาเข้าข้างตนเอง จึงเพียงแค่ฟังเงียบๆ ไม่เปล่งเสียงสักแอะ
เถ้าแก่หันไปมองหมิงเป่าจูที่ดูเหมือนจะคุยง่ายกว่าแต่ก็ไร้ผล จึงได้แต่ยิ้มแหยแล้วถามว่า "เช่นนั้นท่านว่าควรจัดการอย่างไรดี"
"พวกเราไม่ได้ต้องการไม้การบูรแดงอะไรอยู่แล้วเพียงแค่ไม้สนหอมสองสามชุดนี้ก็พอ"
เถ้าแก่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกโชคดีที่ไม่ใช่สิงโตอ้าปากกว้าง[1]แต่เห็นได้ชัดว่าเขายินดีเร็วเกินไป หลี่ไหวฺอวี้ยังพูดไม่จบ
"แต่ราคานี้ท่านน่าจะลดลงอีกหน่อยหรือไม่ถึงอย่างไรโรคที่รักษาก็ไม่ใช่แค่ปวดหัวตัวร้อนธรรมดา"
น้ำเสียงของหลี่ไหวฺอวี้เนิบนาบไม่รีบร้อน แต่กลับทำให้เถ้าแก่อึดอัดแทบแย่
พูดมาครึ่งค่อนวันสรุปแล้วก็ยังต้องลดราคาอยู่ดี เอาเถอะ หากสามารถรักษาโรคแผลพุพองตามตัวของเขาได้ กำไรน้อยลงไปสักนิดจะเป็นไรไป!
แต่ถึงจะปลอบใจตนเองเช่นนี้พอคิดว่าต้องสูญเสียเงินทอง เถ้าแก่ก็ยังปวดแปลบในใจ ดังนั้นขณะถามน้ำเสียงจึงอ่อนแรงปานว่าจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ
"ละ...ลดเท่าไร" เถ้าแก่ถามหยั่งเชิง
"เครื่องเรือนในห้องนอนสามชุดของร้านยาสมุนไพรอีกหนึ่งชุด ต่อให้ห้าตำลึง ก็ไม่ขาดทุนหรอกกระมัง"
พอได้ยินราคา แม้แต่หมิงเป่าจูก็ยังตกตะลึงเขาช่างกล้าหั่นราคาโหดจริงๆ ลดทีลงไปถึงสิบเท่า
แต่ถ้าซื้อได้ในราคานี้จริงนางคงดีใจแทบไม่ทัน ย่อมไม่พูดขัดขึ้นมาอยู่แล้ว
ดวงตาของเถ้าแก่เบิกโตไม่ขาดทุน?
เขากล้าพูดออกมาได้อย่างไร!
ห้าตำลึง ต่ำกว่าราคาจริงของไม้สนหอมถึงเท่าตัว
ไม่ขาดทุนได้อย่างไร!นี่มันขาดทุนย่อยยับ!
แต่ข้อเรียกร้องของหลี่ไหวฺอวี้หาได้มีแต่เพียงเท่านี้เขายังพูดต่อว่า "นอกจากนี้พวกเราซื้อครั้งเดียวจำนวนมากมายเช่นนี้ นับว่าช่วยอุดหนุนการค้าของเถ้าแก่ยังช่วยดับเพลิงที่ขนคิ้ว[2]ให้อีกด้วย ท่านว่าตนเองควรแสดงน้ำใจสักหน่อยหรือไม่"
"แสดงน้ำใจอย่างไร"
เถ้าแก่เริ่มกัดฟันกรอดราวกับว่าฟันของเขากำลังบดขยี้กระดูกของหลี่ไหวฺอวี้ เสียงดังกรอบแกรบ
"ไม่ต้องมากแค่แถมโต๊ะเก้าอี้สองชุด ตู้อีกสองใบก็พอ"
พรืด! หมิงเป่าจูหลุดขำออกมากระทั่งคนทั้งสองมองมาถึงพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิต แต่นางอดใจไม่ไหวจริงๆ
คนผู้นี้ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันคงถูกคนอัดเละวันละแปดรอบ วอนหาเรื่องเจ็บตัวเกินไปแล้ว!
โดยเฉพาะสีหน้าที่ดูเหมือนถูกต้องชอบธรรมทุกอย่างสิ่งที่ข้าพูดเจ้าไม่อาจโต้แย้ง หาไม่แล้วก็คือเจ้าความรู้ตื้นเขิน นี่มัน...วอนหากำปั้นชัดๆ
แต่นี่คือยุคโบราณแม้หลี่ไหวฺอวี้จะโดนอัดจริงๆ นางก็ไม่กังวล เพราะวรยุทธ์ของเขาสูงส่งจนล้นเหลือ คนทั่วไปไม่อาจต้านทานได้ง่ายๆ
สามารถตักตวงอย่างถึงอกถึงใจได้คืบจะเอาศอกถึงขั้นนี้แม้แต่คนความรู้กว้างขวางพบเจอลูกค้ามาทุกประเภทอย่างเถ้าแก่ก็ยังต้องทึ่ง ในโลกนี้ยังมีคนหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้ด้วยหรือ!
หลังจากฟังแล้ว เถ้าแก่ก็แทบหายใจไม่ออกเกือบเป็นลมตายไปตรงนั้น ต้องใช้กำลังทั้งหมดพยุงตัวเองกับตู้ข้างๆ จึงจะทรงตัวอยู่ได้
ใครใช้ให้เขามีเรื่องต้องขอร้องผู้อื่นเองเล่าแผลพุพองในร่างกายไม่สามารถรอช้าได้อีกแล้ว
ช่วงแรกที่ใส่เม็ดประคำไม้จื่อถานก็ได้ผลดีอยู่บ้าง
กดอาการผื่นพุพองภายในร่างกายได้ดียิ่งแนวโน้มดูเหมือนว่าจะดีขึ้น แต่ไม่กี่วันก็กลับมาเป็นซ้ำอีก
ครานี้แม้แต่ไม้จื่อถานก็เอาไม่อยู่แล้วเขาไม่กล้าใกล้ชิดเหล่าอนุภรรยาในบ้านมาครึ่งเดือนแล้ว เพราะเกรงว่าจะเห็นสีหน้าสะอิดสะเอียนรังเกียจเดียดฉันท์ของพวกนาง
เชิงอรรถ
[1] สิงโตอ้าปากกว้าง(狮子大开口) หมายถึง การเรียกราคาหรือตั้งเงื่อนไขไว้สูงมาก
[2] ดับเพลิงที่ขนคิ้ว(燃眉之急) หมายถึง ช่วยแก้เรื่องจวนตัวหรือเหตุฉุกเฉินดั่งไฟที่ไหม้ขนคิ้ว