“เอ่อ...” ดาริกาชะงักนิ่งไป
“รัณย์เคยอยู่ในจุดต่ำสุดมาแล้ว รู้ว่าคำดูถูกมันเจ็บปวดแค่ไหน ดังนั้นรัณย์ขอร้อง กรุณาให้เกียรติคนอื่นด้วย และอย่าทำอะไรแบบนี้อีก ยังไงดาก็เป็นผู้หญิงทำแบบนี้มีแต่เสียกับเสีย”
“เสียยังไงคะ เราสองคนเป็นสามีภรรยากัน มีลูกด้วยกัน”
“นั่นมันเป็นแค่อดีต ที่ผ่านไปแล้วนะดา” หญิงสาวชะงักจุกขึ้นมาถึงลำคอ คำพูดพร้อมสายตาของเขา ทำห่างเหินหมางเมินจนเธอสัมผัสได้ สีหน้าซีดของดาริกาแสดงออก พร้อมขยับกายออกห่างจากเขา แล้วเดินมานั่งยังโซฟาที่ตั้งอยู่ไม่ห่างนัก
“ดารู้ว่ารัณย์ยังโกรธ ที่ดาหนีไปเมืองนอก” หญิงสาวพูดเสียงเบา
“โกรธเหรอ? เปล่าเลย กลับกันมันมีแต่คำว่าไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้รัณย์ชักไม่แน่ใจอะไร ๆ หลายอย่าง” ดาริกาใจหล่นวูบ น้ำเสียงของเขาเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้เธอพยายามทำกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง หากแต่ไม่อาจทำให้อารัณย์ลืมสิ่งที่เธอเคยทำไว้ได้
“ดากลับไปก่อนได้ไหม” อารัณย์ยกมือขึ้นกุมศีรษะตัวเอง พลางกล่าวขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม
“ดาขอถามรัณย์หน่อยได้ไหม ตอนนี้ดาอยู่ในสถานะไหนคะ” หญิงสาวพูดเสียงคล้ายจะร้องไห้
“หลังจากดาไปเมืองนอกแล้ว ดาให้รัณย์อยู่ในสถานะไหนล่ะ รัณย์ค้างคาอยู่กับสถานะของตัวเองมาตลอดเวลา จนรัณย์เกือบลืมไปแล้วว่ามันสำคัญกับเรายังไง” หญิงสาวตัวชาเย็นวูบไปทั่วทั้งร่าง พลางนิ่งอึ้งในคำพูดของเขา
“ดาไม่ต้องห่วงเรื่องที่อยู่ ดาสามารถอยู่คอนโดฯ ของรัณย์ไปได้ตลอด จนกว่าดาจะมีที่อยู่ใหม่ ขาดเหลืออะไรก็ขอให้บอก แต่ตอนนี้ดากลับไปก่อนได้ไหม ขอรัณย์ทำงานก่อน” ดาริกาลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานของชายหนุ่มในทันที สายตาเหม่อลอย ย้ำแน่ชัดแล้วว่าอารัณย์ปฏิเสธการกลับมาของเธอในครั้งนี้ หญิงสาวมุ่งตรงไปยังบ้านเช่าของแม่สายใจ ท่ามกลางเสียงเอ่ยทักของบรรดาแม่ค้าแถวนั้น
“อีดา เดินเหม่อแบบนี้ ไม่กลัวตกท่อตายหรือไง”
“ได้งานใหม่หรือยัง”
“ตกลงผัวเอ็ง ที่ว่ามีลูกด้วยกัน เขารับไปอยู่ด้วยไหมวะ”
“อ้าวอีนี่ ถามแล้วก็ไม่ตอบ” แม่ค้าคนสุดท้ายพูดอย่างอารมณ์เสีย ก่อนร่างบางจะเดินตรงกลับเข้ามายังบ้านเช่าหลังเก่า ก่อนแม่สายใจจะเดินเข้ามา พลางเลื่อนสายตามองลูกสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“แม่!”
“อะไรของแก!” คนถูกเรียกสะดุ้งตกใจ เพราะไม่ทันตั้งตัว
“หนูจะทำยังไงให้รัณย์กลับมาหาอีกครั้งหนึ่ง”
“อ้าวอีนี่ ก็เขากลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ” หญิงกลางคนยกมือเท้าเอว ก่อนดาริกาส่ายศีรษะปฏิเสธช้า ๆ
“เขาแค่สงสารดาเท่านั้น เขาไม่ได้รู้สึกกับดาเหมือนเดิมแล้ว ดาสัมผัสได้” หน้าแม่สายใจเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง พลางเดินมาย่อตัวลงนั่ง สายตาเลื่อนลอยเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง
“ก็วันนั้นเขายังมาตามหาแกอยู่เลย ทั้งสายตา ทั้งคำพูด ดูเขารักแกจะตายไป แกแน่ใจแล้วเหรอ ว่าอารัณย์เขาแค่สงสารแกเท่านั้น”
“นับจากวันที่หนูกลับมา รัณย์ไม่เคยโทรหาหนูเลยสักครั้ง แหวนคู่ที่หนูซื้อให้เขา เขาไม่เคยหยิบมาใส่ คำพูดและท่าทีห่างเหิน ทำให้รู้ว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว” ดาริกาเดินมานั่งลงด้านข้างมารดา อย่างหมดหวัง
“อีดา แกจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้” สายตามุ่งมั่นของมารดา กระตุ้นให้ดาริกามีแรงขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้อารัณย์ ที่รวยเป็นมหาเศรษฐี ต้องหลุดมือไป
เช้าวันอาทิตย์เด็กหญิงไอริณ ตื่นขึ้นมาพร้อมอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสีชมพูสดใส ส่วนป้าสุดาดูแลเรื่องอาหารการกินไว้เรียบร้อยแล้ว สองพ่อลูกเดินลงมารับประทานอาหารเช้า ก่อนจะเดินทางไปรับนับดาวที่บ้านตามเวลาที่นัดเอาไว้