มีเทพเ้าัตนหนึ่งที่อยู่มานับหมื่นปีมันมิได้เป็เทพแต่อย่างใดมันเป็เพียงัสุดแข็งแกร่งที่คอยปกปักษ์โลกมนุษย์ผู้คนก็ต่างพากันเรียกขานมันเทพเ้าั มาวันหนึ่งได้มีอุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งมายังโลกขนาดของมันนับได้ว่าใหญ่เป็ หนึ่งในสิบส่วนของดาวโลก ถึงมันจะเป็เพียงหนึ่งในสิบส่วนแต่มันก็ใหญ่พอที่จะสามารถพุ่งชนโลกจนแตกกระจาย เทพเ้าัตนนั้นได้ใช้พลังอายุขัยทั้งหมดที่มีเข้าปะทะกับอุกกาบาตโดยตรงจนสามารถทำลายมันให้แหลกละเอียดกระจัดกระจายเป็หลายล้านส่วนตกลงไปยังบนพื้นโลก ทำให้พื้นที่ดินและผู้คนมากมายหายไปมากกว่าเจ็ดในสิบส่วนพื้นที่ทั้งหมดที่หายไปกลับกลายเป็น้ำ เพื่อที่จะช่วยผู้คนบนโลกเทพเ้าัตนนั้นถึงกลับยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างพลังที่เคยมีทั้งหมดสลายหายไปกลับกลายเป็แค่ัขนาดั์พิการไร้พลังที่เหลืออายุขัยอันน้อยนิดตัวหนึ่ง เวลาต่างล่วงผ่านไปกว่าร้อยปีขุมกำลังของมนุษย์ต่างฟื้นฟูมีผู้คนมากมายที่รู้สึกขอบคุณเทพัตนนั้นที่ช่วยเหลือเอาไว้ แต่กลับมีผู้คนมากกว่าที่พากันก่นด่าสาปแช่งว่าเป็ัชั่วช้าอำมหิตที่ล้างโลก
ณ ยอดปกเหมันต์สูงเสียดเมฆอันหนาวเหน็บในทวีปหนึ่งที่อยู่บนยอดนั้นคือัขนาดใหญ่สีม่วงปนดำ ศีรษะกับคอมีแผงอันน่าหวาดหวั่นยาวไปจนถึงลำตัว ลำตัวยาวกว่าครึ่งลี้ มีขาทั้งสี่ที่ดูทรงพลังมีกรงเล็บเหมือนกับสามารถบดขยี้ได้ทุกสรรพสิ่งหางของมันยาวกว่าหนึ่งลี้ ั้แ่ศีรษะจรดหางประดับไปด้วยกระดูกแหลมคมมากมาย มันมีปีกสองข้างใหญ่มหึมาบดบังแสงอาทิตย์บนร่างของมันต่างเต็มไปด้วยาแเล็กใหญ่มากมายจนตัวมันนั้นกลับกลายเป็สีแดงบนพื้นน้ำแข็งมีบ่อโลหิตเป็ทางยาวจนไม่เห็นสุดขอบ
“แฮ๊ก แฮ๊ก” จังหวะหายใจของมันถี่รัวกล้ามเนื้อของมันปริแตกสั่นสะท้านสภาพของมันไม่ต่างไปจากสัตว์ที่กำลังถูกเชือดแต่ตัวตนของมันนั้นกลับสูงส่งเกินที่จะมาต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาเช่นนี้ ตัวมันนั้นก็คือเทพเ้าัตนนั้นที่เคยสละทุกอย่างของตัวเองเพื่อผู้คนบนโลกแต่มันกลับถูกไล่ต้อนจากสุดยอดจอมยุทธมากมาย สิ่งที่มันได้เสียสละทำลงไปกับสิ่งที่มันได้รับคืนมานั้นไม่ต่างไปจากการ‘ตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น’
ด้านหน้าของมันมีขุมกำลังจอมยุทธมากมายล้อมรอบจอมยุทธต่างพากันกุมศาสตราวุธของตนเองที่หันไปทางัตนนั้น
“เ้าัปีศาจ วันนี้จะเป็วันตายของเ้า เ้าเป็ปีศาจอันชั่วร้ายอย่าได้หวังที่จะได้ตายดีพวกข้าจะหั่นเ้าเป็พันหมื่นชิ้นส่วนศีรษะจะเสียบประจานไปจนชั่วลูกชั่วหลาน!”ผู้ที่เอ่ยขึ้นคือหัวหอกของจอมยุทธทั้งหลายสีหน้าของมันต่างปรากฏร้อยยิ้มอันหน้าหวาดหวั่นไม่ใช่มันคนเดียวเหล่ายอดยุทธที่มาด้วยกันต่างมีสีหน้า ยิ้มพึงพอใจเหมือนกับว่าได้คำอวยพรจากสรวง์
ผู้คนต่างพากันร่ำร้องะโพุ่งทะยานย่นระยะพร้อมจะสับสังหารัตนนี้ด้วยพลังทั้งหมดที่มีแววตาของพวกมันต่างมีความโลภมากเกินที่จะปิดมิดพวกมันนั้นไล่ล่าตามหามานานกว่าหลายปี วัตถุประสงค์ของพวกมันนั้นถึงจะไม่มีผู้ใดบอกแต่ก็สามารถคิดได้เลยว่าเทพเ้าัตนนี้จะมีของวิเศษมากมายปานใดถ้าหากสังหารมันได้จะกอบโกยสิ่งมีค่าหาใดเปรียบได้อย่างมหาศาลพวกมันแทบคิดจะฆ่ากันเองถ้าหากสังหารัตนนี้ลงได้พวกมันไม่อาจต่อต้านคำว่าสิ่งมีค่าที่ได้มาจากตัวตนที่เป็ถึงเทพเ้าัแม้ยามก่อนพวกมันจะไม่เคยคิดฝันถึงแต่เมื่อพวกมันได้ยินเื่ราวต่อปากกันมาว่าเทพเ้าัในยามนี้นั้นเป็เพียงัไร้ทางสู้ตัวหนึ่งพวกมันก็แทบจะอดทนรอไม่ไหวที่จะต้องไล่ล่ากอบโกยสิ่งมีค่าทั้งหมดไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนผู้ใด
ในตอนนี้เองที่ัตนนั้นได้ขยับมันสยายปีกจนบดบังแสงอาทิตย์กระพือปีกหอบเอาสายลมกรรโชกตัวมันลอยเหนือจากพื้นกว่าหลายลี้มันหันหน้าไปทางจอมยุทธทั้งหลายในดวงตามันไม่ได้มีความกลัวไม่ได้มีความเกลียดชังไม่ได้มีทั้งความแค้นมีเพียงความรู้สึกผิดโศกเศร้าเสียใจเหมือนกับมันได้ทำสิ่งที่ผิดครั้งยิ่งใหญ่ลงไปพร้อมกับมันคำรามดังสนั่นจนแก้วหูผู้คนแทบจะะเิ “โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
“มันเป็เพียงแรงเฮือกสุดท้ายของมันพวกเราไปฆ่ามัน!” หัวหอกของจอมยุทธะโออกมาพร้อมกับทะยานพุ่งตรงไปหาัเหล่าจอมยุทธทั้งหมดก็ตามกันไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเ้าช่างโสมมเต็มไปด้วยความเ้าเลห์ข้าเป็ฝ่ายที่ผิดเองที่ช่วยพวกเ้าข้าน่าจะปล่อยให้พวกคนอย่างพวกเ้าตายกันไปให้หมดข้าช่างเกลียด เกลียดชังตัวเองที่ไปช่วยตัวบัดซบอย่างพวกเ้า” เสียงของัเต็มไปด้วยความสั่นพร่า ความโศกเศร้าแต่กลับเต็มไปด้วยความอหังการเย่อหยิ่งจองหองถึงแม้มันจะมีสภาพน่าอดสูเพียงใดแต่มันก็เคยเป็ถึงเทพเ้าัผู้สูงส่ง
“ไม่ต้องไปฟังวาจาไร้แก่นสารของปีศาจ ฆ่ามัน!!”เมื่อหัวหอกของจอมยุทธพูดจบก็ตามมาด้วยเคล็ดวิชามากมายพุ่งตรงมาที่เป้าหมายเดียวกันอย่างสุดกำลัง
“เ้าพวกหินโสโครกชั้นต่ำ อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากข้าแม้เศษเสี้ยว” ตลอดทั้งร่างของัปรากฏแสงสีม่วงสาดส่องออกมาจากรอยปริแตกบนร่างกายอันใหญ่โตเมื่อมองจากระยะไกลมันเป็เหมือนดั่งดวงอาทิตย์สีม่วงเจิดจ้าบาดตาสาดส่องไปหลายร้อยลี้
“หยุดมัน มันทำอันใดข้าไม่รู้แต่อย่าให้มันทำสำเร็จเด็ดขาด!!!”จอมยุทธต่างพากันเร่งรีบกว่าเดิมหลายเท่าออกกระบวนท่าอย่างรวดเร็วเท่าที่พวกมันใช้มาในชีวิต
ัไม่แม้จะชำเลืองมองพวกจอมยุทธด้วยซ้ำมันเพียงสยายปีกอย่างสง่างามแสงสีม่วงสาดส่องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
มันทำได้เพียงด่าทอเยาะเย้ยตัวเองในใจ ...พรหมลิขิตโชคชะตาอันใดช่างไร้แก่นสาร จุดจบของข้าจะมาถึงแล้ว ข้ากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วข้ามันช่างน่าสมเพชเกินเยียวยา
แสงสีม่วงสาดส่องมากกว่าเดิมนับหลายเท่าเทพเ้าัก็อันตรธานหายไปไม่เหลือแม้เกล็ดกรงเล็บหรือแม้แต่ฝุ่นผงอันใดมีเพียงสุ้มเสียงอันเจือจางของัผู้ร่วงหล่นที่ไม่มีผู้ใดสามารถได้ยิน “ฟ้าช่างไร้นัยตา”