ว่าจะไม่....สุดท้ายต้องเป็นเธอ Don't leave me

    ว่าจะไม่.... สุดท้ายต้องเป็นเธอ(สิงห์&เรนนี่) ep.32

            Ep.32




            

            ที่โรงพยาบาล


            


             ตอนนี้เราสองคนกำลังนั่งรอคิวอยู่ ตั้งแต่ตื่นเช้ามา ฉันก็ลากเขาให้มาหาหมอเลย ต้องปล้ำเขาให้ลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำ แต่งตัว เขางอแงนิดหน่อย บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยทำไมต้องไปหาหมอด้วย แต่ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน ถึงได้ลากเขาจนมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดรอหมอเรียกอยู่นี่ไง


             " อีกนานไหม นั่งรอมาเป็นชาติละ "


             " ใจเย็นๆสิคะ คุณหิวมั๊ย? " ฉันถามแบบนั้นเพราะเมื่อเช้าเขาดื่มกาแฟไปแค่ถ้วยเดียว


             " นิดนึง เธอหิวไหม? เดี๋ยวฉันลงไปซื้อของกินที่ชั้นล่างให้ "


             " ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าเพื่อว่าหมอเรียกชื่อคุณขึ้นมาล่ะคะ เดี๋ยวเรนนี่ไปเอง คุณนั่งรอตรงนี้แหละ " ฉันเอื้อมมือจับแขนเขาไว้เมื่อเขากำลังจะลุกขึ้น


             " อย่านานนะ..... คิดถึง " ฉันมองเขาก่อนจะยิ้มออกมา แล้วหยิบกระเป๋าเดินไปซื้อขนมให้เขา


            


             ได้ขนมปังกับนมมาให้เขา ส่วนของฉันเป็นน้ำผลไม้ พอเดินกลับมาก็ไม่เจอเขานั่งรออยู่ที่เดิมแล้ว สงสัยคงจะเข้าไปพบหมอแล้วมั้ง ฉันนั่งลงที่โซฟาหน้าห้องแล้วเจาะน้ำผลไม้จากกล่องดูดกิน


            

            แอ๊ดดดดดดดด


            

            " หมอว่ายังไงบ้างคะ? " เมื่อเห็นเขาเปิดประตูออกมาจากด้านในก็รีบถามขึ้น


             " พักผ่อนไม่เพียงพอมั้ง " อืมมม..ก็จริงนั้นแหละ ก็เขาทำงานทุกวันเลยหนิ ถ้าวันนั้นฝนไม่ตกก็คงไม่ได้หยุดพักอยู่บ้านหรอก แต่...ทำไมต้องอ้วกตอนกินข้าวทุกครั้งเลยนะ


             " ต่อไปนี้คุณต้องพักผ่อนเยอะๆแล้วนะคะ หาเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง อย่างเสาร์ อาทิตย์เงี๊ยะ คุณจำเป็นต้องไปทำงานด้วยหรือไง ทำไมต้องไปคาสิโนหรือไม่ก็สนามแข่งทุกวัน เรนนี่ว่าคุณควร.... "


            

            จุ้บบบบบ


             " ขี้บ่น~ "


             " ///// " เขาก้มหน้าลงมาจุ้บที่ริมฝีปากฉันเร็วๆระหว่างที่ฉันกำลังบ่นเขาอยู่ เมื่อเห็นฉันเอาแต่เงียบอยู่เขาก็ดึงมือฉันให้เดินตามไป


             เรารอรับยา ชำระเงิน เสร็จก็กลับ ระหว่างทางที่กลับคอนโด คุณสิงห์ที่ขับรถอยู่ก็เอ่ยขึ้น


             " เธอเกลียดฉันหรือเปล่าเรนนี่? "


             " หื้มมมม ทำไมถามอย่างนั้นคะ? " ฉันหันหน้าไปมองเขาอย่างงงๆ


             " ก็...ก็ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็เงียบไปเลย แถมยังไม่คุยกับฉันอีก " นี่อย่าบอกนะว่าที่เขาแสดงกิริยาแบบนั้นออกมาเมื่อวาน แปลว่าเขากำลังงอนเพราะคิดว่าฉันรังเกียจเขา อย่างนั้นใช่มั๊ย


             " ว่ายังไงล่ะ ตอบสิ! เธอกลียดฉันหรือเปล่า? "


             " เปล่าค่ะ เรนนี่ไม่ได้เกลียดคุณแต่เรนนี่..แค่กลัว~ "


             " กลัว? กลัวฉัน? " เขาถามแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ฉันจึงพยักหน้ากลับไป


             " ก็คุณบอกว่าคุณเป็นมาเฟีย ในละครที่ฉันเคยดูพวกมาเฟียเป็นคนไม่ดีหนิคะ พวกที่เขาค้ามนุษย์ ตบตีผู้หญิงไม่เว้นแม้แต่เด็กแล้วก็คนแก่ แบบนั้นไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าวันหนึ่งคุณเกิดไม่พอใจเรนนี่ขึ้นมา แล้วฆ่าปิดปากทิ้ง จะทำยังไงล่ะคะ "


             " แล้วเธอเคยเห็นฉันทำแบบนั้นหรือไง? "


             " ฮึ " ฉันส่ายหน้า


             " เธอดูละครมากไปนะ "


             " -_- "


             " มันมีแค่เรื่องธุรกิจมืด และฉันไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกาย แต่ถ้าเป็นไอ้มังกรอ่ะไม่แน่! "


             " มังกรหรอคะ? " ฉันพึมพำพูดเบาๆ


             " ใช่ จะว่าไปฉันคิดว่าเรื่องเมื่อวานอาจจะเป็นแผนของมันที่ตั้งใจจะปั่นหัวฉัน มันกวนxีน "


             " ................... " เมื่อวานหลังจากฟังที่เขาเล่า ถ้าผู้ชายคนนั้นจับไปผิดตัวจริงๆฉันรู้สึกสงสารผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นจังเลยที่ต้องมารับเคราะห์แทนฉัน แต่ถ้าเป็นแค่แผนอย่างที่คุณสิงห์ว่า ก็พอจะโล่งอกหน่อย


             " ต่อไปนี้เธอห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีไหน เพราะฉันไม่ไว้ใจ " เขาพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


             " คุณสิงห์ช่วยแวะเซเว่นข้างหน้าให้หน่อยได้มั๊ยคะ เรนนี่อยากกินชาเขียว "



            

             At Seven-Eleven



             " คุณจะเอาอะไรมั๊ยคะ? " ฉันถามคุณสิงห์แล้วหยิบขวดชาเขียวที่หมายตาไว้ตั้งแต่แรกมาไว้ในมือ


             " ฮึ " เขาปฏิเสธแต่สักพักก็เดินไปเปิดตู้แช่เย็นแล้วหยิบเบียร์มาสาม สี่ กระป๋อง อะไรของเขา การกระทำกับคำพูดมันช่างย้อนแย้งซะจริง


             ฉันเดินอ้อมมาอีกทางเพื่อจะไปจ่ายเงิน คุณสิงห์ก็เดิมตามมา ผ่านโซนของกินของใช้ต่างๆสายตาก็เหลือบไปเห็นห่อผ้าอนามัยหลากสีที่วางเรียงรายอยู่บนชั้น นี่ฉันไม่ได้ใช้มันมานานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งเดือนกว่าแล้วหนิ ฉันตาโตแล้วกลืนน้ำลายรู้สึกถึงก้อนจุกอยู่ที่คอ ทุกครั้งที่ฉันนอนกับเขาเราทั้งสองคนไม่เคยป้องกันเลยนี่นา ฉันยกมือขึ้นแตะหน้าท้องเบาๆ ถ้ามาจริงๆฉันควรทำยังไงต่อกับชีวิต พ่อแม่ฉันจะคิดยังไง เรียนเพิ่งจบงานก็ยังไม่ได้ทำ แล้วอีกอย่างคุณสิงห์เขาจะโอเคมั๊ย เหมือนจะดีใจแต่ก็สับสน ฉันจะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดี มันอธิบายยากจริงๆ ฉันไม่ได้รังเกียจลูก แต่แค่....


             " เรนนี่!! "


             " คะ? อ้อ จ่ายตังค์ " ฉันได้สติก็รีบลนลานหากระเป๋าตังค์ในกระเป๋าสะพาย


             " ฉันจ่ายแล้ว รีบไปเถอะคนอื่นเขารอจ่ายอยู่เนี่ย "


             พอก้มมองก็เห็นในมือเขาถือถุงผ้าใส่ของเรียบร้อย ขึ้นมานั่งบนรถได้สักพักเขาก็เอ่ยปากถามขึ้น


             " เธอไม่สบายหรือเปล่า ไปหาหมอไหม กลับไปโรงพยาบาลตอนนี้ยังทันนะ อาการเธอน่าเป็นห่วงกว่าฉันอีกนะเนี่ย " เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังในตอนแรก แต่พอท้ายประโยคกลับคล้ายมีเสียงเคล้าหัวเราะนิดๆ พร้อมกับยื่นมาโยกหัวฉันเบาๆ // ><// อบอุ่นเป็นบ้า


             " เอ่อออ ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณช่วยแวะร้านขายยาก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยคอนโดให้เรนนี่ด้วยนะคะ "


             " ทำอะไร? "


             " :) " ฉันเพียงแต่ยิ้มเป็นการให้คำตอบ


            




             คอนโด ห้องคุณสิงห์



             " ตกลงเธอซื้ออะไรมา? " พอถึงห้องฉันก็รีบเดินเข้ามาในห้องนอน ส่วนคุณสิงห์ก็เดินตามเข้ามาแล้วรบเร้าถามถึงสิ่งที่อยากรู้



             พรึ่บบบบ!!!


             ฉันล้วงของในถุงที่ซื้อมาจากร้านขายยาให้เขาดู เขาอึ้งตาโตสักพักแล้วเอ่ยถาม


            " คะ...คือไรวะ? "


             " ที่ตรวจครรภ์ไงคะ ^^ คุณไม่รู้จักหรือไง? " ฉันถามเขายิ้มๆแล้วรอดูปฏิกิริยาของเขาต่อไป แต่ที่จริงรู้สึกใจแป่วๆตั้งแต่ที่เขาตกใจตาโตหน้าซีดนั่นแล้ว


             " ไม่ใช่แบบนั้น แต่มันหมายความว่ายังไง? เธอทะ..ท้องหรอเรนนี่? " ทำไมต้องติดอ่างด้วย ฉันเริ่มจะใจไม่ดีแล้วนะ


             " ยังค่ะ แต่กำลังจะตรวจ! "


             " ......................... "


             " ทำไมคะ ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงๆคุณจะทำยังไง ไล่ให้ฉันไปทำแท้ง ฆ่าปิดปาก หรือว่าจะ...."


             " ไม่เอาน่าเรนนี่ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นสักหน่อย "


             " แต่คุณทำท่าเหมือนไม่อยากมีเขา! "


             ฉันพูดขึ้นเสียงใส่พร้อมเดินหนี แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ตามมากอดรั้งฉันไว้ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้ อารมณ์หงุดหงิดอย่างหาเหตุผลไม่ได้ ขี้น้อยใจ แล้วก็ขี้แยด้วย ทั้งที่เมื่อก่อนฉันไม่ได้มีนิสัยแบบนี้เลยสักนิด


             " ไม่ใช่อย่างนั้นเรนนี่ ฉันไม่ได้ไม่ต้องการเขา แต่แค่ตกใจนิดหน่อย มันเร็วไปหรือเปล่าเธอลองตรวจดูก่อนดีไหม อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ ที่รัก " เนี่ย ก็เขาพูดแบบเนี้ย จะให้ฉันเข้าใจว่ายังไง เขาพูดเหมือนไม่อยากมีลูก


             ฉันผลักเขาออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำพร้อมที่ตรวจครรภ์ในมือ อีกเดี๋ยวก็ได้รู้แน่ ทั้งรู้ว่าฉันจะท้องหรือไม่ท้อง รู้ทั้งความรู้สึกของเขาด้วยนั่นแหละ!



             ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก~


             ฉันที่ตอนนี้กำลังนั่งบนฝาชักโครกกำเครื่องมือที่เพิ่งผ่านการตรวจมาเมื่อกี๊ ลุ้นจนเสียงหัวใจเต้นแรงเหมือนกับมันจะกระโดดออกมาเต้นข้างนอก


            

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก


             " เรนนี่ เสร็จยัง ทำไมนานจัง " คนข้างนอกก็เร่งยิกๆ แต่ฉันก็ยังนั่งเงียบรออยู่ จนในที่สุด!!!! 0_0 สะ..สะ..สองขีด!!!! เฮื๊อกกกกก~~~ ฉันถอนหายใจออกมามันมีหลายความรู้สึก ทั้งตกใจ ดีใจ เสียใจ สับสน ตื่นเต้น โอ้ยยยย อะไรกันเนี่ย


             " เรนนิ~~ "



             แอ๊ดดดดดดดด


             ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกมาก่อนที่เขาจะเรียกฉันอีกครั้ง พร้อมชูแท่งตรวจที่แสดงผลเรียบร้อยให้เขาดู เห็นสีหน้าเขามีความตกใจมากในตอนแรกแต่สักพักแววตาสั่นๆนั้นก็คลอไปด้วยน้ำตา เขาร้องไห้?


             " ที่รัก~~~ ฉันรักเธอ " เขาเอื้อมมาฉวยแท่งนั้นไปดูใกล้ๆแล้วเดินเข้ามากอดฉันกดจูบลงที่ขมับ พอเห็นท่าทีของเขาแบบนี้แล้วอารมณ์หลากหลายที่ฉันมีอยู่ในห้องน้ำเมื่อกี๊ ตอนนี้มันเหลือแค่อารมณ์เดียวและฉันสามารถอธิบายได้ มันคืออารมณ์ของความปลื้มปริ่ม มีความสุข ฉันดีใจที่มีเขาและมีตัวเล็กที่เกิดจากเขากำลังเติบโตในท้องของฉัน


             " เรนนี่ก็รักคุณค่ะ รักมาก รักที่สุด " ไม่รู้ตัวว่าน้ำตาไหลอาบแก้มจนกระทั่งมือใหญ่ของเขายื่นมาซับออกให้ ฉันกอดเขาแน่นแล้วฝังหน้าลงที่อกเขา





            ............................................................................


            

            อีกด้านหนึ่ง


             " ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เมียไอ้สิงห์!!! พวกมึงมันโง่! โง่แล้วอวดฉลาด " หลังจากลงโทษลูกน้องที่ทำงานพลาด ด้วยการใช้กำลังทั้งเตะ ต่อย กระทืบ ก็ยืนด่าลูกน้องสามคนนั้นอย่างเกรี้ยวกราดด้วยความหัวเสีย กำหมัดแน่นจนมือสั่นพร้อมปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นเมื่อยามเจ้าของลำแขนแกร่ง เกร็งกำมือไว้แน่น


             " ป่านนี้ไอ้สิงห์มันคงหัวเราะเยาะในความสะเพร่าของพวกมึง เวรเอ้ย!! "


             ปักกกกก!!


             " อ้ากกกกก~~~ "





             ********* to be continued





             เย้ๆๆๆๆ รู้สักทีว่ามีตัวน้อย พอเปิดใจคุยกันมันก็ดีอย่างนี้แหละนะ แต่เรนนี่อารมณ์คนท้องนี่น่าเป็นห่วงนะ มันขึ้นๆลงๆยังไงก็ไม่รู้ คุณสิงห์ต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีๆนะคะ คุณมังกร~~ อย่าร้ายนักได้ป่าว เค้ากลัวน๊าาา