หมู่บ้านน่าหลาง บ้านสกุลจาง
“ข้าไม่เห็นว่ามันจะน่าละอายตรงไหนเลยนะ นางอายุสิบห้าปีแล้ว หากท่านยังไม่อยากรีบให้นางออกเรือนไปก็ทำการหมั้นหมายไว้ก่อนได้นี่ บิดามารดานางก็ไม่อยู่ ผู้าุโในสกุลจะทำการหมั้นหมายให้มันแปลกตรงที่ใดกัน”
“หากว่าเ้าคิดจะหาคู่ครองให้นางอย่างบริสุทธิ์ใจ ข้าจะคัดค้านเ้าหรือชุนเถา แต่นี่เป็เพราะเ้าหวังเอาเงินสินสอดของนางมาใช้ เ้าไม่ละอายแต่ข้าละอาย เ้าหยุดปากไปเสีย!!”
“แล้วบุตรสาวของท่านล่ะ ท่านจะปล่อยให้นางตายไปเช่นนี้หรือจิตใจท่านทำด้วยอะไร ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ฮือ..ฮือ..”
เสียงร้องไห้โวยวาย และการโต้เถียงกันระหว่างสามีภรรยาบ้านสกุลจาง ดังแว่วออกมานอกเรือนเกือบชั่วยามแล้ว ชาวบ้านใกล้เคียงต่างก็ชะเง้อ สอดส่ายสายตาแอบมองอยู่ตามริมกำแพงอย่างสอดรู้สอดเห็น
“ต้าฉวน เ้าโวยวายเสียงดังอะไรกันแต่เช้าขนาดนี้” จางอู่เกินชายชราผู้เป็บิดาของจางต้าฉวนรีบออกมาจากห้อง เมื่อได้ยินเสียงของบุตรชายและลูกสะใภ้ทะเลาะกันเสียงดัง
“ท่านพ่อ.. ชุนเถานางกังวลจนเลอะเลือนไปเท่านั้นขอรับ ข้าโมโหจึงได้เผลอเสียงดังตำหนินางไปนิดหน่อยขอรับ”
“ท่านพ่อสามี ข้าไม่ได้เลอะเลือน พวกท่านเห็นใจข้าเถิด จื่อเหมย้าหมอจริงๆ ข้าไม่อาจทนเห็นนางเป็อะไรไปโดยไม่ทำอะไรได้นะเ้าคะ หากให้เฟยอีออกเรือนไปเสียเรายังได้เงินค่าสินสอดพาจื่อเหมยไปหาหมอ ถ้าจื่อเหมยหายดีแล้วข้าจะหาทางคืนเงินให้บ้านสามจนครบเลยเ้าค่ะ ข้าขอร้อง..ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ฮือ..ฮือ"
“เื่นี้ข้าพูดกับเ้าไปแล้วนะชุนเถา ข้าไม่ยินยอมจะขายหลานสาวออกไปเช่นนี้หรอก"
จางต้าฉวนขมวดคิ้วแน่น เขาทั้งโกรธทั้งอายจนตัวสั่น จางจื่อเหมยบุตรสาวคนโตของเขาออกไปช่วยงานในทุ่งนา แล้วเกิดเป็ลมศีรษะกระแทกพื้นจนสลบไปั้แ่เมื่อวาน ครอบครัวเขาไม่มีเงินพอที่จะพานางไปหาหมอ คนในหมู่บ้านก็ล้วนแล้วแต่ยากจนไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็หาที่พึ่งไม่ได้
หลี่ชุนเถาภรรยาของเขาร้อนใจรีบกลับไปที่บ้านเดิมของนาง หวังจะไปขอยืมเงินพ่อตาแม่ยายเพื่อพาบุตรสาวไปหาหมอก่อน แต่แล้วนางก็ได้แต่ร้องไห้ผิดหวังกลับมา
ทางหมู่บ้างฉางนั้นก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเช่นกัน พ่อตาแม่ยายของเขาก็แทบจะไม่มีอะไรกินกันอยู่แล้ว เขาจึงได้แต่ให้บุตรสาวนอนพักอยู่แต่ในเรือน และดูแลกันเองจนบัดนี้นางก็ยังไม่ได้ฟื้นขึ้นมา
เมื่อวานตอนที่หลี่ชุนเถาเดินทางกลับไปหมู่บ้านฉางบ้านเดิมของนาง เผอิญได้รู้ข่าวมาว่า มีพ่อหม้ายผู้หนึ่ง ทำงานเป็คนเชือดหมูอาศัยอยู่ในหมู่บ้านฉาง ประกาศให้สินสอด 3 ตำลึงเงิน เพื่อหาภรรยามาดูแลลูกสามคนที่เกิดจากภรรยาเก่าของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว
พ่อหม้ายคนนี้เนื้อตัวสกปรกมอมแมม ผิวดำหยาบกร้านทั้งยังมีลูกติดจึงไม่มีใครคิดจะแต่งให้กับเขา จนกลายเป็เื่พูดคุยสนุกปากของชาวบ้าน
หลี่ชุนเถาที่กำลังกระวนกระวายใจเื่บุตรสาว จึงเอ่ยถึงหลานสาวจางเฟยอีกับจางต้าฉวน ว่าหลานของเขาถึงวัยออกเรือนแล้ว จางเฟยอีเป็เด็กสาวทึ่มทื่อไม่มีปากเสียงกับผู้ใด ซ้ำบิดามารดาก็หายสาบสูญไปนานกว่าสี่ปีแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านจัดการให้ย่อมยินยอมแต่งออกไปโดยไม่ขัดแย้ง หากได้ค่าสินสอดนั้นมาก็จะได้เงินพาจางจื่อเหมยไปรักษาตัวได้
เขาโกรธภรรยาจนดุว่าไปครั้งหนึ่งแล้วั้แ่เมื่อวาน หลานสาวของเขาเพิ่งจะอายุสิบห้าปี แต่พ่อหม้ายนั่นอายุเกือบจะสี่สิบปีแล้ว แถมยังมีลูกติดอีกสามคน จะให้หลานสาวของเขาแต่งไปเป็คนรับใช้ของบ้านนั้นหรืออย่างไร หลี่ชุนเถานั้นทั้งทุกข์ทั้งกลัว แต่ก็คิดหาทางอื่นไม่ได้ จึงได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญดูแลเช็ดเนื้อตัวให้บุตรสาวไปตลอดทั้งคืน
ไม่คิดว่าพอเช้านี้ จางจื่อเหมยกลับมีไข้สูง เรียกอย่างไรก็ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยสีหน้าก็ดูย่ำแย่กว่าเมื่อวานมาก ทำให้นางชุนเถาถึงกับคลุ้มคลั่งไล่ตีเขาให้ออกไปหาเงิน เขาเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน เขาไปหาสหายมาหลายคนแล้ว แต่ละคนล้วนผ่ายผอมยากลำบากยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“ต้าฉวน เช่นนั้นเ้าก็ไปหาท่านหัวหน้าหมู่บ้านบอกให้เขาช่วยขายที่นาของเราออกไปเสียเถิด ต้าหลางเ้าก็ไปบ้านอ้ายกัวขอยืมเกวียนเขามาเตรียมพาจื่อเหมยไปหาหมอในเมืองก่อน ค่ารักษาหลังจากขายที่ดินได้แล้วเราก็รีบนำไปจ่ายท่านหมอเสีย” จางอู่เกินสั่งความบุตรชายทั้งสองอย่างเศร้าสร้อย
“ท่านพ่อ หากขายที่นาแล้วต่อไปพวกเราจะทำอะไรกินกัน ตลอดสามปีมานี่พวกเราก็ทยอยขายจนเหลือเพียงที่นาไม่มากแล้วนะขอรับ”
จางต้าหลางเอ่ยเตือนผู้เป็บิดา โดยมีภรรยาของเขาลอบกระตุกแขนเสื้ออยู่ข้างๆ พวกเขาเคยปรึกษากันเื่นี้แล้วว่าหากบิดาจะขายที่นาออกไปอีก เขาจะคัดค้านเพราะหากไม่มีที่นาเหลือไว้ทำกิน ก็เท่ากับตัดอนาคตของทุกคนในบ้านสกุลจางทั้งหมด
“ท่านพ่อ ที่นาเวลานี้ก็ใช่ว่าจะขายได้ง่าย ภัยแล้งยาวนานมาสองปีที่ดินต่างก็ราคาตกต่ำคงจะขายไม่ได้ในเร็วๆนี้หรอกขอรับ”
จางต้าฉวนกล่าวกับบิดา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเื่การขายที่นาออกไป แต่เป็เพราะอยากขายก็ไม่มีใคร้าต่างหาก เวลานี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ไปบอกฝากขายที่ไว้กับหัวหน้าหมู่บ้านกันแทบทุกคนแล้ว หากจะลดราคาก็คงต้องแข่งกันลดจนแทบจะยกให้เปล่าๆ ความคิดนี้จึงเป็อันต้องพับไป
หลี่ชุนเถาหรือนางหลี่ซื่อ ยิ่งฟังสามพ่อลูกพูดคุยตอบโต้กันไปมา ก็ยิ่งร้อนรน
“นั่นก็ไม่ได้! นี่ก็ไม่ได้! พวกท่านจะให้ข้าทำเช่นไร หากส่งเฟยอีออกเรือนไปก็ลดคนกินข้าวไปอีกหนึ่งคน"
นางหลี่ซื่อหันไปเห็นน้องชายสามีและภรรยาที่ยืนฟังอยู่ ก็รีบเรียกพวกเขา
"ต้าหลางน้องสะใภ้ หากให้เฟยอีออกเรือนไปลูกชายของพวกเ้าก็จะได้กินอาหารมากขึ้นไม่ใช่หรือ เ้าช่วยขอร้องท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่ของเ้าให้ข้าอีกแรงเถิด” หลี่ชุนเถาโผมาหาสะใภ้รอง ร่ำไห้ปานจะขาดใจ
จางต้าฉวนเห็นผู้เป็ภรรยาร่ำไห้ ก็ได้แต่นึกโทษตัวเองรีบไปพยุงร่างนางหลี่ซื่อเอาไว้
“ข้าขอโทษชุนเถา ข้ามันเป็พ่อไม่เอาไหน ข้าจะไปในเมืองขายตัวเองเป็บ่าวให้สกุลใหญ่ เ้าเลิกร้องไห้เสียเถิด จื่อเหมยต้องได้ไปหาหมออย่างแน่นอน
ท่านพ่อ..ท่านไม่ต้องขายที่นาหรอกขอรับพวกเราไม่มีอาชีพอื่นแล้ว หากไม่มีนาไว้ปลูกข้าวกินเองทุกคนในบ้านต้องอดตายอย่างแน่นอน ข้าจะไปในเมืองกับน้องรอง ได้เงินแล้วก็ให้น้องรองรีบพาจื่อเหมยไปหาหมอเงินส่วนที่เหลือก็เอามาซื้ออาหารไว้ให้คนในบ้านเถิดขอรับ”
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เ้าเป็บุตรชายคนโตของข้าบ้านสกุลจางต่อไปก็ต้องเป็เ้าคอยดูแลน้องและหลานๆ ต้าฉวนเอ้ย… อย่าพูดเื่ขายตัวเป็ทาสอะไรพวกนี้อีกเลย” จางอู่เกินกุมหน้าอกพูดออกมาพร้อมๆ กับร่างของเขาก็ค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น
“ท่านพ่อ!!”
“ท่านพ่อ!!”
จางต้าฉวนและจางต้าหลาง รีบเข้ามารับร่างของบิดาโดยเร็ว ยังดีที่เขายังไม่ทันล้มลงไปเวลานี้หากบิดาเจ็บป่วยไปอีกคน นั่นจะเป็เื่ใหญ่ที่พวกเขาไม่อาจรับได้อีกต่อไป
“ไม่เป็ไรๆ ข้าเพียงหน้ามืดไปเท่านั้น ” จางอู่เกินบอกกับบุตรชาย หลังจากที่ได้นั่งพักลงสักครู่เขาจึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว
“ท่านพ่อ เช่นนั้นข้าจะขายตัวเองไปเป็บ่าวเอง ข้าก็ทนมองทุกคนอดอยากอยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้วขอรับ”
จางต้าหลางเอ่ยน้ำตาคลอเบ้า เดิมทีเขามีอาชีพช่างไม้ เป็ลูกจ้างเถ้าแก่ร้านขายเครื่องเรือนที่อยู่ในเมือง แต่หลายปีก่อนประสบอุบัติเหตุแขนขวาของเขามีแผลขนาดใหญ่บริเวณข้อศอก หลังจากแผลหายดีแล้วแขนของเขากลับมีแผลเป็ ิับริเวณนั้นยึดติดกันไม่สามารถยืดออกได้เหมือนคนปกติอีกเลย
การเป็ช่างไม้ต้องใช้กำลังที่แขนและมือเป็อย่างมาก เถ้าแก่กลัวว่าเขาจะทำงานไม่ดีจึงให้เขาออกจากงาน เขาเลยจำต้องกลับมาช่วยครอบครัวทำไร่นาอยู่ที่บ้าน
่แรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่สองสามปีที่ผ่านมานี้ เกิดภัยแล้งไปทั่วทุกแห่ง ปัญหาการขาดแคลนอาหารกระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน เขาต้องทนมองภรรยาและลูกนอนหลับลงไปโดยที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องอยู่บ่อยๆ นั่นมันทำให้เขาเ็ปยิ่งนัก