บทที่4
เช้าวันต่อมาภาพเหตุการณ์ที่กลุ่มอันธพาลโดนเล่นงานหน้าวิทยาลัยวอเลตมิชชั่นได้แพร่กระจายไปทั่วในอินเตอร์เนต#ตบเก๋าหน้าวอเลต #เทพสั่งสอนอันธพาล#จากัวร์เก๋าผิดที่ ฯลฯทุกแฮชแทคที่เกี่ยวกับเื่นี้ติดอันดับการค้นหาระดับต้นๆ รวมทั้งทรงกลดออมสินก็หนีไม่พ้น #ปกป้องรักหน้าวิทยาลัยภาพคลิปการกอดกันของทั้งคู่สร้างความประทับใจในโลกโซเชียลอาจารย์ฝ่ายธำรงวินัยและรักษาศีลธรรมวิ่งกันให้วุ่นเพื่อตามหาข้อเท็จจริงในเื่นี้เกิดอะไรขึ้นกับหนุ่มจากัวร์กับพวก สิทธิดลเจ็บปางตายแต่หายไปใหนนายพลกานจีปิดปากเงียบกริบไม่ออกมาตอบโต้ข่าวอะไรเลยทุกเหตุการณ์อยู่ในความสนใจของสังคมมากในขณะนี้
และเสียงวิจารณ์กับคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหล่ะ
[พวกเราอุ่นใจที่มีเทพคอยดูแล ขอได้โปรดคุ้มครองพวกเราให้สงบสุขด้วยเถิดท่านเทพวอเลต]
[ถิ่นเรา ใครจะมาใหญ่ไม่ได้ จากัวร์เอ๋ยคราวหน้าจะกล้ามั๊ย]
[ฉากรักในสนามรบ ช่างสุดแสนประทับใจ อยากให้เป็เราจัง]
[สมน้ำหน้าลูกนายพลขี้แอ๊ค หงอยไปนานหล่ะงานนี้]
[เื่นี้ไม่จบ มีเอาคืนแน่าโลกครั้งที่3กำลังจะมาแล้ว ระวังตัวกันด้วยพี่น้อง]
ฯลฯ
วันนี้ออมสินมาเรียนตามปกติ วันนี้เรียนห้องบัญชี ทันทีที่เดินเข้าห้องสายตาหลายคู่มองมาอย่างแปลกๆ เสียงจอแจที่ดังเมื่อครู่เปลี่ยนเป็เสียงซุบซิบ
“ออมฝีมือแฟนแกใช่มั๊ย เมื่อวาน” แน่นอน ต้องมีผู้ที่อดใจไม่ไหว เติมขวัญนั่นเอง
“ใครบอกว่าเขาแฟนฉัน”ออมสินพูดงึมงำในลำคอ ใบหน้าแดงวูบ นั่งประจำที่ตัวเอง ก้มหน้าต่ำ เหมือนคนมีพิรุธ
“อะแน่เขินเหรอ” กานดาตามมาก้มหน้ามองหน้าออมสินตรงๆ
“พวกแกไม่มีอะไรทำก็ไปอ่านหนังสือไปวันนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ”
ตลอดคาบเรียน่เช้าออมสินได้แต่เหม่อคิดแต่เื่ทรงกลด ั้แ่พ่อทรงกลดหายไปเมื่อห้าปีที่แล้วทรงกลดก็เปลี่ยนเป็คนละคน นับวันเธอยิ่งไม่เข้าใจเขาเมื่อวานใครจะคิดว่าทรงกลดจะอยู่ตรงนั้นเขาจะนิ่งไม่สะทกสะท้านเผชิญเหตุการณ์อย่างสุขุมเยือกเย็น‘แกไปเจออะไรมาเหรอ ทำไมแกถึงได้เปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้แกอย่าคิด อย่าทำอะไรคนเดียวนะ แกลืมเพื่อนคนนี้แล้วเหรอ ทรงกลด’ ออมสินคิดวกวนอยู่แต่เื่ของทรงกลด สรุปว่าวันนี้ทั้งวันออมสินเหม่อลอยเหมือนคนไม่มีสติ
บึกส์! “โอ๊ย” ออมสินร้องด้วยความใลูกฟุตบอลลอยมาโดนต้นคอด้านหลังอย่างจัง
“ขอโทษน้อง เป็งัยบ้างครับ เจ็บตรงใหนมั๊ย” ชายหนุ่มหน้าเหลี่ยมคมสัน ผิวขาว ผอม สูงดูสะอาดสะอ้าน วิ่งมาถามด้วยสีหน้าใ พร้อมกับเก็บลูกฟุตบอลที่พื้นใกล้ๆ“ไปห้องพยาบาลมั๊ย เดี๋ยวพี่พาไป” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็รัยค่ะพอดีเดินเรื่อยเปื่อย ไม่รู้มาถึงที่นี่ได้งัย” ออมสินตอบมือยังกุมต้นคอด้านหลัง
“ใหนครับพี่ขอดูหน่อย มีแผลหรือป่าว”
“ไม่เป็รัยจริงๆค่ะ”
“เย็นขนาดนี้แล้วน้องจะกลับบ้านยังงัย ให้พี่ไปส่งมั๊ย เพื่อเป็การไถ่โทษ”ชายหนุ่มกล่าวอย่างร้อนรนและเป็ห่วง
“อ่อไม่เป็รัยค่ะ วันนี้จะไปวันเกิดเพื่อนใกล้ๆนี้เอง ขอตัวนะคะ”ออมสินพูดจบแล้ววิ่งจากไป เจ็บจิ๊ดๆ อายด้วย จะอยู่ทำไมหล่ะไม่รอเสียงเรียกของชายหนุ่ม เผ่นก่อนดีกว่า
“ว๊าไปซะแล้ว ยังไม่ทันได้ถามชื่อเลย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเสียดายกอดลูกฟุตบอลวิ่งเหยาะๆ ลงสนามไป
“ใครวะวินแฟนเหรอ น่ารักดีหว่ะ แนะนำให้รู้จักบ้างดิ” เพื่อนคนนึงทักขึ้น
“ป่าวกูเตะบอลไปโดนเค้า ยังไม่รู้จักชื่อเลย”
“คู่แท้มาแล้วเว๊ยต่อเลยวิน จ๊อบนี้” เพื่อนอีกคนเอ่ยปากแซว
วินเหม่อมองไปตามทางที่ออมสินจากไป นิ่งคิด มุมปากเกิดรอยยิ้มเล็กๆ
ค่ำคืนนี้ที่บ้านทรงกลด มีงานฉลองเล็กๆ วันนี้คือวันเกิดของทรงกลดมีเพื่อนไม่กี่คนที่มางานนี้ เจมส์ลูกชายเ้าของธุรกิจจิวเวอรี่ชื่อดังเจลูกชายเ้าของโรงยิมฮานนาที่มีชื่อเสียงในด้านศิลปการป้องกันตัว และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ก็คือออมสิน
“HappyBrithday to you HappyBrithday to youHappyBrithdayHappyBrithday HappyBrithdayทรงกลด” เสียงร้องเพลงประสานเสียงจากเพื่อนสนิททั้งสามดังขึ้นพร้อมเค็กในมือจบด้วยเสียงปรบมือ
“อาหารเสร็จแล้วจ๊ะไปที่โต๊ะเลยนะจ๊ะ”
“ครับแม่วันนี้ผมล้างท้องมาแล้ว กะเต็มที่เลยครับ” เื่ความตะกละไม่มีใครเกินเจมส์
“ผมไม่ได้มาชิมฝีมือแม่นานแล้ววันนี้ขอเต็มที่ครับแม่” เจพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม
“จ๊าถ้าดึกก็นอนมันเสียที่นี่เลยแล้วกัน กลับบ้านดึกดื่นมันอันตราย”
“ครับคุณแม่”
“นี่พวกแกกะมากินอย่างเดียวเลยเหรอ ใหนของขวัญรับแล้วก็ต้องให้ด้วยดิ”เสียงออมสินแว๊ดมา
“โหมีปกป้อง ทรงกลดเอ๊ย มึงดูแฟนมึง” เจกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างกวนๆ
“ใครแฟน”ออมสินเริ่มโมโห มือคว้าเค็ก ขย้ำ ปาใส่เจ เจมส์เข้าแจม หยิบเค็กปาใส่ไปมาวุ่นวายไปทั้งงาน
“เฮ๊ยเค็กกู เวรแล้วพวกเมิง” ทรงกลดกล่าวอย่างเซ็งๆ
นี่คือมิตรภาพเล็กๆชีวิตนี้ขอมีเพื่อนที่รู้ใจ เข้าใจ แค่ไม่กี่คนก็พอแล้ว หวังว่า ในวันข้างหน้าพวกเขาเหล่านี้จะยังคงมีมิตรภาพที่ยั่งยืน ยาวใกล ช่วยเหลือซึ่งกันและกันแบ่งปันกัน ตลอดไป
บนเนินหญ้าหน้าบ้านทรงกลด เจมส์ เจ นอนมองดวงดาวบนท้องฟ้า ส่วนออมสินช่วยแม่เก็บกวาด ล้างจาน เป็เื่ปกติของที่นี่
“กูคิดว่าเมิงจะไม่รอดซะแล้วทรงกลดคืนนั้น”
“เฮ๊ยทรงกลดคือใคร” เจหันซ้าย ขวา แล้วกระซิบ “นู๊พสาด นะเว๊ย”
“เบาเบา เดี๋ยวแม่กับออมได้ยิน” ทรงกลดพูดขึ้นด้วยความระแวง “เราเป็ทีมเว๊ยถ้าไม่มีพวกเมิงกูคงไม่รอดหว่ะ ขอบใจนะเพื่อน”
“แล้วเมิงคิดจะปิดออมมันไปตลอดเลยเหรอ”เจหันมาถาม
“กูไม่อยากให้ออมเข้ามายุ่งกับเื่นี้”ทรงกลดกล่าวแววตาเด็ดเดี่ยว
“กูว่าสักวันมันก็ต้องรู้มึงปิดมาได้ตั้งห้าปี กูว่าเก่งแล้วหว่ะ”เจมส์พูดขึ้นอย่างมีเหตุผล
“เออชิพโมเดล440มาได้สองวันแล้วนะเว๊ย กูลืมบอกไป”
“เยี่ยมเลยเจ พรุ่งนี้กูเข้าฐาน เริ่มงานกูได้แล้วสิ”
นี่คือแก๊งค์เล็กๆที่เกิดขึ้นและปฏิบัติการมาห้าปีแล้วทรงกลดฝ่ายปฏิบัติการสนาม เพราะความสามารถพิเศษของเขาหน้าที่นี้จึงไม่มีใครสามารถทำได้ เจมส์เก่งเื่ปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์ทุกชิ้นจากฝีมือเจมส์กะทัดรัด ใช้งานง่าย และแสนจะไฮเทค เจผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเื่ล้วงข้อมูลต่อให้ไปอยู่ในท้องใส้เดือน ถ้าเจ้าไม่ใช่เื่ยากสิ่งเดียวที่เจแฮคไม่ได้คือสิ่งที่ไม่มีตัวตนใน3โลกหากสำนักงานพิทักษ์กรีนแลนด์ได้รู้ความจริงเื่นี้กรีนแลนด์คงวุ่นวายไม่จบสิ้นแน่เด็กกลุ่มนี้ ปฎิบัติการลับเหยียบจมูกหน่วยข่าวกรองที่ดีที่สุดของเฟริสคลาสมาได้นานถึงห้าปี
ดึกมากแล้วเจมส์กับเจขอลากลับ พวกเขาไม่ค่อยรวมตัวกันนัก เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยยังคงเหลือออมสินที่นอนดูดาวเป็เพื่อนทรงกลดอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านบ้านทั้งสองติดกัน แค่ปีนรั้วไปก็ถึงแล้ว
“วันนี้แกอธิษฐานอะไรเหรอ”ออมสินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตามองดาวบนท้องฟ้าที่ใสกระจ่างเต็มไปหมด
“ชั้นขอให้ได้พบพ่อ”ทรงกลดกล่าวตาเหม่อลอย มองนิ่งที่ดาวดวงหนึ่ง
“นี่แกยังไม่ถอดใจอีกเหรอ”
“แกไม่เข้าใจชั้นหรอกห้าปีนี้ชั้นตามหาพ่อมาตลอด”
“คุณลุงต้องอยู่ที่ใหนสักที่แน่แกฉันเชื่อว่าสักวันแกต้องได้เจอ” ออมสินกล่าวให้กำลังใจทั้งสองต่างพากันเงียบต่างคนต่างจมอยู่ในความคิด
เื่เก่าๆย้อนเข้ามาในความคิดของทรงกรดคืนหิมะตกหนักเมื่อ5ปีที่แล้วบนรถเมอซิเดสเบนซ์สีดำพ่อ แม่ และทรงกลดในวัย 13 ปี เดินทางบนถนนอันคดเคี้ยว
“พ่อหนูทำไบโอคลาสได้แล้วนะ” ทรงกลดตาใสมองหน้าพ่อ
“เยี่ยมเลยลูก”พ่อยิ้ม มองตรงตั้งใจขับรถอย่างระมัดระวัง
“โตขึ้นหนูจะเป็นักบินอวกาศที่เก่งที่สุด”
“นอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องไปเรียนนะลูก” แม่ขัดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“พรุ่งนี้พ่อสอนหนูทำไมโครจัมพ์ได้มั๊ย”
“อืมถ้าหนูตื่นทันนะ พ่อมีธุระแต่เช้า”
“คุณจะไปใหนอีกเหรอพรุ่งนี้”
“มีธุระด่วนต้องรีบเคลียให้เสร็จ”หิมะเริ่มตกหนัก เสียงสวบสาบของตัวปัดหน้ากระจกดัง หนทางเริ่มคดเคี้ยวลาดชันฝั่งขวาเป็เขาสูง ด้านซ้ายเป็เหวลึก มองลงไปมืดสนิทมองไม่เห็นก้นดูแล้วน่าหวาดเสียว เอี๊ยด! เสียงล้อรถบดถนนเนื่องจากการเบรคดังเป็ระยะเป็่ทางลงลาดชันคดเคี้ยว
“เบาๆหน่อยสิคุณช้าๆลงหน่อย” แม่ะโเสียงดัง ตามองทางข้างหน้าช่วยลุ้นถนนที่เปียกชื้นไหลลื่นทำให้รถเริ่มเสียหลักส่ายไปมา
“รัดเข็มขัดด้วยทรงกลด”เสียงพ่อะโสั่งเฉียบขาดเอี๊ยด! รถยังคงพุ่งลงความเร็วไม่ได้ลดลงเลย ทันใดนั้นเกิดแสงไฟสว่างวาบรถอีกคันวิ่งส่วนมา พ่อหักหลบตามสัญชาติญาณ เมอซิเดสเบนซ์คันงามเสียหลักชนราวกั้นเสียงดังสนั่นพุ่งลงเหวเบื้องล่างภาพต่อจากนั้นก็มืดสนิทขาดหายไป
ทรงกลดลืมตาอีกครั้งพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงสายน้ำเกลือ สายเืห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด เสียงเครื่องวัดสัญญานชีพจรดัง ตื๊ดตื๊ด เป็จังหว่ะ แม่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ จากวันนั้น ทรงกลดอยู่ในสภาพหลับๆตื่นๆ 1เดือนเต็มๆ
“แม่พ่อหล่ะ” ทรงกลดถามประโยคแรกที่ตัวเองเริ่มพูดได้
“พ่อไปทำงานลูกอีกหลายวันกลับมา” แม่กล่าวช้าๆเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า
สภาพทรงกลดเวลานั้นหมอวินิจฉัยว่า าแใหญ่อยู่ตรงกะโหลกท้ายทอยด้านหลัง มีวัตถุปะหลาดฝังอยู่ไม่สามารถดึงออกได้ เพราะเป็จุดที่อันตราย ไม่มีใครรู้ มันคือก้อนไมโครจั๊มพ์ขนาดเท่าลูกปิงปองเป็หินอุกาบาตชนิดนึง เขาจะเก็บใส่กล่องอย่างมิดชิดพกติดตัวเสมอคงเพราะตอนเกิดอุบัติเหตุ กล่องแตก หินก้อนนี้ได้กระเด็นออกมากระแทกศรีษะไหลซึมเข้าไปในหัว
5ปีที่ก้อนไมโครจั๊มพ์ฝังอยู่ในหัวของทรงกลด นานจนทุกคนลืมไปแล้ว แต่สำหรับทรงกลด กลับได้พบประสพการณ์ประหลาดเหมือนเขาจะมีพลังพิเศษ เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเสมือนฮีโร่อย่างซูเปอร์โซนิคเขามีความจำเป็เลิศ มีความฉลาดเหลือล้ำ และนี้คือความลับที่เขาปกปิดไม่สามารถบอกใครได้แม้กระทั่งแม่ของตัวเอง
ส่วนพ่อได้หายสาบสูญไปั้แ่อุบัติเหตุครั้งนั้น พบเพียงหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งนั้นคือกระเป๋าโครเมี่ยมที่มีสัญญลักษณ์ คอนเวย์อินเซปชั่น ภายในใส่นาฬิกาเรือนเหล็กที่พ่อใส่ประจำไม่เคยถอด
“คิดอะไรอยู่แก หลับแล้วเหรอ” ออมสินเขย่าตัวทรงกลดอย่างแรงพูดด้วยสีหน้าใ
“กำลังเคลิ้มๆหว่ะแกง่วงก็กลับไปนอนเหอะ”
“ไม่อ่ะฉันจะอยู่เป็เพื่อนแก แกคิดอะไรอยู่ บอกฉันได้มั๊ย”ออมสินพูดด้วยความเป็ห่วง
ทรงกลดถอนหายใจเฮือกใหญ่มองหน้าออมสินแล้วหันกลับไปมองท้องฟ้าเบื้องบน ในที่สุดเขาก็กล่าวบางสิ่งออกมา “พ่อรอหนูด้วย หนูจะตามหาพ่อ หนูต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อทำอะไรอยู่ที่ใหน หนูจะใช้ความรู้และทรัพยากรทั้งหมดที่หนูมีตามหาพ่อ หนูไม่เชื่อหรอก ว่าชีวิตนี้หนูจะตามหาพ่อไม่เจอ” ออมสินนิ่งอึ้งบีบมือทรงกลดเบาๆอย่างให้กำลังใจ
ในมุมมืดแม่มองมาที่ทั้งสองน้ำใสๆในดวงตาค่อยๆหยดผ่านร่องแก้ม แม่ยกมือปาดแก้มถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปในที่สุด