..
‘หนึ่งเดือนต่อจากนี้ หนังที่เราถ่ายทำก็จะออกฉาย พอถึงเวลานั้นภารกิจเส้นทางนักแสดงก็จะสำเร็จ’
‘จริงสิ! ภารกิจนี้เป็ภารกิจต่อเนื่อง หลังจากที่กดใช้ทักษะระดับต่ำแล้ว ตามเนื้อเื่ ภารกิจขั้นถัดไปก็คือให้เรารับงานแสดงอีกห้าเื่..ค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้นแล้วกัน’
‘ขั้นแรกเราต้องผ่านการตัดเกรดของที่นี่ให้ได้ก่อน’
คิดถึงตรงนี้ ปรเมศวร์ก็เดินทางมาถึงห้องอาหารพอดี
ห้องอาหารนั้นตั้งอยู่คฤหาสน์ตรงกลาง ซึ่งมีพ่อครัวแม่ครัวฝีมือดีคอยมาทำอาหารให้
ถ้าทุกคนในบ้านนักแสดงหิว ต้องมารับประทานอาหารกันที่นี่เท่านั้น ทว่าก็ไม่มีการบังคับ สามารถไปทานข้างนอกก็ได้ตาม้า
แต่ปรเมศวร์เลือกทานที่นี่ เพราะไปทานข้างนอกนั้นมันเปลือง เขายิ่งมีเงินน้อยๆ อยู่
แน่นอน ไม่ได้ทานอาหารพร้อมกันเหมือนในโรงเรียน ที่นี่ไม่ได้มีกฎระเบียบเช่นนั้น ทุกคนสามารถมาได้ตลอดเวลา ตามใจอยาก
อย่างเช่นปรเมศวร์ ที่นี่เป็ที่ที่ดีเลยสำหรับเขา เพราะทุกอย่างฟรี ไม่ต้องจ่ายสักบาท แถมได้บรรยากาศก็ดีมากอีกด้วย
อะไรจะดีไปกว่าทานอาหารในคฤหาสน์สุดหรู
“เด็กใหม่ นายมาข้ามาก!”
ทันทีที่ปรเมศวร์ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เจ รัฐภูมิก็ยกมือทักเขาตรงมุมหนึ่ง
“พอดีอาบน้ำเพลินไปหน่อยครับ”
“แกงจืดวันนี้อร่อยมาก ฉันแนะนำ”
“พี่เจ หลุดบทบาทแล้วนะครับ”
“เอ๊ย! ได้กินของอร่อยทีไรลืมตัวทุกทีเลย ขอบคุณที่เตือน”
ทันใดนั้นบรรยากาศรอบตัวของเจ รัฐภูมิก็กลับไปอึมครึมอีกครั้ง
ทว่าพอเจสังเกตปรเมศวร์ดูดีๆ แล้วเขาดูแตกต่างจากเมื่อตอนเช้าลิบลับ เขาได้แต่สงสัยว่าอะไรที่ทำให้ปรเมศวร์เปลี่ยนไปตั้งขนาดนี้
ทว่าทันใดนั้นก็ได้มีสิ่งมาขัดความคิดเขา เพราะมีใครบางคนเข้ามาในห้องอาหารเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือเอมี่
“รุ่นพี่ สวัสดีครับ”
“รุ่นพี่อะไรกันเจ เราอายุเท่ากันนะ เรียกฉันแบบนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองแก่ยังไงไม่รู้ เรียกฉันธรรมดาเถอะ”
“ได้ยังไงครับ รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่”
“เฮ้อ ฉันไม่คุยกับนายแล้ว ยิ่งคุยฉันยิ่งรู้สึกว่าตนเองแก่ลงไปทุกที”
ครั้งนี้เป็ฝ่ายที่ปรเมศวร์ทักทายเอมี่บ้าง
“สวัสดีครับรุ่นพี่”
“นี่ก็อีกคน หือ! นายคือปรเมศวร์ใช่ไหม”
“ครับ”
“ดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ ไปทำอะไรมา ใช้อะไรบำรุงผิว บอกฉันมาให้หมด!”
นี่แหละผู้หญิง เื่ที่ทำให้ตนเองสวยขึ้นย่อมเป็เื่อันดับหนึ่ง
“ก็มีนิดหน่อยครับ”
‘ไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง’ เอมี่คิดในใจ
"บอกมา นายใช้อะไรบำรุงผิว"
"เอ่อ ความลับครับ"
'จะบอกได้อย่างไรว่าได้มาจากระบบ'
"ถ้านายไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ"
เอมี่ค่อนข้างที่จะน้อยใจ สังเกตเห็นเช่นนั้นปรเมศวร์ก็รีบเอ่ยปากชม
"พี่เอมี่ก็สวยมากอยู่แล้ว รู้ไปคงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกครับ"
"ปากหวานจังนะเรา ปะ ไปตักอาหารกัน"
พอโดนปรเมศวร์เอ่ยปากชม เอมี่ก็ไม่มีความหมองใจต่อเขาอีก
เอมี่จะเค้นเอาความจริงจากปากปรเมศวร์แบบนั้นก็ไม่แปลก เพราะผิวของเขาทั้งกระจ่างใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่เจอกัน ใบหน้าก็ดูหล่อขึ้นเล็กน้อย ประกอบการแต่งตัว เขาดูดีขึ้นเป็กอง
เื่นี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทักษะบริหารเสน่ห์ ปรเมศวร์ถึงได้ดูดีขนาดนี้
..
ข้างๆ กัน เจ สังเกตเห็นทุกอย่าง
‘เด็กใหม่คนนี้น่าสนใจ เจอรุ่นพี่เอมี่ไม่ประหม่าเลยสักนิดเดียว แถมยังอ่อนน้อมอีกต่างหาก เจ๊ย! เกือบหลุดบทบาทอีกแล้ว ไอ้เ้าเด็กนี่ทำเราเสียสมาธิมาก ไปดีกว่า’ เจเก็บจานแล้วปลีกตัวไปจากตรงนั้น
“มานั่งด้วยกันสิ”
ปรเมศวร์นึกว่าตนเองหูฝาดไป ไม่คาดคิดว่าดาราเบอร์ต้นๆ ในประเทศอย่างเอมี่จะชวนเขาไปร่วมโต๊ะอาหาร
“จะดีเหรอครับ”
“อะไรกัน กลัวฉันขนาดนั้นเลย?”
“คือ..”
“มานั่งได้แล้ว ทานอาหารพร้อมกันยิ่งอร่อย”
“ครับ!” ปรเมศวร์ได้แต่จำยอม เพราะเขาเป็น้องใหม่ ต้องเชื่อฟังรุ่นพี่
‘คิดอะไรของเธออยู่เนี่ย’ ปรเมศวร์ได้แต่นึกสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเอมี่มีแผนการอะไรกับเขาหรือไม่
‘จะว่าไป เอมี่ก็เป็คนดี ถึงเธอจะไม่ได้เป็นางเอกของเื่ แต่ก็เป็ตัวละครที่คนเขียน เขียนออกมาได้ดีมาก ตัวจริงก็สวยมากด้วย’ ปรเมศวร์ลอบสังเกตผู้หญิงตรงหน้า
‘นี่เราคิดอะไรอยู่ ทานอาหารแล้วค่อยว่ากัน’
ทางด้านเอมี่ เธอก็คิดวิเคราะห์บางอย่างภายในใจ
‘เด็กใหม่คนนี้น่าสนใจ แม้จะคุยกับเราแต่ก็ไม่เกร็ง ไม่สั่นกลัว เข้ากับคนได้ง่ายด้วย น่าสนใจ’
‘จะว่าไป เขาดูดีขึ้นมากเลยนะ’
คิดมาถึงตรงนี้แก้มทั้งสองข้างของเอมี่ก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย
..
ระหว่างที่เอมี่กับปรเมศวร์กำลังทานอาหารอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงดังออกมาจากด้านนอก
“วันนี้ตื่นสายชะมัดเลยเรา อ้าว ทานข้าวแล้วเหรอเจ”
"อืม"
"เชอะ ฉันล่ะไม่ชอบเลยจริงๆ ที่นายเป็แบบนี้"
"..."
"ไม่คุยกับนายแล้ว ฉันไปทานอาหารดีกว่า"
พูดคุยกับเจเสร็จ ต้นกล้าก็คิดกับตนเอง
'เมื่อไหร่เราจะทำได้แบบเ้าเจกันนะ เข้ามาก็เข้ามาพร้อมกัน ทำไมเราถึงทำไม่ได้เหมือนอย่างเขา..'
ทว่าพอเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องอาหาร ใบหน้าของเขาก็เ็าขึ้นฉับพลัน
‘หือ! นั่นนะหรือเด็กใหม่ที่พี่จ๋าพูดถึง แล้วทำไมถึงได้สนิทสนมกับรุ่นพี่เอมี่ขนาดนั้นล่ะ!!’ ต้นกล้ารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที หลังจากที่เห็นเอมี่กับปรเมศวร์ร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน
ทันใดนั้นต้นกล้าก็ได้ตรงไปที่โต๊ะของทั้งสอง
“สวัสดีครับรุ่นพี่!”
เอมี่ทำได้เพียงพยักหน้าให้ เพราะเธอกำลังเคี้ยวอาหารอยู่
'คนคนนี้น่าจะชื่อต้นกล้าสินะ'ถึงจะทานอาหารอยู่ ปรเมศวร์ก็ไม่เพิกเฉยสิ่งรอบข้าง
ซึ่งต้นกล้าก็ยืนอยู่ตรงนั้นต่อสักพักหวังว่าน้องใหม่จะทักทายเขา
แต่ก็ผิดคาด ปรเมศวร์ทานอาหารต่ออย่างไม่สนใจเขาเลยสักนิด พอเป็เช่นนั้นทำเอาเขาอารมณ์เดือดถึงขีดสุด
“เป็เด็กใหม่ประสาอะไร ไม่มีสัมมาคารวะ”
พอได้ฟังประโยคนั้น เอมี่ก็พลันขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
จากนั้นความเงียบก็ปกคลุมอยู่นานกว่าหนึ่งนาที ปรเมศวร์ก็ได้ทานข้าวจนหมดจาน พลางเอ่ยปากขึ้น
“พอดีแม่ผมสอนว่าให้มีมารยาทบนโต๊ะอาหารน่ะครับผมขอโทษด้วย โอ๊ะลืมไป สวัสดีครับรุ่นพี่”