โรงเรียนประถมศึกษาศรีทอง ณ จังหวัดชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2557
(ชื่อสมมุติเท่านั้น ไม่มีอยู่จริง)
ปึ๊ก!
เสียงประตูรถกระแทกปิดลงพร้อมกับลมหายใจหนักๆ ของแทน
“เห้อ… ไปไงต่อวะเนี่ย โทรศัพท์ก็ไม่มี…”
ชายหนุ่มในร่างเด็กชายวัยสิบขวบพึมพำอย่างหงุดหงิด ขณะเดินข้ามทางม้าลายด้วยฝีเท้าช้าๆ ตาเขากวาดมองบรรยากาศรอบๆ โรงเรียนที่ดูจะไม่เปลี่ยนไปเลยจากความทรงจำ ทั้งอาคารเรียนไม้เก่าๆ สนามเด็กเล่นสนิมเขรอะ ไปจนถึงกลิ่นอายยามเช้าที่ลอยปะปนมากับเสียงนักเรียน
“สวัสดีครับคุณครู”
เสียงเด็กๆ แข่งกันไหว้ครูกึกก้อง ทำเอาแทนสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะรีบยกมือไหว้ตาม แล้วรีบวิ่งตามเด็กชายอีกคนที่ลงรถพร้อมกัน
“ไอ้เวฟ! กูเรียนห้องไหนวะเพื่อน?”
แทนร้องเรียกไปพลางแตะไหล่เ้าของทรงผมเกรียนบางจนเห็นหนังหัว ไอ้เวฟ เพื่อนในวัยประถมที่แทบจะลืมไปแล้วว่าเคยสนิทกันแค่ไหน
เวฟหันมาขมวดคิ้วมองด้วยความงง
“ทับสี่ไง… ถามอะไรแปลกๆวะ?”
เขาว่าพลางเหลือบมองแทนอย่างจับผิด ั้แ่บนรถจนถึงโรงเรียน ไอ้นี่มันก็ทำตัวแปลกๆ ชอบกล
“กูก็ว่าใช่… แต่มึนๆ นอนดึกไปหน่อยเลยเบลอๆ”
แทนรีบแก้ตัว ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างเก้อๆ ความจริงคือเขาจำอะไร่ประถมไม่ได้เลยนอกจากเื่แกล้งเพื่อนกับเล่นการ์ดยูกิ
“ตามมา เดี๋ยวกูพาไป ห้องมึงก็ห่างกูแค่สองห้องเอง”
เวฟถอนหายใจแล้วเดินนำอย่างปลงๆ ทำหน้ากวนตีนจนแทนต้องกลอกตาใส่
“แต้งกิ้วครับเลิฟ~”
แทนโอบคอเวฟแน่นพลางชี้นิ้วไปข้างหน้า
“Let’s go!”
“มึงพูดอะไรเนี่ย กูฟังไม่ออก…”
เวฟส่ายหน้า แล้วเดินนำแบบไม่อยากสนใจ
5 นาทีต่อมา…
“ถึงแล้ว ห้องทับสี่ของมึงไง”
เวฟผายมือแบบหมดหน้าที่ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
“กูกลับห้องล่ะนะ!”
“ขอบใจหลายเด้อ~”
แทนยิ้มตามหลัง แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหน้าห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆ…
สิ่งที่เขาเห็นคือฉากวุ่นวายแบบไร้กฎเกณฑ์…
เด็กผู้ชายสองคนกำลังเป่าไม้ไอติมแข่งกันบนโต๊ะ เด็กผู้หญิงสี่คนนั่งพับเพียบเล่นหมากเก็บอยู่กับพื้น ส่วนอีกห้าหกคนไล่จับกันวิ่งวนรอบห้อง เสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ด เสียงกรี๊น จนห้องเรียนเหมือนสนามเด็กเล่นยามเย็น
“เฮ้ย… เหี้ยไรเนี่ย… กูต้องทำไงต่อวะตอนนี้…”
แทนถึงกับกุมขมับ หัวใจเต้นถี่ ร่างเขาอาจจะเด็ก แต่สมองยังเป็ผู้ใหญ่เต็มขั้น และวุฒิภาวะที่เหลืออยู่ไม่สามารถทนกับสภาพ าประถม ตรงหน้าได้เลย
“ไอ้แทนมาแล้วหรอ! มาจัดต่อกูดิ กูเหนื่อยล่ะ!”
เสียงฟลุ๊ค เด็กชายตัวกลมที่กำลังใช้ขายันระหว่างขาเพื่อนอีกคนอยู่ เงยหน้าขึ้นพูดหน้าเฉย ทั้งที่มือยังล็อกเพื่อน และขาก็ยังคาไว้ตรงจุดอ่อนไหว…
“ไอ้ฟลุ๊ค! ปล่อยมันเถอะ! เดี๋ยวมันจะขาดใจตายเอา!”
แทนจำไอ้ฟลุ๊คได้เลาๆ ่มหาลัยเคยเจอกัน แม้ไม่สนิท แต่รู้ว่ามันเรียนเก่งใช้ได้… ส่วนไอ้คนที่โดนล็อกกับยันอยู่หน้าคุ้นแต่ดันนึกชื่อไม่ออก จำได้แค่ว่าเคยเป็กลุ่มเดียวกันตอนประถม
“แทน! ช่วยด้วย! ไอ้ฟลุ๊คมันจะฆ่ากูแล้ว โอ้ย! กูจะไม่กินยางลบมึงแล้ว! โอ้ย! เดี๋ยวกูซื้อมาคืนตอนเที่ยง! ปล่อยกูเถอะ!”
“ฟลุ๊คพอได้แล้ว พากูไปหาโต๊ะก่อน”
แทนพยายามเข้าไปหยุดเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดบนโลกมนุษย์ ก่อนจะเอ่ยถามหาโต๊ะประจำของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ
“รอดตัวไปนะไอ้ปั้น อย่าลืม เอารสแตงโมนะเว้ย!”
ฟลุ๊คหันไปชี้นิ้ว ก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วหันมาพูดกับแทน
“โต๊ะมึงอยู่ริมหน้าต่าง แถวรองสุดท้าย สองแถวท้ายเป็เขตกลุ่ม ลักกี้แมน ของเรา กูมาโรงเรียนั้แ่หกโมงครึ่งวันเปิดเทอมเพื่อมาจองนะเว้ย! เจ๋งปะล่ะ?”
ยังไม่ทันจะตอบ ฟลุ๊คก็ะโลั่นห้อง
“จะเข้าแถวแล้ววว เก็บของได้แล้วเพื่อนนนน!!”
น้ำเสียงเขาเหมือนหัวหน้าภาคกิจกรรม แทนยืนงงอยู่สักพักก่อนเดินเอากระเป๋าไปวาง แล้วแอบมองฟลุ๊คที่ยืนชี้นู่นชี้นี่สั่งทุกคนเก็บของเล่น เด็กๆ ก็ฟังคำสั่งกันหมด
‘มันเป็หัวหน้าห้องเหรอวะ?’ แทนคิดในใจ
“ป่ะพวกเราไปเข้าแถวกันเถอะ เดี๋ยวครูสมศรีจะมาตรวจห้องแล้ว!”
ฟลุ๊คเดินมาหาแทน พร้อมพูดเสียงเบาอย่างกลัวๆ
“เทอมที่แล้วพวกเราแค่แอบไม่ไปเข้าแถว ครูสมศรีเล่นพาไปตีตูดบนเวทีหน้าเสาธงเลยเว้ย ใจร้ายสาด!”
พูดจบก็คว้ามือจับตูดตัวเองพลางทำหน้าเ็ปเหมือนความทรงจำยังสดใหม่อยู่
“กูด้วยเหรอ?”
แทนชี้ตัวเองแบบงงๆ
“เออดิ มึงนั่นแหละ! มึงเป็คนพาพวกกูโดด แล้วมึงก็เลยได้เป็หัวหน้าห้อง ส่วนกูโดนบังคับให้เป็รอง!”
“…ห้ะ?”
แทนถึงกับนิ่ง
“แล้วใครเป็หัวหน้าห้อง?”
“มึงไง… ถามอะไรแปลกๆ”
ฟลุ๊คมองหน้าเหมือนแทนเป็เอามาก
พรึบ!
แทนทรุดตัวลงเก้าอี้ มือกุมหัวอย่างอึ้ง
“ไม่ใช่… นี้ไม่ใช่เื่ปกติแล้ว…”
เขาพึมพำ สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
‘ชีวิตกูก่อนย้อนเวลากลับมา ไม่เคยเป็หัวหน้าห้อง… ไม่เคยโดนตีหน้าเสาธง…’
‘นี่มันอะไรกันแน่วะ?’
แทนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ พร้อมกับคำหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว
“…อย่าบอกนะว่า นี่คือโลกคู่ขนาน!”