Pantima’Part
'หวัดดี' หญิงสาวในชุดนักศึกษาเอ่ยทักทายผู้หญิงอีกคนที่ยืนเข้าแถวอยู่ด้านหน้าเธอ
วันนี้เป็วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ
นักศึกษามากหน้าหลายตาที่มาจากทั้งต่างจังหวัดและจากในกรุงเทพเองต่างทำความรู้จัก
กับเพื่อนใหม่ในอนาคต วันนี้ดูเป็วันที่ท้องฟ้าสดใส น่าจะเป็วันแห่งการเริ่มต้นการใช้ชีวิต
ในรั้วมหาวิทยาลัยได้เป็อย่างดี
'หวัดดี' พันธิมา เอี้ยวหลังกลับไปทักทายสาวน้อยเสียงใสที่เอ่ยทักทายเธอก่อนหน้า
ด้วยสีหน้าที่สดใส ฉีกยิ้มกว้างเพื่อผูกสัมพันธไมตรี และคาดหวังว่าเธอคนนี้น่าจะเป็
เพื่อนสนิทของเธอในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้
'เราชื่อหงส์นะ เธอชื่ออะไรหรอ'
'แล้วมาจากจังหวัดไหนล่ะ เป็คนกรุงเทพไหม'
ยังไม่ทันที่พันธิมาจะเอ่ยตอบคำถามแรก คำถามที่สองก็ถูกยิงตามขึ้นมาแบบติด ๆ
เธอแอบขำในใจเล็กน้อย เผลอคิดไปว่าเพื่อนเธอคนนี้น่าจะพูดเก่งใช่ย่อย
'เราชื่อ แพร มากจากต่างจังหวัดน่ะ'
'ยินดีที่ได้รู้จักนะหงส์'
พันธิมา หรือ 'แพร' ตอบกลับหงส์ด้วยสีหน้าอมยิ้ม และนึกเอ็นดูเพื่อนคนนี้ขึ้นมา
เพราะความช่างจ้อของหงส์
'แล้วนี่แพรพักอยู่แถวไหนหรอ แบบนี้ต้องอยู่หอพักใช่รึป่าว'
คำถามของหงส์ดูใส่ใจแพรไม่น้อย ถือว่าเป็นิมิตรหมายที่ดีสำหรับเธอหรือป่าวนะ
'พักอยู่คอนโดใกล้ ๆ คณะนี่แหละหงส์ เดินถัดไป 2 ซอยเอง'
'แล้วหงส์ล่ะ มาจากต่างจังหวัดด้วยมั๊ย'
แพรไม่รอที่จะยิงคำถามเป็ชุดกลับไปบ้าง เพราะเกรงว่าจะแพ้เพื่อนสาวช่างจ้อคนนี้
'เราเป็คนกรุงเทพแต่กำเนิดเลยแพร แต่ว่ามาพักอยู่คอนโดแถวนี้เหมือนกัน'
'หรือว่าเป็คอนโดเดียวกับเรานะ อยู่ถัดไป 2 ซอยเหมือนกันด้วย'
หลังจากที่ลองสืบประวัติและถามข้อมูลกันคร่าว ๆ ทั้งแพรและหงส์บังเอิญอยู่คอนโดเดียวกัน
งานนี้แพรคิดว่าเธอคงได้เพื่อนสนิทแล้วแน่นอน
หลังจากที่ทำกิจกรรมที่คณะเสร็จ ทั้งแพรและหงส์ชวนกันไปเดินซื้อของ ทานข้าว ทำกิจกรรมจิปาถะ
จนสุดท้ายก็ได้ฤกษ์กลับคอนโดเสียที
'หงส์อยู่ชั้นไหนหรอ' แพรเอ่ยถามขณะกำลังเดินเข้าไปในลิฟต์และกดปุ่ม 5 ของลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องของเธอ
'ชั้น 14 จ้ะ' คำตอบที่รวดเร็วถูกตอบกลับมาทันที ตามประสาคนมีพลังงานเหลือเยอะ
'โอเคเลยหงส์ งั้นแพรเข้าห้องก่อนนะ ไว้แวะมาเล่นด้วยกันที่ห้องนะ'
'บ๊ายบายจ้า' แพรโบกมือลาพร้อมยิ้มหวานให้หงส์ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง
เพื่อนสาวช่างจ้อของเธอก็ไม่น้อยหน้า รีบะโพร้อมโบกมือไปมายิก ๆ ให้ทันก่อนประตูลิฟต์จะปิดลง
แพรเดินเข้ามาตามทางเดิน และหยุดลงที่หน้าห้อง 506 เธอหยิบกุญแจและไขเข้าไปในห้อง
พ่อและแม่ของแพรเป็คนฐานะปานกลาง แต่เพราะพ่อของเธอรับราชการจึงมีเงินเก็บบางส่วน
ที่สามารถส่งเสียให้เธอเรียน และใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพได้ ถึงจะไม่ได้มากมายจนเธอสามารถกินหรู
อยู่แพงได้ทุกมื้อ แต่เธอเองก็เข้าใจและเต็มใจที่จะใช้ชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว
แพรเป็พี่สาวคนโตของบ้าน มีน้องสาว 1 คน อายุห่างกัน 3 ปี เธอสนิทกับน้องสาวมาก
จึงไม่แปลกที่เวลานี้ทุกอย่างในห้องจะดูเงียบและวังเวงจนทำให้เธอรู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ
แพรไม่เคยอยู่ห่างบ้านเลย เธอสนิทกับพ่อและแม่มาก การเข้ามาใช้ชีวิตคนเดียวในกรุงเทพ
จึงเป็อีกหนึ่งความท้าทายของเธอ แต่ไม่ว่าอย่างไรจิตใจที่มุ่งมั่นของแพรทำให้เธอมั่นใจอยู่เสมอว่า
เธอสามารถทำมันได้ บทชีวิตนี้ของเธอจะต้องถูกเขียนขึ้นมาอย่างดีที่สุดตามที่เธอ้า
พอนั่งทำใจได้สักพัก แพรตัดสินใจลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะเข้าไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นสักหน่อย
เธอจัดการเก็บข้าวของที่ซื้อมาเข้าที่ หยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ที่แม่เธอซื้อให้ก่อนเข้ามาในกรุงเทพ ถอดเสื้อผ้า
แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเปิดเพลงฟังให้ตัวเองรู้สึกไม่เหงาและผ่อนคลายมากขึ้น
เวลาล่วงไปสักพัก แพรทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงมานั่งไถโทรศัพท์อยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ที่เธอบรรจงซื้อ
ผ้าปูที่นอนลายดอกลาเวนเดอร์ที่เธอชอบเพื่อเอามาใช้ปูนอน ซึ่งมันตรงกับลายของผ้าปูที่นอนที่บ้าน
ของเธอเช่นกัน พอมองแล้วแพรรู้สึกว่ามันเหมือนทำให้เธอได้กลับไปนอนที่บ้านยังไงยังงั้น
แพรตั้งใจว่าพรุ่งนี้วันเปิดเทอมวันแรกเธอจะรีบตื่นเช้าขึ้นมาเตรียมตัว และไม่ลืมที่จะนัดหงส์เพื่อ
ออกไปคณะพร้อมกัน แพรเรียนอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์สายสุขภาพ ต้องเรียนทั้งหมด 6 ปี
เป็ระยะเวลาที่ค่อนข้างนานมากสำหรับเธอแต่มาถึงขั้นนี้แล้วเธอไม่ยอมถอยง่าย ๆ หรอก
นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสักพักเธอก็เผลอหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ปิดโคมไฟหัวเตียง
สงสัยเธอคงจะเหนื่อยและล้ามากจริง ๆ ถึงหลับง่ายขนาดนี้