วันที่ 7 หลังจินมาถึงโลกใหม่
เส้นทางระหว่างป่าอาร์วากับเมืองท่าเทอร์วา
เสียงใบไม้สั่นไหวเบาๆ จากสายลมเช้า ท่ามกลางหมอกจางบนเส้นทางลูกรังที่ยังไม่เคยมีใครถางเป็ทางเรียบ จินเดินอย่างเงียบงัน โดยมีอควาเดินเคียงข้างในร่างชายหนุ่มผิวซีดขาวที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมดำอมฟ้าเหมือนเงาน้ำในราตรี
พวกเขาออกเดินทางจากเฟรินามากว่าครึ่งทางแล้ว เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองเทอร์วา เมืองท่าชายทะเลที่ได้ยินว่าเป็แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ มีนักเวทเร่ร่อน และพ่อค้าจากทั่วสารทิศไหลเวียนอยู่เสมอ
"มีอะไรข้างหน้า" อควาเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นละอองหมอกเบื้องหน้าก็แตกกระจาย
เสียงกรีดร้องดังลั่นแทรกเข้ามากลางพงไพร "ช่วยด้วย!"
จินไม่พูดอะไร เพียงหันศีรษะขวับ พร้อมหยิบดาบที่สร้างจากไว้ออกจากช่องมิติ
พวกเขาวิ่งผ่านพงหญ้าเร็วราวนักล่ากลางสมรภูมิ และพบหญิงสาวคนหนึ่งล้มอยู่ข้างรถม้า พร้อมร่างมนุษย์อีก 3 ศพที่ตายอยู่รอบๆในสภาพไม่สมบูรณ์ เธอพยายามใช้เวทไฟขับไล่อสูรร่างใหญ่ มันคือ "บารัสโครน" อสูรธาตุมืดระดับอสูรชั้นต้น คล้ายสิงโตมีเกล็ดสีดำเรืองแสงบนหลัง
"เ้าจะเอายังไง?" อควาเอ่ย
"เ้าไปปกป้องหญิงสาวคนนั่น" จินตอบพลางขยับตัวเข้าแนวโจมตี
หลังจากทดสอบพลังมาหบายวัน เขาก็อยากสู้จริงจังสักครั้งอยู่พอดี
เวทวารี ะุน้ำ
มือของจินพุ่งไปข้างหน้า กระแสน้ำแรงสูงอัดตัวเป็ลูกะุสีน้ำเงินเข้มทะยานสู่ใบหน้าอสูร บารัสโครนคำรามลั่น ดวงตาสีอำพันของมันหันมามองเขาแทน
เวทวารี วารีพันธนา
สายธารเงาน้ำหมุนวนล้อมร่างของบารัสโครนเหมือนโซ่พิรุณ ผูกมันไว้อย่างแ่า
จินวิ่งเข้าประชิด พร้อมแกว่งดาบไปยังข้อพับขาหน้า
เวทวารี วารีบงกรต
ดาบในมือเปลี่ยนเป็ลำแสงฟ้าน้ำแข็งคมราวคริสตัล แทงทะลุหนังเวทของอสูรเข้าไปลึก เสียงมันคำรามสุดเสียง ก่อนร่างใหญ่จะทรุดลงกับพื้น
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าหนักกระแทกพื้นดินก็ดังขึ้นจากด้านเหนือ
“อีกตัว…” อควาพูดเบาๆ
แต่สิ่งที่ปรากฏในสายตาทั้งสองไม่ใช่อสูรตัวเดิม
มันเป็สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์ มีลำตัวครึ่งบนเหมือนหมาป่า ลำตัวล่างเป็กรงเล็บวารีซ้อนกัน คล้ายพายุในรูปของแขนขา
“แวร์ไทเดอร์..” อควาเอ่ยชื่อ “ดุร้ายและฉลาด มันไม่ควรจะอยู่ใกล้เขตหมู่บ้าน…”
"มันอยู่ระดับอสูรชั้นต่ำเหมือนแต่ดูเหมือนจะแกร่งกว่า"
จินยืนเฉย “ข้าจะสู้มัน”
“เ้าแน่ใจ?”
“นั่นคือสิ่งที่ข้า้า”
จินสาวเท้าช้าๆเข้าไปในระยะ
แวร์ไทเดอร์คำราม โจมตีด้วยน้ำวนเป็แขนั์พุ่งตรงมา
เวทวารี ม่านปฐมวารี
โล่พลังน้ำหมุนวนเกิดขึ้นรอบแขนซ้าย จินใช้ไหล่รับแรงกระแทกแล้วกลิ้งตัวไปด้านข้าง
“สมดุล รอช่องเปิด…” เขาพึมพำอย่างเคยชินจากการฝึก
มือขวาะเิเวทออกมา
เวทวารี ะุวารี
ยิงะุน้ำสามนัดติดเป็รูปแบบสามเหลี่ยมเข้าตรงดวงตาของอสูร
อสูรกรีดร้องและเหวี่ยงกรงเล็บมาทางซ้าย
แต่จินะโขึ้นต้นไม้ ถีบตัวจากกิ่งลงมาด้านหลังของมัน พร้อมพึมพำ
เวทวารี วารีวิถี!
เวทนี้สร้างแรงดันน้ำะเิใต้เท้า เพิ่มแรงส่งแบบเจ็ตพุ่งทะลุเข้าแผ่นหลังศัตรูพร้อมดาบน้ำในมือ
เสียง ปึกกกกกกกกกกกก!! ดังลั่น
แวร์ไทเดอร์ดิ้นทุรนทุรายก่อนจะพ่นน้ำดำทะมึนออกมาเป็ม่านพรางตัว
“มีท่าหลบซ่อนด้วยเหรอ…” จินถอยออก ตั้งสมาธิ
เวทวารี วารีสะท้อน
พื้นดินรอบตัวกลายเป็ผิวน้ำกระจก ลวงตา สะท้อนภาพปลอมของจินห้าคนรอบพื้นที่
แวร์ไทเดอร์โจมตีมั่วซั่ว จินของจริงหลบมาจากข้างหลัง
เวทวารี วารีบงกรต!
แทงเข้าจุดเดิมที่เป็าแก่อนหน้า และส่งเวทพุ่งซ้ำอีกที
เสียงคำรามสุดท้ายจบลงเมื่อร่างของมันหมดลมหายใจแล้วล้มลง
หญิงสาวหน้าซีดเผือดแต่ยังมีสติ เธอลุกขึ้นสะบัดฝุ่นออกจากตัว
"ขอบคุณท่านทั้งสอง ข้า...ชื่อเอลม่า เป็นักเวทจากกิลด์นักสำรวจของเทอร์วา"
จินพยักหน้า ไม่พูดอะไรในตอนแรก แต่เอลม่ายื่นถุงเหรียญและหินเวทขนาดเล็กมาให้
"นี่คือค่าตอบแทนเล็กน้อย…" เธอส่งหินสีครามใสที่หมุนวนด้วยมานาน้ำ "หินมานาธาตุน้ำระดับ 1 เป็ของที่ข้าได้มาจากดันเจี้ยน"
"มันเหมาะกับเ้า" เธอยิ้มบางอย่างรู้สึกได้ถึงพลังของจิน
"ข้ารับไว้" จินรับของแล้วพยักหน้าให้ "ระวังตัวให้ดี"
จากนั่นจินก็หันไปมองสัตว์อสูรทั้สองตัว แม้จะไม่สามารถโชว์ช่องมิติเพื่อเก็บซากได้ แต่อย่างน้อยเขาเก็บเก็บแกนอสูรไป
เพราะทั้งสองตัวเป็ธาตุน้ำและมืด ซึ่งตรงกับธาตุของเขาพอดี จึงสามารถนำไปใข้เพิ่มพลังเวทหรือขายได้
ซึ่งแกนเวทจะมีเฉพาะสัตว์อสูรที่มีระดับอสูรขั้นต่ำขึ้นไปเท่านั้น นับว่าเป็ของหายากสำหรับคนทั่วไป
หลังจากลาจากเอลม่า ทั้งสองเดินเข้าป่าลึกเพื่อพักค้างแรมใต้ต้นวินโลว์
อควานั่งสงบเหมือนรูปสลัก
"เ้าเริ่มคุ้นกับธาตุน้ำมากขึ้นแล้ว" เขาเอ่ย "ธาตุน้ำอ่อนโยนแต่พลิกผัน...เหมาะกับคนที่ต้องเรียนรู้การปรับตัว"
"อีกนานกว่าจะชิน" จินตอบ
แสงไฟแคมป์ส่องแสงอ่อนๆ ท่ามกลางป่าไผ่สูงใหญ่ที่มีใบไผ่ปลิวไสวในลมราตรี จินนั่งพิงต้นไผ่ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าตัวเขา ดวงตาสีเงินของเขาจ้องมองเปลวไฟอย่างเงียบงัน แววตาเผยให้เห็นความคิดที่หมุนวนอยู่ภายใน
ใบหน้าแกมขาวที่แกะสลักคมเข้มของเขายังคงสงบเสมอ แต่รอยแผลเป็เล็กๆ ใต้ดวงตาซ้ายที่ได้มาจากการต่อสู้ครั้งก่อนเผยให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่หลีกเลี่ยงอันตราย ผมสีดำยาวประบ่าถูกผูกไว้เป็หางม้าเรียบร้อย เผยให้เห็นแนวคอที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง
"การใช้เวทน้ำยังไม่ราบรื่น" จินพึมพำกับตัวเอง "วารีวิถี ใช้มานาเยอะเกินไป"
อควาที่นั่งอยู่อีกฝั่งของกองไฟหันมามองเขา ใบหน้าที่ดูเหมือนชายหนุ่มผิวขาวซีดอายุราวยี่สิบห้าปีมีสีผมสีเงินเข้มที่ส่องประกายใต้แสงไฟ ดวงตาสีน้ำเงินใสของเขาเฝ้ามองจินด้วยสายตาที่เหมือนรู้ใจ
"เ้ายังใช้วิธีการเดิมๆ ในการต่อสู้อยู่" อควาเอ่ยด้วยเสียงใสเหมือนสายลมเบาๆ "นักเวทไม่ใช่นักดาบ การใช้เวทมีแิต่างจากที่เ้าใช้"
จินเงยหน้าขึ้นมอง "ต่างกันอย่างไร?"
อควายืนขึ้นช้าๆ ร่างสูงของเขาทอดเงายาวไปบนพื้นดิน เสื้อคลุมสีดำอมฟ้าปลิวไสวเบาๆ เผยให้เห็นรูปร่างผอมแต่แข็งแรงของเขา
"นักดาบคิดในแง่ของแรงและความเร็ว ตัดผ่าน บดทับ แทง" อควายื่นมือออกมา ทันใดนั้นกระแสน้ำใสสีเงินก็หมุนวนรอบฝ่ามือของเขาอย่างนุ่มนวล "แต่นักเวทคิดในแง่ของการไหล การปรับเปลี่ยน การควบคุม"
น้ำรอบมือของเขาเปลี่ยนรูปร่างเป็ดอกบัวที่เบ่งบานอย่างช้าๆ จากนั้นเปลี่ยนเป็นกที่บินรอบแขนของเขา ก่อนจะหายไปเป็ละอองฝน
"เ้าใช้เวทเหมือนใช้ดาบ รุนแรงและตรงไปตรงมา แต่ธาตุน้ำ้าความอ่อนโยนและความเข้าใจ" อควานั่งลงข้างจิน ระยะห่างเพียงแค่แขนเอื้อมได้
"งั้นข้าควรทำอย่างไร?"
แทนที่จะตอบทันที อควาหยิบก้อนก้อนหินเล็กๆ มาวางบนฝ่ามือจิน
"ลองใช้เวทน้ำกับมัน"
จินเพ่งมองก้อนหิน ข้อมือของเขาเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยเวทออกมา
เวทวารี ะุวารี
พลังน้ำพุ่งออกมาแรงจนก้อนหินแตกกระจาย
"เห็นมั้ย?" อควายิ้มเบาๆ "เ้ายังคิดในแง่การโจมตี ลองใหม่"
อควาหยิบก้อนหินก้อนใหม่มาให้อีกครั้ง
ครั้งนี้จินหลับตาลง ระลึกถึงคำพูดของอควา จินลองนึกภาพน้ำที่ไหลเวียนรอบก้อนหิน เหมือนสายลำธารที่ไหลผ่านก้อนหินใต้น้ำ
เวทที่ออกมาครั้งนี้นุ่มนวลกว่า กระแสน้ำใสหมุนเวียนรอบก้อนหินอย่างอ่อนโยน ไม่ทำลาย แต่โอบอุ้มและยกก้อนหินขึ้นลอยในอากาศ
"ดีขึ้นแล้ว" อควาพยักหน้าอย่างพอใจ "เวทไม่ใช่แค่อาวุธ แต่เป็ศิลปะของการควบคุมธรรมชาติ"
3 วันต่อมา...
แสงแรกของรุ่งอรุณส่องผ่านใบไผ่ สร้างเงาลายต่างๆ บนพื้นป่า จินตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนกป่าขับร้อง เขาเหลือบไปมองอควาที่ยังคงนั่งสมาธิอยู่เหมือนเมื่อคืน
"เ้าไม่ได้นอนเหรอ?" จินถามพลางลุกขึ้นยืดตัว
"ข้าไม่จำเป็ต้องนอน" อควาลืมตาขึ้น "ข้าชอบนั่งดูดซับมานาจากธรรมชาติตอนกลางคืน"
จินเดินไปยังลำธารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักแรม น้ำใสเซาะผ่านก้อนกรวดเล็กๆ สร้างเสียงไพเราะเบาๆ เขาก้มลงล้างหน้าด้วยน้ำ
"วันนี้เราจะถึงเทอร์วาแล้วใช่มั้ย?" จินเอ่ยพลางเช็ดหน้าด้วยผ้าลินิน
"ถ้าไม่มีอะไรขัดขวาง" อควาเดินมาข้างๆ "แต่ก่อนจะไป เ้าควรฝึกการใช้เวทน้ำให้ดีกว่านี้"
"ฝึกอย่างไร?"
อควาชี้ไปยังลำธาร "ลองยกน้ำจากลำธารนี้ขึ้นมาสูง 10 ฟุต แล้วแบ่งออกเป็ 5 สาย หมุนเวียนเป็วงกลมโดยไม่ให้หล่น"
จินมองดูลำธาร คิดว่านี่เป็งานที่ละเอียดกว่าการต่อสู้เยอะ
ยกขึ้น..
กระแสน้ำสายหนึ่งพุ่งขึ้นมา แต่ลอยได้แค่ 5 ฟุต ก็ร่วงลงมา
"อีกครั้ง" อควาบอก "คิดถึงการควบคุม ไม่ใช่แรง"
จินลองใหม่ ครั้งนี้เขาใช้เวลานึกภาพก่อนใช้เวท น้ำพุ่งขึ้นได้ 8 ฟุต
"ดีขึ้น ลองแบ่งออกเป็สองสาย"
สองชั่วโมงผ่านไป จินเหงื่อออกเต็มหน้าผาก แต่ในที่สุดเขาก็สามารถทำตามที่อควาสั่งได้ น้ำ 5 สายหมุนเวียนเป็วงกลมเหนือหัวของเขาอย่างนุ่มนวล
"เยี่ยมมาก!" อควาปรบมือ "ตอนนี้เ้าเริ่มเข้าใจการใช้ควบคุมแล้ว"
จินหันไปยิ้มให้อควาอย่างเหนื่อยหอบ หลังจากฝึกและดูดซับพลังจากแกนเวท หินมานาและมานาจากธรรมชาติ ทำให้เขาตัดผ่านจากนักเวทชั้นต้นไประดับนักเวทชั้นกลางได้สำเร็จ
ส่วนอควาอยู่ระดับนักเวทชั้นสูง
หลังจากพักเล็กน้อย พวกเขาก็เดินทางต่อจนมองเห็นกำแพงหินขาวสูงของเมืองเทอร์วาที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสีฟ้าเข้ม เสียงนกนางนวลและกลิ่นอายเค็มจากทะเลปะทะเข้ามา
เมืองนี้ใหญ่กว่าหมู่บ้านเฟรินาหลายเท่า ตึกสีขาวสูงเรียงรายขนาบด้วยถนนหินปูที่กว้างขวาง คนมากมายแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสเดินไปมา
"คนเยอะจริงๆ" จินพึมพำ "ข้าไม่เคยเห็นมนุษย์รวมตัวกันมากขนาดนี้"
"นี่เป็เมืองท่าสำคัญ" อควาอธิบาย "พ่อค้า เรือสินค้า และนักเวทจากทั่วทุกแห่งมารวมกันที่นี่"
พวกเขาเดินผ่านประตูเมืองที่มียามสวมเกราะเล็กกุมแสงยืนเฝ้า ยามคนหนึ่งที่มีหนวดเครายาวพยักหน้าให้พวกเขา
"ยินดีต้อนรับสู่เทอร์วา นักเวทน้อย" เขาสังเกตดูเสื้อคลุมและการวางตัวของจิน "ที่นี่มีทุกอย่างที่เ้า้า จากร้านอาวุธไปจนถึงกิลด์นักสำรวจ"
"ขอบคุณ" จินโค้งศีรษะเล็กน้อย
เมื่อเดินเข้าเมืองแล้ว จินรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ร้านขายเคล็ดลับเวทที่มีพ่อค้าแกนแก่นั่งหน้าร้าน รอบๆ มีหินเวทหลากสีลอยอยู่ในอากาศ
ร้านอาวุธที่มีดาบเรืองแสงแขวนอยู่ที่หน้าต่าง
และท่าเรือที่มีเรือใหญ่หลายลำจอดเทียบท่า มีคนงานขนของขึ้นลงไม่หยุด
"เราไปหาที่พักก่อน" อควาแนะนำ "แล้วค่อยหาข้อมูลเื่กิลด์และดันเจี้ยน"
"ข้าเห็นด้วย" จินพยักหน้า ก่อนจะหยุดมองไปทางตึกหินสูงที่มีป้ายสีทองเขียนว่า 'โรงแรมมุกดาอารมณ์'
"เ้า… ข้าพบพวกเ้าอีกแล้ว!"
เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลัง จินหันกลับไปดู นั่นคือเอลม่า หญิงสาวนักเวทไฟที่เขาช่วยเมื่อ 3 วันก่อน เธอแต่งตัวด้วยเสื้อคลุมสีแดงสดใสและกระเป๋าหนังปักลาย
"เอลม่า" จินเอ่ย "เ้ามาถึงนานละหรอ?"
"เพิ่งจะมาถึง" เธอยิ้ม "ข้าเดินทางช้ากว่าเพราะต้องระวังตัว เ้าไปหาที่พักมั้ย? ข้ารู้ที่ดีๆ และราคาไม่แพงด้วย"
จินมองไปที่อควา อควาพยักหน้า
"ได้ ช่วยนำทางให้ด้วย"
เมื่อทั้งสามคนเดินไปในเมือง เอลม่าเล่าเื่ต่างๆให้ฟัง
"อสูรที่โจมตีข้าเมื่อเช้านั้นผิดปกติ" เธอเอ่ยอย่างกังวล "บารัสโครนกับแวร์ไทเดอร์ไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน พวกมันเป็ศัตรูกันเสียด้วยซ้ำ"
จินขมวดคิ้ว "แปลว่าอะไร?"
"มีบางอย่างหรือบางคนควบคุมพวกมัน" อควาพูดแทรก "ข้าก็รู้สึกแปลกๆ กับการโจมตีครั้งนั้น"
เอลม่าหยุดเดินกลางถนน "จริงอย่างที่เ้าพูด และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก สัปดาห์นี้มีรายงานการโจมตีของอสูรหลายครั้งบนเส้นทางการค้า"
"มีใครกำลังสั่งการอสูรเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?" จินคิดออกเสียง
"นั่นแหละที่กิลด์กำลังสืบหา" เอลม่าเอ่ย
เมื่อถึงโรงแรมที่เอลม่าแนะนำ "โรงแรมดาวทะเล" เป็ตึกไม้สามชั้นสีน้ำตาลสดใส มีระเบียงที่มองเห็นทะเลสาบ และมีกลิ่นหอมของอาหารทะเลลอยมาจากห้องอาหาร
"คืนนี้พักผ่อน แล้วค่อยว่ากัน" จินตัดสินใจ แต่ในใจเขารู้ดีว่าการผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น และมันอาจจะอันตรายยิ่งกว่าที่เขาคิด
"อควา" จินเอ่ยเบาๆ
"ว่ามาได้เลย"
"เ้าช่วยไปหาข้อมูลเื่อสูรที"
"ได้" อควาตอบสั้นๆ ก่อนจะกลายเป็เงาแล้วหายไป
เมื่อค่ำคืนมาเยือนเมืองเทอร์วา แสงโคมไฟเวทส่องสว่างไปทั่วถนน จินยืนอยู่ที่ระเบียงห้องพัก มองออกไปยังทะเลสาบที่มีแสงดวงจันทร์สะท้อนแสงเป็ริ้วเงิน
ในใจเขารู้ว่าอีกไม่นาน เขาจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ใหญ่กว่าอสูรธรรมดา และเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม