หม่าเซียน
อาณาจักร นักรบิญญา ระดับ 7
เทคนิคการบ่มเพาะ: พระสูตรหัวใจิญญาะ [ระดับ ะ[ขั้นที่ 1 ] รวบรวมิญญาที่ไม่สมบูรณ์
เทคนิคต่อสู้:ดาบสายลม [เหลือง,ขั้นกลาง]
เทคนิคเคลื่อนไหว:เหยียบเงาเมฆ [ระดับเหลือง ขั้นต่ำ]
อาวุธ: ดาบเขี้ยวหมาป่า [ระดับเหลือง,ขั้นสูง]
ร่างโคลนเทพ: 1 ร่าง(อาณาจักร ครึ่งหนึ่งของร่างจริง)
สมบัติอื่นๆ: แหวนอวกาศ..
....
“เทคนิคต่อสู้ มีน้อยเกินไปคงต้องหาเรียนเพิ่มเติม” หม่าเซียนครุ่นคิดในใจ
Ding: เ้าบ้านต้องลงชื่อเข้าใช้ ต่อไปตอนนี้เ้าบ้าน ยังคงเป็มดอ่อนแอในดาวเคราะห์ดวงนี้”
ระบบส่งเสียง แข็งกระด้างและเ็า
เมื่อเขาดูแผงข้อมูลเสร็จสักพัก น้องสาวของเขาก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
“ไปหาลุงฟู่กันเถอะ”
หม่าเซียน พูดชักชวนน้องสาวหม่าหลิง
เมื่อเห็นหม่าหลิง พยักหน้าตอบรับ หม่าเซียนจึงเดินนำหน้าออกจากกระท่อมไป
ทางด้าน ลุงฟู่และฟู่ชิงก็กำลังตามหาพอดี จากนั้นก็พาหมาเซียนและหม่าหลิงเข้าไปในไร่ข้าวิญญา ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
ไร่ข้าวิญญาแปลงนี้ ปลูกอยู่บนทุ่งราบมีประมาณ 5 เอเคอร์[12-13 ไร่]
หม่าเซียนและกลุ่มของเขา กำลังจ้องมองดูไร่ข้าวิญญาอยู่
ทันใดนั้น เสียงคำรามเล็กๆดังขึ้น ทั่วบริเวณไร่ข้าวิญญา พวกเขาทะยาน ติตามต้นเสียงทันที
เมื่อมาถึง เห็นสัตว์อสูรเม่นเกราะแดงกำลังต่อสู้อยู่กับหมูป่าเขี้ยวดาบ ทั้งสองประจันหน้าต่อสู้ดุเดือด เห็นไร่ข้าวิญญาเป็ลานประลองไปและทำลายไร่ข้าวิญญา เสียหายเป็หย่อมใหญ่
“ลุงฟู่ อย่ารีบร้อนรอดูสักพักก็มิสาย พวกเขาหยุดมองจากระยะไกล”
รอมาสักพัก เห็นลุงฟู่เริ่มโกรธ ร่างกายของเขาสั่นระริกมือกำหมัดแน่น
หม่าเซียน เห็นว่าลุงฟู่อดทนดูไม่ไหวกำลังจะโจมตี เขาจึงร้องเตือนขึ้น
“ลุงฟู่ ฟู่ชิงระวังตัวด้วย! น้องสาวเ้าอยู่ด้านหลังข้า ค่อยติดตามอย่างไกล้ชิด"
"สัตว์อสูรทั้งสองตัว เป็อสูรระดับ 1 ขั้นสูงแล้ว เทียบเท่ากับมนุษย์คือ จุดสูงสุดในอาณาจักรรวบรวมิญญา!”
หม่าเซียนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและจริงจัง
เขาอ่านหนังสือต่างๆมาไม่น้อยใน่ 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจะรู้มากกว่าคนอื่นก็ไม่แปลกอะไรเลย
“เอาละ! ลุงฟู่กับฟู่ชิง ไปล่อเม่นเกราะแดงไปอีกทางหนึ่ง ข้ากับน้องสาวหม่าหลิงจะรับมือหมู่ป่าเขี้ยวดาบให้เอง"
ขาดคำหม่าเซียน ทั้งคู่เตือนหม่าเซียนและหม่าหลิงให้ระวังตัวเองให้ดี
จากนั้นทั้งคู่ขยับกาย เคลื่อนไหววูบ หายตัวไป เห็นอีกทีก็ประชิดตัวเม่นเกราะแดงแล้ว
ลุงฟู่อยู่ อาณาจักรรวบรวมิญญา ระดับ 9 ส่วนฟู่ชิงนั้นอยู่ระดับ 8 แม้พร์จะไม่ดีมาก แต่ก็พอใช้ได้ อย่าลืมว่า ฟู่ชิง อายุเพียง 20 ปีมีโอกาสเลื่อนสู่นักรบิญญา ไม่น้อยเลยทีเดียว หม่าเซียนครุ่นคิดในใจ
คิดส่วนคิดหม่าเซียนและน้องสาว ก็รีบใช้เทคนิคเคลื่อนไหวทะยานพุ่งปราดเข้าหาหมูป่าเขี้ยวดาบ
จากนั้นทั้งคู่ดึงความสนใจมันไว้ แล้วลากมาอีกทางหนึ่ง เมื่อไกลกันมากพอแล้วทั้งสองพี่น้องเริ่มบุกจู่โจมทันที
“ดาบสายลม”
ออร่าดาบ แหวกฝ่าลมอากาศ ตัดตรงไปบริเวณลำคอ อย่างดุร้ายเสียงปะทะหมู่ป่าเขี้ยวดาบดังก้อง
“ตู้ม!!!
ออร่าดาบ ะเิหมู่ป่าเขี้ยวดาบ โดยตรงและบินคว่ำลงบนพื้น ได้าเ็สาหัสบริเวณลำคอ มีรอยแผลจากดาบโลหิตไหล่ออกไม่ยอมหยุด
"กระบี่ใบหลิว"
ขาดคำหม่าหลิง สะบัดกระบี่ร่ายรำออกออร่ากระบี่ คล้ายใบหลิวนับร้อยแหลมคมดุจกระบี่ เกลื่อนท้องฟ้า เสียงแหวกฝ่าอากาศ ดังหวีดหวิว จู่โจมหมูป่าเขี้ยวดาบอย่างโเี้
"ตู้ม"
หมูป่าเขี้ยวดาบ ถูกกระแทกถอย ร่างกายมีรอยแผลจาก ออร่ากระบี่เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง
หมูป่าเขี้ยวดาบเริ่มคลั่ง ตาแดงก่ำ วิ่งโถมเขาหาสองพี่น้องอย่างดุดัน เขี้ยวดาบส่องแสงสีเงินแวววาบ ระยิบระยับ น่าสยดสยองอย่างมาก
“น้องสาวเ้าถอยออกไปก่อน”
เขาไม่้าให้น้องสาวหม่าหลิงต้องเสี่ยงอันตรายจึงเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและจริงจัง
"ท่านพี่ระวัง!ตัวด้วย "
พูดจบน้องสาวหม่าหลิง ก็ถีบเท้าพุ่งถอยหลัง แม้มีเื่ราวมากมายที่ไม่เข้าใจก็ตามแต่ในใจของหม่าหลิง กลับรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อยและความเคารพต่อพี่ชายเพิ่มขึ้นหลายส่วน
“ดาบสายลม”
หม่าเซียน ตวัดดาบฟันออกรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ออราดาบฟันใส่คอ บริเวณแผลเดิมอีกครั้ง..
หมูป่าเขี้ยวดาบ แม้เป็สัตว์อสูรชั้นต่ำใช่ว่าจะโง่ เห็นมันใช้เขี้ยวขวางออร่าดาบหม่าเซียนไว้และสามารถหยุดยั้งสภาวะออร่าพลังดาบเอาไว้ได้
หม่าเซียนจึงสะอึกพุ่งปราด เขาหาอีกรอบ เมื่อไกล้ถึงหมู่ป่าเขี้ยวดาบ เขาทะยานขึ้นข้างบน 10 วาวกตีลังกา กลางอากาศไปถึงด้านหลัง พริบตานั้นเขาตวัดดาบฟันใส่ที่คออีกครั้ง
“สวบ!!!"
หมู่ป่าเขี้ยวดาบ ถูกฟันคอแทบขาดปลิวกระเด็นถอยหลังสิ้นใจตายทันที
หม่าเซียนยืนพักสักครู่ ไตร่ตรองการต่อสู้เมื่อครู่นี้เขามีเทคนิคน้อยเกินไป แต่ก็นั่นแหละเขาพึ่งปลุกจิติญญา่เวลาสั้นเกินไป
เขาเห็นข้อบกพร่องมากมายในตัวของเขาถ้าสู้รบกับคนจริงๆ ป่านนี้คงตายไปแล้ว
ถ้าเข้าใช้พลังที่แท้จริง ของ อาณาจักรนักรบิญญาสามารถฆ่าอย่างง่ายดายอย่างแน่นอนหม่าเซียนคิดเช่นนั้น
แต่ตอนนี้เขาใช้พลังของร่างโคลนเทพ อาณาจักรเหลือแค่ รวบรวมิญญาระดับ 8 เท่านั้น
ความแตกต่างคือ นักรบิญญา สามารถนำพลังิญญามาต่อสู้ได้ ความเฉียบคม ความเร็ว ความแข็งแกร่งก็เพิ่มอย่างมาก
“น้องสาวรีบตามข้ามา กลัวว่าอาจจะเกิดเื่แทรกซ้อนขึ้น” น้ำเสียงหม่าเซียนดูกังวล
โดยปกติ ภายใต้อาณาจักรนักรบิญญา ยากที่ลุงฟู่จะพลาดพลั้งมือ
ทั้งคู่ใช้เทคนิคเคลื่อนไว เพิ่มความเร็วติดตามร่องลอย การต่อสู้ตลอดทาง
“ท่านพี่ ท่านแข็งแกร่งมาก พี่พึ่งปลุกจิติญญาได้ 4-5 วันจริงหรือ รากิญญาระดับสูงใช่ไหม?"
หม่าหลิง กล่าวถามและพูดชื่นชม
“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดมากความรีบติดตามร่องรอย การต่อสู้ของลุงฟู่กันก่อน”
….
เมื่อตามมาประมาณ 1 [เค่อ]เห็นเม่นเกราะแดงตายบนเกลื่อนบนพื้น 3-4 ตัว ตัวที่ต่อสู้กับหมูป่าเขี้ยวดาบได้ตายไปแล้ว
ที่เหลืออยู่นี่คงเป็ หัวหน้าเม่นเกราะแดง มันใหญ่กว่าเม่นธรรมดามาก ประมาณ 200 [จิน]*ได้ เขารีบทะยาน เข้าหาลุงฟู่ เมื่อมาถึง หม่าเซียนกล่าวถามขึ้นว่า
“ลุงฟู่ไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวถอยออกมาก่อน”
เมื่อเห็น เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแผลเต็มตัวทั้งสองคน หม่าเซียนคาดเดาว่าน่าจะต่อสู้กัน อย่างหนักหน่วงแน่นอน
พลังิญญาลุงฟู่ เริ่มติดขัดไม่ต่อเนื่องเริ่มรับมือไม่ไหว
ส่วนฟู่ชิงยืนพิงต้นไม้ ใบหน้าซีดเผือดไร้เื หม่าเซียนพูดด้วยความเป็ห่วงขึ้นว่า
“ลุงฟู่ระวัง!”
หม่าเซียน ะโเตือนเสียงดังด้วยความเร่งรีบ
เห็นหัวหน้าเม่นเกราะแดง ยิงขนเหล็กดุจห่าฝนถี่ยิบไม่มีช่องว่างให้หลบหนียิงขึ้นฟ้าเหนือศีรษะของลุงฟู่
หม่าเซียนได้ตัดสินใจ เปิดเผยพลังของตัวเอง เพื่อช่วยชีวิตลุงฟู่เขาใช้พลังิญญาเป็ม่านปกคลุมคล้ายบาเรียเบี่ยงเบนขนเหล็กออกห่างลุงฟู่ทันที
แน่นอนว่า คนอื่นจะรู้เพียงว่าเขาเป็นักรบิญญาไม่รู้ระดับที่แท้จริง
หม่าเซียน ะเิอ่อร่าอาณาจักร นักรบิญญาออกมาทำให้หัวหน้าเม่นเกราะแดงรู้สึกอันตรายและหยุดชะงักงัน ชั่วขณะหนึ่ง
แต่ก็เพียงพอให้ลุงฟู่ถอยออกมาจากรัศมีดารต่อสู้
“ลุงฟู่ถอยออกมาไปพักกก่อนเถอะเดียวข้าจะรับ่ต่อเอง”
พูดจบ หม่าเซียนขยับกายหายวูบหายไปทันที
ทั้งคู่ปะทะกันถี่ยิบ ทั้งรุกทังรับไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดทั้งคู่เริ่มเหนื่อยล้า...
....
“เหยียบเงาเมฆ”
เขาพุ่งเข้าไกล้ หัวหน้าเม่นเกราะแดง วกซ้ายวนขวา หาจุดอ่อนจากนั้น ตวัดดาบที่ ควบแน่นพลังิญญาจู่โจมออกไปดุจสายฟ้า
ออราดาบ เย็นเยียบ ตัดผ่านอากาศแผ่ปกคลุมหัวหน้าเม่นเกราะแดง
“ตู้ม!!!
ทั้งคู่ปะทะกัน หลายครั้งในที่สุดก็ฆ่าได้สำเร็จ หัวหน้าเม่นเกราะแดงเซถลา 4-5 ก้าว
จากนั้น ได้ยินเสียงคำราม โศกเศร้าดังทั่วหุบเขาก่อนค่อยๆล้มลงพื้นด้วยความไม่เต็มใจ
มีรอยดาบแทงบริเวณหน้าอก ทะลุด้านหลังเห็นว่ามันตายแล้ว เขาจึงถอนหายใจโล่งอกแล้วเดินเข้าหาลุงฟู่ จากนั้นกล่าวถามขึ้นว่า
“ลุงฟู่ ทำไมไล่ตามถึงหน้าถ้ำหัวหน้าเม่นเกราะแดงได้”
ลุงฟู่ ฟู่ชิง หม่าหลิงเมื่อได้ยินเสียง หม่าเซียน ใบหน้าเหม่อลอยเหมือนิญญาออกจากร่างก็ได้สติขึ้นมาแล้วลุงฟู่ก็กล่าวขึ้นว่า
“นายน้อย เมื่อข้าและหลายชายรีบเร่งฆ่าเม่นเกราะแดง เป็ห่วงว่า นายน้อยกับ คุณหนู จะตกอยู่ในอันตราย"
"แต่เม่นตัวนี้ขุดดินหนี หลอกล่อ จึงตามมาถึงที่ตรงนี้และได้ฆ่ามัน"
"ขณะที่ กำลังรีบกลับไปช่วย นายน้อยแต่ หัวหน้าเม่นเกราะแดง บังเอิญหรือตั้งใจมิทราบดันออกมาจากถ้ำก่อน เื่ราวก็เป็เช่นนี้แหละนายน้อย”
ลุงฟู่ กล่าวอธิบายและให้ความเคารพมากยิ่งขึ้น
นักรบิญญา อายุ 15 คืออะไร ตราบเท่าที่หม่าเซียนไม่ตกตาย อนาคตตระกูลหม่านั้นสดใสยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า
“ท่านพี่ยินดีด้วย ท่านซ่อนตัวลึกมาก”
หม่าหลิง กล่าวยิ้มนี้เป็ครั้งแรกที่เขายิ้มใน่หลายปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้อิจฉาพี่ของเขาแต่อย่างใด
“เอาล่ะ!ยิ้มบ่อยๆเ้างดงามมาก..ฮ่า ฮ่า
....
หม่าเซียน ยิ้มกล่าวหัวเราะเบิกบานใจ
“ลุงฟู่ เื่นี้ไม่สามารถ หลุดออกไปได้ ทุกอย่างควรลืมเสีย อย่างน้อยก่อนการคัดเลือกสาวก”
หม่าเซียน กล่าวเคร่งขรึมและจริงจัง
“นายน้อยวางใจได้ ข้าล้วนทราบถึงความร้ายแรงของเื่ราวดี..” ลุงฟู่ กล่าวตแบน้ำเสียงหนักแน่น
จากนั้น หม่าเซียน หันหน้าไปทางฟู่ชิงและพูดขึ้นว่า
“ ฟู่ชิง เ้ากล้าหาญมากไม่ยอมทิ้งปู่ แม้ในยามหน้าสิวแหน้าขวานและเป็คนที่ไม่เนรคุณบุญคุณคน.."
"ข้าจะบอกพ่อให้รับเ้า เข้าร่วมเป็ผู้พิทักษ์..หวังว่าเ้าจะเลื่อนเข้าสู่อาณาจักรนักรบิญญาได้โดยเร็ววัน”
หม่าเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยคาดหวังต่อตัวฟู่ชิง
ในโลกฝึกฝนบ่มเพาะพลังช่างหายากยิ่งคนอย่างฟู่ชิงนี้ สมควรสนับสนุนอย่างยิ่ง
“ขอบคุณนายน้อย ที่ให้โอกาส ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยผิดหวัง”
ฟู่ชิงดีใจมากเขาอายุน้อย..นักรบิญญาคือความฝันของเขาตั้วแต่เด็กและโอกาสของเขามาถึงในที่สุด คนที่ทำดีแม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ สุดท้ายแล้วปลายทางก็มักพบจุดจบที่ยอดเยี่ยมเสมอ!
“ลุงฟู่ ฟู่ชิง ข้าและน้องลาพวกเ้าก่อนแล้วเจอกันภายหลัง”
หม่าเซียน กล่าวยิ้มและชักชวนน้องสาวขึ้นแรดม้าคลั่งแล้วตะบึงจากไป
*หมายเหตุ 1 เค่อ = 15 นาที/ 1 จิน = 500 กรัม