งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเล็กๆของไป๋ฉีได้เริ่มขึ้นในตอนเย็นของวัน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยอบอุ่นและเสียงหัวเราะของครอบครัวทำให้ชายหนุ่มมีความสุขมากๆ
หลังจากผ่านไปสักพัก เครื่องบินขนาดเล็กอีกลำก็บินมาจอดยังลานจอดจนทุกคนต่างมองกันเป็ตาเดียวว่าเพื่อที่จะดูว่าคนที่มาเป็ใครกัน
เมื่อประตูเครื่องบินถูกเปิดออกทุกคนในตระกูลไป๋พลันยิ้มร่า คนที่มาคือชายที่รวมร่างหน้าตาหล่อเหลาดูภูมิฐาน กับหญิงสาวสองคนที่สวยงามไม่แพ้ภรรยาของไป๋เฉินเลยก็ว่าได้ สามคนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็ครอบครัวเพื่อนของไป๋เฉินนั่นเอง
"เสียวตง ผิงผิง หนูน้อยจิวลี่ ไม่เจอกันนาน"ไป๋เฉินเดินเข้าไปหาเพื่อนของเขาที่มีชื่อว่าจางตงพร้อมกล่าวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มด้วยความดีใจ
"ฮ่าๆๆๆก็เยว่อิงโทรชวนฉันน่ะสิ แกนั่นแหละวันเกิดหลานชายฉันทั้งทีไม่คิดจะชวนฉันเลยหรืออย่างไร"จางตงกล่าว
"อ๊า ขอโทษทีเพื่อน ตอนแรกฉันคิดว่าจะจัดงานเล็กๆในครอบครัวเท่านั้นน่ะ มาๆๆเข้างานกันดีกว่า ผิงผิงกับหนูน้อยจิวลี่ก็ตามสบายนะ เดี๋ยวฉันไปยกอะไรมาให้ทาน"ไป๋เฉินกล่าวก่อนจะพาเพื่อนของเขาและครอบครัวไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ระหว่างทางไป๋ฉีที่เป็เ้าของวันเกิดก้มศรีษะลงทำความเคารพอย่างมีสัมมาคาราวะและกล่าวตอนรับด้วยเช่นกัน
"สวัสดีครับคุณอาจางตง คุณอาอี้ผิง น้องจิวลี่ ขอต้อนรับสู่งานวันเกิดเล็กๆของผมนะครับ"
"ฮ่าๆๆหลานชายคนนี้พูดซะเป็ทางการเชียว สุขสันต์วันเกิดนะ หลังจากวันนี้ก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ได้ข่าวว่าผลการเรียนของหลานดีเยี่ยมในทุกๆด้านเลยนี่ ว่างๆก็มาสอนวิชาดาบให้น้องบ้างนะ"จางตงตบไหล่หลานชายเบาๆพร้อมหัวเราะออกมา
"ผมคงไม่กล้าสอนหรอกครับ เพราะน้องจิวลี่เก่งอยู่แล้ว เป็ถึงยอดอัจฉริยะที่แม้แต่ในเมืองหลวงยังหาตัวจับยาก"ไป๋ฉีกล่าวและยกยิ้มให้ หญิงสาววัยสิบเจ็ดปีผมสีดำขลับผิวขาวราวกับหิมะก็พลันหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
จางจิวลี่ เธอคืออัจฉริยะที่มีระดับอัตราการดูดซับถึงแปดสิบเปอร์เซนต์ ยังไม่ทันเรียนจบก็มีกองกำลังต่างๆมาทาบทามมากมาย ความสามารถระดับนี้เรียกได้ว่าเป็สุดยอดของสุดยอด จะมีเพียงคนของตระกูลใหญ่บ้างคนเท่านั้นที่มีพร์เทียบเท่าเธอ
"ฮิฮิ ใครว่าละ น้องอยากให้เราสอนให้จะตาย จริงไหมจิวลี่"อี้ผิงผู้เป็แม่กล้าและยกยิ้มอย่างมีเลศนัยให้ลูกสาว
จางจิวลี่ที่ได้ยินก็ยกยิ้มและพยักหน้าและกล่าวตอบ "ใช่ค่ะ หรือว่าพี่ชายไม่อยากสอนหนูงั้นหรอ"
"ฮ่าๆๆใครว่าละ ถ้าน้องอยากฝึกกับพี่ๆก็จะฝึกให้ แต่อย่าคาดหวังอะไรมากนะ เพราะถึงผลการเรียนจะดีเลิศแต่ถึงยังไงมันก็เป็ทักษะขั้นพื้นฐานอยู่ดี"ไป๋ฉียกมือขึ้นลูบหัวจางจิวลี่อย่างเอ็นดู
หลังจากนั้นงานเลี้ยงที่หยุดชะงักลงมือครู่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของบรรดาพ่อแม่ ไป๋ฉีและจางจิวลี่นั่งที่โต๊ะๆหนึ่งที่มีอาหารอยู่ตรงหน้ามากมาย
"พี่ชายไป๋ฉี พี่เรียนจบแล้วคิดจะเข้าสังกัดกองกำลังไหนคะ?"จางจิวลี่กล่าวถาม เธอชื่นชมและยึดถือไป๋ฉีเป็แบบอย่างมาโดยตลอดดังนั้นจึงได้สนใจเื่นี้
"อืม......พี่ว่าจะช่วยพ่อทำสวนน่ะ ถึงยังไงต่อให้ไปสมัครกองกำลังไหนก็ไม่มีใครรับคนที่มีอัตราการดูดซับที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์คาบเส้นอย่างพี่อยู่ดี น้องก็รู้นี่ว่ากองกำลังนักรบมันมีเกณฑ์การรับของมันอยู่และส่วนใหญ่ก็จะเอาอัตราการดูดซับหกสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปทั้งนั้น"ไป๋ฉีกล่าว
"ไม่จริงน่า ทั้งๆที่หนูอยากอยู่สังกัดเดียวกับพี่ชายแท้ๆ"จางจิวลี่กล่าวออดด้วยเสียงเจือความเศร้า
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ยกยิ้มให้ "เอาน่า ถึงพี่ชายคนนี้จะไม่ได้เป็นักสู้ แต่น้องก็มาหาพี่ที่สวนได้เสมอนี่จริงไหม"
จางจิวลี่พยักหน้าให้ชายหนุ่ม แต่ใครจะรู้ว่าเธอรู้สึกขัดใจเอามากๆ อย่างพี่ไป๋ฉีของเธอเนี้ยนะจะมาทำสวน เธอไม่อยากให้เป็เช่นนั้นเลย เนื่องจากรู้ว่าในอดีตพี่ชายคนนี้ต้องพยายามขนาดไหนกว่าจะได้ผลการเรียนดีเลิศแบบนี้
ข่าวอัตราการดูดซับพลังที่ลดฮวบของไป๋ฉีนั้นดังเอามากๆในโรงเรียนเทียนซาน เพื่อนที่เคยสนิทกันก็ลดลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่คน ส่วนเื่แฟนเป็สิ่งที่ไป๋ฉีไม่อยากพูดถึงมากที่สุด และไม่มีใครรู้สาเหตุของการเลิกลาแม้แต่เพื่อนที่เหลือของไป๋ฉีก็ตามที
"ค่ะ แล้วหนูจะมาหาพี่บ่อยๆนะคะ"จางจิวลี่ยกยิ้มอย่างน่ารักน่าชัง เหล่าบรรดาพ่อๆแม่ๆเมื่อเห็นก็อดหัวเราะคิกคักกันไม่ได้
เมื่องานเลี้ยงจบลงพวกเขาก็พากันแยกย้ายกันไป ไป๋ฉีเองก็กลับเข้ามานอนในห้องของตนเองเช่นเดียวกัน วันนี้สำหรับเขานั้นช่างเป็วันที่สนุกจริงๆ
"หากทุกวันเป็เหมือนวันนี้ก็ดีน่ะสิ"ไป๋ฉีกล่าวและเผลอหลับไป ในขณะเดียวกันนั้นเองตัวของเขาก็เปล่งแสงสีเงินระยิบระยับออกมา ทำให้ชายหนุ่มตกลงไปสู่ห้วงแห่งความฝัน เบื้องหน้าของเขาคือสิ่งที่ไม่ได้เห็นมานานนั่นคือหอยคอยจักรวาลเล็กๆที่เขาได้มาจากชายชรา แต่บัดนี้มันกลับยิ่งใหญ่จนราวกับตัวของไป๋ฉีเล็กจ้อยเปรียบเสมือนฝุ่นผงก็ไม่ปาน
"นะ นี่มันอะไรกัน!!!"ไป๋ฉีเงยหน้ามองหอคอยนี้อย่างตกตะลึงในใจเต้นแรง ทันใดนั้นด้านหน้าของหอคอยก็ปรากฏร่างชายชราที่ไป๋ฉีเคยช่วยเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ชายหนุ่มผมสีเงิน ดวงเนตรสีทอง สวมอาภรณ์ที่ดูโบราณแต่กลับดูสูงส่งยิ่ง
"ไม่ได้เจอกันนานนะหนุ่มน้อย"เมื่อปรากฏตัวออกมา ชายผมสีเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ถึงกับชี้นิ้วไปที่ชายคนดังกล่าวพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความอ้ำอึ้งและตะลึงในใจ
"คะ คุณ!! คุณคือชายชราเมื่อห้าปีที่แล้ว!!!"