เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่6 บทที่ 169 เจี่ยนอัน ฉันรักเธอ (1)

            

            ณห้องผู้ป่วยอันกว้างขวางมีเพียงซูเจี่ยนอันอยู่ตามลำพัง เธอนั่งกัดเล็บอยู่บนเตียงด้วยความสับสน

            จากสิ่งที่ซูอี้เฉิงพูดหมายความว่าลู่เป๋าเหยียนยังคงแคร์เธออยู่

            ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมเขาถึงต้องเมินเธอ จากนั้นก็หาเรื่องชวนทะเลาะอย่างไร้เหตุผลสุดท้ายก็ตกลงจะหย่ากับเธอ ไล่ให้เธอออกจากบ้านเขาทำหน้าเหมือนอยากให้เธอไปให้ไกลๆ ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

            เธอสงสัยมาโดยตลอดว่าตัวเองทำอะไรผิดไปจนเขาไม่พอใจหรือเปล่าเลยลดทิฐิไปถามเขาตรงๆ แต่เขากลับตอบอย่างประชดประชัน

            ในเมื่อไม่อยากเจอหน้ากันแล้วเขาจะมาหาเธอทำไมอีก?

            “คุณลู่นั่งเฝ้าคุณตลอดจนตีสามกว่าถึงจะหลับค่ะเขาคอยเช็ดตัว เช็ดเหงื่อ ป้อนน้ำคุณตลอดเวลา ฉันเพิ่งเคยเห็นผู้ชายที่เอาใส่ใจภรรยาขนาดนี้เป็นครั้งแรกนะคะเนี่ย”

            คำพูดของพยาบาลสาวยังคงดังก้องอยู่ในหูทำให้จิตใจของซูเจี่ยนอันปั่นป่วนกว่าเดิม เธอซบหน้ากับหัวเข่ามือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ตรงท้ายทอยอย่างต้องการหลีกหนีความจริง

            ตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกผลักออก เสียงฝีเท้าอันแสนคุ้นเคยดังเข้ามาใกล้

            ซูเจี่ยนอันนิ่งเกร็งไปทั้งร่างเธออยากจะอยู่ท่านี้ไปตลอดจะได้ไม่ต้องเงยหน้า เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง

            แต่ลู่เป๋าเหยียนไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ทำแบบนั้นเขาเดินมาหยุดลงข้างเตียงก่อนจะเรียกชื่อเธอ

            “เจี่ยนอัน”อาจเพราะไม่ได้นอนมาเกือบทั้งคืน เสียงของเขาจึงแหบเล็กน้อย

            ซูเจี่ยนอันนึกถึงตอนที่เขาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาทำคือยกมืออังหน้าผากเธอเพื่อวัดไข้

            ตอนที่มือสากอันอบอุ่นของเขาแนบชิดกับหน้าผากเธอถึงเข้าใจว่าตัวเองคิดถึงสัมผัสอันใกล้ชิดเป็นห่วงเป็นใยของเขามากแค่ไหน

            มันเป็นความรู้สึกที่ต่างออกไปจากความเป็นห่วงของซูอี้เฉิงความเป็นห่วงของพี่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจแต่ความเป็นห่วงของลู่เป๋าเหยียนทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความอ่อนหวานอย่างประหลาด   

            เช้าวันนั้นที่เธอออกมาจากบ้านเธอนึกว่าตัวเองพร้อมยอมรับความจริง พร้อมเผชิญหน้ากับการหย่าแล้ว ก็เหมือนช่วงก่อนแต่งงานที่เธอคอยเตือนตัวเองว่าต้องรู้จักเจียมตัวแค่ได้เป็นสามีภรรยาในนามกับเขาก็พอ มาตอนนี้เธอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนโลภมากแค่ไหน   

            แค่ครึ่งปีลู่เป๋าเหยียนก็ทำให้เธอเริ่มเสียนิสัย เธอเอาแต่พึ่งพาเขายามลำบากก็คอยคิดแต่อยากให้เขามาอยู่เคียงข้างอยากจะแบ่งบันเรื่องราวในชีวิตไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขกับเขาเธอคิดไกลถึงขนาดอยากจะใช้ชีวิตกับเขาแบบนี้ตลอดไป...

            ทั้งๆที่ก่อนแต่งงานเธอตั้งใจไว้ว่าจะยืนด้วยลำแข็งของตัวเองไม่หาเรื่องรบกวนลู่เป๋าเหยียนเด็ดขาด เธอจะไม่ทำให้เขาต้องรำคาญใจ แต่ที่ไหนได้เธอประเมินตัวเองสูงไปมากพี่พูดถูก เรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วเธอต้องเผชิญหน้าและแก้ไขมันให้ถูกต้อง   

            คิดได้ดังนั้นซูเจี่ยนอันก็เงยหน้าขึ้นมองลู่เป๋าเหยียนเธออยากจะยิ้มและทักทายเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้แววตาของลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้ดูซับซ้อนราวกับกำลังซ่อนความรู้สึกนับล้านที่เธอไม่มีวันเข้าใจ

            เธอพยายามยิ้มแต่ก็ไม่สำเร็จจะพูดก็พูดไม่ออก พอนึกถึงตอนนั้นที่เธออยู่บนภูเขาท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าตอนที่เธอตกลงมาจากเนินเขา...

            เธอนึกว่าตัวเองคงไม่มีวันได้เห็นหน้าเขาไม่มีวันได้บอกกับเขาด้วยตัวเองว่าเธอชอบเขามากแค่ไหน การคิดถึงเขาทำให้เธอฮึดสู้เธออยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อบอกความในใจกับลู่เป๋าเหยียน แต่พอเขามายืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้เธอกลับพูดอะไรไม่ออกสักอย่าง

            เธอกลัวที่จะเห็นสีหน้าเย้ยหยันของเขากลัวว่าเขาจะเมินความรู้สึกที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้กว่าสิบปี

            อยู่ๆซูเจี่ยนอันก็รู้สึกอยากจะร้องไห้

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นขนตางอนยาวของเธอเริ่มสั่นไหวหัวใจของเขาก็เริ่มสั่น เขายื่นมือออกไปแตะพวงแก้มใสของซูเจี่ยนอัน...

            สัมผัสที่แสนคุ้นเคยกิริยาที่ดูละเมียดละไมของเขา เหมือนเมื่อก่อนเวลาที่เขาจะจูบเธอไม่มีผิด

            ขอบตาของเธอเริ่มร้อนขึ้นแค่กะพริบตา หยดน้ำที่อดกลั้นเอาไว้ก็เริ่มเอ่อออกมาจนตาพร่ามัว ซูเจี่ยนอันปัดมือเขาออกอย่างไม่พอใจ

            “ออกไปไม่ต้องมาแตะตัวฉัน!”

            แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับรั้งตัวเธอเข้าอ้อมกอดของเขาทันทีซูเจี่ยนอันจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว   

            ลู่เป๋าเหยียนไม่เคยกอดเธอแน่นขนาดนี้เขากอดเธอไว้ราวกับว่าวินาทีต่อมาเธอจะหายไปยังไงยังงั้น   

            “เจี่ยนอันฉันขอโทษ” ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยคำขอโทษด้วยเสียงแหบพร่า “ฉันไม่ควรไล่เธอออกจากบ้านจนเธอต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนี้”

            “......”ได้ยินดังนั้นซูเจี่ยนอันก็เริ่มน้ำตาคลอ    

            เธอไม่เคยเห็นลู่เป๋าเหยียนที่ไร้มาดขนาดนี้คนที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกธุรกิจ คนที่สามารถเรียกลมเรียกฝนได้อย่างเขามีแต่คนยกย่องเยินยอเขาคงไม่เคยต้องมาขอโทษใครแบบนี้

            แต่ครั้งนี้เป็นเพราะเขาทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี่จนเกือบได้รับอันตรายถึงชีวิต

            “รูปพวกนั้นเป็นฝีมือของเฉินเสวียนเสวียนที่สะกดรอยตามเธอฉันรู้ดีว่าเธอกับเจียงเส้าข่ายไม่ได้มีอะไรกัน” ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย   

            “แล้วนายมาสงสัยฉันทำไม?” ซูเจี่ยนอันเริ่มโมโห เธอผลักตัวลู่เป๋าเหยียนให้ออกห่าง“นายรอให้ฉันยอมรับว่าฉันชอบเจียงเส้าข่าย จะได้ใช้เหตุนี้มาหย่ากับฉันใช่ไหม? คืนนั้นต่อให้ฉันไม่บอกว่าจะหย่า ไม่กี่วันให้หลังนายคงตั้งใจจะขอหย่ากับฉันอยู่แล้วล่ะสิลู่เป๋าเหยียน นายมันเลวที่สุด!”   

            “นายไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลย? นายเบื่อที่จะต้องใช้ชีวิตแต่งงานจอมปลอมแล้วสินะ จนถึงกับให้เสิ่นเยว่ชวนโกหกว่านายกับฉันไม่ได้นั่งรถไปทางเดียวกันตอนที่ฉันออกปากขอหย่ากับนาย คงจะดีใจมากล่ะสิ”   

            ยิ่งพูดซูเจี่ยนอันก็ยิ่งน้อยใจเธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างสุดชีวิต เธอขยี้ตาตลอดเวลาจนตาแดงไปหมด   

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือเธอไว้ไม่ว่าเธอจะดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด

            “เจี่ยนอันฉันอธิบายได้”   

            ซูเจี่ยนอันมองหน้าเขาด้วยตาแดงก่ำ“ฉันถามนายไปกี่รอบแล้วว่าฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่านายถึงกลายเป็นแบบนี้แต่นายกลับไม่ยอมพูดอะไรอย่าง เอาแต่ชวนทะเลาะ หาว่าฉันไปชอบคนอื่นไล่ฉันออกจากบ้าน... นายเพิ่งคิดจะมาบอกความจริงกับฉันตอนนี้เนี่ยนะ?” เธอยิ้มออกมาก่อนพูดว่า

            “ฉันไม่อยากฟัง!”

            พูดจบเธอก็สะบัดมือจากการเกาะกุมของเขาอีกครั้งแต่ลู่เป๋าเหยียนยังคงไม่ยอมปล่อย เธอใช้แรงมากขึ้น พยายามแกะมือเขาออกมาก่อนจะพบว่าที่แขนเสื้อของตนเลอะคราบเลือด   

            เลือดสีแดงสดราวกับเพิ่งไหลออกมาใหม่ๆแต่มันไม่ใช่เลือดของเธอ

            เธอแบมือเขาออกมาดูก็พบว่าที่ฝ่ามือของเขามีแผลถลอกเต็มไปหมด แถมเลือดยังคงไม่หยุดไหลอีกด้วย

            “นายไปได้แผลมาตอนไหน”เธอเอ่ยถามลู่เป๋าเหยียนสีหน้านิ่ง “แล้วทำไมถึงเป็นแผลได้?”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่สนใจคำถามของเธอเขาแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

            “เจี่ยนอันเธอยังเป็นห่วงฉันใช่หรือเปล่า”

            ใช่บ้านนายสิ!ซูเจี่ยนอันผลักลู่เป๋าเหยียนอย่างโมโห แต่ก็ถูกเขาจับมือเอาไว้อีกครั้ง

            “เธอฟังที่ฉันอธิบายก่อนแล้วฉันจะบอกว่าไปได้แผลมายังไง”

            ซูเจี่ยนอันยอมถอยให้หนึ่งก้าว“นายไปทำแผลให้เรียบร้อยก่อนเถอะ”

            “ฉันไม่ไป”ลู่เป๋าเหยียนกลายร่างเป็นเด็กน้อยผู้ดื้อรั้น

            “เจี่ยนอันมีบางเรื่องที่ฉันควรบอกเธอตั้งนานแล้ว”   

            เขาดูแปลกไปกว่าทุกทีจนซูเจี่ยนอันขมวดคิ้ว

            “นายอยากจะพูดอะไร”

            หลังเงียบอยู่สักพักลู่เป๋าเหยียนก็เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            “เจี่ยนอันวันแรกที่เราแต่งงานกัน ฉันรู้มาว่าเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

            “......”หัวใจของซูเจี่ยนอันถึงกับกระตุก เธอจ้องหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างตื่นเต้นและกังวลว่าเขาจะรู้ความลับของเธอ   

            “ฉันนึกว่าเธอชอบเจียงเส้าข่าย”ลู่เป๋าเหยียนยิ้มหยันตัวเอง “6-7 ปีที่ผ่านมานอกจากพี่ชายของเธอ มีเพียงเจียงเส้าข่ายเท่านั้นที่เป็นเพื่อนสนิทเพศตรงข้ามของเธอฉันเลยคิดว่าเธอชอบเขา”

            “......”ซูเจี่ยนอันอดบ่นในใจไม่ได้ ใครเป็นคนบอกว่าเธอจะต้องชอบเพื่อนสนิทที่เป็นเพศตรงข้ามเท่านั้นล่ะเนี่ย?   

            “เธอยังจำคืนวันก่อนหน้าที่เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันได้หรือเปล่าฉันบอกเธอว่าเราจะอยู่ด้วยกันแค่สองปี ตอนนั้นเธอดูดีใจและชอบพูดเรื่องนี้ขึ้นมาบ่อยๆ”ลู่เป๋าเหยียนมองซูเจี่ยนอันด้วยสายตาลึกซึ้งปนเยือกเย็น

            “เจี่ยนอันเธอรู้ไหมว่าพอได้ยินเรื่องหย่าทีไร ฉันแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ อยากจะเข้าไปบีบคอเธอสักที”

            “......”ซูเจี่ยนอันลูบคอตัวเองก่อนจะเขยิบตัวออกห่างเล็กน้อย ตานี่หัวรุนแรงชะมัด!

            “ก่อนเกิดเรื่องไม่กี่วันฉันเริ่มไม่มั่นใจในชีวิตแต่งงานของเรา เธอถามฉันว่าเพราะอะไรถึงเปลี่ยนไปไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากตอบ แต่ฉันพูดไม่ออก”   

            หรือจะพูดอีกอย่างว่าตอนนั้นเขาไม่อาจตอบซูเจี่ยนอันได้

            “คืนนั้นนายเลยถามฉันว่าชอบเจียงเส้าข่ายหรือเปล่างั้นเหรอ”

            “คืนก่อนหน้านั้นเจียงเส้าข่ายมาส่งเธอที่บ้านเธอกำลังเมาแถมยังบอกไม่ให้ฉันแตะต้องเธอ แถมบอกอีกว่าถ้าเป็นเจียงเส้าข่ายเธอไม่ว่าอะไรวันต่อมาฉันได้รับรูปถ่ายของพวกเธอตอนอยู่ที่หน้าผับ เฉินเสวียนเสวียนหามุมได้พอดีเหลือเกินทำให้ในรูปเธอกับเจียงเส้าข่ายดูใกล้ชิดกันมาก”เขาอธิบายพลางจ้องหน้าซูเจี่ยนอันอย่างจริงจัง

            “เจี่ยนอันฉันอิจฉาเจียงเส้าข่าย”

            ซูเจี่ยนอันทำหน้างงไม่กี่วินาทีต่อมา เธอถึงจะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            เมื่อก่อนเธอเคยแกล้งแหย่เขาว่า

            เอ๋? ที่รักหึงฉันงั้นเหรอคะ?

            ทุกครั้งลู่เป๋าเหยียนมักจะยอมรับอย่างไม่กระดากปากก่อนจะถามเธอกลับ

            ถ้าฉันหึงแล้วเธอจะทำยังไง?

            เธอนึกว่ามันเป็นแค่การถกเถียงหยอกเย้ากันธรรมดาเธอแค่อยากหาเรื่องเขา ส่วนเขาก็สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ไม่นึกเลยว่าลู่เป๋าเหยียนจะตอบตามความจริง ในขณะที่เธอไม่กล้าคิดสักครั้งว่าเขาหึงเธอจริงๆ

            แต่พอเธอพูดถึงเจียงเส้าข่ายทีไรลู่เป๋าเหยียนก็ชอบทำท่าไม่พอใจ ครั้งก่อนตอนอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเขาถึงขนาดไม่ยอมให้เธอซื้อขนมที่เจียงเส้าข่ายชอบด้วยซ้ำ   

            อันที่จริงหากลองคิดดูดีๆมันก็เดาได้ไม่ยาก แต่เพราะเธอไม่มั่นใจในตัวเอง ขนาดเขาพูดออกมาแบบนี้เธอยังต้องคิดเลยว่าตัวเองได้ยินไม่ผิดใช่ไหม

            “นาย...”ซูเจี่ยนอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมา“ทำไมต้องอิจฉาเจียงเส้าข่ายด้วย?นายก็รู้ดีว่าฉันกับเขาไม่มีอะไรกันนี่”

            “ถึงจะไม่มีอะไรแต่ฉันก็ยังอิจฉา” ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ชีวิตในมหาลัยตลอดสี่ปีเป็นช่วงที่เธอกำลังเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างแต่คนที่ได้อยู่เคียงข้างเธอกลับเป็นเขา พวกเธอเรียนด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มสงสัย“ทำไมนายถึงรู้เรื่องพวกนี้?ตอนนั้นนายอยู่เมืองนอกไม่ใช่เหรอ”

            “แต่ฉันรู้เรื่องของเธอทุกอย่าง”ลู่เป๋าเหยียนพูดเสียงจริงจัง

            “นายให้คนคอยตามฉัน”ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ

            “ทำไมนายต้องทำแบบนั้นด้วย?”   

            “เจี่ยนอัน”ลู่เป๋าเหยียนมองหน้าเธอก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            “ฉันรักเธอ”

             

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน