"คุณหนูครับ คุณท่านโทรมาบอกว่าจะเข้ามาพบ่บ่ายครับ แต่ไม่ได้แจ้งไว้ว่ามีธุระอะไร"
"แล้วเขาได้แจ้งหรือเปล่าว่าจะทานอาหารด้วยกันเย็นนี้?"
"คุณท่านไม่ได้แจ้งไว้ครับแจ้งไว้เพียงแค่ว่าจะเข้ามาบ้านเล็กของคุณหนู"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้คนในครัวเตรียมอาหารเย็นก็ได้ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้จะอยู่ทานอาหารที่นี่หรอก"
พอสิ้นเสียงพูดของคุณหนู...
ชายคนเดิมก็ตอบรับสั้น ๆ แล้วไม่มีเสียงสนทนาระหว่างคนสองคนไปพักหนึ่ง จนกระทั่งเสียงของชายคนนั้นได้เอ่ยขึ้นเพื่อตัดความเงียบงันของบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็ประโยคสุดท้ายก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปทำธุระของตัวเองต่อ
"คุณท่านรักคุณหนูปิงเหอมากนะครับผมไม่อยากให้คุณหนูเป็แบบนี้ต่อไป หากไม่ใช่เพื่อพ่อของคุณก็ให้ถือว่าทำเพื่อตัวของคุณหนูเองเถอะนะครับ"
คนฟังถึงกับต้องนิ่งชะงักเมื่อได้ฟังประโยคนั้นจบกระทั่งลูกน้องที่พ่อส่งมาดูแลปลีกตัวออกไปจากห้องและเหลือเพียงเธอที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในห้องคนเดียว เรือนกายบอบบางเอนพิงพนักโซฟาพลางแหงนใบหน้าขึ้นมองเพดานสีขาวสะอาดตา ราวกำลังคิดทบทวนอะไรบางอย่าง
ผิงปิงเหอที่หลายๆ คนคุ้นชื่อ เธอมีสถานะเป็ลูกสาวมาเฟียกลุ่มหนึ่ง ที่ปกครองเขตของตนเป็เขตใหญ่ๆ เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูล ั้แ่เล็กจนโตเธอถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณพ่อเพียงคนเดียวเพราะแม่ของปิงเหอเสียชีวิตไปั้แ่ตอนที่เธอยังเป็เด็ก
แม้ว่าปิงเหอจะเติบโตมาพร้อมการเลี้ยงดูจากบิดาเพียงคนเดียวแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าเธอขาดสิ่งใดไป หรือต่างจากเด็กคนอื่น ๆในวัยเดียวกัน ปิงเหอได้รับความรักจากพ่ออย่างดี เรียกได้ว่าไม่มีส่วนใดขาดและยิ่งไม่มีส่วนใดเกิน ผิงปิงเหอรับรู้มาโดยตลอด ว่าคุณพ่อรักคุณแม่มาก
ก็เพราะคุณแม่เสียชีวิตไปนานแล้วแต่คุณพ่อก็ยังไม่มีภรรยาใหม่สักที
อันที่จริงการมีเด็กสาวไว้ในการเลี้ยงดูถือเป็เื่ปกติมาก เป็อันรู้กันดีอยู่แล้วว่าคนในวงการมาเฟียจะเลี้ยงเด็กผู้หญิง เอาไว้ปรนเปรอความสุขทางกามอารมณ์โดยเฉพาะ แต่พ่อของปิงเหอกลับไม่คิดจะไปพัวพันกับเด็กสาวพวกนั้น
เพราะเป็อย่างนี้ไงล่ะผิงปิงเหอถึงได้รัก และสนิทกับพ่อมาก ๆ
แต่เมื่อไม่นานมานี้การได้รู้ถึงบางอย่าง ก็ทำความสัมพันธ์พ่อลูกสั่นคลอนจนน่าใจหาย
ความจริงที่ผุดขึ้นมาสร้างความรู้สึกผิดหวังให้ผู้เป็ลูกสาวได้เป็อย่างดี
ความจริงที่ผิงปิงเหอเพิ่งรู้มาโดยบังเอิญมันเกี่ยวข้องกับการตายของคุณแม่ ปีนั้นคุณแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์และอุบัติเหตุครั้งนั้น เกิดขึ้นเพราะมีคุณพ่อเป็ต้นเหตุแม้ว่าจะเป็การลงมือของกลุ่มมาเฟียต่างเขตก็ตามแต่ก็ยังถือว่าเป็ความผิดของคุณพ่ออยู่ดี
ั้แ่แรกคนถ่อยพวกนั้น้าฆ่าพ่อของปิงเหอ แต่กรรมดันไปตกที่แม่ของปิงเหอแทน ซึ่งวันนั้นเป็วันที่คุณแม่ยืมรถของคุณพ่อออกไปทำธุระนอกบ้านไม่ทันได้ออกไปพ้นซอยบ้านเสียด้วยซ้ำ ก็ดันเกิดเื่ขึ้น!
แต่คุณแม่อาจไม่ต้องมาตายจากไปก่อนวัยอันควรเช่นนี้หากคุณพ่อไม่เลือกเส้นทางสายนี้ั้แ่แรก
การเป็มาเฟีย ต้องแลกมาด้วยชีวิตของใครหลาย ๆ คน และแลกมาด้วยการเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่า ในความคิดของผิงปิงเหอ เธอเอาแต่ตำหนิว่าพ่อของเธอ ยังมือเปื้อนเืไม่พอหรือไง เสียคุณแม่ไปทั้งคนยังไม่พอหรือไงหรือว่าต้องรอให้เสียลูกสาวคนนี้ไปอีกคน
พอกันที! เธอไม่อยากให้สถาบันครอบครัวต้องพังไปมากกว่านี้แล้วล่ะ
ถึงแม้ว่าเธอจะรักและใกล้ชิดกับพ่อของเธอมากแค่ไหนแต่อาชีพที่ต้องแก่งแย่งอำนาจในการปกครองพื้นที่ของตนไหนจะธุรกิจสีเทาที่หลากหลายนั่นอีก ซึ่งเธอไม่เคยคิดจะสนับสนุนและไม่เคยนึกภูมิใจกับมันแม้แต่นิดเดียว
เพราะไม่ว่าผิงปิงเหอจะไปที่ไหนก็ตามแต่เธอมักจะได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้างอยู่เสมอ และมักเป็คำสบประมาทว่าคนแบบเธอจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน เพราะทุกคนเอาแต่มองว่า เธอมีชีวิตดีได้อย่างทุกวันนี้เพราะมีพ่อของเธอคอยหนุนหลังต่างหาก
ได้ยินคำพูดพวกนี้มาั้แ่ยังเด็กคิดไว้ว่าเมื่อโตขึ้นมันก็คงจะจางหายไปตามเวลา แต่เหมือนจะคิดผิดเพราะยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่คำวิจารณ์พวกนั้นก็ยิ่งมีให้ได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ
คงเพราะการที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยพ่อที่เป็มาเฟียความคิดแสนดื้อดึงของผิงปิงเหอจึงผุดขึ้นมา เธอไม่อยากถูกสบประมาทอย่างนี้ไปตลอดชีวิตอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นว่า... ตัวเธอไม่ได้ด้อยไปจากคนวัยเดียวกัน และเธอไม่ได้เป็พวกไม่เอาไหน ที่คอยเกาะพ่อไปวัน ๆ เหมือนที่ถูกวิจารณ์ไว้
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาปิงเหอก็ตั้งใจเรียนอย่างหนัก พยายามที่จะฝึกฝนตัวเองในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น สร้างความถนัดในทุก ๆ แขนง หวังจะดีเด่นให้ได้ในทุก ๆเื่ เธอทำได้ดีทั้งเื่การเรียนและเื่ของกีฬา ถ้ามีเวลาเหลือ ๆเธอจะเจียดเวลาไปฝึกศิลปะการป้องกันตัว และเรียนทำอาหาร ต่อด้วยเรียนดนตรี
แต่ถึงแม้ว่าปิงเหอจะทำมันออกมาดีแค่ไหนแต่คำพูดพวกนั้นมันก็ยังคงอยู่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่จางหายไปอย่างที่เธอคิดไว้ และดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางหายไปตลอดกาล ถ้าตราบใดที่คุณพ่อยังเดินทางสายนี้อยู่
ในเมื่อเธอทำหลายสิ่งหลายอย่างอย่างตั้งใจ หวังลบล้างคำสบประมาทเ่าั้ออกไปจากชีวิต แต่มันดันไม่เป็ไปดั่งใจ เธอเลยเลือกที่จะประชดชีวิต ด้วยการทำให้ทุกวันเป็วันที่ไร้ค่าไม่นึกอยากจะทำสิ่งใดให้เป็ชิ้นเป็อันมีพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิมราวพลิกฝ่ามือเป็ฝ่าเท้า
การกระทำพวกนี้ล้วนแล้วแต่ทำเพื่อใช้เป็เครื่องมือในการกดดันคุณพ่อทั้งทางตรงและทางอ้อมยิ่ง่นี้ปิงเหอไม่ได้สนิทกับคุณพ่อเหมือนเมื่อก่อน ส่วนหนึ่งก็เพราะยังเคืองอยู่ กับเื่การตัดสินใจของคุณพ่อหากคุณพ่อไม่ยืนหยัดที่จะครองตำแหน่งหัวหน้ามาเฟีย ครอบครัวตระกูลผิงคงได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเหมือนอย่างที่ควรจะเป็
ในใจลึก ๆปิงเหอก็รู้ดีว่าการสูญเสียแม่ไปในครั้งนั้นมันไม่ใช่ความผิดของพ่อมันเป็เพราะอุบัติเหตุและมันเป็เื่ที่พ่อของเธอเองก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น
แต่สาเหตุที่ปิงเหอยังตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตประชดพ่ออย่างนี้เป็เพราะเธอรู้ทันว่า ชีวิตของพ่อเหลือเพียงแค่เธอคนเดียวในครอบครัวถ้าพ่อยังให้ความสำคัญกับลูกสาวคนนี้อยู่ ยังไงพ่อก็ต้องเลือกฟังความ้าของเธอ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ลูกสาวเลิกใช้ชีวิตเสเพลแบบนี้สักที
และแน่นอนว่าปิงเหอคิดไม่ผิด
ข้อแลกเปลี่ยนที่เธอ้าจากคุณพ่อก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการ ขอให้คุณพ่อวางมือจากการเป็หัวหน้ามาเฟียหรือไม่ก็ยุบกลุ่มมาเฟียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป และยังเสนอแนะอีกว่าการยุบกลุ่มมาเฟียก็ไม่ใช่ข้อเสียซะหน่อยอย่างน้อยพวกลูกน้องในกลุ่มก็จะได้กลับไปหาครอบครัว อย่าให้ลูกเมียของพวกเขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอการมีครอบครัว 'อบอุ่น'อย่างที่เธอโหยหามาโดยตลอด
ขอให้คุณพ่อละทิ้งเื่สีเทาที่ทำให้มือเปื้อนเืไว้แค่เท่านี้แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดแถบนอกเมืองด้วยกัน สองพ่อลูกใช้ชีวิตเรียบง่ายต่างฝ่ายต่างดูแลกันท่ามกลางธรรมชาติ มีตรงไหนไม่สงบสุขงั้นเหรอ?และรับประกันว่าตัวปิงเหอเองจะไม่ใช้ชีวิตเหลวไหลให้พ่อต้องหนักใจอีก
ข้อเสนอที่ปิงเหอหยิบยื่นให้ถือว่ามันเป็เื่ที่เลือกได้ยากเพราะเป็เื่ระหว่างลูกสาวที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ และแก๊งมาเฟียก็เป็สังกัดในปกครอง ทั้งสองอย่าง...ล้วนแล้วแต่เป็เื่สำคัญทั้งนั้นจะให้ยุบกลุ่มที่ปกครองมาหลายปีก็ไม่ใช่เื่ง่ายและไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ในทันที ถ้าตัดสินใจทำแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆคงมีผลกระทบต่อพวกลูกน้องใต้ปกครองอย่างแน่นอน
และยิ่งไปกว่านั้น ตัวปิงเหอเองก็จะพลอยมีอันตรายตามไปด้วยเมื่ออำนาจกลุ่มมาเฟียที่ดูแลอยู่เริ่มเสื่อมถอยลง อาจจะต้องใช้เวลาเป็พักใหญ่ ๆแต่ก็ไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นไม่ได้ แค่ต้องอาศัยเวลาก็เท่านั้น
.
.
"ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ไม่ขึ้นไปนอนที่ห้องดี ๆ ล่ะปิงเหอ"
เสียงโทนทุ้มอันแสนคุ้นเคย...ปลุกเธอจากการหลับนอนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปั้แ่ตอนไหน เพียงแค่เธอนั่งคิดเื่ของตัวเองไปเรื่อย ๆแต่รู้สึกตัวอีกทีคุณพ่อก็มาปลุกเสียแล้ว
ใบหน้าคร้ามขึ้นริ้วรอยตามวัยของชายร่างสูงยกยิ้มให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างลูกสาวพร้อมยกฝ่ามือขึ้นลูบสางเรือนผมยาว
ยอมรับว่าหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคำพูดของปิงเหอยังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาเสมอคิดไม่ตกว่าจะเลือกสิ่งใดเป็เส้นทางข้างหน้าแต่ในที่สุดวันนี้คุณท่านใหญ่เ้าของตระกูลผิง ก็คิดตกได้ดังว่า...
"พ่อเก็บเื่ที่หนูพูดไปคิดทบทวนอยู่หลายวัน จนในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจเลือกได้แล้วล่ะ"
"จริงเหรอคะ"ผิงปิงเหอเบิกตากว้าง รอฟังคำตอบจากปากของคุณพ่ออย่างคาดหวัง
"ต่อให้ตำแหน่งหัวหน้ามาเฟียไม่ใช่ของพ่อก็ยังมีลูกน้องคนอื่นที่คู่ควร แต่ตำแหน่งของความเป็พ่อคงไม่มีใครแทนที่ได้ งั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พ่อจะเพิกเฉยต่อความ้าของลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อ"
"พ่อคะ!!!หนูรอคำพูดประโยคนี้มานานมากค่ะ" น้ำตาไหลพรากทันทีที่ได้ฟังคำตอบ
"เบื้องต้น...พ่อต้องใช้เวลาในการหาคนมาสืบทอดตำแหน่งต่อหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว พวกเราก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองบ้านเกิดกันเถอะนะพ่อจะทำสวน ปลูกผัก ใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนที่ลูก้า"
สิ้นประโยคยาวเหยียดที่คนเป็พ่อเอ่ยออกมารอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็ปรากฏขึ้น อ้อมกอดอุ่นที่ไม่ได้รับมาหลายเดือนนั้นเกิดขึ้นเมื่อได้รับคำตอบจากบิดา ความดีใจที่ล้นหลามกักเก็บเอาไว้ไม่อยู่อยากบอกเล่าเื่ราวดี ๆ ของวันให้ใครสักคนฟัง
และคน ๆ นั้นก็คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากคุณแม่ผู้ล่วงลับของผิงปิงเหอ
หลังจากที่สองพ่อลูกพูดคุยกันในเื่สัพเพเหระตามภาษาพ่อลูกที่พึ่งเข้าใจกันเสร็จคนเป็พ่อก็ขอตัวกลับก่อนเพราะเขามีธุระต่อ ปิงเหอที่ตั้งใจจะบอกข่าวดีกับมารดาจึงบิดมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์คันโปรดมุ่งตรงไปยังสุสานเพื่อบอกเื่นี้กับคุณแม่เป็คนแรก
ทว่าระหว่างทางไปสุสานปิงเหอไม่ลืมที่จะแวะซื้อลิลลี่สีขาวช่อโต ซึ่งเป็ดอกไม้ที่คุณแม่ชอบ
อีกไม่ไกลก็จะถึงที่หมายแล้วทว่าหัวใจของปิงเหอ ดันเต้นกระตุกผิดจังหวะไปวูบหนึ่งราวกับว่าเป็สัญญาณเตือนของลางร้าย แต่มุมหนึ่งก็คิดในแง่ดีว่าบางทีปิงเหออาจดีใจเกินไป หัวใจจึงเต้นผิดจังหวะไปยกหนึ่ง
เอี้ยด!! เสียงเบรกลากล้อกะทันหันรถมอไซค์คันโตสะบัดส่ายแล้วเสียหลักล้ม
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีรถบรรทุกสินค้าคันใหญ่ วิ่งสวนมาชนกับรถของปิงเหอซ้ำอีก ร่างกายของปิงเหอไถลไปตามถนนจนเสื้อผ้าขาดวิ่นสิ้นสภาพ เหมือนกับรถจักรยานยนต์ที่กระเด็นกระดอนไปไกลหลายเมตรยับเยินไม่ได้ต่างกัน
ส่วนดอกลิลลี่ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุถูกย้อมไปด้วยคราบเื จนแดงฉานไปทั่วทั้งช่อ...