ตอนที่ 4
อบอุ่นใจ
แสงของคบเพลิงในงานเลี้ยงต้อนรับ ผสมผสานกับแสงนวลแห่งจันทรา ในคืนวันงานนี้ช่วยเพิ่มความงดงามผุดผ่องให้นวลดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ชายหนุ่มมักแอบลอบมองอยู่เสมอ ๆ นวลนั่งอยู่ในงานได้สักพัก จึงขอตัวออกมาจากวงสนทนา เดินออกมายืนอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่หน้าสนามโรงเรียน เพราะเธอรู้สึกอึดอัดกับกลิ่นของบุหรี่และกลิ่นสุรา
“นายตองแปง ดูโน้นซิ” ไอ้คำเรียกนายของมัน แล้วชี้มือไปยังจุดที่นวลยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าโรงเรียน
“อะไรของเอ็งว่ะ เฮ้ย! นั่นมันแม่คนงามของข้านี่หว่า ์เป็ใจให้ข้าแล้วโว้ยข้าจะต้องไปทำความรู้จักกับแม่คนงามสักหน่อย” ตองแปงดีใจจนออกนอกหน้านอกตา เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้เป็ใคร
“ไอ้คำ ไปโว้ย! เรารีบเดินเข้าไปหากันดีกว่า ข้าจะได้ทำความรู้จักกับแม่คนงามเสียหน่อย”
ทั้งสองทำท่าจะก้าวเท้าเดินไปยังจุดหมายที่้า แต่ทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน เมื่อไอ้คำพูดขึ้นมา
“มีคนกำลังเดินตรงเข้าไปหาแม่คนงามของนายแล้ว ดูซีนาย”
“เออ! ใช่จริง ๆ ว่ะ ปัดโธ่โว้ย! มารผจญหัวใจของกูแท้ ๆ แต่ไอ้หมอนั่นมันคือ............”
“ใช่ครับนาย ไอ้หมอนี่มันมาเป็มารผจญของนายจริง ๆ ด้วย” ไอ้คำเสริมย้ำความเคียดแค้นของนายมัน
“ขอโทษครับ”
นวลหันหน้ามามองหน้าเ้าของเสียงโดยเร็ว แล้วคลี่ยิ้มที่มุมปากเรียวงามอันอิ่มเอิบของเธอให้อีกฝ่ายหนึ่งอย่างเปิดเผย
“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวละครับ” ปัฐพีเริ่มชวนนวลสนทนาเพื่อเพิ่มความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน
“นวลรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยค่ะ เหม็นกลิ่นบุหรี่กับกลิ่นเหล้า ก็เลยเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกสักหน่อย”
หญิงสาวอธิบายตามความเป็จริงที่ตัวเองรู้สึก ทั้งคู่ยังคงสนทนาพาทีกันอยู่สักครู่ใหญ่ ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยต่อกัน โดยมีนายตองแปงคอยจับตามองดูทั้งคู่อยู่ตลอดเวลาด้วยความไม่พอใจ
“เออ! เออ! เออ! ผมจะขออนุญาตเรียกคุณว่า ‘น้องนวล’ จะได้ไหมครับ” ปัฐพีพูดขออนุญาตอย่างกระอ้อมกระแอ้ม เพื่อขอเรียกชื่อแทนสรรพนามว่า ‘คุณ’ ปัฐพีถามด้วยความระทึกในใจเล็กน้อย ลุ้นว่านวลจะอนุญาตหรือไม่
นวลเขินอาย ก่อนที่จะพูดตอบชายหนุ่มกลับไป
“ได้ค่ะ” นวลบอกอนุญาต
“ครับ ครับ นั้นน้องนวลเรียกผมว่าพี่ปัฐก็แล้วกันนะครับ พี่ปัฐน่าจะมีอายุมากกว่าน้องนวลแน่ ๆ”
นวลยิ้มรับด้วยความเต็มใจ เพราะเธอมีความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มผู้นี้ ถึงแม้นว่าจะเจอกันเพียงแค่ครั้งสองครั้งก็ตามที
“ค่ะ” นวลตอบรับด้วยท่าทางเหนียมอาย
“น้องนวลคงรู้เื่เกี่ยวกับจังหวัดนี้ ดีพอแล้วใช่ไหมครับ” ปัฐพีเริ่มสนทนาต่อ แต่คำพูดของเขาทำให้นวลทำหน้างง ๆ ด้วยความสงสัย เพราะเธอไม่เข้าใจว่าคำถามของเขาหมายถึงอะไร เมื่อปัฐพีเห็นสีหน้าของนวลยังงง ๆ อยู่ เขาจึงได้อธิบายต่อเพื่อให้นวลเข้าใจคำถามมากยิ่งขึ้น
“ก็พี่ปัฐเห็นน้องนวลอ่านหนังสือตอนที่นั่งอยู่บนรถทัวร์”
นวลทำท่าคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตอนที่เธอนั่งรถทัวร์มาที่นี่
“อ๋อ! นวลนึกออกแล้วค่ะ”
“แล้วพี่ปัฐทราบได้อย่างไรละคะ ว่านวลกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน”
“พี่ปัฐแอบชำเลืองดูครับ ตอนที่น้องนวลหยิบหนังสือ ออกมาจากกระเป๋า แล้วเอามานั่งอ่านครับ”
นวลมองหน้าเขาอย่างเต็มตาอีกครั้ง แล้วยิ้มให้เขาอย่างเต็มที่ นวลเริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ กับชายหนุ่ม เป็ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขของหัวใจ ซึ่งความรู้สึกนี้แตกต่างไปจากความรู้สึกที่เธอมีต่อทรงพล
ปัฐพีมองหน้าเธอที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความเป็มิตร ซึ่งเขาคิดว่าเขาจะสานสายสัมพันธ์ที่ดีกับหญิงสาวผู้นี้ต่อไป ทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ เขาสบายใจ มีความสุขทุกคราไป ลืมปัญหาที่สุ่มอยู่ในอกของเขา ถึงแม้จะเป็ความสุขระยะสั้น ๆ ก็ตามที ทำไมนะถึงต้องมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับเราด้วย นี่ถ้านวลเป็ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะดี เขาจะได้ไม่ต้องหนักใจเป็ทุกข์เป็ร้อนอย่างทุกวันนี้
“นายตองแปงดูซี หัวร่อต่อกระซิกกันใหญ่เลย” ไอ้คำคนสนิทชี้ให้นายของมันดู
“ข้าเห็นแล้วมึงไม่ต้องย้ำ ข้าจะทำอย่างไรดีว่ะ ถึงจะได้รู้จักกับแม่คนงามของข้าได้ ข้ารู้แต่เพียงว่าเขาเป็ครูคนใหม่ที่นี่ ข้าว่าข้าจะไม่มีอุปสรรคแล้วนา แต่ก็มีจนได้ ไอ้หมอนี่มันวอนเสียแล้ว ข้าเกลียดขี้หน้ามันเหลือเกิน ยิ่งมาทำตัวตีสนิทกับแม่คนงามของข้า ข้ายิ่งเกลียดมันมากยิ่งขึ้น”
ตองแปงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ผู้หญิงของข้า ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยได้พูดคุยหรือทำความรู้จักสนิทสนมกันเลย
“คอยดูนะข้าจะเอาแม่คนงามมาเป็เมียของข้าให้ได้ และข้าก็จะไม่ยอมให้แม่คนงามไปเป็เมียของไอ้หมอนั้นอย่างเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อมึงก็คอยดูข้าต่อไป ข้าจะหาทางกำจัดมันให้ได้ ถ้ามึงไม่เชื่อมึงก็คอยดูข้าไอ้คำ”
ตองแปงลั่นวาจาอาฆาตแค้นปัฐพี อย่างเน้นเสียงหนักแน่นและเอาจริงเอาจัง เมื่อตองแปงมองเห็นคนทั้งสอง สานสัมพันธ์ระหว่างกัน ถึงแม้นว่าทั้งสองเพิ่งจะรู้จักกัน
แขกเริ่มทยอยกันกลับบ้างแล้ว นวลมองหาคนที่จะพาเธอไปส่งที่พัก ปัฐพีเห็นท่าทางนวลชะเง้อชะแง้ มองหาใครบางคนอยู่ จึงเอ่ยปากถามนวลไป
“มองหาใครครับน้องนวล”
“คนที่จะพานวลกลับไปส่งที่พักคะ นวลยังไม่เห็นใครมายืนคอยหน้าโรงเรียนสักคนเลยค่ะ”
ปัฐพีมองหน้านวลแล้วยิ้มให้กับท่าทางกังวลใจของเธอ
“พี่ปัฐยิ้มอะไรคะ” นวลอดสงสัยไม่ได้ว่าปัฐพียิ้มอะไร
“ยิ้มให้น้องนวลครับ”
“ยิ้มให้นวล หมายความว่าอะไรคะ” นวลทวนคำตอบ แต่ก็ยังงงอยู่ดีว่า ปัฐพีทำไมถึงยิ้มให้เธอ
“ก็พี่ปัฐนี่ไงละครับที่จะมาเป็สารถี นำพาน้องนวลกลับที่พักอย่างปลอดภัยตามคำสั่งของคุณเยาวลักษณ์ครับ”
เมื่อนวลเข้าใจเื่ราวแล้วจึงยิ้มน้อย ๆ ท่าทางเขินอายของนวลนั้นอยู่ในความรู้สึกของปัฐพีมาโดยตลอด เขาซึมซับท่าทางละมุนอ่อนหวานของนวลั้แ่เมื่อไร เขาเองก็ไม่รู้ตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างกำลังก่อกำเนิดขึ้นที่ใจของเขา เขารู้อย่างเดียวว่าเขามีความรู้สึกมีความสุขอย่างมาก เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ และได้พูดคุยกับหญิงสาวคนนี้ อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา อยากพูดอยากคุย อยากได้เอาไว้เป็สมบัติอันล้ำค่าของเขา แต่ความคิดของเขาก็ต้องสะดุดลง เมื่อความคิดแวบหนึ่งแล่นเข้ามาในความรู้สึกของเขา จนทำให้เขามีความรู้สึกเศร้าใจและหม่นหมอง ความรู้สึกเหล่านี้มันคอยกัดกินหัวใจของเขาอยู่ตลอดเวลา เขาสะบัดศีรษะไปมาเพื่อให้ความรู้สึก อันหม่นหมองที่แวบเข้ามาในใจนั้นให้หลุดออกจากความคิดของตัวเอง
“เรากลับบ้านกันดีกว่า ดึกมากแล้ว” นวลบอกกับชายหนุ่ม
“เชิญครับ มาทางนี้เลยครับ” ปัฐพีบอกแล้วออกเดิน โดยมีนวลเดินตามหลังเขาไป
ระหว่างทางทั้งคู่นั่งสนทนากันอย่างสนิทสนม สักครู่นวลเริ่มเงียบเสียงลงจนเขาไม่ได้ยินเสียงของนวลเลย ปัฐพีจึงชำเลืองมองหญิงสาว เห็นเธอนั่งตาปรือเอามือปิดปากแล้วหาว เขาจึงไม่อยากชวนนวลสนทนาต่อไปอีก
“ง่วงหรือครับ” ปัฐพีถาม
“นิดหน่อยค่ะ” นวลตอบ
“น้องนวลหลับได้เลยครับ ถึงเรือนพักแล้วเดี๋ยวพี่ปัฐจะปลุกเอง” ชายหนุ่มบอกกับเธอ
“ขอบคุณค่ะ นวลขออนุญาตนะคะ นวลง่วงเสียเหลือเกิน จนนวลทนไม่ไหวจริง ๆ”
“ตามสบายเลยครับ”
ปัฐพีปล่อยให้นวลหลับ ตลอดทางเขามักจะแอบมองหญิงสาวอยู่บ่อย ๆ ด้วยหัวใจที่สับสน เขามีความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับชีวิตอันอับโชคอับวาสนาของเขา ทุกอย่างไม่เคยเป็ไปตามอย่างที่เขาอยากจะให้เป็เลย ชาตินี้ชีวิตของเขาจะพบกับความสุขกับเขาบ้างไหมหนอ
ในที่สุดปัฐพีก็พานวลมายังจุดหมายปลายทาง เขาขับรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าเรือนพักแล้วดับเครื่องยนต์ เขานั่งมองหน้านวลอย่างเงียบ ๆ ภายในใจก็เต็มไปด้วยปัญหาต่าง ๆ นานา เขายังหาหนทางหรือวิธีที่จะแก้ไขปัญหาชีวิตของเขาอย่างไรดี เขาถอนหายใจดังเฮือกด้วยความอึดอัด
“น้องนวล น้องนวล ถึงเรือนพักแล้วครับ” ปัฐพีเอนตัวเล็กน้อยเพื่อให้ใกล้ตัวของนวล แล้วเรียกนวลเบา ๆ
“ค่ะ นวลต้องขอโทษพี่ปัฐด้วยนะคะ ที่นวลปล่อยให้พี่ปัฐ นั่งเหงามาตลอดทางเลย”
ปัฐพียิ้มอ่อน ๆ ให้เธอเป็การรับรู้คำขอโทษ แต่ไม่ได้ตอบกลับนวลไป แต่ภายในใจปัฐพีนั้นยินดีเสมอ ที่จะเป็คนปกป้องคุ้มครองสาวน้อยคนนี้เสมอ
“นวลขอบคุณพี่ปัฐที่พานวลมาส่ง” นวลยกมือไหว้ขอบคุณ จึงก้าวเท้าลงจากรถ ทำท่าจะเดินไปยังบันไดเพื่อที่จะขึ้นเรือน
“น้องนวลครับ” เขาเรียกเธอเบา ๆ นวลหันมามอง
“มีอะไรคะ”
“พี่จะขออนุญาต มาหานวลที่เรือนหลังนี้บ้างจะได้ไหมครับ” เขาถามกระอ้อมกระแอ้ม ด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะตอบปฏิเสธเขา
นวลได้ยินคำพูดของเขาแล้ว เธอจึงแย้มริมฝีปากเรียวงามแล้วส่งยิ้มหวานให้กับเขาด้วยความเต็มใจ แล้วพยักหน้าน้อย ๆ เป็เชิงอนุญาตชายหนุ่มไปในที
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่ปัฐ” เธอกล่าวลา แล้วเดินขึ้นเรือนพักไป
ชายหนุ่มยืนมองสาวน้อยของเขาอย่างชื่นชม เอ็นดูในกิริยาท่าทางอันน่ารักที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างสุขใจ แต่ก็แค่แวบเดียวเขาก็ต้องถอนหายใจ ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงปัญหาที่สุ่มอยู่ในอกของเขาจนเต็มแน่นอยู่ในใจ
“ตื่นแล้วหรือจ้ะ งานสนุกไหม กลับมาเสียดึกเลย” ป้าล้วนทักและชวนคุยเมื่อเห็นนวลเดินออกมาจากห้อง แล้วเดินมานั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงมุมระเบียงของตัวเรือนพัก
“เอ้า! ไอ้ตองแปงเอ็งมาทำอะไรแถวนี้” ป้าล้วนกระชากเสียง ะโถามออกไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นตองแปง เดินถือดอกไม้ป่ามาช่อเบ้อเร่อ
“มาเก็บดอกไม้ป่าให้แม่ไปบูชาพระ” ตองแปงบอกป้าล้วน แต่เหลือบสายตามองมาทางนวล
“ปีเดือนเอ็งไม่เคยมาเก็บนี่หว่า ข้าเคยเห็นแม่เองไหว้วานให้เองมาเก็บให้แม่เองหน่อย แต่ข้าเห็นเองปฏิเสธเสียทุกครั้งไป แล้วครั้งนี้นึกยังไงถึงมาเก็บให้แม่ของเอ็งได้”
ป้าล้วนรู้จุดประสงค์ของตองแปง เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานดีว่าตองแปงมาทำอะไรแถวนี้
ตองแปงได้ยินป้าล้วนพูดเช่นนี้ นึกโกรธอยู่ภายในใจ มายุ่งอะไรกับกูว่ะอีแก่ ตองแปงสบถอยู่ในใจมองป้าล้วนด้วยความไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องอดใจเอาไว้ แล้วหันหน้ามาทางนวล
“คุณคือคุณครูคนใหม่ใช่ไหมครับ คุณงามจังเลยครับ” ตองแปงเริ่มเดินหมากต่อ
“ใช่จ้ะ” นวลตอบด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อตองแปง เป็ลูกผู้ใหญ่บ้านที่หมู่บ้านนี้ครับ” ตองแปงรีบแนะนำตัวเองทันทีเมื่อโอกาสมาถึงตองแปงส่งดอกไม้ที่อ้างว่าจะเอาไปให้แม่บูชาพระ แล้วยื่นให้นวลทันที แต่นวลทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ว่าตองแปงยื่นช่อดอกไม้มาให้เธอ ตองแปงเห็นนวลมีท่าทีไม่สนใจ เลยต้องล้มเลิกความคิดไป แล้วหดมือกลับมาตามเดิม
“แล้วจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีละครับ” ตองแปงถามอย่างไร้มารยาทตามนิสัยของคนบ้าอำนาจ
ป้าล้วนไม่ค่อยชอบขี้หน้าของตองแปงเท่าใดนัก เพราะแกรู้จักนิสัยของตองแปงดีว่าเป็คนเช่นไร แกจึงไม่อยากให้นวลเข้าไปรู้จักมักจี่กับตองแปง
“หนูนวลไปทานข้าวกันเถอะจ้ะ ป้าจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว อย่าไปสนใจคำพูดของมันเลย” ป้าล้วนหันมาพูดกับนวล เพื่อเป็การตัดบท เพื่อไม่ให้ตองแปงมีโอกาส ต่อความยาวสาวความยืด หรือมาตอแยกับนวลอีกต่อไป
“ฉันขอตัวก่อนน่ะ” นวลกล่าวตามมารยาท
“ดอกไม้นะเอ็งเอาไปให้แม่เอ็ง ไปบูชาพระทั้งหมดตามที่เอ็งบอกมานะแหละ เอ็งจะได้บุญเยอะ ๆ ชาติหน้าฉันใดจะได้เกิดมาเป็ ........... กับเขาบ้าง” ป้าล้วนไม่วายที่จะว่ากระทบกระเทียบตองแปง
“เกิดมาเป็อะไรป้า” ตองแปงยื่นหน้าถามเสียงเขียว ตาขุ่นใส่ป้าล้วนอย่างไม่พอใจ
“ข้าไปกินข้าวก่อนแล้วกัน ไว้มีโอกาสข้าจะบอกเอ็งเองทีหลัง ข้าไปก่อนหละข้าหิวข้าวจะเป็ลมอยู่แล้ว ข้าไม่อยากคุยกับเอ็งแล้ว ไปจ้ะหนูนวล”
ป้าล้วนพูดจบจูงมือนวลให้ตามแกไป ปล่อยให้ตองแปงมองตามด้วยความไม่พอใจป้าล้วน
“เก่งจริงนักนะนางแก่ รู้จักไอ้ตองแปงคนนี้น้อยเกินไปเสียแล้ว ระวังตัวให้ดีเถอะนางแก่ กูจะสั่งสอนให้มึงรู้จักกูมากกว่านี้” ตองแปงคำรามลั่นอยู่ภายในอก
“แต่ก็ยังดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้พูดได้คุยกับแม่คนงามของข้า มิเสียเที่ยวที่มา” ตองแปงบอกกับตัวเอง
ตองแปงดีใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่ได้พูดคุยกับนวลถึงแม้นจะเป็การพูดคุยกันเพียงเล็กน้อย แต่ตองแปงก็พอใจและคิดจะมาต่อสายสัมพันธ์กับนวลต่อ ความคิดเพียงแค่นี้ถึงกับทำให้ตองแปงมีความสุข หัวใจพองโตถึงกับเดินฮัมเพลงกลับบ้านไปตลอดทาง