ผ่านไปอีกสองสามวัน
กลุ่มของจินเยว่ เสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาล่าแกนอสูรได้มากมาย
ทั้งสามคอยลงมือร่วมกันโดยมีจินเยว่คอยสั่งการ
เสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาเชื่อฟังคำสั่งของจินเยว่อย่างเคร่งครัด
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆในหุบเขาหลังสำนัก
ได้พบเจอศิษย์กลุ่มอื่นบ้างตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปแย่งชิงหรือยุ่งเกี่ยวอะไร
ส่วนกลุ่มอื่นๆเองนั้นก็ไม่กล้าแย่งชิงแกนอสููรของกลุ่มจินเยว่ นางเป็ถึงศิษย์ยอดฝีมือลำดับสามในสำนักกระบี่ฟ้าคราม ไม่มีใครปัญญาอ่อนกล้าลงมือกับนางแน่นอน
จินเยว่นำกลุ่มเดินเขาไปในป่าแห่งหนึ่ง
ทันใดนั้น เพ่ยเหยาััได้ถึงจิตมุ่งร้าย เสี่ยวชวนและจินเยว่เองก็รับรู้ได้ทันทีเช่นกัน
ทั้งสามเงียบ
“แซ่กๆ”
เสียงแหวกหญ้าดังล้อมรอบทิศทาง
เมื่อเ้าของเสียงปรากฏตัวขึ้น เพ่ยเหยาก็ดูหวาดกลัวทันที
ฝูงอสรพิษเงาขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นนับสิบล้อมทั้งสามเข้ามาทุกทิศทาง
จินเยว่เริ่มกังวล สัตว์อสูรระดับนี้ หากสองสามตัวนางยังพอรับมือได้อย่างง่ายดาย ทว่าหากเป็สิบๆตัวเช่นนี้ คงลำบากไม่น้อย
ฝูงอสรพิษเงาไม่รอช้า พวกมันที่มีขนาดลำตัวใหญ่เท่าตัวคนพุ่งเข้าใส่ทั้งสามจากทุกทิศทาง
จินเยว่ชักกระบี่ออกมาต้านรับจากทุกทิศ
ทว่า
ทันใดนั้น
“ฮึ่มมม!”
เสียงะเิพลังลมปราณดังขึ้น
เพ่ยเหยาะเิพลังลมปราณระดับขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางซึ่งเทียบเท่ากับจินเยว่ออกมา จากนั้นนางใช้วิชากายาเคลื่อนไหวพริบตา จัดการศัตรูทั้งหมดในไม่กี่อึดใจ!
“….” จินเยว่
“….เสี่ยวเพ่ยเ้า….” เสี่ยวชวนถึงกับพูดไม่ออก
“คริๆ ทีนี้รู้ถึงความร้ายกาจของข้าหรือยังพี่เสี่ยวชวน” เพ่ยเหยากล่าว
“บ้าชัดๆเ้าอายุสิบห้าปีแน่นะ?” เสี่ยวชวนถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่รูปร่างของเพ่ยเหยาและนิสัยซื่อตรงมันก็ได้บ่งบอกอายุจริงของนางออกมาทางอ้อมแล้ว
“แน่สิ ข้าเป็ยอดฝีมือนะจะบอกให้ ที่ข้าต้องซ่อนระดังพลังนั้นเป็เพราะท่านอาจารย์ข้าได้สั่งเอาไว้” เพ่ยเหยากล่าว
“อาจารย์?” เสี่ยวชวน
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์ดุมาก หากข้าไม่เชื่อฟัง เขาต้องตีข้าตายแหงๆ”
“เหอๆ เอาเถอะ ในเมื่อเป็คำสั่งอาจารย์เ้า ข้าก็เข้าใจ” เสี่ยวชวนกล่าว
“ศิษย์น้องเพ่ยเหยา เ้าห้ามแสดงพลังระดับขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางออกมาอีกนะ หากไม่มีอันตรายถึงชีวิตจริงๆ จงซ่อนมันไว้ บางที มันอาจเป็ไพ่ตายของกลุ่มเราได้เลยทีเดียว” จินเยว่กล่าว
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่หญิงจินเยว่ ด้วยคำสั่งของท่านอาจารย์ ข้าไม่กล้าเปิดเผยพลังมั่วซั่วอยู่แล้ว ท่านวางใจได้เลย”
“เอาล่ะไปกันต่อเถอะ” จินเยว่กล่าว
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปในสุดของเทือกเขาเขตกลาง กำลังจะทะลุเข้าไปในเขตสูงแล้ว
หลังจากที่ผ่านเทือกเขาเขตสูงเข้ามาแล้ว พวกเขาก็พบถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง
จินเยว่ตัดสินใจลงมือสำรวจทันที
ทั้งสามค่อยๆเดินเข้าไปในถ้ำโบราณอย่างช้าๆระมัดระวัง
หลังจากที่เดินลึกเข้าไปแล้ว ทั้งสามก็ััได้ถึงจิตมุ่งร้ายทันที
“พี่เสี่ยวชวน ท่านรู้สึกไหม?” เพ่ยเหยากล่าว
“อืม… เหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาทางพวกเราอย่างกระหายเื…” เสี่ยวชวนกล่าว
“ดูนั่น”
จินเยว่กล่าวพร้อมชี้ไปยังหญ้าหลอมลมปราณสองต้น
“ฮ๊ะ?!! หญ้าหลอมลมปราณสองต้น! พวกเราเจอมากกว่ารอบที่แล้วอีกนะเนี่ย” เพ่ยเหยากล่าว
หากพวกเขาได้หญ้าหลอมลมปราณสองต้นนี้มา ก็เท่ากับพวกเขาจะมีหญ้าหลอมลมปราณทั้งหมดสามต้น อยู่ที่เสี่ยวชวนหนึ่ง ส่วนอีกสอง จินเยว่วางแผนไว้ว่าจะแบ่งกันคนละครึ่งกับเพ่ยเหยา
“ข้าไปเอามาเอง” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างสงบนิ่งพร้อมเดินเข้าไปหาสมุนไพร
“ระวังตัวด้วยเสี่ยวชวน” จินเยว่กล่าวอย่างเป็ห่วง
เสี่ยวชวนพยักหน้ารับ
เพ่ยเหยาเริ่มสำรวจรอบด้านทันที
เมื่อเสี่ยวชวนเข้าใกล้หญ้าหลอมลมปราณก็ได้มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวชวนตะลึง เขาแทบขยับตัวไม่ทัน
ทว่า
ทันใดนั้น จินเยว่พุ่งเข้าต้านรับเงาศัตรูที่พุ่งเข้ามาทันที ภายในพริบตาก็ปะทะกันไปหลายกระบวนท่า
เมื่อมองเห็นตัวศัตรูแล้ว เพ่ยเหยาก็กล่าวออกมาว่า “หมีั์ขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลาง! ระดับพลังฝีมือแทบจะทะลุเข้าสู่ขั้นปลายแล้ว!”
เสี่ยวชวนขมวดคิ้ว
“พวกเราจะรับมือมันได้มั้ยเนี่ย ระดับพลังมันเหนือกว่าศิษย์พี่หญิงจินเยว่เล็กน้อย นางต้องเสียเปรียบแน่หากรับมือคนเดียว” เพ่ยเหยากล่าว
“เพ่ยเหยา เ้าะเิพลังออกมา แล้วคอยสนับสนุนข้า ข้าจะรับกระบวนท่าของมันเอง เสี่ยวชวน เ้าหาโอกาสสร้างาแให้แก่มัน” จินเยว่สั่งการทันที
เพ่ยเหยาะเิพลังระดับสร้างแกนพลังขั้นกลางออกมาแล้วเข้าไปช่วยจินเยว่รับมืออสูรหมีั์ทันที
เสี่ยวชวนเงียบและจ้องมองไปยังการต่อสู้ด้วยสายตาคมกริบ
เมื่อได้จังหวะ เสี่ยวชวนก็ใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปฟันอสูรหมีั์ทันที!
“ฉึก-!”
ดาบแรกฟันแทบไม่เข้า
‘พลังป้องกันของมันแข็งแกร่งเกินไป ข้าต้องใช้วิชากรงเล็บกระดูกทมิฬแล้ว’ เสี่ยวชวนคิด
จินเยว่และเพ่ยเหยาไม่กล้าแบ่งสมาธิมาสนใจเสี่ยวชวนมากนัก พวกนางร่วมมือกันรับมืออสูรหมีั์ขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางอย่างรัดกุมเพื่อหาจังหวะให้เสี่ยวชวนลอบโจมตี
เสี่ยวชวนสงบจิตเฝ้ารอจังหวะใหม่
เขาใช้วิชากรงเล็บกระดูกทมิฬของเฒ่ากระดูกทมิฬทันที
ลมปราณสีดำลอยล้อมห่อหุ้มดาบของเสี่ยวชวนอย่างเชื่องช้าสงบนิ่ง
“ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!”
สัตว์อสูรหมีั์โจมตีจินเยว่และเพ่ยเหยาอย่างบ้าคลั่ง แววตามันดุร้ายสีแดงก่ำ
จินเยว่และเพ่ยเหยานั้นไม่ธรรมดา พวกนางสร้างโอกาสให้แก่เสี่ยวชวนได้สำเร็จ
เมื่อเห็นช่องว่าง เสี่ยวชวนไม่รอช้า เขาใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปราวหายตัวจากนั้นจึงใช้ดาบที่ห่อหุ้มด้วยวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬจ้วงแทงไปที่ตำแหน่งหัวใจของสัตว์อสูรหมีั์ทันที!
“สวบบบบ!!”
เสียงดาบแทงลึก
ด้วยวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬที่ช่วยเพิ่มพลังในการเจาะทะลวงอย่างมหาศาล ดาบของเสี่ยวชวนได้แทงทะลุหัวใจของอสูรหมีั์ไปจนถึงด้านหลัง จากนั้นเสี่ยวชวนก็ดึงดาบกลับอย่างว่องไว
“ฉูดดดด!!”
โลหิตสาดกระจายไปทั่วพื้นที่
สัตว์อสูรหมีั์ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องก็ลงไปนอนกองหมดลมหายใจเป็ที่เรียบร้อย
‘ร้ายกาจ…’ จินเยว่คิดอย่างตกตะลึง
“พี่เสี่ยวชวน วิชานั่นมันอะไรกัน ท่านที่มีพลังก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลาย สามารถทำร้ายศัตรูที่มีพลังสร้างแกนพลังขั้นกลางแบบนี้ได้ไม่น่ากลัวไปหน่อยหรือ?” เพ่ยเหยากล่าวอย่างตกตะลึงอีกคน
จินเยว่และเพ่ยเหยาไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าระดับพลังของเสี่ยวชวนอ่อนด้อยเช่นนี้จะสามารถสังหารสัตว์อสูรหมีั์ขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางได้ในสองกระบวนท่า
“สุดยอดเลยพี่เสี่ยวชวน ท่านร้ายกาจจริงๆ ร้ายกาจกว่าข้าอีก” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ข้าสู้เ้าไม่ได้หรอกเสี่ยวเหยา”
“คริๆ ท่านก็รู้จักถ่อมตัวด้วยแฮะ” เพ่ยเหยากล่าว
“ไปเก็บสมุนไพรมาเถอะเสี่ยวชวน” จินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ขอรับ” เสี่ยวชวนตอบ จากนั้นจึงเดินเข้าไปเก็บหญ้าหลอมลมปราณมาให้จินเยว่ จินเยว่แบ่งหนึ่งต้นให้เพ่ยเหยาทันที
“ขอบคุณมากเ้าค่ะศิษย์พี่หญิงจินเยว่” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“อื้ม…” จินเยว่ตอบยิ้มๆ
“ยังเหลือเวลาอีกหลายวันเลย พวกเราออกล่ากันต่อเลยดีมั้ย?” เพ่ยเหยาถาม
“คืนนี้พักกันในถ้ำนี้กันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อ” จินเยว่กล่าว
“แจ๋ววว พี่เสี่ยวชวน ได้เวลาท่านแสดงฝีมือการย่างหมูอีกแล้ว คริๆๆ” เพ่ยเหยากล่าว
เสี่ยวชวนส่ายหัว ดูเหมือนเพ่ยเหยาจะเสพติดเนื้อหมูย่างของเขาไปเสียแล้ว….
‘นี่ข้าหาเื่ใส่ตัวหรือป่าว?’ เสี่ยวชวนคิด