ในขณะนี้เครื่องบินสุดหรูของพี่พฤกษาอี้ได้ลงจอดที่สนามบินเเห่งหนึ่งในตำบลอันจง ของเมืองอานคาน มณฑลส่านซี
ใช่..นี่เป็นสนามบินในตำบลจริงๆไม่ใช่สนามบินในเมืองใหญ่ ตำบลนี้มีชื่อว่าตำบลอันจง เดิมเคยเป็นชุมชนของคนงานขุดเหมืองแร่และเจ้าหน้าที่ของเหมือง แต่เมื่อแร่ที่ทำการขุดได้หมดลง ชุมชนของคนงานและเจ้าหน้าที่ก็ได้ย้ายออกจากบริเวณเหมืองไป
ทางองค์กร UN : SW ในประเทศจีนา จึงได้เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ให้เป็นศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว
ตำบลอันจงแห่งนี้ประกอบไปด้วยหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน คือหมู่บ้านเหนือ,หมู่บ้านใต้ หมู่บ้านตะวันออกและหมู่บ้านตะวันตก โดยมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งก็คือเหมืองแร่ร้างเก่าอยู่ตรงบริเวณใจกลางของตำบล
"แล้วศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณอยู่ตรงไหนของตำบลนี้ครับ ผมเห็นมีแค่อ่างเก็บน้ำกับบ้านของชาวบ้านรอบๆอ่างเก็บน้ำเท่านั้นเองครับ ไม่เห็นมีศูนย์ฝึกฯอะไรเลยครับ พี่พฤกษาอี้" จูหงเฟยถามพี่พฤกษาอี้ขณะที่เขาและครอบครัวนั่งอยู่ในขบวนรถที่ขับเข้ามาในตัวตำบลอันจง
พี่พฤกษาอี้ตอบว่า "ศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณอยู่ลึกลงไปใต้ดินตรงบริเวณอ่างเก็บน้ำที่เคยเป็นเหมืองแร่เก่าขอรับ ท่านผู้อาวุโสจู"
"บรรดาผู้คนในตำบลอันจงที่มีอยู่ประมาณ 7,500 คนนี้ ทั้งหมดเป็นครอบครัวของเหล่านักรบพลังปราณ รวมถึงเป็นเจ้าหน้าที่องค์กร UN : SW ของศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณแห่งนี้ขอรับ"
"เดี๋ยวข้าน้อยจะพาท่านผู้อาวุโสจูและครอบครัวไปยังบ้านของท่านผู้อาวุโสที่ทางศูนย์ฝึกฯได้จัดเตรียมเอาไว้ให้นะขอรับ"
จากนั้นขบวนรถก็พาจูหงเฟยและครอบครัวมายังหมู่บ้านตะวันออกของตำบลอันจง
แล้วเมื่อขนวนรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พี่พฤกษาอี้ก็พาจูหงเฟยและครอบครัวเข้าไปภายในตัวบ้าน
บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 2 ชั้น โดยมีสถาปัตยกรรมแบบจีนาโบราณประยุกต์ที่สวยงามลงตัว มีขนาดที่กว้างขวางใหญ่โต เรียกได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่าบ้านทุกหลังในตำบลอันจงแห่งนี้ รวมถึงมีสวนต้นไม้-ดอกไม้,สวนน้ำ,สวนหินแบบจีนาโบราณอันร่มรื่นอยู่ภายในบริเวณตัวบ้านด้วย
อันที่จริงแล้วบ้านทุกหลังในตำบลอันจงต่างก็ได้รับการออกแบบก่อสร้างขึ้นมาอย่างดีและสวยงาม เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับบรรดาครอบครัวของนักรบพลังปราณและเจ้าหน้าที่ของทางศูนย์ฝึกฯอย่างเต็มที่ แถมยังเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ทหาร ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาวุ่นวายได้
พ่อ,แม่และคุณตาของจูหงเฟยต่างก็พากันชื่นชมบ้านใหม่ที่แสนจะสวยงามหลังนี้ จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปสำรวจในตัวบ้าน ส่วนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัย รวมถึงรถยนต์หรูอีก 2 คัน ต่างก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างพร้อมสรรพแล้ว เรียกได้ว่าหิ้วกระเป๋ามาแค่ใบเดียวก็สามารถเข้าพักอาศัยอยู่ได้เลย
จากนั้นจูหงเฟยก็ถูกพาตัวแยกออกมาจากครอบครัว เพื่อที่จะลงไปยังศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณใต้ดิน โดยทางลงจะอยู่ที่อาคารสูบน้ำขนาดใหญ่ของอ่างเก็บน้ำ
"โอ้โห..ศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณใต้ดินนี่ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆนะครับ ทันสมัยยังกับอยู่ในหนังไซไฟ แล้วมันมีกี่ชั้นกันแน่ครับนี่" จูหงเฟยถึงกับตาลุกวาว เมื่อเขาได้เห็นความกว้างขวางใหญ่โตของศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณใต้ดินทันทีที่ประตูของลิฟท์ความเร็วสูงเปิดออก
พี่พฤกษาอี้จึงตอบว่า "ศูนย์ฝึกฯแห่งนี้มีทั้งหมด 21 ชั้นขอรับ โดยชั้นบนสุดจะเป็นชั้นที่ 21 และชั้นลึกสุดจะเป็นชั้นที่ 1 ขอรับ
"ในแต่ละชั้นก็จะมีแผนกต่างๆที่จะคอยสนับสนุนการฝึกของบรรดานักรบพลังปราณแรงค์ E ในแต่ละรุ่น-แต่ละชั้นปีขอรับ"
แล้วพี่พฤกษาอี้ก็ทำตัวเป็นไกด์พาจูหงเฟยไปดูแผนกต่างๆของศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณใต้ดินแห่งนี้
"นี่คือชั้นที่ 21 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดขอรับ ในชั้นนี้จะเป็นศูนย์บัญชาการและเป็นแผนกบริหารจัดการของศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณทั้งหมดขอรับ"
"ชั้น 20 ชั้นนี้เป็นชั้นที่ใช้เก็บยานพาหนะสำหรับใช้ในการฝึกและใช้ในการรบจริงของนักรบพลังปราณขอรับ"
"ส่วนนี่คือชั้นที่ 19 ซึ่งจะเป็นส่วนของแผนกคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารที่บรรดานักรบพลังปราณจะนำไปใช้ในการฝึกและใช้ในการรบจริงขอรับ"
"ชั้นที่ 19 จะเป็นแผนกวิจัยและพัฒนาอาวุธสำหรับนักรบพลังปราณโดยเฉพาะขอรับ"
พี่พฤกษาอี้พาจูหงเฟยทัวร์ศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณมาจนกระทั่งลงมาถึงชั้นที่ 4
"ชั้นที่ 4 นี้เป็นชั้นที่เราใช้ฝึกนักรบพลังปราณแรงค์ E ปี 1 ขอรับ"
"นักรบพลังปราณแรงค์ E ปี 1 เหล่านี้จะได้รับการฝึกทั้งในภาคทฤษฎีและทั้งในภาคปฏิบัติ ในภาคทฤษฎีทางศูนย์ฝึกฯจะจัดให้มีการเรียน-การสอนตามหลักสูตรของนักเรียนนายร้อยทหาร โดยเน้นให้นักรบพลังปราณแรงค์ E ปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้เรียนรู้ถึงระบบสายการบังคับบัญชาทางการทหาร เรียนรู้ถึงความสำคัญของหน่วยงานทางการทหารหน่วยต่างๆ เรียนรู้ในการฝึกระเบียบวินัย เรียนรู้ในการทำงานร่วมกันเป็นทีม เรียนรู้ในการต่อสู้และเอาชีวิตรอดแบบทหาร รวมถึงเรียนรู้ในการใช้และช่อมบำรุงทำความสะอาดอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารชนิดต่างๆขอรับ" พี่พฤกษาอี้อธิบาย
"โห..ผมนึกว่านักรบพลังปราณก็แค่ฝึกพลังปราณให้เก่งขึ้นไปเรื่อยๆเทพขึ้นไปเรื่อยๆแบบในอนิเมะเทพเซียน แล้วออกไปรบกับพวกอสูรได้เลยเสียอีก นี่มันแจ่มชะมัดเลยนะครับ พี่พฤกษาอี้" จูหงเฟยบอกกับพี่พฤกษาอี้ของเขา
พี่พฤกษาอี้จึงกล่าวว่า "คือว่า..นักรบพลังปราณแรงค์ E [ ขั้นกายาพื้นฐาน ] ยังมีขั้นพลังปราณที่ต่ำเกินไป ทางองค์กร UN : SW จึงเห็นว่าควรที่จะร่วมรบอยู่กับทางกองทัพถึงจะปลอดภัยกว่าขอรับ"
"เพราะอันที่จริงแล้วนักรบพลังปราณแรงค์ E นั้นถือได้ว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของบรรดาเหล่านักรบพลังปราณทั้งหมดขอรับ ดังนั้นการรักษาชีวิตของนักรบพลังปราณแรงค์ E เอาไว้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากขอรับ ท่านผู้อาวุโสจู"
"อืม..แล้วจะให้ผมจะฝึกแบบนักเรียนนายร้อยทหาร หรือจะให้ผมฝึกแบบฉายเดี่ยวเเล้วเทพขึ้นไปเรื่อยๆแบบในอนิเมะเทพเซียนดีครับ พี่พฤกษาอี้" จูหงเฟยถามออกมาอีกด้วยความสงสัย
"เอ่อ..อันนี้ก็แล้วแต่ทางท่านผู้อาวุโสจูจะตัดสินใจเอาเองได้เลยขอรับ ท่านผู้อาวุโสเป็นถึงลูกศิษย์ของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ ข้าน้อยมิบังอาจที่จะกำหนดแผนการฝึกพลังปราณยุทธ์ให้กับท่านผู้อาวุโสจูได้หรอกขอรับ" พี่พฤกษาอี้ตอบออกมาแบบเกรงอกเกรงใจจูหงเฟย
"งั้น..ผมฝึกตามหลักสูตรนักเรียนนายร้อยทหารที่นักรบพลังปราณแรงค์ E ในศูนย์ฝึกฯนี้เขาฝึกกันดีกว่าครับ ฝึกคนเดียวมันคงเหงาแย่ แล้วผมจะได้มีคู่แข่งด้วย จะได้เก่งขึ้นเร็วๆน่ะครับ"
พี่พฤกษาอี้ได้ยินจูหงเฟยพูดเช่นนั้นเขาก็โล่งอก เพราะภารกิจตามคำสั่งที่เด็ดขาดของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติก็คือ *การรักษาชีวิตของจูหงเฟยไม่ให้ต้องตกตายลงไป* ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของปรมาจารย์ยุทธ์ทั้ง 20 คนก็ตาม ดังนั้นการที่จูหงเฟยฝึกร่วมกับนักเรียนนายร้อยทหารนักรบพลังปราณแบบเป็นกลุ่มย่อมต้องปลอดภัยกว่าฝึกแบบเดี่ยวๆมาก
ส่วนจูหงเฟยนั้นเขากำลังคิดในใจอย่างยินดีว่า "หึๆๆ..เมื่อมีคู่แข่ง ก็ย่อมต้องมีการแข่งขัน และเมื่อมีการเเข่งขัน การพนันก็ย่อมจะต้องเกิดขึ้น คราวนี้แหละ เราจะกินเงินพนันของพวกนักรบพลังปราณพวกนี้ให้หมดตูดเลย คอยดูสิ หึๆๆ.."
........................
*เทียบชั้นยศทางการทหาร*
-นักเรียนนายร้อยทหาร = นักรบพลังปราณแรงค์ E [ ขั้นกายาพื้นฐาน ] : เลเวล 0 - 9
-ร้อยตรี = นักรบพลังปราณแรงค์ D [ ขั้นกายารวมปราณ ] : เลเวล 10 - 13
-ร้อยโท = นักรบพลังปราณแรงค์ D [ ขั้นกายารวมปราณ ] : เลเวล 14 - 16
-ร้อยเอก = นักรบพลังปราณแรงค์ D [ ขั้นกายารวมปราณ ] : เลเวล 17 - 19
-พันตรี = นักรบพลังปราณแรงค์ C [ ขั้นนักยุทธ์] : เลเวล 20 - 23
-พันโท = นักรบพลังปราณแรงค์ C [ ขั้นนักยุทธ์ ] : เลเวล 24 - 26
-พันเอก = นักรบพลังปราณเเรงค์ C [ ขั้นนักยุทธ์ ] : เลเวล 27 - 29
-พลตรี = นักรบพลังปราณแรงค์ B [ ขั้นจอมยุทธ์ ] : เลเวล 30 - 33
-พลโท = นักรบพลังปราณแรงค์ B [ ขั้นจอมยุทธ์ ] : เลเวล 34 - 36
-พลเอก = นักรบพลังปราณแรงค์ B [ ขั้นจอมยุทธ์ ] : เลเวล 37 - 39
-จอมพล = นักรบพลังปราณแรงค์ A [ ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ ] : เลเวล 40 - 49
โดยที่เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ซึ่งอยู่ในแรงค์ A ทั้ง 20 คน จะมียศจอมพลและมีศักดิ์เทียบเท่ากับผู้นำของประเทศ..