บทที่ 13 บงกชโกลาหล เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีของจักรพรรดิชิงแห่งยุคโบราณ!
“นี่คือ... การอวยพรจากแท่นเทพโบราณ? ทำไมถึงเกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้!”
“ครืนนน!”
สิ้นเสียงพูด แสงสีเขียวเจิดจ้าก็พุ่งลงมาจากสรวง์ ย้อมทั่วทั้งแท่นเทพโบราณให้กลายเป็สีมรกต!
“เจียงหลิงเทียน ทำลายทำเนียบอัจฉริยะแห่งแท่นเทพโบราณ มอบรางวัลเป็ััเทพโดยกำเนิด และ... บงกชโกลาหล ของที่ล้ำค่าที่สุดข้ามอบให้เ้าหมดแล้ว (`Д´*)!”
เสียงอันแ่เบาดังขึ้น พร้อมกับแสงิญญาเจ็ดสีที่แหวกผ่านม่านอากาศลงมาอาบไล้ร่างของเจียงหลิงเทียนโดยตรง!
จากนั้น ดอกบัวสีเขียวอันบริสุทธิ์สะอาดล้ำเลิศดอกหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า มันค่อย ๆ ย่อขนาดลงและวางลงเหนือศีรษะของเจียงหลิงเทียนอย่างช้า ๆ ก่อนจะหลอมรวมหายเข้าไปข้างใน
ผู้คนในที่แห่งนั้นถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ!
“ข้าหูฝาดไปหรือไม่นั่นมัน...บงกชโกลาหล สิ่งของที่เป็สื่อกลางในการบรรลุมรรคาของจักรพรรดิชิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคโบราณในตำนานไม่ใช่หรือ?”
“ใช้บงกชโกลาหลเป็เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเพื่อเข้าสู่ขอบเขตหลอมเทพ สมกับเป็บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจริง ๆ!”
“ซี้ด~ แต่ข้าจำได้ว่า ร่างต้นของจักรพรรดิชิงก็คือบงกชโกลาหล และเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างเราไม่สามารถใช้งานมันได้เลย หากไม่บรรลุถึงขั้นมหาจักรพรรดิ ย่อมต้องถูกพลังย้อนกลับจนตายไม่ใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างขวัญหนีดีฝ่อ พลางจับจ้องไปที่เจียงหลิงเทียนบนแท่นเทพโบราณเป็ตาเดียว เห็นเพียงแต่ว่าในยามนี้ ร่างของเจียงหลิงเทียนถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีเขียวประหลาด ดูราวกับกำลังถูกพลังย้อนกลับเข้าเล่นงานเข้าให้แล้ว!
“ถูกพลังย้อนกลับจริง ๆ ด้วย!” ฝูงชนต่างพากันใหน้าถอดสี
ในขณะเดียวกัน เจียงหลิงเทียนที่เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ รีบตรวจสอบภายในร่างกายของตนเองทันที
ในทะเลจิตของเขา ดอกบัวสีเขียวบริสุทธิ์กำลังพ่นเปลวเพลิงสีเขียวอันน่าสะพรึงกลัวออกมาไม่หยุดหย่อน เจียงหลิงเทียนถึงกับมึนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ไหนล่ะรางวัลที่ว่า?
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบบงกชโกลาหลเข้าสู่ร่างกาย และกำลังจะเผาโฮสต์ให้ตาย!]
“ไอ้สิ่งที่เรียกว่าการอวยพรนี่ ถึงกับจะเผาข้าให้ตายเชียวรึ?”
ให้ตายเถอะ ต่อให้เขาจะมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวเพียงใด เจียงหลิงเทียนก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดไม่ออก
เขากำลังเตรียมตัวรับการนวดเฟ้นจากวิถี์อย่างมีความสุข แต่ผลลัพธ์กลับได้รับะเิเพลิงมาแทนเสียอย่างนั้น?
ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีลนลานเลยแม้แต่น้อย
“ระบบ แก้ไขไอ้สิ่งของเฮงซวยนี่ให้กลายเป็ชำระล้างซะ ยังไงข้าก็ต้องใช้มันให้ได้”
[ติ๊ง! โอกาสเกิดบงกชโกลาหล (ชำระล้าง) คือ 0%]
[แก้ไขเป็ 100% ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับ บงกชโกลาหล (ชำระล้าง)]
ชั่วพริบตา เปลวเพลิงสีเขียวที่วนเวียนอยู่รอบกายเจียงหลิงเทียน ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็ปราณหุ้นตุ้นอันไร้สิ้นสุด!
และภายในทะเลจิต บงกชโกลาหลที่เคยบ้าคลั่งก็สงบลงทันที
ตามมาด้วยแสงิญญาเจ็ดสีที่สาดส่องลงไปยังบงกชโกลาหลในโลกแห่งทะเลจิตของเจียงหลิงเทียน!
ภายใต้แสงเจิดจ้า บงกชโกลาหลค่อย ๆ แตกรากชอนไชลงไปในทะเลจิต
นี่คือเศษเสี้ยวของััเทพโดยกำเนิด ซึ่งสามารถช่วยให้เจียงหลิงเทียนสร้างรากฐานจิติญญาให้มั่นคงและปลูกเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีลงไปได้!
การปลูกเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีสำเร็จ ถือเป็การก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมเทพอย่างแท้จริง
และในขณะที่เจียงหลิงเทียนกำลังยุ่งอยู่กับการเลื่อนระดับ ภายนอกกลับวุ่นวายไปหมดแล้ว
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนไฟลุกแล้ว เร็วเข้า! ใครก็ได้มาช่วยดับไฟที!”
“อย่าเผาสามีข้าจนเกรียมนะ!”
“สามี~ ทิ้งเชื้อพันธุ์ไว้ก่อนจะจากไปได้หรือไม่~~”
เหล่าสตรีน้อยใหญ่ในสนามถึงกับร่ำไห้น้ำตานองหน้าในทันที
“นี่มัน... ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้”
“ของวิเศษอย่างบงกชโกลาหล แม้แต่ผู้แข็งแกร่งะก็ยังยากที่จะกดข่มไว้ได้ บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนคราวนี้คงไม่รอดแน่!”
เหล่าผู้นำตระกูลใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้ข้อมูลมากกว่าคนทั่วไป ต่างพากันแสดงความเสียดาย ส่วนคนสกุลเจียงนั้นถึงกับใจตกลงไปที่ตาตุ่มในพริบตา
การย้อนกลับของพลังระดับนี้ เว้นเสียแต่ว่าเจียงหลิงเทียนจะกลายเป็มหาจักรพรรดิเดี๋ยวนั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางช่วยได้เลย!
ทว่าในวินาทีต่อมา!
“เอ๊ะ?! ดู... ดูเร็ว เปลวไฟสีเขียวหายไปแล้ว!”
“อะไรนะ? เผาจนหมดตัวแล้วรึ?”
เหล่าอัจฉริยะจากตระกูลต่าง ๆ เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องพากันอ้าปากค้าง
เห็นเพียงเปลวเพลิงสีเขียวที่โชติ่ เมื่อครู่กลับกลายเป็ปราณหุ้นตุ้นวนเวียนอยู่รอบตัวเจียงหลิงเทียน ก่อตัวเป็วังวนขนาดเล็ก คอยกลืนกินปราณิญญาฟ้าดินรอบข้างเข้าไปในร่างกายของเจียงหลิงเทียนอย่างต่อเนื่อง
แรงกดดันอันเร้นลับแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเจียงหลิงเทียน ปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ!
นี่คือแรงกดดันแห่งััเทพ เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีก่อตัวสำเร็จ สัญญาณแห่งการก้าวสู่ขอบเขตหลอมเทพ!
[ติ๊ง ยินดีด้วยโฮสต์เลื่อนระดับสู่ขอบเขตหลอมเทพ แต้มแก้ไข +3 แต้มแก้ไขคงเหลือในปัจจุบัน 6 แต้ม!]
ชั่วพริบตา เจียงหลิงเทียนรู้สึกว่าโลกทั้งใบชัดเจนขึ้นอย่างมาก
แม้ในยามนี้เจียงหลิงเทียนจะยังไม่ได้ลืมตาขึ้น แต่ภายในรัศมีหนึ่งหมื่นลี้ ไม่ว่าจะเป็ผู้ชมที่กำลังตกตะลึง เจียงิผู้เป็บรรพชนของตนเอง อสูริญญาที่วิ่งวนอยู่ในป่า หรือแม้แต่แมลงิญญาตัวเล็ก ๆ เขาก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดแจ๋ว!
ปกติแล้วผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมเทพขั้นไร้ขีดจำกัดจะมีระยะััเทพเพียงสิบลี้ อัจฉริยะที่มีพร์ระดับาาศักดิ์สิทธิ์อาจไปได้ไกลถึงหนึ่งร้อยลี้ แต่เขานั้น เพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตหลอมเทพกลับสามารถััได้ไกลถึง หนึ่งหมื่นลี้!
หากให้เวลาอีกสักนิด เขาย่อมััได้ไกลยิ่งกว่านี้แน่นอน!
ในด้านหนึ่งเป็เพราะพื้นฐานของเจียงหลิงเทียนนั้นล้ำลึกมาก ทำให้รากฐานััเทพโดยกำเนิดนั้นแข็งแกร่ง
แต่อีกด้านหนึ่งเป็เพราะบงกชโกลาหล ของวิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าชิ้นนี้!
อัจฉริยะทั่วไปที่ใช้ทรัพยากรธาตุทั้งห้าเป็เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีก็ถือว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว แต่บงกชโกลาหลนี้กลับเป็ของวิเศษชนิดเดียวกับจักรพรรดิชิงในยุคโบราณ!
ซึ่งในยุคสมัยนี้ มันได้สูญสิ้นไปนานแล้ว
การใช้สิ่งของระดับจักรพรรดิเป็เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถี ใครเล่าจะรู้ว่าขีดจำกัดของมันอยู่ที่ใด!
ดูเหมือนว่าการเก็บเกี่ยวในการประลองครั้งนี้จะไม่น้อยเลยทีเดียว!
มุมปากของเจียงหลิงเทียนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อมองไปยังเจียงหลิงเทียนที่เริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติ พร้อมแผ่แรงกดดันของขอบเขตหลอมเทพออกมา จิตใจของทุกคนต่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“เจียงหลิงเทียน... เขาสะกดบงกชโกลาหลได้ แถมยังเลื่อนระดับสู่ขอบเขตหลอมเทพได้สำเร็จด้วย!”
“นี่มันพร์ระดับไหนกันแน่? หรือว่าแม้แต่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินก็ยังฉุดรั้งเขาไว้ไม่ได้แล้ว?”
“ไม่ไหวแล้ว ข้าจะเป็ลม ขอข้าไปสลบสักพักเถอะ~”
สนามประลองที่เคยสับสนวุ่นวายกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง หลงเหลือเพียงเสียงพึมพำราวกับกำลังละเมอ
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียน บารมีเทพไร้ผู้ต้าน หนึ่งเดียวตลอดกาล!”
ผ่านไปเนิ่นนาน ไม่รู้ว่าใครเป็คนเริ่มะโขึ้นมาเป็คนแรก ผู้คนที่เพิ่งได้สติกลับมาต่างพากันคลุ้มคลั่งทันที!
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนข้ารักท่าน เหมือนหนูรักข้าวสาร~”
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียน ข้าเต็มใจเป็เด็กรับใช้ข้างกายท่าน ได้โปรดรับข้าไว้ด้วยเถิด แงงง~”
“ไปไกล ๆ เลยนะ เ้าพวกตัวตลก บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนมองข้าสิ ข้าร่างกายเย้ายวนเช่นนี้ แถมยังซักผ้าทำกับข้าวเป็ รับข้าไปเป็สาวใช้ของท่านดีหรือไม่เ้าคะ~”
บรรยากาศในลานประลองเริ่มปั่นป่วน โดยเฉพาะเหล่าหญิงสาวที่ตื่นเต้นที่สุด
“เป๊งง!”
และในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังอันก้องกังวานก็ดังมาจากยอดแท่นเทพโบราณ
“เกิดอะไรขึ้น? นี่มันคือ?!”
ในที่แห่งนั้น ไม่ว่าจะเป็าาศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่บรรพชนขอบเขตะต่างก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความใ...