[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    51 วิวัฒนาการหมู่

    สายตาทุกคนจับจ้องไปยังโยฮัน วินคือผู้ที่วิวัฒนาการผิดพลาดเพราะมีความแตกต่างจากคนอื่นๆที่ยังคงความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ มือของเขากลายเป็นมือที่คล้ายกับมือปีศาจมีเส้นเลือดและเล็บแหลมคมราวกับไม่ใช่มือมนุษย์ มันกลับมอบสิ่งที่น่ากลัวให้คือความคมในการตัดที่ราวกับใบมีด


    ขณะที่สายตาทุกคนจับจ้องมองมายังโยฮันนี้เอง เขาที่พบว่ามีคนแปลกไม่ต่างจากเขาจึงคิดว่าจะใช้เรื่องนี้เปิดเผยพลังส่วนหนึ่ง อย่างน้อยเขาคิดว่าจะทำให้ตัวเองฆ่าซอมบี้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งปกปิดพลังและตอบคำถามว่าร่างกายของเขาเป็นสิ่งใด


    เมื่อมองไปยังแขนขวาของโยฮันที่ยื่นไปด้านหน้า ทุกคนเห็นเขากำลังใช้มือซ้ายพับแขนเสื้อจนถึงหัวไหล่ หลังจากที่ขยับนิ้วมือเล็กน้อยราวกับกำลังบริหารนิ้วมือให้มันขยับได้ดั่งใจ มือของโยฮันก็เริ่มมีกระดองปูสีน้ำตาลเข้มเกือบจะเป็นสีดำโผล่ออกมาปกคลุมสร้างความตกใจให้ทุกคนไม่น้อยเพราะความผิดปกติของโยฮันมากกว่าวินที่มีเพียงแค่ส่วนมือ สำหรับโยฮันเขาเปลี่ยนได้ทั้งแขน แม้เล็บของเขาจะไม่ได้แหลมคมมันกลับแข็งจนป้องกันการโจมตีได้ ต่อให้ความสามารถในการตัดจะมีน้อยกว่า แต่ถ้าถูกชกด้วยหมัดๆนี้ทุกคนคิดว่าตนเองอาจจะกระดูกแตกได้ในทันที


    “ พี่ก็ผิดปกติเหมือนผมสินะครับ แต่ถ้าจะให้ผมพูด ถ้าเรียกว่าคนพิเศษน่าจะเหมาะกว่า ”


    “ คงงั้น ว่าแต่ทำไมซอมบี้ถึงไม่เข้าใกล้ที่นี่ล่ะ ตั้งแต่เข้ามาฉันไม่เห็นว่าซอมบี้จะพยายามเข้ามาใกล้ที่นี่เลย ”


    ตำรวจเกิดความสงสัยไม่ต่างกัน พวกเขาสังเกตตั้งแต่ต้นเกี่ยวกับความแปลกของพื้นที่ สถานที่แห่งนี้สมควรถูกบุกตั้งแต่แรก ต่อให้มีรั้วเหล็กก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของซอมบี้ได้ รั้วกลับยังคงปกติไม่มีรอยพังเสียหายจึงสร้างความสงสัยให้พวกเขาไม่น้อย


    “ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องนั้น ต้องบอกว่าเราโชคดีมากที่หลบเข้ามาในสถานีวิจัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ที่นี่มีเครื่องมือบางอย่าง มันสามารถส่งคลื่นความถี่ต่ำและสูงมากๆออกไปได้ เราจึงใช้คลื่นที่มีผลต่อสัตว์ลองดูผลปรากฎว่าซอมบี้สัตว์ไม่ชอบพวกมันจึงตีตัวออกหากที่นี่ ส่วนซอมบี้มนุษย์เราก็แค่ออกไปฆ่าพวกมันเท่านั้น ”


    “ ที่นี่ใช้พลังงานอะไร ทำไมถึงมีไฟฟ้าใช้ทั่วตึกขนาดนั้น ”


    “ เป็นเพราะดาวเทียมดวงนั้น บริเวณจานของมันสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เมื่อรับแสงอาทิตย์ เราจึงมีไฟฟ้าใช้ แต่ก็ไม่สามารถจ่ายให้ทั่วตึกได้เหมือนที่คุณพูด จะมีเพียงแค่ชั้นที่มีคนอาศัยอยู่เท่านั้นที่มีพลังงานไฟฟ้า ส่วนที่เราไม่ใช้จะถูกปิด มีอะไรจะสอบถามอีกหรือเปล่าครับ คืนนี้ก็ดึกมากแล้วผมอยากให้เราทุกคนได้พักผ่อน”


    ความเงียบเข้าปกคลุมตึกอีกครั้ง โยฮันไม่มีสิ่งใดจะสอบถาม เขาหายสงสัยเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและเรื่องการขับไล่ซอมบี้แล้ว ดูท่าสัญญาณที่เขาได้ยินก่อนที่คนกลุ่มนี้จะไปช่วยเหลือพวกเขาลงจากตึก จะเป็นคลื่นเสียงที่ใช้ขับไล่ซอมบี้


    ขณะที่ทุกคนเฝ้ารอดูว่าจะมีใครตอบคำถามอีกครั้งหรือไม่นี้ ไฟภายในห้องก็เริ่มดับสนิท แม้แต่ไฟกระพริบบอกสถานะหน้าจอก็ยังไม่ส่องแสงออกมา ทุกอย่างมืดสนิทราวกับว่าคืนนี้ไม่มีพระจันทร์และดวงดาว ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังก้องมาจากทุกทิศทาง ไม่ว่าจะหันมองไปทางฝั่งซ้ายหรือขวาต่างก็ได้ยินเสียงกรีดร้องราวกับว่าสัตว์และคนกำลังทรมานจากการถูกเคี่ยนตี ด้วยเสียงกู่ร้องที่ดังก้องออกมานี้ทำให้ทุกคนหวาดวิตกเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร


    “ ผมรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ ”


    “ วิน นายพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้างไหม ” โยฮันเป็นฝ่ายสอบถาม แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์ เขากลับหลับอยู่ชั้นบนจึงไม่สามารถสอบถามได้ โยฮันจึงเปลี่ยนไปถามคนที่เล่นเกมเอาชีวิตรอดอย่างวินเผื่อเกมที่เขาเล่นจะใช้คาดการณ์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้


    “ ผมไม่เคยได้ยินเสียงร้องดังขนาดนี้มาก่อน แต่ถ้าหากมันเป็นเหมือนเกมแสดงว่าจะต้องมีบางอย่างที่อันตรายเกิดขึ้นแน่นอน นี่ก็คืนที่ 7แล้วจะต้องมีซอมบี้แปลกๆเกิดขึ้นแน่ๆ ”


    ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของวินล้วนรู้สึกไม่ดี ต่างคนต่างคิดถึงอาวุธที่วางเอาไว้ชั้นล่าง ทันใดนั้นไฟก็เริ่มกลับมาสว่างพวกเขาจึงนำผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์มาช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น


    “ คุณพอจะรู้ไหมว่าเสียงเมื่อครู่เป็นอะไร ”


    “ มันต่างออกไปจากที่ผมรู้  ” ผู้เชี่ยวชาญขยับแว่นตาที่เหลือเพียงแค่ข้างพลางก้มมองพื้นแล้วเล่าต่อ


    “ เดิมทีหากสัตว์ร้องพร้อมๆกัน เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ตรงนั้นมีผู้ล่าอันตรายปรากฎตัวขึ้น ทำให้สัตว์บริเวณนั้นแตกตื่น แต่สำหรับเสียงเมื่อครู่มันเจ็บปวดทรมาน ผมจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีโอกาส 60 % ที่เสียงกรีดร้องเมื่อครู่จะเกิดการกระทำบางอย่างที่เป็นการกระทำแบบหมู่คณะ ”


    “ คุณคิดว่าการกระทำนั้นคืออะไร ” ทุกคนหันมองผู้เชี่ยวชาญที่เริ่มแสดงสีหน้าไม่สู้ดี วินที่พอจะรู้ว่าเหตุการณ์อันตรายกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากผ่านมาระยะหนึ่งเขาจึงไม่วิตกมากนักเพราะเตรียมใจเอาไว้แล้ว


    “ การวิวัฒนาการหมู่ ผ่านมาแล้ว 7 วัน 7 คืนใช่ไหม เชื้อไวรัสอาจจะถึงช่วงเวลาวิวัฒนาการแล้วก็เป็นได้ เสียงร้องเมื่อครู่จึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่ระดับ 1 จะวิวัฒนาการพร้อมๆกัน ”


    จากตัวเลขที่โยฮันมองเห็นก่อนหน้า เขาคาดการณ์เอาไว้ว่าระดับ 1 คงจะวิวัฒนาการในอีก 3 - 4 วัน แต่จากคำพูดของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เขารู้ว่าเชื้อไวรัสอาจจะถูกบางอย่างกระตุ้นหรือไม่ก็เกิดการกลายพันธุ์จนทำให้วิวัฒนาการไวกว่าเดิม


    “ ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูด หมายความว่าเราจะต้องยกระดับการป้องกันขึ้นอีกขั้น มีใครอยากจะสอบถามอะไรอีกไหมครับ ผมจะได้กระจายคำสั่งให้กับทุกคน ”


    โยฮันยกมือเล็กน้อย เขาต้องการสอบถามเกี่ยวกับอาวุธ บาซูก้าที่ระเบิดควันออกไปรอบๆเขาอยากรู้ว่ามันสร้างมาจากอะไร 


    “ สิ่งนั้นมันคือสิ่งประดิษฐ์เล็กๆน้อยๆที่เราพอจะสร้างขึ้นได้จากการใช้สารเคมีกระตุ้นให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เหลืออยู่น้อยแล้ว คาดว่าสามารถใช้ได้ราว 5 - 6 วันก็น่าจะหมด มีอะไรจะถามอีกไหมครับ”


    ทุกคนเงียบ วินจึงกล่าวลาทุกคนแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมเตือนทุกคนให้เตรียมพร้อมเผื่อจะมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับที่แห่งนี้


    “ ถ้าเรามาช้ากว่านี้สัก 1 วันหนูไม่อยากจะคิดเลยว่าเราจะเจออะไรบ้าง หากว่าซอมบี้มันวิวัฒนาการจริงๆ”


    แอลลี่กอดตัวเองเพื่อระงับขนทั่วร่างที่กำลังลุกชัน เธอนึกสภาพตัวเองกำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้หลังจากที่พวกมันวิวัฒนาการเป็นระดับ 2 ทั้งหมด ขณะที่โยฮันกำลังจะเดินขึ้นไปด้านบน เขากลับชวนน้องสาวเดินลงไปชั้นล่าง การเตรียมตัวต่อสู้คงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า เหล่าตำรวจทั้ง 8 ก็เช่นกันพวกเขาเลือกที่จะเดินไปสวมใส่เครื่องแบบป้องกัน แม้จะรู้ว่ามันป้องกันการโจมตีไม่ได้ แต่ก็อุ่นใจเมื่อได้สวมใส่เสื้อกั๊กกันกระสุน


    “ ลำบากหน่อยนะครับ คืนนี้พวกคุณควรจะได้พักผ่อนแท้ๆ ” วินเดินมาเจอตำรวจและโยฮันหน้าตึก เขาจำเป็นต้องอยู่เฝ้าเวรเผื่อจะมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น


    “ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับเราแล้ว ถ้าอย่างนั้นหากเกิดอะไรขึ้นให้ร้องดังๆนะ เราจะขอหลบอยู่ตรงนั้น ”


    “ ครับ ผมจะบอกให้คนของผมร้องตะโกนดังๆ ”


    ตำรวจทั้ง 8 นายเดินหลบมุมไปยังข้างประตูก่อนจะพากันนั่งพิงผนังกอดเล็บหนูท่อระดับ 3 เอาไว้ในอ้อมอก โยฮันรู้ว่าตำรวจทั้ง 8 กำลังเข้าสู่กระบวนการพักผ่อนที่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ทุกเมื่อจึงไม่คิดรบกวน


    “ เราจะเอายังไงดีคะพี่ ” แอลลี่ถามพี่ชาย ขณะที่พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าตึก 20 ชั้น คนที่อยู่ในหน่วยคุ้มกันจำนวน 5 คนก็ขับรถจักรยานยนต์มารวมตัวกันที่หน้าตึก โดยมีวินกำลังบอกแผนด้วยใบหน้าวิตกกังวล ทันใดนั้นรถจักรยานยนต์ทั้ง 5 คันก็วิ่งออกจากสถานีวิจัยไปอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งกระจายกันไปคนละทิศทาง โยฮันรู้ได้เลยว่าคนทั้ง 5 จะต้องออกไปสำรวจรอบๆอย่างแน่นอนเพื่อให้มั่นใจว่าซอมบี้วิวัฒนาการแล้วจริงๆ


    “ เธอคิดว่าเราจะขอออกไปตอนนี้ได้ไหม ”


    “ พี่จะบ้าเหรอ ถ้าทำแบบนั้นเราจะไม่ถูกด่าหรือไงหากว่ามีอันตรายเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่โยนความผิดให้เรารับผิดชอบเหรอ ”


    “ มันก็จริง แต่ฉันก็อยากจะออกไปข้างนอกอยู่ดี ”


    “  ทำไมล่ะ ” แอลลี่เห็นสีหน้าพี่ชายที่เหมือนคิดบางอย่างมาสักพัก  เธอจึงอยากรู้ว่าพี่วางแผนจะทำอะไร


    “ ฉันอยากจะออกไปทดสอบร่างกายของฉันหลังจากวิวัฒนาการ มีบางอย่างที่ฉันยังสงสัยอยู่ ”


    ประโยคเมื่อครู่เป็นเพียงแค่คำโกหกเท่านั้น นั่นก็เพราะการวิวัฒนาการไม่ได้มีสิ่งที่ทำให้เขาสงสัยเลย เพียงแค่เขาต้องการออกไปด้านนอกหาเนื้อสัตว์มากินเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตนเองเท่านั้น การต่อสู้ที่ต้องเจอมีทั้งตอนกลางคืนและตอนกลางวัน เขาจึงอยากได้ความสามารถของสัตว์ที่มากกว่านี้ แม้จะมีพละกำลังของมดที่ทำให้ยกของหนักได้มากมายก็ตามที เขาอยากได้กรงเล็บเพิ่มและอยากได้พละกำลังขาเพิ่ม อย่างน้อยๆถ้าได้ของเหล่านี้จะทำให้เขาสู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้จะมีเล็บหนูท่อ มันกลับเป็นชิ้นส่วนที่มีระดับต่ำกว่าร่างของเขาแล้ว หากเจอซอมบี้ระดับ 4 เขากลัวว่ามันจะกลายเป็นขยะจึงอยากจะหาสัตว์อื่นๆกิน


    จากการมองดูแผนที่เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เขาเห็นสภาพเมืองรอบๆ เขาแปลกใจเช่นกันที่ตนเองรู้สึกความจำดีมากกว่าแต่ก่อน แผนที่ที่เคยมองดูราวกับว่ามันจะฝังลงมาในความทรงจำของเขา ต่อให้จะดูเลือนรางมันกลับใช้บอกเส้นทางได้


    โดยสิ่งที่โยฮันต้องการกินคือสุนัข หนูแล้วก็แมว ต่อให้เขาจะรู้สึกผิดต่อสัตว์เหล่านี้ เขากลับต้องหามันมากินเพื่อให้ตนเองได้อยู่ต่อด้วยพลังของพวกมัน ก่อนหน้านั้นเขาไม่ได้กินมันเพราะสัตว์เหล่านี้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว เขาจึงกลัวว่ามันจะไม่ได้ประโยชน์เหมือนตอนที่กินกุ้งหอยปูปลา แต่ตอนนี้เขากลับอยากลองกลับไปกินพวกมันดูเผื่อจะได้ความสามารถใหม่มาแม้พวกมันจะเป็นซอมบี้ไปแล้ว


    “ แล้วเราจะเริ่มยังไงดี ”


    “ เธอจะออกไปด้วยกันเหรอ ”


    “ ใช่ หนูหิว ถ้าหนูเปิดกระป๋องอาหารกินที่นี่คงถูกมองแน่ๆ ไปกับพี่น่าจะดีกว่า ”


    “ งั้นก็ตามมา ”


    โยฮันเดินเข้าไปหาวินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ รอบๆตัวของเขามีคนสวมใส่เกราะเหล็กนั่งอยู่ราว 30 คน


    “ วิน จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะออกไปด้านนอก ”


    “ พี่โยเหรอ คุณมีอะไรทำไมต้องออกไปล่ะ ผมกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นน่ะสิถ้าคุณออกไปตอนนี้ ”


    “ ฉันต้องการสำรวจรอบๆ จะพยายามไม่ดึงซอมบี้มาที่นี่ก็แล้วกัน  ” 


    “ เรามีกฎอยู่น่ะสิ แต่ผมจะยอมให้พี่ก็ได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นหากพี่พาซอมบี้มาที่นี่ผมจะขับไล่พี่ออกจากกลุ่มก็แล้วกัน ”


    “ ได้ ฉันจะไม่พาพวกมันมาที่นี่ถ้าหากว่ามีฝูงซอมบี้ไล่ฉัน ”


    “ ถ้าหากได้ข้อมูลอะไรบอกผมด้วยนะพี่ ”


    แอลลี่กระโดดขี่หลังพี่ชาย ไม่นานโยฮันก็วิ่งออกไปจากสถานีวิจัยดาราศาสตร์  หลังจากที่โยฮันจากไปแล้วทุกคนจึงหันมองหน้าวินเพราะการปล่อยให้คนอื่นนอกจากหน่วยสำรวจออกไปด้านนอกอาจจะเกิดปัญหา


    “ หัวหน้า ทำไมคุณถึงยอมให้เขาไปล่ะ ถ้าซอมบี้ไล่ล่าเขามาที่นี่เราจะไม่แย่กันเหรอ ”


    “ ฉันมีความรู้สึกว่าเขายังปกปิดอะไรเอาไว้อยู่ การที่ให้เขาออกไปอาจจะเป็นผลดีต่อเรามากกว่า เอาล่ะอย่าไปสนใจเขาเลย พยายามทำหน้าที่ของเราดีกว่า ” .




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน