พรานยืนมองไอ้คนที่ขึ้นนกปืนนิ่ง กร๊อบ เสียงคอหักไอ้คนที่ขึ้นนกร่วงลงไปนอนกับพื้น "ประมาทไปนะเมศ" เสียงไอ้ชาติ มหาชัยพูดออกมา "ขอบคุณมากพี่ชาติ ทำไมพี่ถึงจำผมได้ล่ะครับ" พรานถาม "ก่อนที่คุณมีนจะขึ้นเครื่อง เขาโทรตามให้พี่ไปส่งที่สนามบิน เขาให้พี่ดูรูปเมศแล้วบอกว่าตอนนี้เราชื่อพราน ไปเถอะรีบไปทางท้ายเรือพี่เห็นเรือเร็วตามมาหนึ่งลำ ไม่รู้ว่าใช่พวกของเมศหรือเปล่า ส่วนทางนี้พี่จัดการเอง" พรานรีบเดินออกไปทางท้ายเรือ ชาต มหาชัย ก็เดินไปอีกทางโดยไม่ได้เคลื่อนย้ายศพแต่อย่างใด พรานมองเห็นแว๊บๆมีเรือเร็วตามมาจริงๆ เขาก็เดินเข้าไปในเรือไปรวมกลุ่มกับนักเล่นอีกครั้ง "ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของผม ที่ผ่านมาผมก็ทำงานและแบ่งปันเพื่อสังคมมาโดยตลอด ขอให้ทุกท่านวางใจผม ส่วนเื่ความปลอดภัย ผมจะให้การ์ดทุกคนตรวจสอบอย่างละเอียดอีกที ผมขอตัวก่อนครับ" นายอำนวยรีบขอตัวเพราะเห็นสัญญาณมือจากลูกน้อง "นายครับ พวกท่านๆมากันครบหมดแล้ว รออยู่ที่หน้าห้องประชุมครับ" นายอำนวยรีบเดินฉากไปทันที ขุนหันไปทางจุ๋มมองไปมองหาก็ถาม "เพื่อนคุณหายไปไหนแล้วคุณจุ๋ม" จุ๋มหันไปทางที่เพื่อนยืนอยู่ก็ไม่เห็น "เมื่อกี้ยังยืนอยู่ตรงนี้นี่คะ" ขุนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "เพื่อนคุณคงจะก่อเื่อีกแล้ว คุณไปยืนกับชัยก่อนเดี๋ยวผมมา" บอกเสร็จก็รีบเดินออกไปตามหานักข่าวสาว เป้าหมายที่วางแผนไว้คือต้องตามนายอำนวยไป เพื่อจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ร่วมขบวนการ ชัยกระซิบจ่าแช่มให้คอยดูแลจุ๋มด้วย เขาจะออกไปตามหากระแตเพื่อนจุ๋มอีกคน ก่อนจะไปเขาก็กระซอบบอกจุ๋ม "คุณอยู่กับอาจ่าก่อนนะครับ อย่าเดินไปไหนเด็ดขาด" เธอพยักหน้า ชัยก็เดินไปอีกทางซึ่งเดินออกไปไม่ซ้ำเส้นทางกัน ขุนเดินซ่อกแซ่กไปตามทางเดินในเรือ เห็นกระแต่เดินหักมุมเลี้ยวไปทางขวา เขารีบเดินเลี้ยวตามไปก็เจอนักข่าวสาวยืนอยู่ "คุณมาทำอะไรที่นี่" เธอรีบตอบกลับ "ตรงนั้นมีคนถือปืนอยู่สามคน" เธอพูดเกือบกระซิบ ขุนไม่สนใจคำที่เธอบอกเพราะเขาก็เห็นแล้ว "ผมถามว่าคุณมาทำอะไรที่นี่ คุณทำให้ผมต้องพลาดการติดตามนายอำนาจ ต้องมาเสียเวลาเดินตามหาคุณ" เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ทำให้เธอรู้สึกฉุนขึ้นมาตามนิสัยขี้วีนของเธอ "คุณไม่ต้องมายุ่งกับชั้น ชั้นดูแลตัวเองได้" เสียงเธอโต้กลับดังขึ้นมาพอประมาณ "มึงลองไปดูตรงนั้นสิวะ เสียงใคร" ไอ้คนสั่งะโบอกลูกน้องมัน ทำให้ขุนกับกระแต่ต้องยืนเงียบ คนสองคนถือปินเดินมาดูตามที่ลกพี่มันสั่ง มันเดินใกล้เข้ามาจวนจะถึงตัว ขุนรีบดึงเธอเข้ามากอดแล้วจูบปากทันที โดยที่เธอไม่รู้ตัวมาก่อน "อุ๊ย คุณครับ ทำไมไม่ไปจูบกันในห้องน้ำล่ะครับ มีประตูมิดชิดจัดกันต่อเนื่องไอ้เลย" ขุนแกล้งทำเป็เมา "ครับๆขอโทษครับ" แล้วกอดคอเธอเดินออกไปจากตรงนั้น "คุณทำแบบนี้กับชั้นได้ยังไง" เสียงเธอเกรี้ยวกราด เมื่อเดินออกมาห่างจากจุดนั้นพอสมควร "มันฉุกเฉินครับ คิดอย่างอื่นไม่ทัน" เขาตอบอย่างไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี ปึ้ก เธอศอกอกเขาเต็มแรงแล้วฟาดมือหมายลงมาที่หน้า แต่เขาจับแขนเธอไว้แล้วดึงเข้ามากอด พร้อมจูบอย่างหนักหน่วงอีกด้วย เธฮพยายามดิ้นแต่เขากอดไว้แน่น สักพักเธอก็เริ่มนิ่งปล่อยให้เขายืนจูบอยู่อย่างนั้น ขุนเห็นเธอนิ่งแล้วก็คลายแขนออก เธอก็รีบเดินกลับไปหาจุ๋มไม่หันมามองทางเขาอีกเลย ชัยยืนมองอยู่ที่มุมมิดก็เดินออกมายิ้มให้เพื่อน "มึงยิ้มอะไรของมึง" ชัยทำเป็ไม่สนใจเดินเข้าไปในเรือ ขุนเดินตามเข้าไปเห็นนักข่าวสาวยืนตาเขียวใส่ จุ๋มชัยและจ่าแช่มก็ยืนยิ้มกว้างให้ ทำเอาขุนรู้สึกเขินแบบไปแทบไม่เป็
นายอำนวยควักวัตถุเล็กๆชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า นายไพฑูรย์นักธุรกิจใหญ่ก็ควักมาหนึ่งชิ้นส่งให้เช่นกัน ส่งให่เลขาอดีต รมต.ที่ถืออยู่ในมือหนึ่งชิ้น เอามาประกอบรวมกันเป็ลูกกุญแจ เลขากดรหัสแล้วเสียบลูกกุญแจไขเปิดประตูเข้าไปในห้องประชุม เลขาอดีคชต รมต.เดินนำหน้าเข้าไปยืนมองบนโต๊ะนิ่ง "มันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง" เลขาชี้นิ้วไปที่ทองคำแท่งถามเสียงดัง นายไพฑูรย์รีบเดินเข้าไปหยิบทองแท่งนั้นมาดู "ทองคำแท่งที่นายอำนาจบอกว่า โดนพวกทหารแม้วปล้นไปนี่ครับ" นายอำนวยขอไปดูบ้าง "มีการทำทองคำแท่งด้วยหรือนี่ ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย" ทุกคนหันไปมองดูรอบๆไม่มีใครอยู่ในนั้น "ทองนี่หล่อมาเกือบสิบปีแล้ว นายอำนาจเก็บไว้ต่อมามีการบุกเข้าปล้นโดยทหารแม้ว นายอำนาจบอกว่าโดนขนไปจนหมด แล้วแท่งนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" นายไพฑูรย์เล่าให้นายอำนวยฟังคร่าวๆ "แล้วตอนนั้นทำเยอะหรือเปล่าครับ ทำไมพวกแม้วถึงกล้ามาปล้นอย่างอุกอาจ" นายอำนวยถามด้วยความสงสัย "เยอะสิครับ ทองหล่อได้แท่งละสิบบาทรอบแรก 250 แท่ง รอบสองได้ 180 แท่ง เตรียมติดต่อขายแต่โดนบุกปล้นเสียก่อน นายอำนาจขอรับผิดชอบ โดยการขนยาไม่รับส่วนแบ่งมาโดยตลอด" นายอำนวยไม่เชื่อว่าทองถูกปล้น แต่ไม่ได้พูดอะไรบอกไปรอจับตัวสองแม่ลูกได้ก่อน จะเค้นออกมาให้ได้เพียงเท่านี้ก็รวยคนเดียวได้แล้ว เลขาไม่ได้สนใจที่จะคุยอะไร มองไปรอบๆห้องอย่างช้าๆ "กล้อง มีคนเข้ามาในห้องนี้ก่อนพวกเรา" เลขาดึงกล้องเล็กๆออกมาจากมุมห้อง และที่มุมประตูทางออก "มันจะเป็ไปได้ยังไงครับ ในเมื่อกุญแจนี้สั่งทำเป็พิเศษ ต้องประกอบเข้าด้วยกันสามชิ้นจึงจะไขเข้ามาได้" นายไพฑูรย์ถามเสียงสั่น เลขาอดีต รมต.ผู้ที่เชื่อและหลงใหลสายมูถามออกมาลอยๆ "หรือเป็ผีนายอำนาจ" นายอำนวยและนายไพฑูรย์ไม่เชื่อเื่แบบนี้ แต่ก็ไม่อยากขัดให้ขุ่นข้องหมองใจกัน การประชุมตามที่นัดหมายกันไว้ก็ต้องยุติ พรานนั่งดูมือถือตลอดเวลา เห็นว่าพวกนายอำนวยรู้ตัวแล้ว ก็พยายามหาทางหนีทีไล่ เขาคว้ากระเป๋าเงินที่ถือขึ้นเรือมา เดินออกไปดูทางท้ายเรือยังคงเห็นเรือเร็วจอดอยู่ ถ้าไม่สังเกตุจริงๆก็จะไม่เห็น จะะโถามก็ใช่ที่เพราะไม่รู้ว่าใคร เสียงริงโทนดังขึ้นเขารีบรับสาย "คุณปรางมีอะไรหรือเปล่าครับ" ... "ชะโงกมาดูที่ท้ายเรือสิคะ" พรานชะโงกดูเห็นเธอยืนยิ้มให้อยู่ในเรือเร็วลำนั้น เขากวักมือให้เธอขยับเรือเข้ามาใกล้อีกหน่อย พรานโยนกระเป๋าลงไปในเรือ แล้วโยนเชือกที่ติดมากับเรือสำราญลงไป แม้จะไม่ยาวนักและก็พอให้ไต่ลงไปได้ระดับหนึ่ง ดีกว่าะโลงไปเลยอาจาเ็ได้ พอเท้าพรานถึงพื้นเรือปุ๊บเธอก็ออกตัวไปทันที
นายอำนาจออกจากห้องประชุมมา ก็ประกาศขอให้ทุกคนหยุดเล่น เพราะมีหัวขโมยอยู่ในเรือขอตรวจสอบก่อน "เปิดจอมอนิเตอร์ดูกล้องทุกตัวบนเรือ" นายอำนวยสั่งให้พนักงานเปิดดู เสียงบ่นพึมพำของคนในเรือดังระงม "ดูกล้องนั้นขยายซิ" นายอำนวยสั่ง เห็นชายหนุ่มกับหญิงสาวยืนจูบกันที่ข้างเรือ แต่ก็เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเพราะมันมืด และเสื้อผ้าก็ใส่มาคล้ายๆกันหลายคน นักข่าวสาวหน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที ขุนเหลือบมองไปทางเพื่อนก็เห็นจุ๋มชัย และจ่าแช่มยิ้มกว้างรอไว้ก่อนแล้ว ขุนทำเมินหน้าไปทางอื่นแบบไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น "ผมขออนุญาตยังไม่เอาเรือเข้าฝั่งนะครับ จนกว่าจะจับหัวขโมยได้ก่อน" ทุกคนไม่เห้นด้วยที่จะมากักตัวไว้แบบนี้ นายอำนวยเืขึ้นหน้าเกือบจะตวาดเสียงออกไป "ดูนี่เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาผมถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ ตอนนั้นผมก็ไม่เห็นใครนะครับ เอ่อ..ลองดูคลิปนี่สิครับ" นายอำนวยสั่งให้ไปเอามือถือนั้นมาเปิดผ่านจอดู เห็นคนะโลงท้ายเรือไปโดยไม่มีชูชีพ "ป่านนี้คงจมน้ำตายไปแล้วมั้ง" เสียงคนหลายๆครต่างพูดไปต่างๆนาๆ นายอำนวยกัดกรามกรอด "ต้องมีเรือเร็วมารับมันไปแน่ๆ" นายอำนวยหันไปบอกกับคนที่อยู่ใกล้ๆ "ตกลงจะยังไงครับ จะพาพวกเรากลับขึ้นฝั่งได้หรือยัง คุณจะให้ลูกค้าที่มาเดือดร้อนด้วยไม่ได้นะ ในเมื่อระบบความปลอดภัยของคุณไม่ได้เื่เอง" เสียงขุนะโถามออกไปอย่างดัง นายอำนวยมองมาทางขุนตาขวาง แต่ก็ต้องสะกดใจไว้เพราะลูกค้าแต่ละคนมีชื่อเสียงกันทั้งนั้น นายอำนวยหันไปบอกลูกน้องที่อยู่ใกล้สุด "พอเรือเข้าฝั่งแล้ว มึงพาคนไปหลายๆตามไอ้นั่นไปแล้วกับมันซะ ส่วนผู้หญิงสองคนนั่นจับตัวมาเป็ๆ แล้วเอาไปขังไว้ในห้องกู" ... "ครับนาย" นายอำนวยหัยมาทางลูกค้าที่ยืนรออยู่อย่างไม่สบอารมณ์ "ตอนนี้เรือกำลังหัวหัวกลับเข้าฝั่ง ผมต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย โอกาสหน้าจะระมัดระวังให้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณทุกท่านมากครับ" นายอำนวยขอโทษขอโพยลูกค้าทุกคน ก่อนที่เรือจะถึงท่าที่จอดเรือ คนก็มายืนรอขึ้นฝั่งกันแน่นขนัด ทุกคนก้าวเท้าจากเรือขึ้นท่าเทียบ กระแตหันไปมองหน้าจุ๋มที่กำลังยิ้มหน้าบานให้ เธอก็กัดฟันพูดเสียงออกมาตามไรฟัน "แกยิ้มอะไรนักหน้า กินกัญชามากันรึไง" จุ๋มเกือบจะขำออกมาตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ "เปล่า แค่รู้สึกดีใจกับคนบางคน ก็เลยยิ้มออกมาอย่างชื่นบาน" ขุนที่เดินตามหลังอยู่ได้ยินทั้งสองหูก็ทำหน้าเหรอ หันไปข้างหลังก็เห็นชัยกับจ่าแช่มยิ้มหน้าบานไม่แพ้กัน ขุนยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ พอขึ้นบนท่าเรียบร้อยแล้ว "จุ๋ม คุณไปกับผมดีกว่ามั้ย" ชัยถามจุ๋มก็ยิ้มให้กำลังจะตอบ "มึงนี่เสือกจริงๆเลย จุ๋มไปแล้วคุณกระแต่เขาจะนอนกับใครล่ะ" ขุนด่าเพื่อนดักคำตอบของจุ๋ม "แกว่าไงแต จะให้ชั้นอยู่ต่อหรือว่า" จุ๋มไม่ตอบชัยแต่หันไปถามเพื่อนแทน นักข่าวสาวโดนเพื่อนรักถามแบบนี้ก็มองด้วยตาเขียวๆใส่ "ถ้าแกอยากจะทิ้งชั้น ก็ตามใจแก" พูดจบเธอก็เดินจากไปไม่หันมองกลับมา จุ๋มยิ้มรู้ว่าเพื่อนน้อยใจในคำถามก็เดินตามไปติดๆ "กูอยากเตะปากคนจริงๆเลยว่ะ" ขุนพูดออกมาลอยๆแล้วเดินตามสองสาวนั่นไป ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ชัยกับจ่าแช่มขำพร้อมกัน "อาจ่าเอากระเป๋าเงินไปด้วย แล้วกลับไปก่อนได้เลยนะครับ" จ่าแช่มรับทราบชัยก็ตามขุนไปห่างๆ เพราะเชื่อว่ายังไงคืนนี้ขุนอาจจะเจอดีก็ได้
พรานกลับถึงฝั่งนานแล้ว "คุณรู้ได้ยังไงว่าเรือจอดตรงนั้น" พรานถามเพราะทิศทางในทะเลถ้าคนไม่มีความรู้เื่ทะเลจริงๆ ก็ยากที่จะตามหากันเจอได้ "ปรางเห็นคุณไพฑูรย์ค่ะ ลงเรือเร็วออกไปกับคนอีกสามคน ทำให้ปรางคิดว่าเรือสำราญ คงไม่ได้ออกทะเลใหญ่อย่างที่โฆษณาไว้ ก็เลยลองอาศัยตามแสงไฟท้ายเรือของคุณไพฑูรย์ไป แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้เรือเท่าไหร่จอดดูห่างๆ ปรางส่องกล้องเห็นคุณมายืนท้ายเรือแล้วก็กลับเข้าไป สักพักเห็นคนเรือโกลาหลกัน ปรางคิดว่าต้องมีเื่แล้วแน่ๆจึงโทรหาคุณค่ะ" พรานฟังเธอพูดโดยไม่ขัด แต่ก็ยังพูดเชิงถามด้วยความสงสัย "ผมไม่คิดว่าคุณจะขับเรือเป็" ปรางยิ้มให้เขา "ปรางชอบขับเรือ ขับสกู๊ตเตอร์มากค่ะ และก็เคยแข่งจนได้รองแชมป์ด้วย" เมื่อได้คำตอบที่ดูจะมีเหตุผลพรานก็ไม่ถามอะไรอีก
ขุนรับสายจากพรานที่ยังคงใช่ชื่อรินคุยกับเขา รับข้อมูลอันน่าพึงพอใจแล้วเขาก็วางสาย ชัยก็โทรเข้ามาอีกคน "ว่าไงเพื่อน" ขุนรับสาย "ตอนนี้มึงอยู่ในห้องพักหรือยัง" ... "อืมม ตอนนีกกูอยู่ในห้องเดียวกันทั้งสามคน มีอะไรหรือเปล่า" ขุนตอบ "ตอนนี้มีกลุ่มผู้ชายเจ็ดคนคาดว่ามีปืนกันทุกคน กำลังขึ้นลิฟท์น่าจะไปเยี่ยมเียยนมึงที่ห้องระวังตัวด้วย" ชัยเตือนเพื่อนเพราะขุนไม่เท่าไหร่ แต่ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆขุนนี่สิน่าห่วงที่สุด "ขอบใจเพื่อน ไม่ต้องกังวลกูมีแผนสำรองไว้แล้ว" วางหูแล้วขุนก็หันไปทางสองสาว "ผมยังยืนยันคำเดิมนะครับว่า อย่าเพิ่งออกจากห้องนี้เด็ดขาด" เขาออกคำสั่ง จุ๋มเชื่อเขามาตลอดั้แ่ที่เกาะเสม็ดแล้ว เขาพาให้เธอรอดมาได้ทุกสถานการณ์ แต่กระแตนักข่าวสาวฟึดฟัดไม่ยอม "ชั้นจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้นอนห้องเดียวกับคุณนะ เพราะสิ่งที่คุณบอกให้ทำตามคุณ นั่นคือบนเรือไม่ใช่ในโรงแรม" ขุนส่ายหัวเหมือนจะหงุดหงิด "ก่อนจะมาคุณก็ตอบตกลงแล้วนี่ ว่าจะทำตามที่ผมบอกผมถึงยอมให้คุณมา อยู่บนเรือคุณก็เล่นนอกกฏิกา มาถึงตอนนี้คุณก็ยังแข็งขืนอีก ต่อไปอย่าหวังว่าผมจะให้ตามไปไหนอีก" ขุนพูดจนออกเสียงเกือบจะตะคอก "แล้วไงคะ ในเรือชั้นก็ไม่เห็นจะเกิดอะไร คุณคิดมากระแวงจนหลอนไปแล้วมั้ง" เธอเถียงทุกถ้อยคำขุเริ่มจะระอาเธอเ๖้มที "เอาเถอะ คุณจุ๋มเป็พยานนะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนคุณก็อย่ามาโทษผม ไปเลยครับจะไปนอนที่ห้องนั้นก็ตามสบาย" จุ๋มก็รู้สึกอึดอัดที่เพื่อนเธอทั้งสองคนเถียงกัน "แกก็ใจเย็นๆสิแต ที่คุณขุนบอกก็มีเหตุผลนะ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เธอปรามเพื่อนเธอ กระแต่เห็นว่าจุ๋มเข้าข้างขุนก็ยิ่งโมโห เพราะนิสัยชอบเอาชนะก็ตอบจุ๋มออกไป "จุ๋มถ้าแกกลัวก็นอนกับนายนี่ไปสองคนก็แล้วกัน ชั้นจะไปนอนห้องที่เปิดไว้" เธอพูดจบก็เดินไปที่ประตูบิดลูกบิด แกร๊ก ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ประตูยังไม่ทันจะเปิดออก เสียงปืนก็ดังรัวมาจากห้องที่เช็คอินไว้ทั้งสองห้อง ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงดังปิดท้ายอีกชุดใหญ่ทำให้กระแตยืนนิ่ง "เฮ้ยย พวกมันไม่ได้อยู่ในห้อง" เสียงะโดังมาทางเดียวกับเสียงปืน "ใครสั่งให้ยิงมั่ววะ เ้านายก็บอกไว้แล้วว่าจับเป็ผู้หญิงสองคนนั้น" ... "นายบอกว่าทั้งจำเป็ก็ยิงทิ้งนี่หว่า เขาจะให้จับเป็ไปทำไมวะ" ... "ไอ้โง่ นายเขาก็จะเอาไปบำเรอสิวะถามโง่ๆ พอเบื่อแล้วก็ส่งมาให้พวกเรา เอาไว้แก้เหงานในเรือเหมือนๆทุกคนน่ะแหละ" พวกมันคุยกันเสียงดังโดยไม่สนใจว่าใครจะได้ยิน นักข่าวสาวได้ยินเต็มสองหูถึงกับหน้าถอดสี "พวกมึงดักมันอยุ่แถวนี้แหละ เดี๋ยวพวกกูจะลงไปรอมันแถวๆลานจอดรถ" เสียงคนหนึ่งในนั้นสั่งการแล้วเสียงก็เงียบไป เวลาผ่านไปร่วมๆชั่วโมงเสียงก็ยังเงียบ ขุนปิดไฟในห้องแล้วเปิดม่านหน้าต่าง มองลงไปตรงที่รถจอดอยู่ เห็นพวกนั้นยืนเป็จุดๆแต่ไม่มีใครเข้าใกล้รถแม้แต่คนเดียว เสียงปืนเงียบไปนานแล้วแต่ไม่มีตำรวจมาที่เกิดเหตุ ขุนจะออกจากห้องก็ห่วงว่าสองสาวจะกลัว และถ้าพลาดจุ๋มเกิดอันตรายชัยคงจะโกรธเขาอย่างหาคำแก้ตัวไม่ได้ ขุนยืนมองที่รถสมองก็คิดว่าจะจัดการยังไง เห็นไอ้พวกที่ยืนดักรอที่ลานจอดรถ ร่วงนอนนิ่งไปทีละคนจนหมดเขากดโทรหาชัยทันที "มึงจัดการที่ลานจอดรถหมดแล้วใช่ไหมชัย" ... "เปล่า กูอยู่ในโรงแรมชั้นเดียวกับมึงนี่แหละ มึงอยู่ห้องไหนวะไอ้พวกนั้นหลับหมดแล้ว" เสียงชัยตอบกลับมา แสดงว่าที่ลานจอดรถต้องเป็รินแน่ๆขุนคิดในใจ เขากดโทรหาพรานทันที "ริน มึงจัดการไอ้พวกนั้นที่ลานจอดรถใช่รึเปล่า" ... "เปล่า" ตอนนี้กูขับรถอยู่บนทางด่วยเข้ากรุงเทพฯว่ะ" เสียงพรานตอบกลับขุนเดินไปเปิดประตูห้อง เห็นชัยยืนอยู่ก็เรียกเข้ามาในห้อง "ใครเคลียร์ที่ลานจอดรถให้วะ ไอ้รินก็กำลังขับรถเข้ากรุงเทพฯ หรือว่าเป็อาจ่า" ขุนถามชัย "ไม่ใช่อาแช่มหรอก แกเพิ่งโทรมาบอกว่าตอนนี้อยู่บนทางด่วนเหมือนกัน" ทำให้ทั้งสองคนงงและคิดไม่ออกว่าเป็ใคร "เป็ใครก้ช่างไปก่อนเถอะวะ ตอนนี้พวกเราออกไปจากที่นี่กันก่อน ตำรวจคงไม่มาหรอก นายอำนาจคงปิดหูปิดตาหมดแล้ว" ชัยบอกก่อนที่ทั้งหมดจะลงไปที่ลานจอดรถ แล้วขับออกไปมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ชัยก็เดินไปขับบิ๊กไบค์ตามหลังไปไม่ห่าง
สารวัตรไชยยันต์มาหานายอำนาจที่บ้าน เห็นนายอำนาจกำลังสอบสวนลูกน้องอยู่ในห้อง "มึงหายหัวไปไหนไอ้ชาติ ทำไมกูไม่เห็นมึงอยู่ในเรือ" นายอำนวยถามลูกน้องคนสนิท "ผมท้องเสียครับนาย ถามไอ้เด็กพวกนั้นดูได้ พวกมันยังหาน้ำเกลือแร่มาชงให้ผมกินเลยครับ" ชาติอ้างพยานซึ่งนายอำนวยเคยสอบสวนในเรือมาแล้ว วิดีโอที่บันทึกเื่ราวในเรือก็เปิดอยู่ สารวัตรไชยยันต์ทรุดตัวลงยั่งเก้าอี้ ดูวิดีโอที่กำลังฉายอยู่ "เดี๋ยว..ย้อนกลับไปนิดนึง" ลูกน้องนายอำนวยย้อนวิดีโอกลับ "ไอ้นี่เป็ตำรวจที่ลาออกไปนี่นา ส่วนไอ้คนนี้เหมือนมันจะไม่ได้อยู่ในห้องโถงตลอดเหมือนคนอื่น" สารวัตรชี้ไปที่ชัยกับพราน "แล้วไอ้คนที่มันล่อไอ้ลมซะคลานเหมือนหมาล่ะ สารวัตรรู้จักมันหรือเปล่า" นายอำนวยถาม สารวัตรไชยยันต์ส่ายหน้า "อย่าว่าแต่รู้จักเลย เห็นผมก็ยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่ดูแล้วชั้นเชิงการต่อสู้ของมัน เจ๋งกว่าลูกน้องคุณหลายขุมเลยนะครับคุณอำนวย" สารวัตรไชยยันตตอบแถมย้ำคำ ให้ไอ้ลมนั่งก้มหน้าอย่างอายแทบแทรกแผ่นดินหนี "พวกมึงออกไปกันก่อน" นายอำนวยหันไปไล่ลูกน้องให้ออกไปให้หมด "คุณมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า คงมีเื่อะไรจากท่านมาอีกใช่ไหมสารวัตร" นายอำนวยถามหลังจากลูกน้องออกไปกันหมดแล้ว สารวัตรพยักหน้า "ครับ ท่านสั่งให้ตามหาทองแท่งทั้งหมด ได้มาแล้วจะได้แบ่งกันไปตามสัดส่วน ผมได้สั่งให้ลูกน้องของผม ไปตรวจเช็คกล้องวงจรแถวพัทยาแล้ว ผมคาดว่าไม่เกินเจ็ดวันก็ได้มาหมด แล้วเราค่อยมาเปิดดูกันว่า พวกก่อเื่ในเรือมันมาจากทางไหน" สารวัตรบอกในสิ่งที่ตนทำอยู่ "ดีครับ ถ้ารู้แล้วเดี๋ยวผมจะสั่งให้คนของผม ช่วยตามล่าอีกทางด้วย ตอนนี้มือดีอีกสี่ห้าคนกำลังเดินทางมา ผมจะแนะนำให้รู้กับกับสารวัตรถ้าพวกมันมาถึง" ... "โอเคครับ ตามนั้น" สารวัตรตอบก๋นที่จะเดินทางกลับ
ชาติ มหาชัย เดินนำหน้าชายห้าคนเข้าไปหานายอำนวย "นายครับ พวกมันมากันแล้วครับ" นายอำนวยหันมามองแล้วบอกให้ทุกคนนั่งลง ชาติเริ่มแนะนำตัวเรียงลำดับไปทีละคน "เรียงไปเลยนะครับนาย..เทิด ภูไทย..เล็ก ลำตะคอง..สังข์ ทุ่งสง..จอน จะแนะ..และสุดท้ายยอด ยางหย่อง ครับ" นายอำนวยพยักหน้าแล้วหยิบรูปมาส่งให้ทุกคนดู "ผู้หญิงสองคนนี้ ตามที่สืบมาตอนนี้พักอยู่ด้วยกัน พวกแกไปคิดดูกันเอาเองว่าใครจะไปจัดการงานนี้" พวกมันรับไปดูทั้งรูปและที่อยู่ "ผมเองครับนาย แถวออเงินถิ่นเก่าผมสมัยที่อยู่ในกรุงเทพฯ" จอน จะแนะ รับอาสาที่จะทำ "ได้ งั้นพวกแกไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวได้ข้อมูลเพิ่มแล้ว ชั้นจะบอกว่าลงมือเมื่อไหร่" นายอำนวยบอกพวกนั้นแล้วก็โทรหาสารวัตรไชยยันต์ทันที
ทุ่มกว่าๆขุนขับบิ๊กไบค์เข้าไปที่บ้านริมคลองออเงิน จอดรถแล้วเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านของกระแต "คุณจุ๋ม ผมจะมารับคุณไปส่งบ้านป้าแก้ว คุณไปอยู่ที่นั่นเหมือนเดิมดีกว่าครับ เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง" เขาบอกทันที่ที่จุ๋มเดินมาที่ประตูรั้ว "จุ๋มอยากอยู่เป็เพื่อนแตสักสองสามวันก่อนค่ะ เพราะดูแล้วแตยังโกรธๆอยู่ถ้ารีบไปเดี๋ยวจะทำให้เสียเพื่อนเปล่าๆ จุ๋มยิ่งมีเพื่อนน้อยอยู่ด้วย" เธอตอบมาทำให้ขุนรู้สึกอึดอัดใจพอสมควร แต่ก็ต้องยอมเพราะไม่รู้จะบังคับแบบไหน ถึงจะให้เธอยอมจากเพื่อนเธอไปตอนนี้ "ถ้าอย่างนั้นมะรืนนี้เดินทางนะครับ ยิ่งอยู่ตรงนี้นานๆยิ่งไม่ปลอดภัย" เขาบอกเหมือนยื่นคำขาดเจาะจงว่าต้องเป็มะรืนนี้ เธอก็พยักหน้าตอบรับตามที่เขาบอก "เพื่อนคุณไม่อยู่หรือครับ" ... "ค่ะ ออกไปทำข่าวด่วนคงจะกลับดึกๆ" ขุนได้ยินคำตอบแล้วก็บอกให้เธอล็อคประตูดี ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปที่บ้านของเขา อาบน้ำเสร็จก็เตรียมเข้านอนเพราะมีธุระที่ต้องทำตอนเช้า ขุนหลับไปนานพอสมควรก็นับว่าดึกมาแล้ว ครึก แอ๊ดดดด ขุนลืมตาแล้วพลิกตัวลงข้างเตียงทันที ที่ได้ยินเสียงบานพับประตูดัง ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาทไปทั้งห้อง หมอนแตกนุ่นลอยกระจายคละคลุ้ง ปัง ปัง เขายิงสวนออกไปแบบไม่ได้หวังผล เสียงดังมาจากบ้านนักข่าวสาวเพื่อนของจุ๋ม ช่วยด้วย ช่วยด้วย บรื๊นนนนนน บรื๊นนนนนนนน เสียงรถวิ่งออกไปพร้อมเสียงเรียกให้ช่วย ขุนออกทางหน้าต่างวิ่งเข้าไปในบ้านของกระแต ซึ่งประตูหน้าเปิดโล่งในบ้านไม่มีคนอยู่ เขารีบวิ้งเข้าไปเอากุญแจบิ๊กไบค์ขับตาม แต่รถสะบัดซ้ายสะบัดขวาแล้วล้มลง ล้อยางรถถูกปล่อยลมหมดทั้งสองล้อ ขุนวิ่งเข้าไปในบ้านอีกรอบหยิบกุญแจรถเบนซ์ของจุ๋ม แล้ววิ่งไปเปิดบ้านเช่ากลางซอยอีกหลัง ที่เช่าไว้จอดรถเบนซ์คันนี้ เขาขับรถเบนซ์ออกไปอย่างรวดเร็ว พอถึงปากซอยก็ไร้วี่แววรถคันนั้นเสียแล้ว ขุนโทรบอกชัยเื่จุ๋มถูกจับตัวไป "คนที่เข้าไปยิงกูในห้องสองคนนั้น ลักษณะท่าทางและวิธีการยิงเหมือนพวกตำรวจ มึงลองให้อ่าจ่าตามเช็คพวกสารวัตรไชยยันต์ด้วย" บอกเสร็จก็ไปขอดูกล้องวงจรจากเ้าของบ้านเช่าที่ปากซอย เขาดูซ้ำจนแน่ใจแล้วว่ารถเลี้ยวซ้ายออกไป แล้วกลับรถวิ่งย้อนขึ้นไปอีกทาง ขุนเหยียบคันเร่งจนมิดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แวว มองไปไกลๆเห็นไฟท้ายรถลิบๆ เปิดไฟเลี้ยวซ้ายไปทางถนนราชพฤกษ์ ไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่เขาก็ตัดสินใจที่จะตามรถคันนั้นไป เร่งเครื่องรถไล่ไปจวนเจียนจะทัน รถคั้นนั้นก็เปิดไฟเลี้ยวขวาเข้าบริษัทไม้ "ธรณินทร์ไพศาล" เขาเห็นทะเบียนรถไม่ตรงที่เห็นในกล้อง แต่รถเหมือนกันทุกอย่าง มันก็อาจจะเป็ไปได้ว่าคนของนายอำนวยลักพาตัวจุ๋ม ขุนชะลอรถวิ่งเลยหน้าบริษัทไปร่วมๆสามร้อยเมตร เขาจอดรถเดินย้อนไปดูลู่ทางที่จะเข้าไปในบริษัทนั้น กำลังมองหาช่องทางอยู่รถคันที่เลี้ยวเข้าไปก็วิ่งออกมาทางเขา ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พวกมันยิงเปิดทางมาด้วยM16 ขุนรีบล้มตัวกลิ้งลงไปในร่องน้ำข้างทางรู้สึกปวดแปลบที่ขา รถคันนั้นวิ่งเลยไปเขาก็ลุกขึ้นวิ่งกะเผลกไปที่รถเบนซ์ อีกสิบเมตรก็จะถึงรถเบนซ์ที่จอดอยู่ วี๊ดดดดดด บึ้มมมมมมมมมม รถเบนซ์คันไฟลุกท่วมด้วยะเิอาร์พีจี ขุนกระเด็นถอยกลับตามแรงอัดของะเิ ตาเริ่มพร่ามัวแต่ก็พยายามที่จะลุกขึ้น เืที่โคนขาก็ไหลออกมามาก เพราะโดนลูกปืนชุดแรงที่ยิงมา พอลุกขึ้นได้มาก็ทรุดลงอีกเพราะปวดขาอย่างมาก เขาชันเข่าข้างหนึ่งแบบกึ่งยืนกึ่งนั่ง รถคันนั้นเบรก เอี๊ยดดด เมื่อเห็นขุนลุกขึ้น ก็ถอยหลังกลับมาประทับปืนพร้อมยิง วี๊ดดดดดด บึ้มมมมมมม..!??
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 18
.