หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 จดหมายที่มีแต่คำผิด

            ห้องหับโอ่โถง กระทั่งเสาก็ยังใหญ่โต ผิวของมันยังแกะสลักอย่างประณีต

            หน้าต่างบานใหญ่ดูเหมาะสมกับขนาดห้อง

            เมื่อมองจากหน้าต่างบานโตก็จะเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

            ห้องนี้สะอาดเรียบง่าย แต่ก็นับว่าอยู่สบาย ของใช้จำเป็นก็ล้วนมีพร้อม

            ยามนี้เสี่ยวซีกำลังนั่งคร่ำเคร่งอยู่หน้าโต๊ะ แล้วนำพู่กันและหมึกออกมา จากนั้นจึงเริ่มลงมือเขียนจดหมาย

            เมื่อขันทีชราเห็นเช่นนั้นก็หลั่งน้ำตาไหลเป็นสาย ในที่สุดนายน้อยของเขาก็รู้ความเสียที

            มือเหี่ยวย่นล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาซับลงตรงขอบตาแดงก่ำของตน แล้วจึงหมุนกายออกไปสะสางงานที่ยังคั่งค้างต่อ

            ขอเพียงแค่นายน้อยของเขารู้ความ จะให้เขาดูแลเรือนทั้งหลังก็ไม่มีปัญหา จะให้เขาทำอะไรเขาก็ยอมทั้งนั้น

            ตัวอักษรของถังซีดูแล้วไม่งามสักเท่าใด แต่ก็ยังพอถูไถว่าเรียบร้อยได้ ทว่าความองอาจที่แฝงในตัวอักษรแทบจะหาไม่เจอ

            อีกทั้งตัวอักษรที่เขียนยังผิดๆ ถูกๆ ทว่าเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเขาก็น่าจะอ่านเข้าใจกระมัง

            เจ้าอินทรีเสี่ยวอวี้เมื่อรับจี้หยกและจดหมายที่มีแต่คำผิดของเสี่ยวซีมาแล้ว ก็ทะยานโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าจากไปทันที

            เด็กชายยืนอยู่ข้างกายพี่โย่วของตนมองเจ้านกยักษ์โบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพียงครู่เดียวเขาก็มีความรู้สึกว่าตนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย

            ……

            เหมันต์ยังไม่ทันสิ้นสุด

            อากาศในแคว้นซีก็เริ่มอบอุ่นขึ้นแล้ว กลางทะเลสาบมีห่านขาวดำผุดดำว่ายไปมา ท่ามกลางคลื่นกระเพื่อมไหวเป็นวง ไม่นานเจ้าห่านขาวก็โผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำอีกครา

            ขนบนร่างกายของพวกมันถูกน้ำชะล้างจนขาวสะอาด

            วังหลวงของแคว้นซีงดงามดูราวกับหมู่บ้านริมแม่น้ำเจียงหนาน ศาลาและหอสูงเรียงราย มองไปยังเห็นสายน้ำไหลริน

            ด้วยเพราะพื้นที่กว้างใหญ่เกินไป จุดที่ห่างไกลและลับตาจึงได้ขาดการบำรุงซ่อมแซมเสียหลายปี ทั้งยังไม่มีใครสนใจ หญ้าจึงได้งอกสูงจนรกครึ้ม

            ฝูงนกกระจอกล้วนชอบมุมอับที่แสนสุขสงบเหล่านี้นัก

            ฮ่องเต้แคว้นซี ถังหรงนับวันก็ยิ่งจะรู้สึกว่าตนอ่อนแรงลง เขาไม่ชอบขยับไม่ชอบเดิน ทั้งวันจึงได้แต่ง่วงซึม

            ทว่าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ทั้งยังไม่อาจทนฮองเฮาที่เอาแต่รบเร้า จึงได้ถูกนางลากออกมาเดินเล่นไปรอบหนึ่ง

            ฮ่องเต้ร่างท้วมเทอะทะ ยามเดินจึงเปลืองแรงไม่น้อย 

            สุดท้ายจึงต้องให้ขันทีมาพยุงเขาไปพักที่ศาลาริมทะเลสาบ เมื่อพยุงเขาให้นั่งลงแล้ว ขันทีเหล่านั้นก็จากไป

            รูปร่างของฮองเฮากุยจริงๆ แล้วก็ไม่ได้นับว่าดีเลิศอะไร เพียงแต่ยามที่นางยืนอยู่ข้างกายพระสวามีของนางเช่นนี้ ก็ทำให้นางดูผอมแห้งแรงน้อยขึ้นมาถนัดตา

            ยามอยู่ในที่ลับตาเหล่าขุนนางจึงลอบขบขันเรื่องนี้กันอยู่บ่อยๆ ทั้งยังนึกสงสัยว่าฮองเฮา และฝ่าบาทยามอยู่ในห้องหอจะเป็นเช่นไร เกรงว่าฮองเฮาคงจำเป็นจะต้องอยู่ด้านบนกระมัง…

            ข้างทะเลสาบมีหญ้าป่างอกขึ้นเป็นพุ่ม 

            เหล่าห่านป่าก็รวมตัวกันอยู่ข้างทะเลสาบเช่นกัน

            ใต้แสงแดดจ้า ฮ่องเต้หรงเริ่มสัปหงกขึ้นอีกครา

            ยามนั้นอยู่ดีๆ ก็มีบางสิ่งโผเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์ และแผ่นฟ้า ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม

            เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างก็ตกใจ พากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง

            ทิ้งฮ่องเต้ที่เสด็จไม่ไหวไว้ในศาลาเพียงลำพัง ส่วนคนที่ไม่ยอมจากไปก็กางไม้กางมือปกป้องฮ่องเต้และฮองเฮา

            ทว่าคาดไม่ถึงว่ามันมิใช่ภัยพิบัติอะไร เพียงแค่มีนกตัวหนึ่งกำลังโผบินมาทางพวกเขา

            นกตัวใหญ่โตมโหฬาร

            ทั้งเจ้านกนั่นยังมีจะงอยปากแหลม และใบหน้าที่ดูคล้ายกับมนุษย์ ดูไปแล้วประหลาดนัก

            เจ้าตัวนั้นบินตรงมาทางพวกเขา

            ฮ่องเต้หรงตกใจจนต้องหลับตาลง ร่างแบบบางของฮองเฮากุยเคลื่อนมาบังพระสวามีของตนไว้ ทว่าดวงตายังคงเบิกโพลง จับจ้องไปที่เจ้านกยักษ์

            ทว่ายามนั้นเองนางก็เห็นว่าบนคอของเจ้านกยักษ์มีจี้หยกห้อยอยู่

            ร่างนั้นพลันโงนเงนด้วยความตกใจ

            หรือว่าซีเอ๋อร์จะเกิดเรื่องแล้ว

            ต่อมาจึงได้เห็นว่าในกรงเล็บของเจ้านกมีของบางอย่างอยู่ เจ้านกพลันคลายกรงเล็บปล่อยให้ของสิ่งนั้นร่วงลงมา ก่อนที่มันจะกระพือปีกบินจากไป

            ฮองเฮากุยค่อยๆ ก้มลงหยิบม้วนกระดาษที่ตกลงบนพื้น เมื่อเปิดออกดูก็พบว่ามันคือจดหมายฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายจากซีเอ๋อร์

            ด้วยเพราะมันคือลายมือของซีเอ๋อร์

            รอจนเจ้านกยักษ์บินจากไป เหล่าขันทีและนางกำนัลเมื่อเห็นว่าเป็นเพียงนกตัวหนึ่ง ก็พากันล้อมเข้ามาคุกเข่าเพื่อรอรับโทษ

            เหล่าขันทีและนางกำนัลยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็พากันวิ่งหนีไปเสียหมด ไม่ได้สนใจฮ่องเต้และฮองเฮาแม้แต่น้อย

            ฮองเฮากุยแม้จะพิโรธนัก แต่ก็อยากจะรีบอ่านจดหมายของพระโอรสของตน จึงไม่อยากจัดการคนเหล่านี้

            ยิ่งกว่านั้นต่อให้จัดการไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ในวังหลวงแห่งนี้ล้วนแต่เหมือนตะแกรงร่อนอันหนึ่ง เหล่านางกำนัลและขันทีพวกนี้ล้วนแต่มีคนอยู่เบื้องหลัง

            ต่อให้มีโทสะหนักขึ้นมา ก็ทำได้เพียงแค่ไล่คนพวกนี้ออกไปเท่านั้น

            ฮ่องเต้และฮองเฮาจึงหันมาอ่านจดหมายที่พระโอรสส่งมาอย่างตั้งอกตั้งใจ

            “เสด็จพ่อเสด็จแม่ หากเห็นจดหมายฉบับนี้แล้วย่อมหมายถึงลูกยังสบายดี ลูกได้พบกับคนมีฉื่อเสียง (ชื่อเสียง) วีรบุรุษชุดคาว (ขาว) เขาได้ช่วยต้าป้านเอาไว้ ต้าป้านเกือบจะโดนไฟคอก (ไฟครอก) ตายเสียแล้ว เคราะห์ดีที่วีรบุรุษชุดคาวมาช่วยเอาไว้ทัน

            วีรบุรุษชุดคาวก็คือพี่โย่ว พวกเขาจะไปเข้าเรียนที่สำนักเชิน พวกเราจึงได้ติดตามพวกเขาไป

            พี่โย่วมาจากทุ่งหญ้าห่างไกล พวกเขาขายผ้าเพื่อเลี้ยงชีพ

            ท่านน้าของพี่โย่วงดงามมาก ทว่ากลับดุร้ายเหลือเกิน ขนาดพี่โย่วก็ยังเกรงกลัวท่านน้าของตน 

            พี่โย่วจิตใจดีมาก เขายึดมั่นในคุนนะทำ (คุณธรรม) ลูกชอบเขาเหลือเกิน

            ทว่าเมื่อวานยามนอนหลับลูกนึกกลัวขึ้นมา จึงได้แอบไปนอนในห้องของพี่โย่ว ทว่าในเช้าวันต่อมาก็ถูกเหล่าพี่ชายของพี่โย่วจับได้เสียแล้ว

            พี่โย่วมีพี่ชายอีกสามคน

            คนโตคือพี่ลู่ คนที่สองคือพี่อู่ คนที่สามคือพี่สวิน ลูกล้วนแต่เรียกพวกเขาว่าพี่ชาย

            สุดท้ายพี่ชายทั้งสามของพี่โย่วจึงได้จับงูมารังแง (รังแก) ลูก ทั้งยังเตือม (เตือน) ลูกอีกว่าต่อไปหากแอบเข้าไปนอนในห้องพี่โย่วอีกจะพบกับชะตากรรมเช่นนี้ จะต้องเป็นเช่นเดียวกับเจ้างูตัวนี้

            พวกเขาสับงูตัวนั้นจนเละ

            ตอนนั้นลูกกลัวเหลือเกินจึงได้วิ่งหนีไป

            ทว่าเมื่อลูกได้กินงูตุ๋ม (ตุ๋น) ที่ทำจากเจ้างูที่โดนสับจนเละตัวนั้น ก็รู้สึกว่ามันอร่อยมาก เนื้อมันเด้งๆ ดีเหลือเกิน

            เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน  พวกท่านจะต้องบรรทมให้สบาย เสวยให้อิ่มท้อง

            ต้าป้านบอกว่ารอให้ลูกเรียนจบก่อน เราก็สามารถกลับไปได้แล้ว

            ต่อไปลูกจะเป็นแบบพี่โย่วให้ได้จะต้องเก่งกาจกว่าใคร เช่นนี้ต่อไปลูกก็สามารถพาพวกท่านท่องเที่ยวไปทั้งใต้หล้าได้แล้ว

            โลกภายนอกช่างสนุกเหลือเกิน เพียงแต่เสียตาย (เสียดาย) ที่พวกท่านไม่ได้มาด้วยกัน

            ทั้งยังมีเจ้านกตัวนี้เป็นนกของพี่ลู่

            พี่ลู่แม้จะดุ แต่ก็เป็นคนดียิ่ง

            นอกจากพี่โย่วแล้ว ลูกก็ชอบพี่อู่อีกคน พี่อู่มีเรี่ยวแรงมาก บนแขนของพี่อู่มีกล้ามเนื้อนูนขึ้นมาตั้งหลายลูก แม้แขนจะดูเหมือนกับใบหน้าของลูก แต่แขนท่อนนั้นกลับมีแต่ความนุ่มนิ่มและไขมัน

            ส่วนพี่สวินหน้าตาดีนัก ทว่าเขากลับดูคล้ายสตรี ลูกจึงไม่ค่อยชอบเท่าใด อีกเรื่องคือพี่สวินมีความรู้มากเหลือเกิน พี่โย่วบอกว่าพี่สวินอ่านตำราไปแค่ลอบ (รอบ) เดียวก็สามารถจดจำเนื้อหาทั้งหมดได้แล้ว ช่างร้ายกาจนัก

            ไม่นานพวกเราก็จะต้องเข้าเรียนในสำนักเชินแล้ว ลูกได้เรียนห้องเดียวกันกับพี่โย่วด้วย พี่โย่วกล่าวแล้วว่าจะปกป้องลูกไม่ให้ใครมารังแกเด็ดขาด ดังนั้นเสด็จพ่อเสด็จแม่โปรดวางพระทัย

            ต้าป้านก็ดีใจนัก ตอนนี้เขาช่วยฮูหยินหลัวดูแลเรือน ฮูหยินหลัวให้ความสำคัน (สำคัญ) กับเขามาก นางยังตัดชุดใหม่ให้ลูกกับต้าป้านอีกด้วย

            พวกเราอาศัยอยู่บนภูเขาหลงยาน (หลงยวน) ของแคว้นเชิน บนเขามีงูมากมายนัก ทั้งยังมีงูยักษ์สีขาวชื่อว่าแม่นางงูขาว พี่โย่วบอกว่างูมากมายเช่นนี้ เมื่อเข้าหน้าหนาวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกินแล้ว

            เสด็จพ่อและเสด็จแม่ หากคิดถึงลูกก็สามารถฝากจดหมายมากับเจ้านกได้

            พี่โย่วบอกว่าเจ้านกตัวนี้มีนามว่าเสี่ยวอวี้ มันชอบกินผักพระพุทธมาก

            พวกท่านสามารถป้อนผักพระพุทธให้มันได้

            ถังซีขอคารวะ เสด็จพ่อและเสด็จแม่”

            สายน้ำในทะเลสาบยังคงไหลริน 

            เมื่อเหล่าข้าราชบริพารมองไปในศาลาก็เห็นฮ่องเต้กับฮองเฮากำลังกอดกันร่ำไห้ พวกเขาล้วนเห็นเรื่องนี้กันจนชินตาแล้ว คาดว่าคงจะหลั่งน้ำตาเพราะองค์ชายน้อยป่วยหนักเสียแล้ว

            ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมน้ำตานองหน้า “ลูกข้าเขียนจดหมายเป็นแล้ว”

            ฮองเฮาที่ร้องไห้อย่างไร้สุ้มเสียง ท่าทีของนางไม่เหมือนกับท่าทีทรงภูมิในยามปกติ แล้วจึงตรัสขึ้นอย่างร้อนใจเช่นกัน “ซีเอ๋อร์อยู่ด้านนอกต้องลำบากมากเป็นแน่ ถึงขนาดจะต้องกินเนื้องูเพื่อประทังชีวิตเช่นนี้ ฝ่าบาท พระองค์ว่าพวกเขากำลังขาดแคลนเงินทองหรือไม่ เช่นนั้นพวกเราเร่งส่งเงินไปให้พวกเขาดีกว่า”

            เมื่อเสี่ยวซีได้รับซองแดงก็เห็นว่าบนซองแดงมีข้อความเขียนไว้ว่า ‘ขอให้วันที่ได้พบกันเหมือนดั่งฝัน’

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน