12.00 น. โรงอาหาร
เวลาพักกลางวันของโรงเรียน Saint Helena นั้นแบ่งเป็รอบเวลา เพื่อป้องกันการแออัดของนักเรียนที่ต่างพากันมารับประทานอาหาร โดยแบ่งเป็ 2 รอบ คือ นักเรียนชั้นปีที่1-2 จะได้พักเวลา 11.00 น. ส่วนนักเรียนชั้นปี 3-4 จะได้พักเวลา 12.00 น. ดังนั้นเวลาเที่ยงจึงคลาคล่ำไปด้วยเด็กนักเรียนชั้นปี3-4 คละกันเต็มไปหมด
ฮิเดกิซึ่งเรียนอยู่คนละตึกได้เดินมาหาเซร่าที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเอริโกะและดูเหมือนกำลังบ่นอะไรบางอย่างให้เอริโกะฟังอย่างหน้าดำคร่ำเครียด
“สวัสดีตอนบ่ายครับ สาวๆ”
“สวัสดีค่ะ” เอริโกะทักทายฮิเดกิยิ้มๆ มีเพียงเซร่าที่ยังคงหน้าตาบูดบึ้งอยู่
“อ้าว! เป็อะไรอีกล่ะ เซร่า? หน้าตายังกับไปกินรังแตนที่ไหนมางั้นล่ะ”
“ไม่ตลกเลยนะ ฮิเดกิ”
เซร่าค้อนควับให้กับฮิเดกิ สีหน้าบูดบึ้ง
“เอ๋า! ถามดีๆ ดันมาค้อนใส่เราซะได้”
ฮิเดกิหัวเราะออกมาตามหลังประโยคที่พูดจบ ยิ่งทำให้เซร่าหน้างอมากยิ่งขึ้น
“ฮิฮิ คือเซร่าน่ะ เขาอารมณ์ไม่ดีเพราะว่าดันไปทะเลาะกับคนในห้องน่ะค่ะ”
เอริโกะหัวเราะคิกคักก่อนจะรีบหยุดเมื่อเห็นสายตาดุของเซร่า
“เอ? ใครกันที่ทำให้เซร่าหน้างอได้ขนาดนี้นะ”
“จะมีใคร!! ก็นายบ้องตื้นที่เราเจอเมื่อวานยังไงเล่า! ไม่อยากจะเชื่อเล้ย ว่าต้องมาอยู่โรงเรียนเดียวกัน เรียนห้องเดียวกัน แล้วที่สำคัญนะ นั่งข้างๆ กันอีก!!! โอย!!! อยากจะบ้าตาย!!!”
เซร่าบ่นพึมพำเป็หมีกินผึ้งก่อนจะร้องอย่างโอดครวญออกมาในสิ่งที่เธอต้องเจอ
“ใครรึ?”
“ก็น้องชายของประธานนักเรียนสุดหล่อยังไงกันคะ”
เอริโกะเฉลยให้ฮิเดกิฟังก่อนจะกลั้นยิ้มกับท่าทางที่ฮึดฮัดของเซร่า
“อ๋อ!! คิมหันต์น่ะรึ หึหึ คนนั้นน่ะ คงต้องเว้นไว้ซักคนล่ะนะ”
ฮิเดกิหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าคนที่ทำให้หญิงสาวโมโหอย่างมากคือใคร
“ทำไม?” เซร่าหันขวับมามองฮิเดกิแววตาคาดคั้น
“ก็หมอนั่นน่ะ อารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน ไม่ค่อยมีใครเข้าหน้าติดหรอก เสียดายที่เป็ถึงน้องของประธานนักเรียนนะ”
“แล้วไง? เป็น้องชายประธานนักเรียนแล้วแตะต้องไม่ได้รึ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น......... เพียงแต่ว่าหมอนี่น่ะ เป็คนที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใคร อารมณ์เสียบ่อย แต่คนที่ทำให้หมอเนี่ยอารมณ์ดีได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นล่ะ”
“ใครล่ะ?”
“ก็ดาวของโรงเรียนยังไงเล่า!!”
ฮิเดกิยักคิ้วก่อนจะตอบคำถามของเซร่า เพราะเขารู้ว่าเซร่าคงไม่รู้จักอยู่ดี หญิงสาวหรี่ตาใช้ความคิดอย่างหนัก เพราะในโรงเรียนนี้เธอไม่ค่อยรู้จักใครนอกจากเอริโกะกับฮิเดกิ ทำให้เธอนึกหน้าของดาวโรงเรียนไม่ออก
“เอ้า! คิ้วจะชนกันอยู่แล้ว”
“เอ้า! นั่นไง ถ้าอยากรู้ว่าดาวโรงเรียนคือใคร ก็คนนั้นล่ะ ที่ยืนอยู่ข้างๆ นายคิมหันต์ต่อแถวซื้อข้าวตรงโน้นน่ะ”
ฮิเดกิบุ้ยใบ้ให้เซร่าหันไปมองดูทางคิมหันต์ที่กำลังต่อแถวซื้ออาหารอยู่
เซร่าหันไปมอง ก็พบคิมหันต์ยืนอยู่กับหญิงสาวผมยาวสวยคนหนึ่ง และข้างๆ มีผู้ชายสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
เซร่าเห็นคิมหันต์พูดคุยกับหญิงสาวคนนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ เพราะตลอดเวลาที่เธอเห็นเขาในคาบเรียน หน้าตาของคิมหันต์จะเคร่งเครียดตลอดเวลา ไม่มีการพูดคุยหรือส่งยิ้มให้กับใครๆ ทั้งสิ้น
เอ..แปลกแฮะนายบ้องตื้นนี่ ทำหน้ายิ้มก็เป็
แล้วไหงชอบทำแต่หน้าดุฟะ
เซร่าคิดอยู่ในใจ ก่อนจะหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ ไม่หันกลับไปมองทางคิมหันต์อีกเลย
“เออนี่ เซร่า เดี๋ยวเลิกเรียนฉันจะรอหน้าประตูโรงเรียนนะ จะได้ไปส่งที่บ้าน พ่อกับแม่ของเธอหายห่วงน่ะ”
“คงเย็นหน่อยนะ เพราะฉันโดนทำโทษให้ไปทำความสะอาดห้องวิทยาศาสตร์ที่ตึก C น่ะ” เซร่าตอบด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“ทำไมล่ะ?”
“อย่าถามได้มะ? ยิ่งพูดยิ่งโมโห”
เซร่านึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า หน้าตาเธอก็บูดบึ้งขึ้นมาอัตโนมัติ เอริโกะแอบกลั้นหัวเราะคิกคักเอาไว้ โดยไม่สนใจสายตาของเซร่าที่เหลือบมองมา
“คืองี้ค่ะ....แฮ่ม...เซร่าน่ะ เขาไปทะเลาะกับคิมหันต์เข้า แล้วทั้งคู่ก็ดันตวาดอาจารย์ซะเสียงดังลั่นห้อง อาจารย์ก็เลยทำโทษทั้งคู่เลยนะค่ะ คิกคิก...อุ๊ย!”
เอริโกะกลั้นหัวเราะไม่อยู่จึงปล่อยหัวเราะออกมาก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองเมื่อเห็นเซร่ามองตาเขียว
“อืม...งั้นหรือ?”
ฮิเดกิมีสีหน้ายุ่งยากใจ เมื่อรู้ว่าเซร่าต้องทำความสะอาดห้องวิทยาศาสตร์กับคิมหันต์ 2 คนเท่านั้น
“ตอนเย็นฉันมีประชุมซะด้วย เอ.....เอางี้ละกัน เดี๋ยวฉันไปรับที่ห้องวิทยาศาสตร์เลยละกัน ตกลงมั้ย?”
“อืม..ก็ดีเหมือนกัน ขืนอยู่กับนายบ้องตื้นนั่นนานๆ ฉันคงบ้องตื้นตามเขาแน่”
เซร่าพยักหน้าตอบตกลงก่อนจะบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ โดยมีเอริโกะกลั้นยิ้มกับท่าทางของเธอ ส่วนฮิเดกิมองไปทางคิมหันต์อย่างหนักใจ
หลังเลิกเรียนตอนเย็น เซร่ากับคิมหันต์ต่างพากันไปยังห้องพักอาจารย์ เนื่องจากอาจารย์คลอเดียได้สั่งเอาไว้
ทั้งคู่ต่างคนต่างเดินไปด้วยกัน แต่ไม่มองหน้ากันซักนิด คิมหันต์นั้นหน้าตาเรียบเฉย ส่วนเซร่าหน้าตาบูดบึ้งไม่พอใจ เพราะหญิงสาวมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะอยู่ใกล้กับเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงห้องพักอาจารย์ ก็พบว่ายังคงมีนักเรียนบางกลุ่มอยู่ภายในห้อง เซร่ากับคิมหันต์เดินตรงไปหาอาจารย์คลอเดียซึ่งกำลัง นั่งง่วนอยู่กับการตรวจแบบฝึกหัดของนักเรียนที่ทำส่งมา
“อาจารย์คะ/ครับ”
“มาช้าจริงนะ พวกเธอนี่”
อาจารย์คลอเดียเงยหน้าจากกองแบบฝึกหัด สายตาเฉียบคมมองลอดผ่านแว่นกรอบทองของเธอ
“อุปกรณ์วิทยาศาสตร์อยู่ตรงมุมโน่น ฝากไปเก็บด้วย”
อาจารย์คลอเดียบอกทั้งคู่พร้อมกับชี้มือไปยังกองอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มากมายที่ตั้งอยู่มุมห้องพัก
เซร่ากับคิมหันต์มองตามที่อาจารย์ชี้มือไป หญิงสาวนั้นหน้าเสียเพราะว่าอุปกรณ์ค่อนข้างเยอะ และดูเหมือนจะหนักเกินกว่ากำลังของเธอจะยกไปได้
“รีบๆ ไปทำซะจะได้เสร็จไวๆ” อาจารย์คลอเดียสั่งเซร่ากับคิมหันต์ก่อนจะก้มลงตรวจงานแบบฝึกหัดต่อไป
คิมหันต์ตรงเข้าไปยกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์บางส่วนขึ้นมา ส่วนเซร่านั้นสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเดินเข้าไปหยิบแผนผังที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน และกล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีขนาดใหญ่และค่อนข้างหนัก
คิมหันต์นั้นเดินถืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ออกจากห้องไปแบบตัวปลิว ส่วนเซร่าได้แต่ถือของเดินตามออกไปด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
คิมหันต์เดินนำเซร่าออกไปค่อนข้างห่าง หญิงสาวเดินตามไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากของที่อยู่ในมือค่อนข้างหนักพอสมควร พร้อมกับทำหน้ามุ่ย เพราะเซร่ากำลังคิดว่าคงไม่มีทางถือเดินไปถึงห้องวิทยาศาสตร์แน่
คิมหันต์ที่กำลังเดินนำอยู่นั้น หยุดเดินและหันกลับไปมองเซร่า เพราะเห็นว่าเธอเดินค่อนข้างช้าเกินไป ก็เห็นเซร่ากำลังถือของอย่างทุลักทุเล ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินกลับไปหา
“เอามานี่! เธอน่ะถือแค่แผนผังไปละกัน”
คิมหันต์ตรงเข้าดึงกล้องจุลทรรศน์ที่เซร่ากำลังถืออยู่อย่างรวดเร็ว โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับเดินนำต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหญิงสาวมองตามอย่างประหลาดใจ
อีตานี่ ก็มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ....
เซร่าครุ่นคิดในใจก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าเดินตามคิมหันต์ไปให้ทัน เพราะเธอยังไม่ค่อยรู้จักตึกเรียนของที่นี่ดีมากนัก
เซร่าเดินตามคิมหันต์ไปยังห้องวิทยาศาสตร์ซึ่งอยู่ทางด้านปีกตะวันออกของตึก
ขณะที่เดินผ่านนักเรียนที่อยู่ภายในตึก ทุกคนต่างพากันมองเซร่าอย่างแปลกใจปนสงสัย ทำให้หญิงสาวค่อนข้างหงุดหงิดอย่างมาก เพราะเธอไม่เข้าใจถึงความหมายของสายตาในแต่ละคู่ที่จ้องมองเธอ
ส่วนคิมหันต์นั้นสีหน้าเรียบเฉยไม่สนใจนักเรียนที่เดินผ่านเขาไปเลยซักนิด หากแต่สายตาของเขากลับจับจ้องตรงไปยังห้อง 4 B ซึ่งเป็ห้องเรียนของออยเฟ่ย์และเหมันต์ และอยู่ไม่ไกลจากห้องวิทยาศาสตร์
เมื่อเดินผ่านห้อง 4 B คิมหันต์เหลือบสายตามองเข้าไปในห้องเพื่อมองหาออยเฟ่ย์ แต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของเธอ ทำให้เขามีสีหน้าผิดหวังก่อนจะปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว และเดินตรงเข้าห้องวิทยาศาสตร์ไป
เซร่าซึ่งเดินตามมาด้านหลังเห็นคิมหันต์มองเข้าไปในห้อง 4 B เธอจึงมองเข้าไปดูบ้างอย่างสงสัย ว่าคิมหันต์นั้นมองเข้าไปทำไม
ไม่เห็นจะมีอะไรเลย.........แล้วตาบ้องตื้นนั่นมองอะไรนะ
เซร่าครุ่นคิดอย่างแปลกใจก่อนจะรีบเดินตามคิมหันต์เข้าไปในห้องวิทยาศาสตร์ เพื่อนำแผนผังเก็บไว้ในห้อง
ภายในห้องวิทยาศาสตร์เต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย เซร่ากับคิมหันต์เมื่อนำอุปกรณ์เก็บเข้าที่หมดแล้ว ต่างคนต่างก็หยิบไม้กวาดจากตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดภายในห้อง และแยกย้ายกันกวาดคนละที่ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น
เซร่านั้นพยายามเดินหลีกเลี่ยงฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาเวลาไม้กวาดกวาดไปกระทบ เมื่อกวาดห้องเสร็จคิมหันต์นั้นตรงเข้าหยิบไม้ถูพื้นซึ่งมีอยู่อันเดียวก่อนเซร่า และเหลือเพียงผ้าขี้ริ้วสำหรับเช็ดโต๊ะเอาไว้ให้
หญิงสาวมองดูชายหนุ่มที่กำลังถูพื้นอยู่อย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าคนอย่างคิมหันต์จะมีน้ำใจแบบนี้
“นี่นาย! พูดอะไรมั่งสิ”
“จะให้พูดอะไรล่ะ?”
คิมหันต์ย้อนถามกลับเสียงเรียบ แต่มือก็ยังคงถูพื้นด้วยไม้ม็อบต่อไปเรื่อยๆ
“อะไรก็ได้น่ะ” เซร่าเริ่มเสียงขุ่น เมื่อเห็นคิมหันต์พูดจายอกย้อน
“อะไรก็ได้ของเธอน่ะ มันคืออะไรล่ะ?”
คิมหันต์ยังคงย้อนถามกลับอย่างไม่สนใจ เซร่าเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจ เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนจะไร้มนุษยสัมพันธ์มากขนาดนี้มาก่อน
“อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับโรงเรียนนี้น่ะ”
“ฉันไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาเล่าเื่ภายในโรงเรียนให้เธอฟัง ถ้าอยากรู้ก็ไปถามเพื่อนของเธอเอาเอง”
คิมหันต์ซึ่งถูพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงนำไม้ถูพื้นไปซักทำความสะอาดและเดินเอาไปเก็บไว้ในตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
เซร่ารู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของคิมหันต์ เธอเดินถือผ้าขี้ริ้วตรงเข้าไปยืนด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังจัดเก็บไม้ถูพื้นให้เข้าที่อยู่ภายในตู้
“นี่นาย.............”
“ก็ฉันบอกเหตุผลไปแล้วยังไงเล่า!!!!!!!!!”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งแผดดังขึ้นด้านนอกของห้องวิทยาศาสตร์ พร้อมกับฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่ง กำลังเดินตรงเข้ามาที่ห้องนี้ ทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวหันไปมองดูอย่างแปลกใจ
คิมหันต์คุ้นเคยกับเสียงผู้ชายเป็อย่างดี เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาตัดสินใจดึงตัวเซร่าเข้ามาใกล้ และพาหลบเข้าไปอยู่ภายในตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยมีเพียงช่องเล็กๆ ที่สามารถมองลอดผ่านออกมาเห็นเหตุการณ์ด้านนอกได้
“นี่! นายจะ.......อุ๊บ!”
เซร่าร้องออกมาอย่างใที่เขาดึงตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้ เพราะตู้เก็บอุปกรณ์ค่อนข้างแคบ ก่อนจะถูกปิดปากด้วยฝ่ามือหนาใหญ่
“ทำไมเธอถึงพูดไม่รู้เื่นะ!!!”
เสียงของผู้ชายดังเข้ามาในห้องวิทยาศาสตร์ ทำให้ดึงความสนใจของเซร่าไปจากคิมหันต์ และอดไม่ได้ที่จะแอบมองผ่านช่องเล็กๆ ของบานประตูตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เปิดประตูห้องวิทยาศาสตร์เข้ามาค่อนข้างแรง ตามด้วยร่างของหญิงสาวที่ดูบอบบางที่เดินตามเข้ามาด้วยอาการฉุนเฉียว
เซร่าไม่สามารถเห็นหน้าทั้งสองคนชัดได้ เนื่องจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องกระทบกับกระจกด้านหน้า สะท้อนทำให้เห็นหน้าของชายหนุ่มและหญิงสาวไม่ชัดเจนมากนัก
“เหตุผล? เหตุผลอะไร แค่คุณอยากจะเรียนอีกด้านหนึ่งแค่นี้เนี่ยนะ!!!!”
“ออยเฟ่ย์!! ต้องให้บอกกี่ครั้งว่า ผมไม่ชอบเรียนด้านบริหาร ผมอยากเรียนด้านออกแบบภายในน่ะ มันเป็ความใฝ่ฝันของผมมาตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มบอกหญิงสาวอย่างหงุดหงิดใจ
ออยเฟ่ย์ ???เอ..เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนนะ.........
เซร่าครุ่นคิดอยู่ในใจ เมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่กำลังเถียงอยู่กับชายหนุ่มนั้น ชื่อว่าอะไร
“แต่คุณสัญญาว่าจะเรียนต่อด้านบริหารกับฉันนี่คะ เหม คุณลืมไปแล้วหรือ?” ออยเฟ่ย์บอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงน้อยใจที่เห็นเขาล้มเลิกความคิดที่จะเรียนต่อด้วยกัน
“ไม่ใช่ว่าผมลืมนะ เพียงแต่ว่า....บางครั้งผมก็อยากทำตามความ้าของผมบ้าง ไม่ใช่ทำตามความ้าของคนอื่น”
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่ต้องมาอธิบายให้กับออยเฟ่ย์ฟัง
“ฉันไม่เข้าใจ!!! ทำไมคุณถึงต้องไปเรียนด้านออกแบบภายในด้วย ในเมื่อพ่อของคุณก็้าให้คุณสืบทอดกิจการส่งออกไวน์”
“แล้ว...แล้วทำไมคุณถึงต้องดิ้นรนไปเรียนทางอื่น!!!!!”
ออยเฟ่ย์หมดความอดทน ะโใส่หน้าชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คำพูดของออยเฟ่ย์ทำให้สีหน้าของเหมันต์เปลี่ยนไป แววตาของชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้แว่นกรอบสีเงินดูเต็มไปด้วยความโกรธ เหมันต์ไม่ชอบให้ใครมาพูดกับเขาแบบนี้
เพราะชายหนุ่มไม่อยากสืบทอดกิจการของพ่อ เขาอยากเป็สถาปนิกมากกว่าที่จะต้องทำธุรกิจส่งออกไวน์ไปยังประเทศต่างๆ
“ฉันจะเรียนต่อด้านไหนมันก็เื่ของฉัน อย่ายุ่ง!”
เหมันต์ตะคอกใส่ออยเฟ่ย์อย่างไม่เกรงใจ ทำให้หญิงสาวตกตะลึงนิ่งอึ้งไป เพราะตลอดเวลาที่เธอรู้จักกับเหมันต์ เขาไม่เคยมีทีท่าแบบนี้มาก่อน น้ำตาพาลจะไหลรินออกมาจากตา
คิมหันต์และเซร่าที่แอบมองอยู่นั้น ได้ยินทุกคำพูดของเหมันต์และออยเฟ่ย์
ชายหนุ่มกำหมัดแน่นอยู่ภายในตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด เขารู้สึกโกรธที่เหมันต์พูดจาแบบนั้นกับออยเฟ่ย์ เพราะเขารู้ดีว่า คำพูดของเหมันต์มักมีอิทธิพลต่อออยเฟ่ย์เสมอ
ความโกรธที่พุ่งพรวดขึ้นมาของคิมหันต์ทำให้เขาเพิ่มแรงบีบไหล่ของเซร่าที่เขาจับเอาไว้อยู่แน่น
“โอ๊ย!! นายจะบีบไหล่ฉันทำไมห๊า!!!!!!!”
โครม!!! ปึง!!!!!!!!!!! พลั่ก!!!!!!!!!!
เซร่าซึ่งทนไม่ไหว ร้องะโออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนจะสลัดตัวให้หลุดออกจากการจับกุมของคิมหันต์ ทำให้ทั้งคู่เสียหลักพุ่งออกมาจากตู้เก็บอุปกรณ์ และล้มลง
เหมันต์และออยเฟ่ย์ใและยืนมองอย่างตะลึง เพราะไม่คิดว่าในห้องวิทยาศาสตร์จะมีคนอยู่
“อูย.. อ๊ะ...แหะๆ”
เซร่าคลำไหล่ด้านที่คิมหันต์บีบป้อยๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าแอบฟังพวกเหมันต์อยู่ และเมื่อมองเห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองมายังเธอและคิมหันต์ เซร่าก็ได้แต่หัวเราะเฝื่อนๆ
ออยเฟ่ย์นั้นน้อยใจเหมันต์เป็ที่สุด เธอก็หันไปมองเหมันต์ และพบว่าสายตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเ็า
“ตกลงคุณจะเรียนต่อด้านออกแบบภายในจริงๆ รึ?”
ออยเฟ่ย์สะกดกลั้นความเสียใจและน้อยใจที่กำลังพุ่งขึ้นมาในความรู้สึกของเธอ สายตาที่จ้องมองเหมันต์เต็มไปด้วยความน้อยใจ
“ไม่เกี่ยวกับเธอ!!”
เหมันต์ตอบออยเฟ่ย์ด้วยน้ำเสียงเ็า
ออยเฟ่ย์เม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามของเธอ ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งหนีออกจากห้องวิทยาศาสตร์ไปอย่างรวดเร็ว
“ออยเฟ่ย์!!!!!!!!!!!!!”
คิมหันต์ะโเรียกออยเฟ่ย์ที่วิ่งหนีออกไป ก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งตามออกไปอย่างทันที โดยทิ้งเซร่าที่นั่งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าที่มึนงง รวมทั้งเหมันต์ที่ยังคงยืนนิ่งด้วยทิฐิสีหน้าเรียบเฉย
“…………………”
เซร่ายืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยอาการงงๆ ปนไม่เข้าใจ เซร่ารู้สึกแปลกใจที่เห็นเหมันต์ยังคงยืนนิ่งเฉย ไม่ได้ตามออยเฟ่ย์ออกไป
เอ…ดูจากรูปการณ์แล้วสองคนนี้น่าจะเป็แฟนกันนี่นา….
แล้วไหงคนที่ตามผู้หญิงออกไปถึงเป็นายบ้องตื้นนั่นล่ะ
เซร่าขมวดคิ้วและค่อยๆ ประมวลความคิดอย่างช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มซึ่งยังคงยืนอยู่เงียบๆ ด้านหน้าของเธอ
“เธอ? เป็นักเรียนใหม่รึ??”
“คะ?” เซร่าถามเหมันต์ด้วยอาการงงๆ
“เธอเป็นักเรียนใหม่หรือ? ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย”
เหมันต์ถามเซร่าเสียงเรียบๆ แววตาที่อยู่ภายในแว่นกรอบสีเงินเพ่งพินิจดูเธออย่างสงสัย
“อ๋อ! เปล่าค่ะ เพียงแต่..ฉันไม่ได้มาโรงเรียนนานพอสมควร”
เหมันต์มองดูเซร่าพร้อมกับใช้ความคิด เนื่องจากั้แ่เขาได้เป็ประธานนักเรียนมา เขาแทบจะรู้จักนักเรียนที่อยู่ภายในโรงเรียนได้เกือบทั้งโรงเรียน
แต่กับหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขาคนนี้ เหมันต์ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย
“เอ่อ…ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันน่ะค่ะ”
“ช่างเถอะ”
เหมันต์ตัดบท เพราะถ้าหากเขาอยากจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเขานี้เป็ใคร เขาก็สามารถที่จะสืบหาได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อหญิงสาวดูเหมือนไม่เต็มใจจะบอก เขาจึงรักษามารยาทไม่ถามต่อ
“เอ่อ….ตะกี้ ฉันได้ยินแว่วๆ ว่าคุณอยากเรียนต่อด้าน Interior หรือคะ?”
เซร่าคิดว่าเขาคงไม่อยากให้พูดเกี่ยวกับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ดังนั้นเธอเบี่ยงประเด็นด้วยการสอบถามเื่ที่เขาสนใจจะเรียนต่อ
“ใช่! ทำไมรึ??”
เหมันต์ขมวดคิ้ว และนึกอยู่ภายในใจว่าหญิงสาวคนนี้ก็คงไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ เป็แน่
“คือ..พอดีฉันมีญาติที่ทำงานอยู่ด้าน Interior…ดังนั้นฉันเลยคิดว่า หากคุณสนใจเรียนต่อด้านนี้ ฉันอาจจะแนะนำให้คุณลองสอบถามญาติของฉันเพื่อเป็แนวทางในการศึกษาต่อก็ได้นะคะ”
ลุงแองเจลโล่ของซร่ามีฝีมือด้านออกแบบภายในและเปิดบริษัทอยู่ หากชายหนุ่มคนนี้คิดสนใจจะเรียนต่อจริงๆ เธอก็อยากให้ความฝันของเขาเป็จริง
“เธอคิดว่าฉันน่าจะเรียนด้านออกแบบภายในได้รึ??”
เหมันต์ขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ เพราะแทบทุกคนที่เขาได้บอกถึงด้านที่เขาอยากเรียนต่อ ทุกคนต่างคัดค้านเป็เสียงเดียวกัน แต่หญิงสาวคนนี้กลับไม่เหมือนคนอื่น
“อ้าว ก็ตะกี้เห็นคุณบอกว่า สนใจอยากเรียนต่อด้านนี้ไม่ใช่หรือคะ?” เซร่าถามเหมันต์อย่างแปลกใจ
“มันก็ใช่……เพียงแต่ดูเหมือนไม่มีใครสนับสนุนให้ฉันเรียนด้านนี้น่ะสิ” เหมันต์สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงท้ายประโยคปนเยาะเย้ยในชะตากรรมของตัวเอง
“เอ….แต่ถ้ามันเป็ความฝันของคุณ คุณก็น่าจะทำให้มันเป็จริงได้สิคะ?” เซร่ากลอกดวงตากลมโตของเธอมองเหมันต์อย่างสงสัย
“เธอไม่รู้หรอกว่า ฉันน่ะต้องเจอกับอะไรบ้าง หากคิดจะเรียนต่อด้านนี้ ไม่ว่าจะครอบครัวหรือคนรอบข้าง ก็ไม่มีใครเข้าใจฉันสักคน” เหมันต์พูดออกมาน้ำเสียงขมขื่น
“แต่ทุกอย่างมันก็มีทางออก และมีทางแก้ไขได้ไม่ใช่หรือคะ?”
เหมันต์นิ่งอึ้งกับคำพูดของเซร่า เพราะเขายังไม่เคยคิดถึงการหาทางออกสำหรับการแก้ปัญหาที่เขาเผชิญอยู่เลย
เหมันต์เคยชินกับการทำตามคำสั่งของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็พ่อที่คาดหวังให้เขามาสืบทอดกิจการต่อ หรืออาจารย์ที่คาดหวังให้เขาเป็นักเรียนตัวอย่างของโรงเรียน
ภาระที่เขาแบกเอาไว้มันช่างหนักหนาเหลือเกิน ชายหนุ่มอยากมีใครซักคนมาช่วยรับรู้ถึงภาระของเขา แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นใครเลย
แม้กระทั่งออยเฟ่ย์ หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่า คงเป็คนที่แตกต่างจากคนอื่น แต่เธอก็ยังไม่เห็นด้วยกับเขา
“เอ่อ…ฉันก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณมีปัญหาอะไรกับใครบ้าง แต่ฉันคิดว่าหากคุณได้บอกถึงสิ่งที่คุณตั้งใจและ้าจะทำจริงๆ ฉันว่าคงไม่มีใครที่จะตำหนิหรือต่อว่าคุณหรอกนะคะ เพียงแต่คุณได้พูดมันออกไปบ้างหรือยังเท่านั้นเองล่ะค่ะ”
จริงสิ !ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยพูดกับใครจริงจังเกี่ยวกับเื่นี้เลย
ชายหนุ่มคิดอยู่ภายในใจ เพราะทุกครั้งที่คิดจะพูดเื่นี้กับพ่อของเขา เขาก็ไม่สามารถพูดได้ทุกที เพราะดูเหมือนพ่อของเขาจะคาดหวังในตัวของเขามาก
ชายหนุ่มไม่อยากทำให้พ่อต้องผิดหวัง ทำให้เขาต้องฝืนใจทำตามสิ่งที่พ่อสั่งมาโดยตลอด และเป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหมือนไม่เป็ตัวของเขาเอง
“เธอชื่ออะไรนะ?”
“เอ่อ..... มิยาเกะ เซร่าค่ะ
“อืม..งั้นรึ”
ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ และพิจารณาเซร่าอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยคิดจะพูดเื่นี้กับใคร แม้กระทั่งออยเฟ่ย์ แต่กับหญิงสาวตรงหน้า ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่เหมันต์ก็รู้สึกเหมือนกับว่า เขาสามารถที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ได้อย่างเปิดเผยและเป็ตัวของตัวเอง
“เซร่า!!!”
“ฮิเดกิ!!”
เซร่าร้องเรียกฮิเดกิอย่างดีใจ เมื่อเห็นเขามาหาที่ห้องวิทยาศาสตร์ เธอจึงเดินแทรกผ่านเหมันต์ตรงเข้าไปหาฮิเดกิทันที
“อ้าว ประธานฯ มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ?”
ฮิเดกิรู้สึกแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มอยู่ที่นี่ด้วย เหมันต์มองสายตาของชายหนุ่มออกว่า ดูท่าทางหวงเซร่า ทำให้เขาพอจะคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างเซร่ากับฮิเดกิได้
“พวกนายรู้จักกันรึ?”
“ใช่ครับ”
“อืม” เหมันต์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“เซร่ากลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวคุณแม่เธอจะเป็ห่วง นี่ก็เย็นมากแล้วนะ”
ฮิเดกิเตือนเซร่าเพราะขณะนี้เลยเวลาที่เธอต้องกลับบ้านแล้ว
“อุ๊ย! จริงสิ ลืมซะสนิทเลย ขอตัวไปเอาของก่อนนะ”
“ไม่ต้อง! ยัยบ๊อง ฉันเอามาให้เธอแล้ว”
ฮิเดกิฉุดแขนเซร่าเอาไว้ พร้อมกับชูกระเป๋าของเซร่าที่อยู่ในมือของเขาให้เซร่าดู
“โห!! รู้ใจฉันจริงๆ เลยเธอนี่”
เซร่าตาโตมองกระเป๋าของตัวเองก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา และคว้ากระเป๋าของเธอไปถือเอง
“ขอตัวก่อนนะครับ ประธานฯ”
ฮิเดกิหันมาบอกเหมันต์อย่างสุภาพ ก่อนจะฉุดมือเซร่าให้เดินตามไป โดยหญิงสาวยังไม่ทันได้เอ่ยลากับเหมันต์ เธอจึงได้แต่ส่งยิ้มและพยักหน้าให้เป็เชิงขอตัว
เหมันต์มองตามชายหนุ่มและหญิงสาวไปอย่างครุ่นคิด เขาเห็นสายตาของฮิเดกิที่แสดงออกถึงความหึงหวง เขาก็พอจะเข้าใจดีว่าชายหนุ่มรู้สึกเช่นไร
มิยาเกะ เซร่า เธอเป็ใครกันนะ
ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย