
....ภายใน หอพิพากษาสำนัก แสงไฟจากคบเพลิงสลัวสะท้อนเงาบนผนังหิน ทำให้บรรยากาศขึงขังและเย็นเยียบ ราวกับทุกลมหายใจถูกพันธนาการด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น
เมื่อบานประตูหินหนักค่อยๆ เปิดออก เสียงก้าวเท้าองครักษ์เกราะดำสิบคนกระแทกพื้นดังก้อง พวกมันกดบ่าหลินเซียนแน่นจนถูกบังคับให้คุกเข่าลงบนลานพิพากษาอันกว้างใหญ่
เบื้องสูงสุดของแท่นหินดำประดับหยก เ้าสำนักชุดคลุมสีครามเข้มประทับนั่ง ดวงตาเรียบเฉย แต่แฝงแรงกดข่มที่ทำให้แม้กระทั่งอากาศรอบตัวสั่นสะท้าน
สองข้างล่างลงมา อาจารย์เฉิงเสิน และ อาจารย์จื่อหยง นั่งขนาบซ้ายขวา
อาจารย์เฉิงเสินมีใบหน้าคมคายแฝงรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาเหมือนมองทุกคนต่ำต้อยกว่าตน
ส่วนอาจารย์จื่อหยงนั้นสายตาเ็า ดั่งเฝ้าสังเกตโดยไร้อารมณ์
ด้านข้างอีกชั้นคือ ผู้าุโทั้งสาม ผู้ชรานั่งเรียงราย เคราขาวสะบัดตามลมปราณที่พัดไหว บรรยากาศเคร่งขรึมเต็มไปด้วยอำนาจเก่าแก่
หลินเซียนถูกองครักษ์เกราะดำกดคุกเข่าลงตรงกลางลานหินเย็นเฉียบ เืที่มุมปากยังไม่แห้งสนิท หัวใจเต้นแรง แต่สายตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
หลินเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาอิดโรยแต่ยังพอมีประกายความหวังอยู่เล็กน้อย... เมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตา อาจารย์เฉิงเสิน ผู้ที่เขาเคารพบูชาและยึดมั่นเสมอมา กำลังนั่งอยู่ข้างเ้าสำนัก
“ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่... อย่างน้อยท่านต้องเชื่อใจข้า ท่านจะช่วยข้าแน่...”
ความคิดดังพลุ่งพล่านในใจเขา
ทว่าเวลาค่อยๆ ผ่านไป เฉิงเสินเพียงนั่งนิ่ง แววตาเ็าเหมือนมองคนแปลกหน้า ราวกับไม่เคยมีความผูกพันใดๆ กับศิษย์ผู้นี้มาก่อน
เสียงเคาะไม้พิพากษาดัง “ก๊อก!” ก้องสะท้อนทั้งหอ
เ้าสำนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นต่ำ
“หลินเซียน... เ้าถูกกล่าวหาว่าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และดูิ่กฎแห่งสำนัก เ้าจะมีสิ่งใดแก้ต่างหรือไม่?”
หลิวเซี่ยงที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบชิงโอกาส หมอบคุกเข่าทำทีเป็ผู้น้อยผู้ซื่อสัตย์ เสียงเจื้อยแจ้วเต็มไปด้วยเล่ห์กล
“เรียนเ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้เกรี้ยวกราดไร้มารยาท ขัดขืนคำสั่ง ไม่เห็นหัวผู้ใด กระทั่งยังลงมือทำร้ายข้า! หากมิลงโทษอย่างรุนแรง เกรงว่าสำนักเราจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ และข้าจำเป็ต้องเอาความนี้ไปแจ้งแก่ท่านเสนาบดีบิดาข้า”
คำพูดประหนึ่งมีดกรีดกลางใจหลินเซียน เสียงหัวเราะกดข่มของเฉิงเสินดังแทรกขึ้นทันที
“ฮึ... ขยะที่แค่บังเอิญโชคดีนิดหน่อยเลื่อนมาเป็ขั้น 2 ปราณพื้นฐาน คิดว่าตนเป็ใครกัน ถึงกล้าเหิมเกริมเช่นนี้?”
ผู้าุโผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ แววตาแฝงประกายครุ่นคิด มิได้กล่าวเสริม แต่กลับทำให้บรรยากาศหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
หลินเซียนเงยหน้าขึ้น แม้ถูกกดไว้จนเ็ป แต่ดวงตายังคงลุกโชน
“เรียนที่เ้าสำนักและผู้าุโทุกท่าน หากศิษย์ผิดจริง ข้ายอมรับโทษ... แต่เหตุการณ์วันนี้ ข้ามิอาจก้มหัวให้กับความเท็จ!ได้ขอรับ”
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาดังสะท้อนทั้งหอพิพากษา องครักษ์เกราะดำกดแรงลงบนบ่าเขามากขึ้น ราวกับหวังบดขยี้ให้ร่างนั้นแตกสลาย
สายตาของเ้าสำนักกวาดมองทุกคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่หลินเซียน... ความเงียบอันเย็นเยือกปกคลุมทั้งลาน ดั่งพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว
เสียง อาจารย์จื่อหยง ดังขึ้นอย่างเฉียบขาด
“เรียนเ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้ไม่เพียงก่อเื่วิวาทกับหลิวเซี่ยง หากแต่ยังเคยใช้ วิชากระบี่เซียน ฟันใส่ข้าโดยตรง!”
หลินเซียนใ ดวงตาเบิกกว้าง รีบโต้กลับเสียงสั่นเครือ
“ไม่จริง! ตอนนั้นข้ากำลังฝึกกระบี่อยู่ในลานฝึก อาจารย์จื่อหยงเดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว ข้าจึงเก็บกระบี่ไม่ทัน! ข้าไม่มีทางคิดทำร้ายอาจารย์แน่!”
แต่เ้าสำนักกลับเคาะไม้พิพากษาดังสนั่น น้ำเสียงเย็นเยือก
“นอกจากทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก เ้ายังกล้าจะสังหารอาจารย์ของตน...ไอ้ศิษย์เนรคุณ!
เ้าไม่รู้หรือว่าคนผู้นี้เป็ถึงลูกเสนาบดีหลิวผู้ยิ่งใหญ่ เ้ายังคิดจะอาศัยอำนาจคุ้มกฎสำนักช่วยปกป้องเ้า?"
"บาปนี้จะปล่อยผ่านมิได้!”
หัวใจหลินเซียนหล่นวูบ ดวงหน้าซีดเผือด แต่ยังคงมองไปที่เฉิงเสินด้วยความหวังครั้งสุดท้าย
“อาจารย์... ได้โปรดเถิด! ท่านย่อมรู้จักข้ามานาน ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อท่าน ท่านจะไม่พูดแทนข้าสักคำเลยหรือ?”
คราวนี้ เฉิงเสินจ้องมองเขานิ่ง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่แทงทะลุหัวใจยิ่งกว่าใบมีดใดๆ
“หลินเซียน... เ้ารู้หรือไม่ คัมภีร์กระบี่เซียนที่ข้ามอบให้ นั่นคือสิ่งที่ข้าเห็นว่าเ้าเป็ศิษย์ที่ข้าไว้วางใจที่สุด ข้าถึงยอมมอบมันให้... แต่วันนี้ เ้ากลับใช้มันหันคมใส่อาจารย์ตนเอง หัวใจเ้าทำด้วยอะไร! เ้ายังสมควรเรียกข้าว่าอาจารย์อีกหรือ?”
ถ้อยคำแต่ละคำเหมือนฟ้าผ่ากลางอก หลินเซียนตัวสั่นงันงก ความสิ้นหวังสุมแน่นในทรวง
เขาะโโต้กลับด้วยเสียงสั่นเครือ
“ท่านอาจารย์! วิชากระบี่นี้ข้าฝึกเพราะอยากสืบทอดเจตจำนงของท่าน ไม่ใช่หันมาทำร้ายใครสักคน! ทำไมท่านถึงไม่เชื่อใจข้าเลย... ทำไมท่านถึงตัดสินข้าเหมือนคนแปลกหน้า...?”
“ท่านอาจารย์! เรารู้จักสนิทสนมกันมาหลายปี เหตุใดท่านถึงฟังความเพียงด้านเดียว! เหตุใดไม่ยอมฟังข้าอธิบายบ้างเลย!!”
แต่อาจารย์เฉิงเสินกลับลุกขึ้น หันหลังเดินจากไปอย่างเฉยชา ทิ้งเพียงความว่างเปล่าไว้กลางอกศิษย์
เสียงนั้นก้องสะท้อนในโสตประสาท หลินเซียนเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางอก
เืในกายพลันร้อนระอุ เขาะโโต้เถียง น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อาจารย์ที่ข้ารักเคารพที่สุด บัดนี้ เขาทอดทิ้งข้าเหลือเพียงความว่างเปล่าอันเ็าไว้ให้ข้าผู้เป็ศิษย์ที่ยังคุกเข่าอยู่
เ้าสำนัก แค่นลมหายใจเย็นเยียบ พลันประกาศเสียงดังก้อง
“หลินเซียน มีความผิดครบทุกข้อ ลงโทษขับออกจากสำนัก เฆี่ยนห้าสิบไม้ ล่ามโซ่ขังไว้คุกใต้ดินชั่วกาล อย่าให้มันได้ก้าวออกมาเห็นแสงอรุณอีก!”
สิ้นคำตัดสิน เหล่าผู้าุโที่นั่งแท่นตัดสินทุกคนลุกออกจากแท่นและกำลังเดินออก
หลิวเซี่ยงยิ้มดีใจมากก้มศรีษะโค้งคำนับเ้าสำนักอย่างนอบน้อม
หลินเซียนกำหมัดแน่น เืไหลออกจากริมฝีปาก สายตาเต็มไปด้วยความช็อค ความเสียใจ และความแค้นที่แผดเผาหัวใจ
“พวกท่าน...ยังมีจิติญญาความเป็ครูอยู่อีกไหม!!”
"อย่างเ้า ไม่ต้องมาสอนข้าๆถ่ายทอดวิชามาทั้งชีวิต" เสียงผู้าุโผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ
"ขยะ ยังไงก็คือขยะ หึ! ไม่ควรรับมันเข้าสำนักมาั้แ่แรก" เสียงบ่นพรึมพรำของผู้าุโอีกคนหนึ่ง
หลินเซียนมองหน้าพวกมันอย่างเจ็บแค้นถึงที่สุด ก่อนที่จะถูกลากออกไปเฆี่ยนประจานตรงกลางลานของสำนัก
...ความมืดหนาทึบคล้ายกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เพดานต่ำและชื้นแฉะ น้ำสกปรกหยดลงมาจากหิน้าเป็จังหวะ ติ๋ง... ติ๋ง... กลิ่นเหม็นเน่าของเืเก่าผสมกับสนิมเหล็กอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก
ร่างของ หลินเซียน ถูกโซ่เหล็กเส้นหนาล่ามตรึงไว้กับกำแพง ข้อมือแตกยับ เืสดไหลปนกับสนิมแดงคล้ำ ความเ็ปจากแผลเฆี่ยนทั่วร่างยังคงรุนแรงทุกครั้งที่เขาขยับ
ชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ที่ครั้งหนึ่ง อาจารย์เฉิงเสิน เคยมอบให้เป็สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิ บัดนี้ขาดวิ่นเป็เศษผ้า มีแต่คราบเืเกรอะกรังเปื้อนปะปนกับโคลนสกปรกของคุกใต้ดิน จนแทบมองไม่ออกว่านั่นเคยเป็ชุดที่สง่างามเพียงใด
ทุกครั้งที่สายตาเหลือบมองเศษผ้าขาดๆ บนกาย ความทรงจำในวันที่อาจารย์มอบมันให้ยังผุดขึ้นชัดเจน
เสียงอาจารย์วันนั้นบอกว่า “เ้าคือศิษย์ที่ข้าไว้ใจที่สุด”
แต่วันนี้... คำพูดเ็ากลับก้องซ้ำ “หลินเซียน เ้ามันศิษย์เนรคุณ”
หลินเซียนหัวเราะเบาๆ เสียงแห้งแตกปนเื กลายเป็เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง
“หึ... ฮะฮะ... พวกมันเขียนข้าด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า”
"มันมองข้าเป็ขยะมาตลอด ฮะฮะฮะฮะ" เขาหัวเราะเบาๆราวกับคนเสียสติ
หยดน้ำตาไหลปนเืบนแก้ม ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ แข็งกร้าว แสงสลัวในคุกสะท้อนดวงตาที่เริ่มเปล่งประกายแค้นลึก
“ก็ได้... หากความสัตย์จริงไม่มีค่า... ข้าจะสร้างความจริงขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง... และสักวันพวกเ้าทุกคน...จะต้องได้ชดใช้!”
เสียงโซ่เหล็กที่ขยับดัง กรุ๋งกริ๋ง ไปทั่วคุกใต้ดิน ราวกับสัญญาแห่งความมืดกำลังถูกสลักลงในชะตาของเขา....
