ริโอะสอดแขนใส่ในเสื้อของชุดนักเรียนโรงเรียนเบลต์ลัม
บัดนี้เด็กชายกำลังเดินตามทางเดินของอาคารเรียนโดยมีอาจารย์เซเรียเป็ผู้นำทาง
“ชุดนักเรียนใส่สบายไหมคะ?”
เซเรียหันหน้ามาถามริโอะ ขณะที่เดินเคียงกัน
“ก็ดีนะครับ เนื้อผ้าแข็งแรงดี ใส่แล้วเดินเหินสะดวกดีครับ”
ริโอะตอบแล้วสำรวจเนื้อผ้าก่อนจะลองขยับแขนทั้งสองข้างดู
“นักเรียนหลายๆ รุ่นเสนอขอให้ทำเครื่องแบบแบบนี้น่ะค่ะชุดนี้ใส่ต่อสู้ได้ด้วยนะคะ”
“อย่างนั้นเองเหรอครับ ดีไซน์เลยเหมือนกับชุดอัศวินสินะครับ”
“เท่ดีใช่ไหมละคะ? ชุดของผู้หญิงก็น่ารักนะคะฮิฮิ”
เซเรียยิ้มแบบขี้เล่น
“อ่ะ แหะๆๆ”
ริโอะหัวเราะแบบเจื่อนๆ
เขาไม่ค่อยสนใจเื่ชุดนักเรียนหญิงเท่าไรจะว่าไปแล้วเครื่องแบบของที่นี่ก็เท่ดีจริงๆแหละ
เหมือนที่ริโอะบอกเครื่องแบบนักเรียนที่นี่คล้ายคลึงกับชุดของเหล่าอัศวินนักเรียนชายใส่กางเกงขายาวส่วนนักเรียนหญิงนุ่งกระโปรง ดีไซน์จะแตกต่างกันไปตามเพศแต่ความสามารถในการใช้งานไม่ต่างกันมาก
“ถึงแล้วค่ะ”
เมื่อเดินไปคุยไปกับเซเรียได้ไม่นานก็มาหยุดยืนกันอยู่ตรงหน้าห้องเรียนห้องหนึ่ง
เื้ัประตูบานนี้เด็กๆต้องกำลังเสียงดังกันอยู่แน่ๆ
ข้างในห้องคงจะมีลูกขุนนางนิสัยแปลกๆจับกลุ่มคุยกันจ้อกแจ้กก่อนชั่วโมงโฮมรูมแน่นอน
(ที่นี่เหรอ)
เด็กชายพยายามจดจำทางเดินมาโดยตลอดนับั้แ่ที่เหยียบเข้ามาในโรงเรียนจนถึงห้องเรียนนี้เพื่อที่เขาจะได้ไม่หลงทางหากต้องเดินมาเองั้แ่พรุ่งนี้
“ท่าทางคุณไม่ตื่นเต้นเลยนะคะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”
ริโอะยักไหล่ปฏิเสธ
“จริงเหรอ? ดูคุณไม่แสดงอารมณ์อะไรเลยนะคะ”
“หลายคนก็บอกแบบนี้มาั้แ่สมัยผมอยู่สลัมแล้วล่ะครับ”
ริโอะยิ้มแห้งๆ ตอบ
“งั้นเหรอ... ช่างมันเถอะค่ะ เข้าห้องกันดีกว่า”
เซเรียพูดแล้วเปิดประตู
ทันใดนั้นห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายของนักเรียนก็พลันเงียบสงัดลงทันที
“อรุณสวัสดิ์ค่ะนักเรียนั้แ่วันนี้ไปห้องเรียนของเราจะมีนักเรียนใหม่มาเพิ่มนะคะ เข้ามาสิจ๊ะ ริโอะ”
เซเรียกล่าวเมื่อยืนอยู่บนแท่นหน้าชั้นเรียน
“ขออนุญาตเข้าห้องครับ”
ริโอะก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะมาสมทบกับเซเรีย
ห้องเรียนที่เขาเห็นนั้นใหญ่โตราวกับเป็ฮอลล์ขนาดเล็กก็ไม่ปาน
เมื่อมองจากแท่นหน้าชั้นเรียนแล้วจะเห็นที่นั่งของนักเรียนเรียงรายเป็ระเบียบเหมือนที่นั่งในห้องประชุม
ใน 1 ชั้นปีประกอบด้วย 3 ห้องเรียน ใน 1ห้องเรียนจะมีนักเรียนประมาณ 40 คน
ริโอะราวกับถูกสายตาของทั้งห้องทิ่มแทงเข้ามาในร่างกายเมื่อเขาขึ้นมายืนบนแท่นหน้าห้องเรียน
พลันเสียงซุบซิบนินทาเล็กก็ค่อยๆดังขึ้นจากแต่ละมุมของห้องจนขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“อ่อ ไอ่เนี่ยเหรอเด็กกำพร้าที่ย้ายมาใหม่”
“เด็กกำพร้าเหรอ? ชนชั้นต่ำแบบนั้นก็เข้าเรียนที่นี่ได้ด้วย?”
“อ๋อ ข้าได้ยินมาจากท่านพ่อว่ามันสร้างผลงาน ก็เลยได้เข้าเรียนน่ะ”
“มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า?”
นักเรียนชายหลายคนพูดราวกับเห็นริโอะเป็ของแปลกดูเหมือนว่าข่าวลือเื่ที่มีเด็กกำพร้าเข้ามาเรียนจะกระจายไปเร็วมาก
ส่วนด้านหนึ่ง
“ผมสีดำเหรอ แปลกจังเลย”
“คิดอยู่ว่าคนมาใหม่จะเป็พวกประหลาดๆแบบไหน”
“หน้าหวานกว่าที่คิดนะเนี่ย”
“ถ้าจับแต่งใส่กระโปรงกับวิกต้องเหมือนผู้หญิงแน่ๆ!”
“อืม... หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่เป็เด็กกำพร้านี่สิ!”
พวกผู้หญิงต่างวิจารณ์และพูดถึงหน้าตาของริโอะ
สำหรับริโอะแล้วปฏิกิริยาของคนพวกนี้ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี
สงสัยเพราะถูกผู้ปกครองเสี้ยมสอนมาให้ดูถูกคนจนสายตาของเด็กเหล่านี้ที่มองมายังริโอะจึงเป็สายตาที่แบ่งชนชั้น
“เงียบค่ะทุกคน! แนะนำตัวหน่อยจ้ะ”
เซเรียมองไปรอบๆ ห้องแล้วถอนหายใจอย่างระอาก่อนเอ่ยขึ้น
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนกระซิบกระซาบกันอีก ริโอะจึงเริ่มเอ่ย
“กระผมชื่อริโอะครับกระผมเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณขององค์าาฟิลลิปมีอีกหลายเื่ที่กระผมไม่ถนัด ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
ริโอะโค้งต่ำมากขณะแนะนำตัว
การแนะนำตัวของริโอะนั้นเพอร์เฟกต์ ไม่ใช่สิ ดูดีเกินกว่าจะเป็การแนะนำตัวของเด็ก7 ขวบ
แต่สำหรับพวกลูกหลานขุนนางแล้ว ระดับนี้จึงถือว่าปกติซีเรียจึงเป็คนสอนเขาเอง
เดาไว้ไม่มีผิดเขาคิดว่าถ้าจะแนะนำตัวให้กับลูกขุนนางคงต้องถ่อมตัวไว้ก่อน
“อืม... มารยาทขั้นต่ำถือว่าผ่าน”
“อุ๊ย... มันพูดจาเหมือนคนใช้ก็เป็นี่”
“เด็กกำพร้าพูดแบบนั้นก็เป็เหรอเนี่ย”
แต่อย่างน้อยการเลือกใช้คำของเด็กชายก็ไม่ถูกตำหนิ
ถึงกระนั้นก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะปรบมือให้ริโอะ
ราวกับพวกเขากำลังดูชมสัตว์ประหลาดหายาก
นี่มันดูถูกริโอะชัดๆ!
จนถึงเมื่อวานริโอะมีฐานะเป็แค่เด็กกำพร้าในสายตาเด็กเหล่านี้แต่พอมาวันนี้ถึงริโอะจะอยู่ในโรงเรียนเดียวกันกับพวกเขาพวกเขาก็ไม่ได้นับว่าริโอะอยู่ในระดับเดียวกันอยู่ดี
(เราต้องอยู่ที่นี่ไปอีก 6 ปีเลยเหรอเนี่ย)
ริโอะลอบถอนหายใจเพราะโรงเรียนแห่งนี้ไม่น่าอยู่เอาซะเลย
ถึงแม้ว่าต่อจากนี้ไปเด็กชายจะไม่ต้องกังวลเื่อาหารการกินที่ซุกหัวนอนหรือเสื้อผ้าแล้วก็ตามแต่เมื่อนึกถึงอนาคตข้างหน้าแล้วก็รู้สึกท้อแท้ใจ
(แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ในสลัมแบบเมื่อก่อนละกันนะเราจะเรียนเื่ที่จำเป็ต้องใช้ให้หมดเลย!)
ถ้าไม่จำเป็เราคงไม่มาโรงเรียนแบบนี้หรอก
ริโอะรู้ดีว่าความรู้นั้นสำคัญแค่ไหน
หากไม่มีความรู้และความสามารถก็เลือกงานที่จะทำไม่ได้
และไม่มีใครรู้ด้วยว่าในอนาคตเราต้องนำความรู้อะไรไปใช้บ้าง
ในเมื่อเรามีโอกาสได้เข้าโรงเรียนนี้แล้วเราก็จะใช้ประโยชน์จากที่นี่ให้มากที่สุด
เมื่อเงยหน้าขึ้นจากการโค้งทักทายแล้ว ริโอะก็มองไปรอบๆ ห้อง
ทันใดนั้นเอง
(หืมมม?)
ในบรรดาสายตาทั้งหลายที่มองมาจากเพื่อนร่วมห้องนั้นริโอะสะดุดเข้ากับสายตาคู่หนึ่ง
สายตาคู่นั้นอยู่บริเวณหน้าต่างหลังห้องเ้าของสายตาคู่นั้นมีเรือนผมสลวยยาวสีม่วงอ่อน เธอติดกิ๊ฟไว้ตรงกลางหลังศีรษะ
ถัดจากเ้าของสายตาเป็เด็กหญิงผมลอนสีทอง
หญิงผมสีม่วงอ่อนผู้นั้นคือคริสติน่า เบลต์ลัมต์นั่นเอง
คริสติน่าจ้องหน้าริโอะเขม็ง พร้อมทำเสียง “ฮึ”ฮึดฮัดขึ้นจมูกและเบือนหน้าหนี
คริสติน่าคงจะรังเกียจเรามากสินะ
ก็เข้าใจได้นะเพราะตอนเจอกันครั้งแรกก็ไม่ใช่ความทรงจำที่ดีเท่าไร
(อย่ายุ่งด้วยดีกว่า คริสติน่าก็คงคิดเหมือนเรา)
แน่นอนอยู่แล้วว่าคริสติน่าจะรู้สึกไม่ดีกับริโอะส่วนริโอะเองก็ไม่ได้อยากจะเกี่ยวข้องกับเ้าหล่อนเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้น ั้แ่วันนี้ไปริโอะคือสมาชิกอีกคนหนึ่งในห้องของเรานะจ๊ะเพื่อนก็คงจะยังไม่ชินกับอะไรหลายๆอย่างถ้าเพื่อนถามหรือเพื่อนลำบากก็ช่วยหน่อยนะจ๊ะ”
เซเรียพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดในห้องเรียน
แต่กลับไม่มีใครตอบรับ อาจารย์สาวจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
“ริโอะเลือกที่นั่งว่างๆได้ตามใจชอบเลยนะจ๊ะที่นั่งที่เธอเลือกจะเป็ที่นั่งประจำตลอดทั้งเทอมอาจารย์แนะนำให้เธอนั่งข้างหน้านะ”
เซเรียแนะนำให้ริโอะนั่งข้างหน้าเพื่อเธอจะได้ดูแลง่ายๆ
“ครับ งั้นผมนั่งตรงนี้นะครับ”
ริโอะเลือกที่นั่งข้างหน้าแล้วหย่อนตัวลงนั่ง
“วันนี้อาจารย์ไม่มีอะไรพิเศษงั้นเรามาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่า”
◇ ◇ ◇