ลานประลองเงียบลงเล็กน้อย สายตานับร้อยคู่จับจ้องไปยังทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันกลางสนาม ไป๋ซียืนสงบนิ่ง กระบี่ในมือสะท้อนแสงอาทิตย์บาง ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอ ตรงกันข้ามกับฉางเซี่ยที่ยืนอย่างมั่นใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
“เริ่มได้”
สิ้นเสียงประกาศ ฉางเซี่ยก็พุ่งเข้าใส่ทันที ร่างของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับเงาที่ไถลไปกับพื้น มือขวาฟาดตรงเข้าหาลำตัวของไป๋ซีอย่างแม่นยำ ไป๋ซีขยับเท้าเพียงเล็กน้อย ก่อนยกกระบี่ขึ้นรับ
เคร้ง!
เสียงปะทะดังขึ้นคมชัด แรงกระแทกส่งให้ชายเสื้อของทั้งสองสะบัดไปคนละทิศ ไป๋ซีถอยหลังครึ่งก้าว ส่วนฉางเซี่ยชะงักเล็กน้อย
“อืม… รับได้งั้นหรือ”
ไป๋ซีไม่ตอบ นางพลิกข้อมือแล้วแทงกระบี่ออกไปต่อเนื่องสามจังหวะ รวดเร็วและแม่นยำ ฉางเซี่ยเบี่ยงตัวหลบสองครั้ง ก่อนยกแขนกันครั้งที่สาม
เคร้ง!
แรงสั่นะเืส่งผ่านขึ้นมาถึงแขนของเขา
“ถือว่าไม่เลว…”
ทั้งสองเริ่มปะทะกันถี่ขึ้น เสียงกระบี่กระทบกันดังต่อเนื่อง เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ไป๋ซีเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เท้าก้าวเบาแต่มั่นคง กระบี่ในมือราวกับเคลื่อนตามใจคิด ฉางเซี่ยเองก็เริ่มปรับจังหวะ รับและสวนกลับอย่างแม่นยำ ทั้งสองผลัดกันรุกและรับ ภาพการต่อสู้ดูสูสีอย่างยิ่ง
ไป๋ซีหมุนตัวฟาดกระบี่เฉียงขึ้นจากล่างสู่บน ฉางเซี่ยยกแขนรับ แต่ปลายกระบี่เฉียดผ่านชายเสื้อเขาไปเล็กน้อย ผ้าขาดเป็เส้นบาง เขาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนหรี่ตาลง
“หึ… ดูถูกไม่ได้จริง ๆ”
เขาถอยออกมาเล็กน้อย จากนั้นพลังปราณเริ่มไหลเวียนรอบตัวอย่างชัดเจนขึ้น แรงกดดันแผ่ออกมา ผู้ชมรอบข้างเงียบลงทันที ไป๋ซีรับรู้ได้ นางกระชับกระบี่แน่นขึ้น
“เอาจริงแล้วสินะ…”
ฉางเซี่ยยิ้มบาง
“ข้าเล่นกับเ้ามาพอแล้ว!”
ฟึ่บ!
ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิมเร็วกว่าเดิมมาก ไป๋ซีเบิกตาเล็กน้อย ก่อนรีบยกกระบี่ขึ้นกันทันที
เคร้งง!!
แรงปะทะครั้งนี้หนักกว่าเดิมหลายเท่า แขนของนางชาจนสั่น ร่างถอยหลังไปหลายก้าว แต่ยังไม่ทันตั้งหลัก ฉางเซี่ยก็โผล่มาอีกด้านแล้วโจมตีต่อเนื่อง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
จังหวะเร็วขึ้น แรงมากขึ้น ไป๋ซีเริ่มถูกกดดัน ฝีเท้าถอยร่นทีละก้าว
“นางดูมีฝีมืออยู่ทีเดียว แถมวิชากระบี่ของนางยังดูประหลาด แต่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วมาก” ไป๋เยว่พูดขึ้นหลังดูการต่อสู้มาสักพัก
หลินเทียนมองนิ่ง ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร
ไป๋ซีสูดหายใจลึก สายตานิ่งขึ้น ก่อนขยับเท้าหลบเฉียงหนึ่งจังหวะ แล้วสวนกลับทันที
ฉับ!
กระบี่แทงสวนเข้าไปอย่างแม่นยำ ฉางเซี่ยเบี่ยงตัวหลบ แต่ปลายกระบี่เฉียดแก้มเขาไปเล็กน้อย เืซึมออกมาเป็เส้นบาง
เขาชะงัก มือแตะที่แก้มของตนเอง เมื่อเห็นเื แววตาก็เปลี่ยนไปทันที ความเ็ากลายเป็แข็งกร้าว
“หึ… ดี ทำให้ข้าลงมือเต็มที่ได้”
เสียงของเขาต่ำลง
“เ้าทำให้ข้าต้องเอาจริงแล้วจริง ๆ”
ครืน!
พลังปราณปะทุออกมาอีกครั้ง คราวนี้หนักกว่าเดิมอย่างชัดเจน ฝุ่นบนพื้นลอยขึ้น เสื้อผ้าของทั้งสองสะบัดแรง ไป๋ซีหรี่ตาแน่น จับกระบี่มั่นคง แม้แรงกดดันจะเพิ่มขึ้น แต่แววตาของนางยังไม่สั่นไหว
ฉางเซี่ยพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไป๋ซีที่ตั้งตัวอยู่นางก็แทบจะรับการโจมตีและแรงปะทะไม่ไหว ก่อนจะถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าว ทั้งสองพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง การต่อสู้เป็ไปอย่างต่อเนื่อง ไป๋ซีรับการโจมตีได้อย่างฝืน ๆ
ฉางเซี่ยไล่กดดันไม่หยุด กระบี่ในมือของเขาฟาดออกเป็จังหวะหนักหน่วงสลับรวดเร็ว ราวกับคลื่นพายุที่ซัดเข้าหาฝั่งไม่หยุดยั้ง ไป๋ซีต้องยกกระบี่ขึ้นรับครั้งแล้วครั้งเล่า
เคร้ง! เคร้ง!
แรงปะทะแต่ละครั้งทำให้แขนของนางสั่นะเื ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น ฝีเท้าค่อย ๆ ถอยร่นโดยไม่รู้ตัว
ฉางเซี่ยหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนจะเร่งจังหวะอีกขั้น เขาพุ่งเข้าประชิดอย่างฉับพลัน กระบี่ฟันลงจาก้าอย่างรุนแรง
เคร้งง!!
แรงกระแทกส่งผ่านลงมาจนนางแทบทรุด ไป๋ซีฝืนรับไว้ แต่ร่างกลับเสียสมดุล ก่อนจะถูกแรงสะท้อนผลักกระเด็นออกจากวงต่อสู้
นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งท่าอีกครั้ง
“ทนการโจมตีข้าดีนี่” ฉางเซี่ยพูดพร้อมยิ้ม สายตาเหยียดหยาม ก่อนจะพุ่งกระบี่ลงมาอีกครั้ง
ไป๋ซีที่าเ็และตามความเร็วของเขาไม่ทัน หลบได้แต่ไม่หมด ปลายกระบี่ของฉางเซี่ยฟันไปถูกสร้อยที่คอของไป๋ซีก่อนจะหลุดกระเด็นออกมา
จู่ ๆ พลังบางสายก็แผ่ออกมาจากร่างของนาง
ฉางเซี่ยและผู้าุโของสำนักต่าง ๆ ชะงักไปก่อนจะพึมพำขึ้นมา
“ไอเย็นแบบนี้… อย่าบอกนะว่านางจะมีกายพิเศษ?!”
ผู้าุโของสำนักเต๋าเอ่ยขึ้น คนอื่น ๆ เองก็คุยกันไปมา เสียงซุบซิบดังระงม
หลินเทียนที่มองอยู่ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะทำสายตาจริงจังเล็กน้อย แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ
ไป๋เยว่ที่เห็นอย่างนั้น นางจึงถามหลินเทียนขึ้นมา
“ท่านสนใจนางงั้นรึ? แต่ข้าว่าอย่าดีกว่า กายพิเศษนั้นหายากยิ่ง ถ้าพวกตาแก่โลภมากพวกนั้นเห็นแบบนี้แล้ว คงจ้องจะพาตัวนางไปแน่ หากเข้าไปยุ่งเกี่ยว รับรองต้องเกิดการฆ่าฟันขึ้นแน่นอน”
หลินเทียนไม่ตอบทันที เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ข้าไม่คิดจะแย่งใครหรอก… เพราะนางคือศิษย์ของข้าเอง”
ไป๋เยว่และคนของนางชะงักไป ก่อนที่ไป๋เยว่จะพูดขึ้นอย่างเป็ห่วง
“ถ้าเป็เช่นนั้น… ท่านคงเจอปัญหาใหญ่แล้ว”
นางพูดก่อนจะมองลงไปทางสนาม
ไป๋ซีนิ่งไป นางรู้สึกถึงพลังบางสายที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง กำลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ราวกับมีสายธารเย็นเยียบไหลผ่านเส้นลมปราณทุกสาย
นางสูดหายใจลึก ก่อนจะยกกระบี่ขึ้นตั้งท่าอีกครั้ง
ฉางเซี่ยที่เห็นอย่างนั้นก็ตั้งท่าเช่นกัน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจัง
การปะทะรอบใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น
ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง
เสียงปะทะของกระบี่ดังสะท้อนก้องไปทั่วสนาม
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
คราวนี้การเคลื่อนไหวของไป๋ซีเปลี่ยนไป นางไม่ถอยเหมือนก่อนอีกแล้ว ฝีเท้าเบาแต่มั่นคง ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านอย่างเงียบงัน
ฉางเซี่ยฟันลงอย่างรุนแรง แต่นางเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อย ก่อนสวนกลับทันที
เคร้ง!
แรงปะทะกระจายออกเป็คลื่นพลัง ทั้งสองถอยออกมาครึ่งก้าว แต่ยังไม่เสียจังหวะ
ไป๋ซีแทงกระบี่ต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ฉางเซี่ยต้องยกกระบี่ขึ้นรับเต็มแรง สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
ทั้งสองแลกกระบวนท่ากันอย่างดุเดือด ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบอย่างชัดเจนอีกต่อไป
ฝุ่นใต้เท้าปลิวกระจายทุกย่างก้าว พลังปราณปะทะกันเป็ระลอก
ก่อนที่ทั้งสองจะผละออกจากวงต่อสู้พร้อมกัน
“เป็ไปไม่ได้! แกไม่มีทางจะสูสีกับข้าที่เป็ถึงขั้น 8 ได้ จะมาแพ้ให้กับแกที่เป็แค่ขั้น 5 ได้ยังไง!” ฉางเซี่ยะโเสียงดัง
เขาตั้งท่าอีกครั้ง พลังปราณพุ่งทะยานขึ้นราวคลื่นบ้าคลั่ง กระบี่ในมือถูกห่อหุ้มด้วยพลังหนาแน่นจนส่องแสงวาบออกมา จิตสังหารแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วสนาม
ไป๋ซีเองก็ไม่ช้า นางเริ่มรำกระบี่ตามที่หลินเทียนสอน การเคลื่อนไหวลื่นไหลราวสายน้ำ ก่อนจะหยุดลงในจังหวะหนึ่ง แล้วเก็บกระบี่เข้าฝัก มือจับด้ามแน่นอยู่ในท่าเตรียมชัก
“กระบี่ผ่า์ กระบวนท่าที่หนึ่ง”
นางเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะตั้งสมาธินิ่ง ร่างกายสงบนิ่งราวภูผา ไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความรู้สึกอันตรายอย่างประหลาด
ฉางเซี่ยที่รวบรวมพลังจนถึงขีดจำกัด ลืมตาโพลงขึ้น พลังรอบตัวพุ่งพล่าน ผู้คนรอบสนามต่างกลั้นหายใจ การปะทะครั้งนี้ช่างน่าจับตาอย่างยิ่ง
ฟึ่บ!
ฉางเซี่ยพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระบี่ฟันลงด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ในขณะเดียวกัน ไป๋ซีเริ่มชักกระบี่ออกจากฝักทีละนิด… ช้า… แต่หนักแน่น
แล้ว—
ฉับ!
นางพุ่งออกไปในพริบตา
ตูมมม!!
แรงปะทะของทั้งสองะเิออกกลางสนาม แสงสว่างเจิดจ้าจนมองไม่เห็นร่าง คลื่นพลังแผ่ออกเป็วงกว้าง พื้นหินแตกร้าวเป็ร่องลึก ฝุ่นควันพุ่งกระจาย
พลังทั้งสองปะทะกันราวอสนีบาต ก่อนจะค่อย ๆ จางลง
เมื่อฝุ่นเริ่มจาง ร่างของทั้งสองค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
พวกเขายืนหันหลังให้กัน กระบี่ชี้ไปข้างหน้า
ชั่วขณะนั้น… ทุกอย่างเงียบสนิท
แล้ว—
ตุบ!
แขนของฉางเซี่ยหลุดตกลงสู่พื้น
ร่างของเขาสั่นไหว ก่อนจะล้มลงอย่างหมดสภาพ
ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเวลาหยุดนิ่ง
ก่อนจะมีเสียงะโดังลั่นขึ้น
“สารเลว! บังอาจทำร้ายอัจฉริยะของสำนักข้า!!”
ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือขวาถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณกลายเป็กรงเล็บ แรงกดดันแผ่กระจายไปทั่วสนาม
เขาพุ่งตรงเข้าไปหาไป๋ซีอย่างไม่ลังเล
ผู้คนรอบข้างยังไม่ทันตั้งตัว แม้แต่กรรมการจากฝ่ายเ้าเมืองก็ยังเข้ามาไม่ทัน
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง—
ตูม!!
มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าไป๋ซี รับกรงเล็บนั้นไว้ก่อนที่มันจะถึงตัวนางเพียงไม่กี่ก้าว
คลื่นพลังของผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 8 ะเิออกไปทั่วสนาม
หลินเทียนยืนอยู่ตรงนั้น มือเดียวรับการโจมตีไว้ได้อย่างนิ่งเฉย
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ
“เห้ย ไอ้แก่… แกเป็ถึงผู้าุโ แต่กลับกล้าลงมือกับผู้น้อยแบบนี้ ไม่อายคนบ้างหรือไง”
น้ำเสียงเย็นเยียบจนคนรอบข้างรู้สึกหนาวสะท้าน
“ดะ… ได้ยังไงกัน…” ชายชราพูดเสียงสั่น
เขาลงแรงไปถึงเจ็ดส่วน แต่กลับถูกหยุดไว้ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากหลินเทียนกลับทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ
ไป๋เยว่เองก็ยืนอยู่ด้านหลัง เตรียมรับมือหากสถานการณ์บานปลาย
“ยังไม่ไสหัวไปอีก?” หลินเทียนพูดเรียบ ๆ
ก่อนจะสะบัดมือ
ปึง!
ร่างของผู้าุโคนนั้นกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะฝืนหยุดตัวเองไว้ได้
หลินเทียนหันไปมองชายผู้ประกาศ คล้ายเป็การเตือนให้ตั้งสติ
อีกฝ่ายสะดุ้ง ก่อนจะรีบะโประกาศ
“ชัยชนะเป็ของ ไป๋ซี แห่งสำนักวิถี์!”
“แต่มันลงมือหนักเกินไปนะ!” ผู้าุโคนนั้นยังไม่ยอม ะโโต้
“หนักยังไง? การประลองย่อมมีาเ็หรือแม้แต่ล้มตาย ท่านจะบอกว่าการตัดสินของข้าไม่ยุติธรรมงั้นหรือ!” ฝ่ายเ้าเมืองตอบกลับเสียงแข็ง
“แถมท่านยังคิดลงมือกับคนรุ่นหลังอีก หากไม่มีผู้ฝึกตนผู้นั้นช่วย นางคงสิ้นชีพไปแล้ว เื่นี้ข้าจะรายงานให้ท่านเ้าเมืองทราบ!”
ผู้าุโคนนั้นนิ่งไป เขาไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่จ้องหลินเทียนด้วยสายตาโกรธแค้น ก่อนจะสะบัดแขนเดินหายไปในฝูงชน
ไป๋ซีที่ได้รับาเ็และใช้พลังไปจนเกินขีดจำกัด ร่างของนางสั่นเล็กน้อยก่อนจะทรุดลง
แต่หลินเทียนประคองไว้ได้ทัน
เขารับร่างนางไว้เบา ๆ ก่อนจะพาออกจากสนามไปอย่างเงียบงัน เพื่อรักษาอาการาเ็ของนางต่อไป