รุ่งเช้าของวันถัดมาฟ้าหม่นครึ้มคล้ายพายุจะมา แต่สนามฝึกของสำนักชิงเหอกลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวเด็กหนุ่มสาวที่ผ่านการคัดเลือกแล้วทั้งหมดมากกว่าแปดสิบคนยืนเรียงแถวอย่างมีระเบียบตรงลานหินหน้าเรือนใหญ่
เหนือแท่นประกาศ ‘จ้าวเทียนอวี่’รองเ้าสำนักผู้เคร่งขรึมยืนอยู่เบื้องบน เื้ัเขาคือเหล่าอาจารย์ประจำสำนัก
“ข้าคือ จ้าวเทียนอวี่”เสียงของเขาแหลมคมดุจเหยี่ยวกรีดฟ้า “การทดสอบขั้นสุดท้ายเริ่มขึ้นั้แ่ยามเฉินวันนี้เป็ต้นไป และจะดำเนินไปเป็เวลา ห้าวันเต็ม”
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังในหมู่ศิษย์ใหม่
“สถานที่คือ หุบเขามู่หลินเขตล่าอสูรของสำนัก” เขาชี้ไปยังแผนที่ขนาดใหญ่ที่ถูกคลี่ออกทางด้านข้าง“ที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์อสูร ระดับ 2 จนถึงระดับ 4 …บางตัวมีพลังเกินขอบเขตของระดับของพวกเ้า ต้องพิจารณาด้วยสติ”
เขาเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนประกาศกฎอย่างชัดเจน
“ภารกิจของแต่ละกลุ่ม:นำแก่นอสูรระดับ 2 ขั้นกลางขึ้นไป จำนวน 5 ชิ้น ภายในห้าวัน”
“ในป่านั้น...ไม่มีอาจารย์ ไม่มีใครคุ้มกัน และไม่มีโอกาสให้ลองผิดอีกแล้ว —ความเป็หนึ่งเดียวของกลุ่ม คือกุญแจแห่งความอยู่รอด”
????️ ยามสาย – ปากทางเข้าสู่หุบเขามู่หลิน
กลุ่มเด็กหนุ่มสาวทยอยเข้าสู่ป่าท่ามกลางเสียงนกร้อง เสียงกิ่งไม้ไหว และลมหายใจแห่งความตื่นเต้น
กลุ่มของเซียฉินยืนรวมกันใต้ต้นไม้ใหญ่:
“ตัวแรกที่เจอ...อย่าประมาท” ไป๋อี้หานพูดเสียงเย็น
“เข้าใจแล้ว!”หงเทียนหัวเราะเหี้ยม
ไม่ทันไรเสียงหอนต่ำก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้เบื้องหน้า — เงาดำสี่ขาพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง!
มันคือ “หมาป่าอสูรเกราะดำ” ระดับ 2 ขั้นปลาย ตัวใหญ่กว่าคนสองคน แววตาแดงฉานและเกราะกระดูกบนหลังแข็งแกร่งดุจเหล็ก
“ระวัง!”เซียฉินร้องก่อนจะถอยไปแนวหลังโดยอัตโนมัติ
หงเทียนกับหลี่เหยินเข้าไปปะทะก่อน —หงเทียนปะทะกับกรงเล็บของหมาป่า ส่วนหลี่เหยินใช้โล่รับการโจมตีโดยตรง
ฉู่เหยียนพุ่งเข้าด้วยหอกหมุนตัวทะยานตีจากด้านข้าง
แต่สัตว์อสูรเร็วเกินคาดทำให้ทุกคนต้องถอยกลับมาแทบไม่ทัน
“หากยังลุยมั่วแบบนี้เราจะแพ้แน่” ไป๋อี้หานพูดเบา ๆ พลางวาดกระบี่จากฝัก
เพียงเสี้ยววินาทีลมหมุนก็พัดรอบตัวเขา
ฉัวะ!
กระบี่สีฟ้าฟาดออกเป็เส้นบางเฉียบสะท้อนกับแสงอาทิตย์เล็กน้อย แล้วร่างของหมาป่าอสูรก็ทรุดลงไป
“ฟึบ!”
เสียงเงียบลงในทันที —ชัยชนะครั้งแรกของกลุ่มสำเร็จ
“โอ้โห!กระบี่เ้า...เร็วเกินไปแล้ว!” ฉู่เหยียนร้อง
เซียฉินไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาเริ่มจับจ้องแต่ละคนในทีม
— หงเทียนบ้าระห่ำใช้แต่แรง
— หลี่เหยิน พลังป้องกันสูง
— ฉู่เหยียนเคลื่อนที่ดีแต่ไม่ถูกจังหวะ
— ไป๋อี้หาน...พลังโจมตีสูงจนน่าใ
เขาเก็บข้อมูลเงียบ ๆ ไว้ในใจยังคงยืนแนวหลัง ช่วยส่งยาสมานแผลให้เพื่อนร่วมกลุ่มโดยไม่พูดมาก
???? ยามกลางคืน – บริเวณลำธารเล็กกลางป่า
กลุ่มของเซียฉินตั้งค่ายพักใกล้ลำธารมีไฟกลางวงและเวรยามผลัดเปลี่ยน
“ข้าว่าเราน่าจะล่าได้สองตัวพรุ่งนี้หากไม่เจอระดับสามเข้า” หงเทียนเคี้ยวเนื้อย่างพูดอู้อี้
“เราต้องรักษาพลังไว้ด้วย”ไป๋อี้หานเตือน
ฉู่เหยียนนั่งจัดหอก ดูแผลเล็ก ๆบนแขน “โชคดีที่มีเ้าอยู่ เซียฉิน าแหายหมดแล้ว”
เซียฉินยิ้มบาง ๆ ไม่พูดอะไร
ขณะที่ทุกคนต่างกำลังพักผ่อน —เงาเงียบ ๆ เคลื่อนไหวอยู่ในความมืด
หยูซ่งกับเสี่ยวเหวินซุ่มดูจากไกล ๆก่อนจะโยนบางสิ่งลงไปใกล้ค่ายของกลุ่มเซียฉิน
แกร๊ก!
“นั่นเสียงอะไร?”หลี่เหยินหันไป
กลิ่นบางอย่างลอยมาตามลม —เป็กลิ่นผงบางชนิดที่สัตว์อสูรโปรดปราน
ภายในไม่กี่ลมหายใจเสียงคำรามต่ำก็ดังขึ้นจากมืดมิด
“กรรรรรร!”
เงาดำหลายสายเคลื่อนผ่านเงาไม้
สัตว์อสูรสามตัวพุ่งเข้ามาใกล้พร้อมกัน
“ลุก! มีบางอย่างมา!”