อันซิ่วเอ๋อร์เดินตามจางเจิ้นอันพลางครุ่นคิดเรื่องต่างๆไปเรื่อย จนไม่รู้ตัวว่ามาถึงหน้าประตูเรือนอีกหลังหนึ่งแล้วพอทั้งสองก้าวเข้าสู่ลานบ้าน เหล่าสาวใช้ก็พากันออกมายืนต้อนรับอันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกขัดเขิน พยายามไม่มองไปทั่ว ทำตัวสงบเสงี่ยม แต่ก็ไม่อาจซ่อนความประหม่าไว้ได้จางเจิ้นอันจึงบีบมือนางเบาๆ แล้วกล่าวว่า
"ที่นี่คือเรือนสดับไผ่ด้านหลังมีป่าไผ่อยู่ นี่จะเป็นเรือนหอของเรา ต่อไปจะไม่มีใครอื่นมารบกวนถ้าเจ้าไม่มีอะไรทำ ก็เดินเล่นในนี้ได้ตามสบาย"
"อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับจางเจิ้นอันจึงชี้ไปยังสาวใช้คนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางบ่าวไพร่อายุราวสิบสามสิบสี่ปี แล้วบอกว่า "นางชื่อป่านเซี่ยต่อไปจะเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเจ้า"
"เจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ยังไม่ชินกับการมีคนรับใช้จึงได้แต่หันไปพยักหน้าให้ป่านเซี่ยอย่างเกรงๆ
พอก้าวเข้าสู่ห้องโถงอันซิ่วเอ๋อร์ก็ถึงกับอุทานเบาๆ ด้วยความตกตะลึง ห้องกว้างขวางใหญ่โตแบ่งเป็นส่วนนอกส่วนในด้วยม่านปักลายงดงาม เครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนวิจิตรบรรจงดูแล้วน่าจะเป็นไม้เนื้อดีราคาแพงทั้งสิ้น ด้านข้างมีชั้นวางของโบราณจัดวางเครื่องกระเบื้องล้ำค่าหลากหลายชิ้น อันซิ่วเอ๋อร์ได้แต่เหลียวมองไม่กล้าแตะต้อง เกรงว่าถ้าทำแตกหักขึ้นมา คงไม่มีปัญญาชดใช้
จางเจิ้นอันเห็นอันซิ่วเอ๋อร์มองสำรวจห้องด้วยความสนใจมุมปากก็ยกยิ้มบางๆ "ที่นี่...เจ้าชอบหรือไม่?"
"ชอบเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า "ข้าไม่เคยอยู่บ้านดีๆแบบนี้มาก่อน ดีกว่าบ้านเราตั้งเยอะ"
"ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเรา"จางเจิ้นอันกุมมือนาง พานางเดินลึกเข้าไปด้านใน
พอเข้ามาในห้องนอนอันซิ่วเอ๋อร์ก็เห็นเตียงไม้สลักลายงดงามวิจิตรตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ของสิ่งอื่นในห้องไม่อาจดึงดูดความสนใจนางได้อีกต่อไปนางลองปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างระมัดระวัง ราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่สัมผัสได้ถึงความนุ่มของฟูกและผ้าปูที่นอนเนื้อลื่นละเอียด นางจึงเอนตัวลงนอนไม่อยากลุกขึ้นอีกเลย
"อย่าเพิ่งหลับไปเสียล่ะเดี๋ยวข้าให้คนไปเตรียมน้ำร้อนให้เจ้า อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อนแล้วค่อยนอนดีกว่า" จางเจิ้นอันว่าพลางหันไปสั่งป่านเซี่ยให้ไปเตรียมน้ำ
ดูเหมือนน้ำร้อนจะถูกเตรียมไว้พร้อมแล้วป่านเซี่ยออกไปหลังม่านเพียงครู่เดียวก็กลับมารายงาน"น้ำร้อนพร้อมแล้วเจ้าค่ะ"
"เร็วขนาดนี้เชียว?" อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือนเพิ่งเผลอหลับไปครู่เดียว ยังงัวเงียอยู่ไม่คิดว่าน้ำร้อนจะพร้อมเร็วขนาดนี้ เตียงนุ่มสบายจนไม่อยากลุกนางจึงถามอย่างไม่อยากเชื่อ "ป่านเซี่ยเจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?"
"บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ" ป่านเซี่ยรีบคุกเข่าลง รีบอธิบาย "นายหญิงอาจยังไม่ทราบน้ำในเรือนนี้ต่อตรงมาจากน้ำพุร้อนบนเขาเจ้าค่ะ แค่เปิดตาน้ำน้ำร้อนก็ไหลออกมาแล้วเจ้าค่ะ"
"ข้าแค่พูดเล่นๆ รีบลุกขึ้นเถอะ"อันซิ่วเอ๋อร์ไม่คิดว่าป่านเซี่ยจะตกใจกลัวขนาดนี้นางรีบพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง ช่วยประคองป่านเซี่ยให้ลุกขึ้นแล้วเดินตามไปยังห้องอาบน้ำ
นางไม่เคยอาบน้ำในสระใหญ่โตเช่นนี้มาก่อนในความคิดของนาง แค่ได้แช่ตัวในอ่างไม้ใบใหญ่สบายๆ ก็ถือว่าดีที่สุดแล้วใครจะไปคิดว่าในห้องที่อยู่ติดกับห้องนอน จะมีสระอาบน้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างใน
ด้านข้างมีสาวใช้อีกหลายคนยืนรอปรนนิบัติอยู่พอเห็นนางมาถึงก็รีบก้มคำนับ ในสระน้ำมีไอร้อนกรุ่นๆ ลอยขึ้นมาพร้อมกับกลีบกุหลาบสีแดงสดที่ลอยอยู่เต็มผิวหน้า ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวล
"นี่ต้องใช้กลีบกุหลาบเยอะขนาดไหนกัน"อันซิ่วเอ๋อร์อดอุทานไม่ได้ รู้สึกว่าช่างสิ้นเปลืองเหลือเกิน
"นายหญิงไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะสกุลจางเรามีสวนที่ปลูกกุหลาบเหล่านี้ไว้โดยเฉพาะ ถ้านายหญิงไม่นำมาใช้ก็ต้องปล่อยให้มันเหี่ยวแห้งไปเปล่าๆ" ป่านเซี่ยหยิบกลีบกุหลาบจากตะกร้าสานใบเล็กในมือสาวใช้อีกคนโปรยเพิ่มลงในสระ พลางอธิบาย
อันซิ่วเอ๋อร์เคยคิดว่าสกุลจางคงจะร่ำรวยมากแต่ก็คงไม่ต่างจากบ้านของกู้หลินหลางเท่าไรนัก อย่างมากก็คงดีกว่านิดหน่อยไม่คิดเลยว่าจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้แค่สระอาบน้ำส่วนตัวก็หรูหราฟุ่มเฟือยปานนี้แล้ว เทียบกับสกุลกู้แล้วช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
รอจนกลีบกุหลาบลอยเต็มสระป่านเซี่ยจึงกล่าวกับอันซิ่วเอ๋อร์ "นายหญิงเจ้าคะกลีบกุหลาบชุ่มน้ำดีแล้ว ลงอาบตอนนี้กำลังดีเจ้าค่ะ ถ้านายหญิงไม่รังเกียจให้บ่าวช่วยถอดเสื้อผ้าเถิดนะเจ้าคะ"
พอเห็นป่านเซี่ยทำท่าจะเข้ามาปลดผ้าคาดเอวอันซิ่วเอ๋อร์ก็สะดุ้ง รีบถอยหลังไปสองก้าว กล่าวอย่างขัดเขิน"ข้า... ข้าทำเองได้"
"นายหญิงไม่ต้องเขินอายหรอกเจ้าค่ะ"ป่านเซี่ยชักมือกลับ อดไม่ได้ที่จะยกมือปิดปากหัวเราะคิกคักเหล่าสาวใช้ที่ยืนรออยู่ก็พากันหัวเราะตาม
อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกอึดอัดแม้จะรู้ว่าสาวใช้เหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่เสียงหัวเราะก็ทำให้รู้สึกขัดหูอยู่ดี นางไม่อยากเปลื้องผ้าต่อหน้าคนเยอะๆจึงโบกมือไล่ "พวกเจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน"
เมื่อเห็นนางสั่งสาวใช้ทั้งหลายจึงโค้งตัวแล้วถอยออกไปอันซิ่วเอ๋อร์จึงรีบปลดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆ ก้าวลงไปในสระน้ำ
ตอนก้าวลงไปทีแรกรู้สึกว่าน้ำค่อนข้างร้อนแต่พอแช่ไปสักพักก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก ตอนนั้นเอง ป่านเซี่ยก็เอ่ยถามจากด้านนอก"นายหญิงเจ้าขา จะให้พวกบ่าวเข้าไปหรือยังเจ้าคะ?"
"อืม" อันซิ่วเอ๋อร์เห็นว่ากลีบกุหลาบลอยบังครึ่งตัวนางอยู่จึงขานรับเสียงเบา
ป่านเซี่ยจึงพาพวกสาวใช้กลับเข้ามาช่วยกันสระผมและขัดตัวให้อันซิ่วเอ๋อร์ พวกนางดูจะรู้ความต้องการของอันซิ่วเอ๋อร์จึงระมัดระวังกิริยาอย่างยิ่ง ส่วนไหนที่นางไม่อยากเปิดเผยก็ยังคงถูกบังไว้ด้วยกลีบกุหลาบ อันซิ่วเอ๋อร์จึงถอนหายใจอย่างโล่งอกปล่อยให้พวกนางช่วยขัดสีฉวีวรรณ
ต้องบอกว่าสาวใช้เหล่านี้ช่างชำนาญงานจริงๆพอถูกพวกนางนวดเฟ้นปรนนิบัติ อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
ปกติอันซิ่วเอ๋อร์เคยชินกับการใช้น้ำเปล่าอาบน้ำพอฐานะดีขึ้นหน่อยก็ได้ใช้สบู่ก้อนหอมๆ ซึ่งนางก็ว่าดีมากแล้วแต่ที่นี่กลับใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘เจ่าโต้ว’ พอนำมาถูกับตัวก็เกิดฟองละเอียดมากมาย หลังล้างออกผิวรู้สึกเนียนนุ่มมาก
อันซิ่วเอ๋อร์กลัวพวกสาวใช้จะจับได้ว่าตนไม่ประสีประสาจึงได้แต่นั่งเงียบๆ ปล่อยให้พวกนางปรนนิบัติไป
พออาบน้ำเสร็จพวกนางก็ช่วยทาขี้ผึ้งหอมให้ทั่วตัว จากนั้นคนหนึ่งก็มาทาขี้ผึ้งที่มืออีกคนทาที่เท้า อีกคนใช้ผ้าซับผมจนหมาด แล้วจึงลงน้ำมันใส่ผมก็เป็นอันเสร็จสิ้น
อันซิ่วเอ๋อร์กะเวลาดูแล้วแค่อาบน้ำครั้งนี้คงใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง ขนาดนางบอกให้พวกนางทำเร็วๆ แล้วนะเนี่ย
แต่พออาบน้ำเสร็จสวมเสื้อคลุมอาบน้ำตัวหลวมแล้ว อันซิ่วเอ๋อร์ลองลูบไล้ผิวตัวเองรู้สึกว่ามันเนียนนุ่มขึ้นมากจริงๆ ในใจก็อดรู้สึกยินดีไม่ได้จนแทบจะหลงรักผิวตัวเอง
หลังจากดูแลนางเรียบร้อยแล้วป่านเซี่ยก็เปิดประตูห้องอาบน้ำออก ลมเย็นๆพัดเข้ามาทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ในห้องอาบน้ำค่อนข้างอบอ้าวพอได้แช่น้ำอุ่นสบายๆ นางแทบจะเผลอหลับไป
พอก้าวออกจากห้องอาบน้ำนางก็งุนงงกับทางเดินที่กั้นด้วยม่านหลายชั้น ไม่รู้จะไปทางไหนโชคดีที่ป่านเซี่ยทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เดินนำหน้าคอยเปิดม่านพานางกลับไปยังห้องนอน แล้วจึงปิดประตูลง โค้งตัวถอยออกไป
ภายในห้องนอนจางเจิ้นอันเปลี่ยนเป็นชุดคลุมตัวในสีขาวสะอาดแล้ว เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงปล่อยผมยาวสยาย กำลังอ่านหนังสืออยู่ใต้แสงตะเกียงดูท่าทางเขาคงอาบน้ำเสร็จแล้วเช่นกัน อันซิ่วเอ๋อร์ไม่เคยเห็นเขาในลักษณะนี้มาก่อนชั่วขณะนั้น นางรู้สึกราวกับต้องมนตร์สะกด
เมื่อรู้สึกว่ามีคนเข้ามาจางเจิ้นอันจึงเงยหน้าขึ้น เห็นอันซิ่วเอ๋อร์ยืนนิ่งจ้องมองตนเองไม่วางตาเขาจึงวางหนังสือลง ถามขึ้น "เจ้ามองข้าตาไม่กะพริบเชียวมีอะไรหรือ?"
"ก็ท่านดูดีนี่เจ้าคะ" อันซิ่วเอ๋อร์ตอบตามตรง นางไม่เคยเห็นเขาแบบนี้มาก่อนผมยาวสีดำขลับปล่อยสยายลงมาขับเน้นแนวกรามคมคายและใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงตะเกียงให้ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกเขาดูสง่างามสมกับเป็นคุณชายสูงศักดิ์จริงๆ ช่างแตกต่างจากภาพจำของนางโดยสิ้นเชิง
ไม่สิความจริงแล้วเขาก็คือคุณชายสูงศักดิ์นั่นแหละ อันซิ่วเอ๋อร์คิดแล้วพลันรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างกัน
"คิดอะไรอยู่?" จางเจิ้นอันกวักมือเรียก อันซิ่วเอ๋อร์จึงได้สติ ก้มหน้าลงตอบ"เปล่าเจ้าค่ะ"
"วันนี้เจ้าก็สวยมาก" จางเจิ้นอันประคองนางให้นั่งลงข้างๆ บนเตียงพลางสัมผัสเส้นผมยาวสลวยของนางที่ยังชื้นอยู่เล็กน้อย "ผมยังไม่แห้งดีเลยนะ"
พูดจบเขาก็หยิบผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาจากไหนไม่ทราบ มาซับผมให้นางอย่างเบามือ
ภายใต้แสงตะเกียงเงาของคนทั้งสองบนผนังดูอบอุ่นงดงาม อันซิ่วเอ๋อร์พลันรู้สึกร้อนที่ขอบตาน้ำตาเริ่มคลอหน่วย นางเผยรอยยิ้มบางๆ ที่เจือความขมขื่นออกมา
เขาซับผมให้นางอยู่เนิ่นนานด้วยความเหนื่อยล้า อันซิ่วเอ๋อร์จึงเผลอหลับไปขณะซบอยู่ในอ้อมแขนเขาพอเขาวางผ้าลง ตั้งใจจะปลุกนางให้เข้านอนดีๆ ก็พบว่านางหลับสนิทมีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอออกมาแล้ว
"ซิ่วเอ๋อร์?" เขาเรียกชื่อนางเบาๆ แต่ไม่มีเสียงตอบ
เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ค่อยๆช้อนอุ้มนางขึ้น นางซึ่งอยู่ในห้วงนิทรา ยังคงทำตามสัญชาตญาณยกแขนกอดรอบเอวเขาไว้แน่น พึมพำเสียงแผ่ว "ท่านพี่...อย่าทิ้งข้าไป"
จางเจิ้นอันสะเทือนในหัวใจไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงละเมอเช่นนี้ออกมา รีบกระซิบปลอบ"ข้าไม่ไปไหน ข้าไม่ทิ้งเจ้าไป"
แต่นางยังคงกอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยเขาจึงต้องค่อยๆ แกะมือของนางออก จัดให้นางนอนลงบนเตียงดีๆ ถอดรองเท้าผ้าปักให้นางรอจนนางหลับสนิทแล้ว เขาจึงค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างเบามือเปิดผ้าห่มแล้วเอนกายลงนอนข้างๆ โอบกอดร่างนางไว้หลวมๆ
กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางลอยมาแตะจมูกแตกต่างจากกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามธรรมชาติที่เขาคุ้นเคยกลิ่นหอมหลังอาบน้ำนี้ช่างเย้ายวนใจเขายิ่งนัก
เขารู้สึกถึงความปรารถนาที่ปั่นป่วนขึ้นในใจแต่เมื่อเห็นนางหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน ก็ไม่อาจทำใจรบกวนได้ ทำได้เพียงค่อยๆคลายอ้อมแขนออก ขยับตัวนอนห่างออกมาเล็กน้อยมองแสงตะเกียงที่ริบหรี่ลอดม่านเตียงเข้ามาฟังเสียงเปลวไฟในตะเกียงแตกเปาะแปะอยู่เงียบๆ อยู่นานจึงข่มตาหลับลงได้
ส่วนอันซิ่วเอ๋อร์นั้นหลับสนิทอย่างมีความสุขอาจเพราะสภาพแวดล้อมที่สบายเหลือเกิน ทั้งฟูกและผ้าห่มอันอ่อนนุ่มกลิ่นหอมกรุ่นรอบกาย และไออุ่นจากคนที่นอนอยู่ข้างๆทำให้นางไม่ต้องกังวลว่าจะมีแมลงคลานออกมาจากซอกหลืบ ไม่ต้องกลัวหลังคารั่วหรือต้องทนให้ฟางหญ้าทิ่มแทงอีกต่อไป