บทที่ 9
ขึ้นูเาขุดหน่อไม้ (รีไรท์)
ในมื้อกลางวัน ใบหน้าของหลี่เหิงดูผิดปกติเล็กน้อย เมื่อมองเห็นหยางเซียวเล่อ จากระยะไกล ๆ ทันทีที่เขาเห็น หยางเซียวเล่อ เขาก็ตกตะลึงอย่างมาก เนื่องจากเขาคิดว่า ฉินหลงได้จัดการหยางเซียวเล่ออย่างเด็ดขาดไปแล้ว
ดังนั้นเมื่อเขามองเห็นหยางเซียวเล่ออีกครั้ง เขาจึงวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนก
บัดซบ ! ฉินหลงนั้นร่ำรวยมาั้แ่เกิด มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจเขา เขาจำไม่ได้ว่า ตนเองเคยประสบกับความคับข้องใจครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันแน่ !
เดิมทีหลี่เหิงอยากจะขอให้แฟนสาวของเขา อย่างหูถิง ช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดระหว่างฉินหลงและหลี่ซีซี แต่ทว่าตอนนี้ มันช่างวุ่นวายเหลือเกิน
และในใจของหลี่เหิงนั้น ก็ไม่พอใจอย่างมากกับความโง่เขลาของหยางเซียวเล่อที่ไม่รู้สถานการณ์ของทั้งสองคนเลย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของหลี่เหิงต้องประดับไปด้วยรอยยิ้มเสมอ และแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ราวใด ๆ เนื่องจากฉินหลงเพิ่งจะสร้างปัญหาขึ้นเมื่อวานนี้
หากฉินหลงสามารถจัดการมันได้อย่างหมดจด มันก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ท้ายที่สุดเขากลับพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ และถูก หยางเซียวเล่อจัดการจนลงไปนอนกองกับพื้น ช่างน่าอายเหลือเกิน !
นอกจากนี้ยังทำให้หลี่ซีซีรังเกียจนิสัยของฉินหลงมากขึ้นไปอีก หากก่อนหน้านี้ฉินหลงไม่ได้ขอโทษเธอ และแสร้งทำเป็ยอมรับความผิดพลาดของตนเองอย่างจริงใจ เกรงว่าหลี่ซีซีจะยังปฏิเสธที่จะคุยกับฉินหลง
การเดินหมากผิดก้าว จึงบังคับให้หลี่เหิงทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมฉินหลงให้ระงับความโกรธในใจลงไปก่อน และหยุดตามวอแวหลี่ซีซีสักพัก
ภายในใจของฉินหลงมีเพียงคำว่า แค้นนี้ต้องชำระ! เนื่องจากหยางเซียวเล่อชกฉินหลงเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ทำให้ ฉินหลงยอมทำใจปล่อยผ่านไปไม่ได้
หลี่เหิงเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับฉินหลงเนื่องจากเขานับถือฉินหลงเป็พี่ชาย ดังนั้นเขาจะไม่ให้ใครมาทำร้ายพี่ชายของเขา
หลังมื้อกลางวัน นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาเยี่ยมเยือนตระกูลหยางก็ค่อย ๆ ซาลงไป ทั้งพ่อและแม่ของหยางเซียวเล่อเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติม
ต้องขอบคุณเครื่องเทศเ่าั้ที่หยางเซียวเล่อนำออกมา มันทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ ตระกูลหยางมีมากขึ้น
และสิ่งนี้ทำให้หลินตงเฉิง เศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดทางตะวันออกของหมู่บ้านนั้นขมขื่นใจมากขึ้นไปอีก ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็มีความคิดคุกรุ่นอยู่ในใจ กระแสน้ำที่พลุ่งพล่านในใจของใครหลายคน ไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นมาเมื่อไร
“พวกเธออยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว เราไปเที่ยวูเาเพื่อไปขุดหน่อไม้ในตอนบ่ายที่อากาศดี ๆ กันไหม” หยางเซียวเล่อเสนอขึ้น
เมื่อพูดถึงเื่นี้ หลี่ซีซี เพื่อนร่วมชั้นเก่า นั้นมาเยี่ยมเยียนเขาถึงบ้าน แต่ทุกวันนี้ เขามัวแต่ยุ่งกับเื่ของตัวเอง หรือเขาเข้าไปพัวพันกับเื่ของฉินหลง ทำให้เขาปฏิบัติต่อคนอื่น ๆไม่ดีนัก
“ก็นะ เมื่อวานเราไปเที่ยวที่นั่นครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นมีหน่อไม้ป่า วันนี้ช่วยพาไปหน่อยนะ” หลี่ซีซีรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง หูถิงนั้นไม่สนใจ ส่วนหลี่เหิงนั้นแสดงออกมาว่าสนอกสนใจมาก เขาจึงชักชวนฉินหลงให้ไปด้วยกันอีกคน
“เอาล่ะ ไปเตรียมเครื่องมือต่าง ๆ จากนั้นเก็บของแล้วไปกันเถอะ”
คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน มักบอกว่า ทุกคนจำเป็ต้องขึ้นเขาแต่เช้า มิฉะนั้น ในป่าลึกจะเต็มไปด้วยอันตราย และเส้นทางบนูเานั้นมักจะเกิดอุปสรรคใด ๆ ไม่อาจรู้ได้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสี่คนไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในป่าลึก เนื่องจากการเดินเข้าป่าของพวกเขา ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็เวลาบ่ายแล้ว แต่ก็ยังทันกลับลงมาจากูเาก่อนค่ำ
ทั้งสี่คนกำลังเดินเคียงข้างกันไปเรื่อย ๆ ตลอดเส้นทาง ฉินหลงขยิบตาให้หลี่เหิง จากนั้นพวกเขาสองคนพยักหน้าให้กันและกัน และจงใจเดินรั้งท้าย
หยางเซียวเล่อ ทำให้ฉินหลงเสียหน้า แค้นนี้ต้องชำระ และตอนนี้ก็เป็โอกาสที่ดี
ทั้งสองคนมาสำรวจูเาเมื่อวานนี้ พวกเขาเข้าใจสภาพเส้นทางเป็อย่างดี ยิ่งสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งยากต่อการเกิดอุปสรรคในการเดินทาง โคลนตมมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และมักจะมีก้อนหินกระจัดกระจายตัวไปตามระหว่างเส้นทาง
เส้นทางนี้ จะมีแอ่งโคลนลึกและถนนลูกรังที่ลื่นมาก ๆ หากพวกเขาสองคนลอบขยับมือและเท้าของพวกเขา อย่าง เงียบ ๆ เพื่อผลักใครสักคนหนึ่ง แม้ว่าหยางเซียวเล่อจะไม่ตาย แต่เขาจะอับอายไปอีกนาน
หลังจากสบตากันหลายครั้ง ทั้งสองก็ได้กำหนดสถานที่สำหรับแผนร้ายของพวกเขา อันที่จริงไม่มีิญญาตนไหน คอยมาลอบเฝ้าดูพฤติกรรมที่พวกเขาทำ แต่พวกเขาลืมไปว่ายังมีสุนัขตัวใหญ่ ที่เดินติดตามอยู่เื้ัพวกเขา
หยินเทียนหลางเดินตามคนทั้งสี่ไปอย่างสบาย ๆ เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่น่าไว้วางใจของสองคนเบื้องหน้าเขา ดวงตาของสุนัขก็หรี่ลงเล็กน้อย สำหรับการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนสองคน หยินเทียนหลางก็แค่หัวเราะในใจและไม่ได้ใส่ใจมากนัก
คนสองคนนี้คิดว่าพวกเขาสามารถสั่งสอนบทเรียนแก่เ้านายได้ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว เป็พวกเขาเองต่างหากที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ถ้าไม่ใช่เพราะความเมตตาของเ้านาย สองคนนี้คงได้ไปนรกแล้ว
หยางเซียวเล่อเดินไปตามเส้นทางนี้มาหลายครั้งแล้ว และเขารู้ว่ามีหินอยู่กี่ก้อนบนเส้นทาง และตำแหน่งของหินพวกนั้น หยางเซียวเล่อยังต้องใส่ใจด้วยหรือ ?
ช่างน่าขำเสียนี่กระไร!
“อุ๊ย !” ระหว่างเดินอยู่มีเสียงร้องดังอยู่ข้างหลังเขา ทั้งหยางเซียวเล่อ หลี่ซีซีหันศีรษะไปมองพร้อมกัน
พวกเขามองเห็นฉินหลงยืนอยู่ริมทางด้วยใบหน้าที่เป็กังวลและมองไปที่แอ่งน้ำด้านข้าง
แอ่งน้ำไม่เล็กไม่ใหญ่ มันมีขนาดสามตารางเมตร น้ำในแอ่งเป็บ่อโคลนถูกคลื่นกระแทกกระจัดตัวเป็วง ๆ ดูเหมือนว่ามีบางอย่างเพิ่งเกิดขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น ?" หยางเซียวเล่อ มองดูพวกเขาอย่างสงสัย
ฉินหลงพูดอย่างกังวลใจว่า "โทรศัพท์มือถือของฉันตกลงไปในบ่อโคลน" เขาพูดพลางเดินไปริมถนน และกังวลใจกับโทรศัพท์ของเขา
หยางเซียวเล่อเหลือบมองแอ่งน้ำอย่างสงบ และพบว่าคลื่นที่กระทบในแอ่งโคลน มีบางอย่างตกลงไปตรงกลางแอ่งน้ำ
แอ่งนี้ไม่ได้ใหญ่มาก หากมีอะไรตกลงไปก็น่าจะหยิบขึ้นมาได้อย่างง่าย ๆ?
เห็นได้ชัดว่า มันถูกโยนลงไปในแอ่งน้ำอย่างจงใจทำ! หากจะหยิบมือถือออกมา พวกเขาต้องก้าวเข้ามาและก้มตัวลงในแอ่งน้ำ คิดว่าคนพวกนี้น่าจะมีแผนการอยู่ในใจ
จู่ ๆ หลี่เหิงก็ร้องว่า หยางเซียวเล่อนายดึงฉินหลงเอาไว้ จากนั้นให้ฉินหลงเอนตัวออกไป และหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาจากแอ่งโคลน
ด้วยวิธีนี้ ก็จะสามารถนำโทรศัพท์มือถือออกจากแอ่งน้ำได้ และไม่ทำให้เสื้อผ้าเปื้อน
หยางเซียวเล่อขบคิดเล็กน้อยว่ามันเป็วิธีที่ดี แต่เขากังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการนี้ ถ้าฉินหลงสะบัดมือหลุดจากการจับของเขา และหลี่เหิงผลักเขาลงไปในบ่อโคลน คงไม่สนุกแน่ ๆ
"ดี เอางั้นก็ได้ !" เมื่อไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หยางเซียวเล่อก็เห็นด้วยทันที สิ่งนี้ทำให้ฉินหลงและหลี่เหิงแสดงรอยยิ้มที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาก้าวออกมาข้างหน้า และจับมือของ หยางเซียวเล่อ
"เดี๋ยวก่อน" หยางเซียวเล่ออ้าปากของเขาขึ้นมาทันที พวกเขาตกตะลึง เพราะคิดว่าแผนการของตนเองนั้นถูกจับได้แล้ว หยางเซียวเล่อมองไปที่อีกด้านของแอ่งน้ำและพูดว่า "โง่หรือเปล่า ต้องมีคนอยู่ตรงข้ามสิ จับมือกันไว้แบบนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร อย่างน้อยถ้าพวกเราคนใดคนหนึ่งตกลงไป ยังพอมีคนช่วยจับเอาไว้อีกคน ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทั้งสองก็โล่งใจ ตราบใดที่หยางเซียวเล่อไม่ฉุกคิด พวกเขาก็สบายใจ
ฉินหลงอดไม่ได้ที่จะรีรออีกต่อไป เขาวิ่งไปที่อีกด้านหนึ่งของแอ่งน้ำ ดินอีกฝั่งหนึ่งเละมาก จู่ ๆ เท้าของเขาก็ลื่นและเสียสมดุล จากนั้นเขาก็ลื่นลงไปในแอ่งน้ำและล้มลงไปในแอ่งน้ำ จนน้ำในแอ่งสาดกระเด็นราวกับฝนตก
ต่อมาหยินเทียนหลางดูเหมือนว่า จะคาดหวังฉากนี้มานานแล้ว เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ไกล ๆ เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "โอ๊ะ เป็ฉากที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ"
หยางเซียวเล่อนั้นคุ้นเคยกับเส้นทางนี้มานาน เนื่องจากเขารู้ว่า ทางซ้ายมือมักจะมีดินค่อนข้างแข็ง ส่วนอีกฝั่งของบ่อโคลนยังไม่เคยถูกเหยียบย่ำมาตลอดปี แม้ว่ามันจะดูเรียบและแข็ง แต่ก็มักจะถูกแช่ในน้ำ และเมื่อถูกเหยียบลงไป ดินจะพังทลาย และไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้เลย
เมื่อฉินหลงเดินผ่านไป หยางเซียวเล่อก็เดาผลลัพธ์ได้
หยางเซียวเล่อหัวเราะอย่างลับ ๆ ในใจ แต่แสร้งทำเป็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "นี่ ฉินหลง นายรีบร้อนเกินไป ควรระวังหน่อย ตอนนี้เราไม่จำเป็ต้องจับมือกันแล้ว เพราะนายสามารถหยิบมือถือขึ้นมาได้แล้ว"
ฉินหลงดูเหมือนรูปปั้นดินเหนียวที่ถูกแกะออกมา มีเพียงฟันของเขาที่ยังขาวเท่านั้น หากไม่ใช่ว่า เขากำหมัดแน่น หยางเซียวเล่อคงจะคิดว่าเขากำลังยิ้มให้อยู่
“หยางเซียวเล่อ ! แกจงใจหลอกฉัน !” ฉินหลงะโอย่างโกรธจัด