“พี่บอกพัชรแล้วไงว่าต้องช่วยกันประหยัด ทำไมพัชรต้องซื้อของไม่มีประโยชน์พวกนี้ด้วย”
เ้านายตวาดออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นอีกฝ่ายซื้อเสื้อเด็กอ่อนมาเป็ลังใหญ่ ตอนนี้พัชรท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว และแน่นอนว่าพัชรลาออกจากที่ทำงานั้แ่เริ่มท้องเข้าเดือนที่สามแล้ว
นั่นทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องช่วยกันประหยัดเงินเป็อย่างมาก เพราะมีแค่เ้านายที่เป็คนหาเงินเข้าบ้านเพียงคนเดียว
“พี่นายอย่ามาหาเื่พัชรนะ นี่มันของที่นะโมซื้อมาให้พัชรต่างหาก อีกอย่างพี่นายควรบอกตัวเองต่างหากว่าควรประหยัด อย่าคิดว่าพัชรไม่รู้นะ ว่าพี่เอาเงินไปเลี้ยงพวกพนักงานที่บริษัททุกอาทิตย์น่ะ”
พัชรรู้ดีว่าหน้าที่การงานของเ้านาย ต้องมีบ้างที่เป็ฝ่ายเลี้ยงข้าวลูกน้องภายในทีม เพื่อเป็การซื้อใจลูกน้อง แต่การที่เ้านายเลี้ยงลูกน้องทุกอาทิตย์มันก็เป็สิ่งที่ไม่ควรทำไม่ใช่เหรอ
ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายบอกให้เขาใช้เงินอย่างประหยัดแท้ ๆ แต่เ้าตัวกลับใช้เงินมือเติบเสียเองแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
“แต่พี่เป็คนหาเงินนะพัชร แล้วจะไม่ให้พี่ใช้เงินที่ตัวเองหามาได้เลยหรือยังไงกัน”
“แล้วตอนแรกพี่จะให้พัชรลาออกจากงานทำไม ถ้าในเมื่อพัชรลาออกจากงานแล้วพี่จะมองผมเป็ภาระแบบนี้” พัชรสาดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด
เขาก็ไม่อยากเป็ภาระของใครแบบนี้เหมือนกัน แต่เป็เพราะอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้เขาลาออกจากงานเองไม่ใช่หรือยังไง แล้วทำไมตอนนี้อีกฝ่ายกลับมองว่าเขาเป็ภาระตัวเองไปได้ล่ะ
“ก็เพราะพัชร้าเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ไม่ใช่เหรอ เื่มันถึงได้ออกมาเป็แบบนี้น่ะ”
เ้านายทนไม่ไหวเลยพูดออกไปตามตรง เขาเหนื่อย เขาเครียด เขาไม่ได้อยากที่จะพูดใส่อีกฝ่ายหนึ่งแบบนี้เหมือนกัน แต่เพราะ่นี้มันมีแต่ปัญหาเข้ามาหาเขาไม่หยุด จนเ้านายทนแบกรับความรู้สึกเ่าั้เอาไว้คนเดียวไม่ไหว ต้องระบายออกมาแบบนี้
“พี่นาย!”
“จะเรียกอะไรนักหนา น่ารำคาญว่ะพัชร นับวันยิ่งทำตัวน่าเบื่อรู้ตัวหรือเปล่า พี่ไม่น่าพลาดไปรักคนแบบเราเลยจริง ๆ” เ้านายเดินหนีออกมาอย่างหัวเสีย
“ไม่น่าพลาดเหรอ พี่พูดหมา ๆ แบบนี้ได้ยังไงวะ อย่ามาเดินหนีพัชรแบบนี้นะพี่นาย พี่นาย!” พัชรได้แต่ะโตามหลังคนรักด้วยความเสียใจ
ปัง!
ไม่น่าพลาดมารักกับคนแบบเขาอย่างนั้นเหรอ พัชรไม่คิดเลยว่าคนที่เขารักจะกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ ทั้ง ๆ ตอนเริ่มคบกันมันเป็่เวลาที่ดีมากเลยแท้ ๆ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้แย่ลงแบบนี้ได้
เพียงเพราะเขา้าที่จะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เหรอ หรือเพราะอีกฝ่ายไม่ได้คิดจะจริงจังกับเขาั้แ่แรก เื่ทั้งหมดมันเลยออกมาเป็แบบนี้
พัชรได้แต่นั่งร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ในห้องคนเดียวด้วยความเสียใจ ตอนนี้นะโมคงจะกำลังมีความสุขกับรามอยู่แน่ ๆ เขาไม่อยากเอาเื่ปวดหัวของตัวเองไปใส่หัวเพื่อนรักของเขาอีกแล้ว
เป็เขาเองที่ไม่ยอมเชื่อคำพูดของนะโม เป็เขาที่เลือกเสี่ยงกับความรักครั้งนี้ เพียงเพราะเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย เื่ทั้งหมดมันถึงได้ลงเอ่ยแบบนี้
“เป็ยังไงบ้างมึง หลานกูดิ้นกวนมึงมากไหมวะ”
วันนี้พัชรออกมาหานะโมที่ร้าน เพราะเ้านายต้องไปประชุมงานที่ต่างจังหวัดสามวัน พัชรเลยตั้งใจจะมานอนกับนะโมที่คอนโดตอนที่เ้านายไม่อยู่ เพราะเขาไม่อยากคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวในห้องตามลำพัง
“อือ ่นี้ดิ้นแรงอยู่นะ บางทีดิ้นจนกูจุกเลยล่ะ”
“ดีแล้วแหละ ดิ้นแรงแบบนี้ แสดงว่าหลานกูแข็งแรงไง” นะโมยื่นมือมาลูบหน้าท้องของพัชรเบา ๆ จะว่าไปนะโมค่อนข้างที่จะเห่อหลานอยู่มากเหมือนกัน
เพราะตอนนี้ห้องเล็กที่คอนโดของนะโม กลายเป็ห้องนอนเด็กอ่อนไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนรักของเขาเห่อหลานมากกว่าคนเป็พ่อเสียอีก
เมื่อคิดถึงจุดนี้พัชรก็แทบจะร้องไห้ออกมาซะอย่างนั้น นะโมคือคนเดียวที่รักและหวังดีกับเขามากจริง ๆ มากจนพัชรรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อคำเตือนของอีกฝ่าย
“แล้วเมื่อไรมึงจะมีลูกเป็ของตัวเองบ้างล่ะ จะมายึดลูกกูไปเลี้ยงเองไม่ได้นะโว้ย” พัชรแซวเพื่อนสนิทออกไปอย่างรู้ทัน
“ทำเป็รู้ดี” นะโมเอ่ยขัดเพื่อนรัก ทั้ง ๆ ที่ตาก็ยังคงมองที่ท้องของเพื่อนด้วยความเอ็นดูสิ่งที่อยู่ในนั้น
“กูพูดจริงนะไอ้โม มึงไม่คิดจะมีลูกบ้างเหรอ” พัชรถามอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ เพราะนะโมไม่เคยพูดถึงความฝันอย่างอื่นให้เขาฟังเลย นอกจากการมีร้านขนมเป็ของตัวเอง
“โทษนะมึง ตอนนี้เราสองคนอายุแค่ยี่สิบห้า มึงจะให้กูจะรีบมีไปไหน ถ้าจะมีลูกจริง ๆ โน้น กูตั้งเป้ามีลูกตอนอายุสามสิบนู้น”
นะโมบอกสิ่งที่เขาตั้งเป้าเอาไว้ให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ เพราะเขาอยากที่จะมีความมั่นคงในชีวิตมากกว่านี้ก่อน ถึงค่อยคิดเื่การมีครอบครัวอย่างจริงจัง เพราะเขาไม่อยากให้เด็กที่เกิดมารู้สึกขาดบางสิ่งบางอย่างในชีวิตไป ลูกของเขาต้องมีพร้อมทุกอย่าง
“มึงวางแผนอนาคตขนาดนั้นเลยเหรอวะ” พัชรมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อ เขาไม่เคยคิดเลยว่า นะโมจะเป็คนที่มีแบบแผนในชีวิตมากขนาดนี้มาก่อน
“ก็แค่คิดเอาไว้เท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่ากูจะมีตอนนี้ไม่ได้นี่ แต่เื่บ้างเื่เราก็ฝืนโชคชะตาไม่ได้ จริงไหม”
“มันก็จริง แล้ววันนี้รามไปไหนเหรอ” พัชรถามออกมา เพราะปกติเห็นเพื่อนของเขาตัวติดกับแฟนหนุ่มตลอดนี่น่า
“่นี้รามเขางานยุ่งน่ะ มึงถามทำไม คิดอะไรกับแฟนกูหรือเปล่าเนี่ย” นะโมแหย่เพื่อนอย่างไม่จริงจัง เพราะเขารู้ดีว่านิสัยของเพื่อนคนนี้ของเขาเป็แบบไหน
“เกรงใจลูกในท้องกูด้วยไอ้โม เดี๋ยวกูจะเป่าหูไม่ให้หลานรักมึงซะหรอก”
“ล้อเล่นหน่า ว่าแต่มึงหิวหรือยัง เดี๋ยวกูทำแพนเค้กของโปรดมึงให้กิน” ่นี้พัชรดูผอมลง จนนะโมต้องหาเื่ชวนอีกฝ่ายหนึ่งทานอะไรบ้าง
“อือ คิดถึงแพนเค้กฝีมือมึงมาก”
ั้แ่ที่พัชรท้องก็ไม่ค่อยได้กินของหวานสักเท่าไหร่ เพราะต้องดูแลอาหารการกินของตัวเองเป็พิเศษ แต่นาน ๆ ทีเพื่อนเขาจะลงทุนเข้าครัวให้นี่น่า จะปฏิเสธทำไมกันล่ะ จริงไหม
“ทำเป็พูดดี ร้านกูก็ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่มึงนั่นแหละที่ติดผัวจนไม่ยอมมาหากูเอง”
พูดแล้ว นะโมก็อยากจะน้อยใจเพื่อนอยู่เหมือนกัน เพราะนาน ๆ ที พัชรถึงจะมาหาเขาที่ร้าน ไม่รู้ว่าเพราะเกรงใจพ่อของลูกในท้อง หรือเพราะพัชรรู้ดีว่า นะโนไม่ชอบเ้านายกันแน่ เ้าตัวถึงคอยหาเวลาที่เ้านายไม่อยู่ แล้วค่อยมาหาเขาที่ร้านลับหลังเ้านายแบบนี้
“กูก็แค่ไม่อยากขัดมึงหวานกับแฟนเท่านั้นเอง”
พัชรพูดแก้ตัวออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เขาแค่ไม่อยากให้นะโมต้องคิดมากกับเื่ของเขาก็เท่านั้นเอง นะโมควรใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสบายใจมากกว่าต้องมาทุกข์ใจเพราะเื่ของเขานี่น่า
“อย่าคิดว่ากูไม่รู้ มึงก็แค่ไม่อยากให้กูกับแฟนของมึงมีปัญหากัน” นะโมพูดออกไปอย่างรู้ทัน
“ก็มึงพร้อมบวกซะขนาดนี้ จะไม่ให้กูกลัวใจมึงหรือยังไงกัน อีกอย่าง เื่นี้กูเป็คนเลือกเอง มึงเข้าใจที่กูพูดไหม” เมื่อปิดเพื่อนรักไม่ได้ พัชรเลยพูดออกไปตามสิ่งที่ตัวเองคิด
“เออ กูรู้ กูถึงพยายามเลี่ยงไม่เจอแฟนมึงไง” มันเป็แบบที่นะโมพูดนั่นแหละ ั้แ่พัชรคบกับเ้านาย จนเพื่อนสนิทของเขาท้อง นะโมเจอกับเ้านายแค่สองครั้งเท่านั้นเอง
เพราะั้แ่ที่พัชรโทรมาบอกว่าท้อง นะโมก็เลี่ยงที่จะเจอกับเ้านายมาตลอด นะโมรู้ดีว่าสถานการณ์ของเ้านายกับพัชรเป็ยังไง
เขาถึงได้กันตัวเองให้ออกห่างจากเ้านายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขืนเจอหน้ากันตรง ๆ อีก นะโมรู้ตัวดีว่าคงคุมสติของตัวเองไม่อยู่แน่ ๆ
กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับเพื่อนเขา มาทำให้เพื่อนเขาดูเป็เมียน้อย อยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน ไม่มีความเป็สุภาพบุรุษเลยสักนิด ยิ่งคิดนะโมยิ่งโมโห คนที่ทำให้เพื่อนของเขาร้องไห้ เขาไม่มีวันให้อภัยหรอก
“มึงน่ารักที่สุดเลยนะโม กูโคตรรักเพื่อนคนนี้ของกูเลยว่ะ” พัชรกอดเอวนะโมอย่างอ้อน ๆ
ถ้าไม่มีนะโม พัชรแทบจะมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองเลยสักนิด เพราะทั้งชีวิตเขามีแต่แม่มาโดยตลอด พอแม่เสีย คนที่เป็หลักให้เขาก็คือนะโม พัชรกล้าที่จะพูดได้เต็มปาก ว่านะโมคือคนในครอบครัวอีกคนหนึ่งของเขา
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย” เพราะพัชรชอบอ้อนเขาอยู่บ่อย ๆ แล้วจะไม่ให้เขาหวงพัชรได้ยังไงกัน ก็เพื่อนของเขาน่ารักซะแบบนี้ นะโมได้แต่ปรายตามองการกระทำของเพื่อนตัวเองนิด ๆ ก่อนจะผลักหัวอีกฝ่ายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“นิดนึงไม่ได้เหรอ” พัชรมองนะโมตาแป๋ว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายหนึ่งทนให้เขาอ้อนไม่ไหวเหรอ ก็นะโมชอบตามใจเขาจะตายไปนี่น่า เพื่อนรักคนนี้ของเขาน่ารักที่สุดแล้ว
“ถ้ากอดกูอยู่แบบนี้ แล้วกูจะไปทำแพนเค้กให้มึงได้ยังไงกันล่ะ” นะโมลูบผมพัชรเบา ๆ
เขาไม่รู้หรอกนะ ว่าพัชรไปเจอกับอะไรมา แต่เพราะเป็เพื่อนกันมานาน นะโมย่อมรู้ดีว่า การที่อีกฝ่ายหนึ่งอ้อนเขาแบบนี้ นั่นแปลว่าพัชรกำลังอ่อนแอ พัชรกำลัง้าที่พึ่งต่างหาก
“ขอหลาย ๆ ชิ้นได้ไหม” นั่นไง พัชรคิดเอาไว้แล้ว ยังไงนะโมก็ดุเขาได้ไม่นานหรอก
“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวหลานกูเป็เบาหวานพอดี” นะโมติงอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังมากนัก
“มึงก็ทำแบบไม่หวานสิ” พัชรต่อรองนะโมอีกครั้ง เพราะถึงยังไงเขาเชื่อว่านะโมก็ต้องตามใจเขาอย่างแน่นอน ก็หลานทั้งคนนอนอยู่ในท้องของเขานี่น่า จะไม่ยอมใจอ่อนได้ยังไงกันล่ะ
“จริง ๆ เลยนะมึง งั้นนั่งรอกูแป๊บหนึ่งก็แล้วกัน” นะโมตอบรับอย่างจนใจ เพื่อนของเขาคนนี้มันรู้จุดอ่อนของเขาดีว่า ควรอ้อนเขายังไงถึงจะได้ผล
“คร้าบ”
“พี่นายยังไม่กลับอีกเหรอ นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะ” พัชรถามปลายสายออกไปอย่างหงุดหงิด
ั้แ่ที่คลอดพิน ลูกสาวของพวกเขาทั้งสองคนออกมาได้ไม่นาน เ้านายก็เริ่มบ้างานมากขึ้น บ่อยครั้งที่อีกฝ่ายไม่ยอมกลับห้อง จนพัชรต้องโทรตามอีกฝ่ายหนึ่งอยู่บ่อย ๆ
[วันนี้พี่นอนที่บริษัท พัชรนอนเลย ไม่ต้องรอ] เ้านายกรอกเสียงกลับมาด้วยความเบื่อหน่าย ตั้งที่อีกฝ่ายหนึ่งคลอดลูก แทนที่จะเอาเวลาไปดูแลลูก กลับเอาเวลาที่เหลือมาตามจี้เขาอยู่ได้
“พี่ไม่คิดจะกลับมาช่วยพัชรดูแลลูกบ้างเหรอ นี่มันก็ลูกพี่เหมือนกันนะ”
[แล้วพัชรคิดว่าพี่ไม่เหนื่อยเหรอ พี่หาเงินให้เรากับลูกใช้นะ ค่าใช้จ่ายในบ้านพี่ก็เป็คนออกเองทั้งหมด แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอพัชร ถ้ามันลำบากมากนัก แล้วจะเลือกให้มันเกิดออกมาทำไมวะ] เ้านายตะคอกอย่าเหลืออด
ทุกวันนี้เขายังทำหน้าที่ไม่ดีพออีกเหรอ เพราะพัชรเลือกที่จะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ไม่ใช่หรือยังไงกัน เ้านายถึงต้องยอมทำงานหนัก เพื่อส่งเสียพวกเขาทั้งสองอยู่อย่างนี้ไง แค่นี้มันก็มากเกินไปด้วยซ้ำ แล้วพัชรยังจะ้าอะไรจากเขาอีก
“แล้วที่พลาดมีเด็กคนนี้ก็เพราะพี่ไม่ยอมป้องกันไม่ใช่เหรอวะ แล้วพี่จะมาโยนความผิดให้ผมคนเดียวได้ยังไงกัน”
[เออ ก็เพราะแบบนี้ไง ถึงได้ทนทำงานงก ๆ หาเงินเลี้ยงมันอยู่เนี่ย คิดว่าอยากทำมากเหรอไอ้โอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เนี่ย ก็อยากกลับไปนอนสบาย ๆ แบบคนอื่นเขาเหมือนกันนั่นแหละ]
ติ๊ด!
“พี่นาย! พี่นาย” พัชระโเรียกปลายสายอย่างหัวเสีย เมื่อเ้านายวางสายไปทั้ง ๆ ที่พูดกันยังไม่ทันเข้าใจเสียด้วยซ้ำ
“กูผิดมากเหรอวะโม กูแค่อยากให้เขากลับมาอยู่กับลูกบ้าง กูไม่ได้อยากให้เขากลับมาช่วยกูเลี้ยงลูกนะโว้ย กูแค่อยากให้เขาเห็นพัฒนาการของลูกบ้างก็เท่านั้นเอง ทำไมพี่นายถึงไม่เข้าใจกูเลยวะ”
พัชรได้แต่ตัดพ้อกับเพื่อนสนิทด้วยความเสียใจ ทำไมสามีของเขาถึงได้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อ ทำไมเ้านายถึงต้องทำเหมือนไม่รักเด็กคนนี้ด้วย
ทำไมเ้านายถึงไม่สนใจลูกเลยสักนิด นั่นคือสิ่งที่พัชรคิดไม่ตก หรือเพราะเ้านายไม่ได้อยากมีลูกกับเขาั้แ่แรกกัน ทั้งหมดมันคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ
[กูเข้าใจมึงนะพัชร แต่บางทีมึงก็ลองมองมุมของพี่มันด้วยก็ได้ พี่มันอาจจะเหนื่อยเพราะต้องทำงานคนเดียว ยิ่งมึงตามจี้พี่เขาบ่อย ๆ มันก็อาจจะทำให้เขารำคาญก็ได้] นะโมพยายามอธิบายในอีกมุมมองหนึ่งให้พัชรฟังอย่างใจเย็น
“มึงไม่ชอบพี่มันไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมวันนี้มึงดูเข้าข้างพี่นายจังวะ” พัชรถามเพื่อนสนิทออกไปด้วยความสงสัย
[กูไม่ได้เข้าข้างพี่มัน แต่กูแค่มองในมุมของคนทำงานก็เท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่มันไม่ผิดนะ เพราะยังไงหน้าที่ความเป็พ่อ พี่มันก็ต้องกลับมาดูแลลูกบ้างเหมือนกัน]
ถึงนะโมจะไม่อยากพูดเข้าข้างเ้านาย แต่ถ้ามองในมุมของคนทำงานแบบเขา นะโมรู้ดีว่ามันเหนื่อยแค่ไหน แม้ลึก ๆ ภายในใจของนะโมจะแอบด่าเ้านายก็ตามที
อีกอย่างนะโมไม่อยากให้พัชรต้องคิดมากด้วย ลำพังแค่พัชรเลี้ยงลูกก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ถ้าต้องมาคิดมากเื่ของเ้านายอีก นะโมกลัวว่าพัชรจะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยไม่รู้ตัว
“ทุกวันนี้ลูกกูแทบจะคิดว่ามึงเป็พ่อแทนพี่นายแล้วมั้ง กูเครียดจริง ๆ นะมึง ทำไมพี่นายถึงไม่สนใจกูกับลูกเลยวะ” พัชรระบายความอึดอัดออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เขาแค่ไม่อยากเก็บเื่นี้มาคิดมากคนเดียวอีกแล้ว
[มึงอย่าคิดมากสิวะ ตอนนี้สิ่งที่มึงควรให้ความสนใจคือน้องพินไม่ใช่เหรอ กูเคยบอกมึงแล้วไง ว่ากูจะเป็คนช่วยมึงเลี้ยงหลานเอง]
“แต่นี่น้องพินจะขวบหนึ่งแล้วนะมึง กูแทบจะนับได้เลยว่าพี่นายกลับมาช่วยกูเลี้ยงลูกกี่ครั้ง”
ั้แ่ที่พัชรคลอดน้องพินออกมา เ้านายก็แทบจะไม่สนใจในตัวเขาหรือลูกเลยสักนิด เ้านายเอาแต่ทุ่มเทกับงานจนแทบไม่กลับบ้าน มีแค่ตอนที่พัชรไม่สบายหนัก ๆ เท่านั้น เ้านายถึงยื่นมือเข้ามาช่วยเขาดูแลลูก
[ฟังกูนะพัชร ต่อให้พี่นายเขาจะไม่สนใจมึงกับลูกยังไง แต่มึงเป็แม่คนแล้วนะพัชร มึงต้องให้ความสนใจกับลูกมาเป็อันดับแรก มึงเข้าใจไหม]
นะโมเอ่ยเตือนสติเพื่อนเบา ๆ เพราะเขาไม่อยากให้หลานรู้สึกมีปมด้อยในเื่ของความรัก เขาอยากให้หลานของเขาโตขึ้นมาอย่างดีที่สุดจากความรักของคนเป็แม่
“กูรู้ แต่กูอดน้อยใจไม่ได้ไงโม นอกจากพี่นายเขาจะมองว่ากูกับลูกเป็ตัวภาระแล้ว พี่เขายังไม่ยอมสนใจลูกอีก แบบนี้มันใช่ครอบครัวเหรอวะ หรือว่ากูคิดผิดแบบที่พี่นายพูดเอาไว้จริง ๆ วะ”
[ไอ้พัชร! ถ้ามันลำบากมากนัก มึงยกน้องพินให้กูไหม กูจะเลี้ยงลูกของมึงเอง มึงกับเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ไง กูบอกตามตรงนะ กูสงสารลูกมึงวะ]
ทันทีที่นะโมได้ยินสิ่งที่พัชรหลุดพูดออกมา เขาแทบจะะโด่าเพื่อนตัวเองอย่างเหลืออด เขาบอกแล้วไง ใครจะคิดยังไง จะทำยังไงเขาไม่สน ขอเพียงแค่หลานของเขาโตมาอย่างมีคุณภาพก็พอ
แต่สิ่งที่พัชรหลุดพูดออกมา มันกำลังทำให้นะโมคิดว่า แม้แต่แม่แท้ ๆ ยังไม่อยากเลี้ยงน้องพินเลย แล้วแบบนี้ หลานของเขาจะโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพท่ามกลางความรักจากคนรอบข้างได้ยังไงกัน
“โม”
พัชรรู้ดีว่าสิ่งที่นะโมพูด นะโมทำจริง ๆ แน่ นะโมรักน้องพินมากแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ ถ้าเทียบกันแล้ว นะโมน่าจะรักลูกของเขามากว่าพ่อแท้ ๆ อย่างเ้านายเสียอีกละมั้ง
[กูพูดจริง ๆ นะพัชร ถ้ามึงไม่ไหว ก็ยกน้องพินให้กูเถอะ]
“ขอบใจมึงมากนะ เอาเป็ว่ากูขอพยายามอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ กูจะยอมถอยออกมาเอง”
พัชรบอกกับอีกฝ่ายอย่างจนใจ อย่างน้อยตอนนี้ขอเขาลองพยายามอีกสักหน่อย เพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์ให้กับลูกน้อยของเขาก่อนก็แล้วกัน
[อืม ยังไงมึงก็ยังมีกูเป็ครอบครัวของมึงนะพัชร ไม่ไหวก็แค่โทรหากู]
นะโมไม่รู้จะพูดยังไงกับเพื่อนตัวเองอีกแล้ว ในเมื่อตอนนี้อีกฝ่ายยังอยากจะลองสู้ต่ออีกสักรอบ เขาก็จะยอมปล่อยให้พัชรได้ลองทำในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งตั้งใจเอาไว้ก็แล้วกัน
“ขอบคุณนะ ขอบคุณจริง ๆ”
ขอบคุณที่อย่างน้อยก็มีนะโมเป็ครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา ขอบคุณที่เพื่อนคนนี้ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอมา ขอบคุณจริง ๆ นะ...นะโม