ตอนที่ 15 โลกนอกบ่อ (3)
ดวงตาของบุรุษชุดดำบนแพไม้ไผ่หรี่แคบ การมาของชายแปลกหน้าผู้นี้อาจทำลายแผนการหลายสิบปีของเขาได้การหยั่งเชิงเมื่อครู่หากฆ่ามันได้ย่อมดีที่สุดแต่ในเมื่ออีกฝ่ายพอจะมีฝีมืออยู่บ้างถ้าถูกตามพัวพันคงมีเื่วุ่นวายตามมาไม่หยุดแน่
“สหายซิวเจ่อ[1]เราไม่เคยมีเื่บาดหมางกันกระมัง ธุระนี้ของข้าเกี่ยวเนื่องกับความแค้นร้อยปีเ้าคงจะไม่สอดมือเข้ามายุ่งหรอกกระมัง”
ที่แท้บุรุษฉกรรจ์ผู้มาใหม่ก็คือซือคงที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เป็มือกระบี่เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าวพื้นก็พลันสั่นะเืรัศมีสีแดงแผ่เป็วงรอบทิศโดยมีเขาเป็จุดศูนย์กลางราวกับริ้วกระเพื่อมของน้ำในทะเลสาบยามที่ริ้วพลังสีแดงเคลื่อนผ่านเม็ดฝนพลันหยุดลอยกลางอากาศส่งผลให้น้ำที่กำลังกระเด็นซ่า เจียวที่ถูกตรึงกลางอากาศแข็งค้างกระหนึ่งประติมากรรมน้ำแข็ง
ใบหน้าของบุรุษชุดดำบนแพไม้ไผ่พลันซีดเผือดในใจเกร็งวูบราวกับถูกปลายหอดจ่อเข้าที่ขั้วหัวใจ พลังเขตแดนเบื้องต้นหากไม่ใช่หยวนอิงก็ต้องเป็ผู้วิเศษฝ่านซูในตำนานแล้ว
จินตันตัวเล็กๆเช่นเขาจะไปสู้รบปรบมือกับผู้เฒ่าหยวนอิงฝ่านซูได้อย่างไรชีวิตที่บำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบาก จะไม่ดับดิ้นลงในวันนี้หรอกหรือ เมื่อคิดได้บุรุษชุดดำก็รีบประสานมือคาราวะละล่ำละลักกล่าว “ขออภัยผู้าุโข้าน้อยจะคืนหนวดและปล่อยเจียวเฒ่าตัวนี้ไปเพื่อเป็กุศลแก่ท่านจะถือว่าหนี้แค้นเก่าใหม่ที่มีต่อเจียวตัวนี้สิ้นสุดลงในวันนี้ ขอผู้าุโโปรดอภัยข้าที่ล่วงเกิน”
ซือคงยื่นมือออกมารับหนวดเจียวสองเส้นแล้วจึงผายมือเป็สัญญาณให้เขาจากไปได้ บุรุษบนแพไม้ไผ่ทะยานร่างจากไปอย่างไม่รีรอแผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เมื่อพุ่งออกมาจากเขตแดนของอีกฝ่ายฝนเม็ดใหญ่ก็โปรยลงมาบนตัวอีกครั้ง
เขาหันไปมองทางด้านทะเลสาบอีกครั้ง แววตาเคียดแค้นเสียดายเป็กำลังหากได้แก่นิญญาเจียว...แม้จะยังไม่ใช่ัทว่าก็ใกล้จะกลายเป็ัอีกไม่ไกลแล้ว เืเจียวแก่นิญญาเจียว หากได้มาไว้ในมือโอกาสเลื่อนเข้าสู่หยวนอิงก็คงเพิ่มมากขึ้น
แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อพลังของตนไม่เพียงพอ หากฝืนต่อสู้คงไม่ต่างจากตั๊กแตนคิดต้านล้อรถม้าถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่ิญญา
ทะเลสาบฟู่เซียนกลับมาสู่ความสงบอีกครั้งร่างของเจียวาเ็ยังคงดิ้นพล่าน ซือคงถอนเขตแดนออกปล่อยเจียวลงสู่ผิวน้ำเมื่อเป็อิสระมันก็แหวกว่ายอยู่ใต้น้ำอย่างดุร้ายมองเห็นมนุษย์เป็ศัตรูไปเสียหมดทว่าอาการาเ็ทำให้มันใกล้จะหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว
“เ้ากลายเป็เจียวไร้หนวดถูกขอดเกล็ดราวกับปลาบนเขียง แน่ใจหรือว่าจะสู้กับข้า” ซือคงแบมือออกลูกบอลน้ำก็ลอยลงสู่ผิวน้ำ
เมื่อกลับลงสู่สายนที ปลาหลีน้อยสองตัวก็แหวกว่ายไปหาเจียวตนนั้นครั้นเห็นลูกๆ มันพลันคลายท่าทีดุร้ายลง ค่อยๆ โผล่ศีรษะขึ้นมาปริ่มน้ำมองบุรุษผู้นั้นด้วยแววตาซาบซึ้ง
ซือคงมองอสูรเฒ่าที่เกือบจะกลายเป็เจียวหลงในอีกไม่ช้าอย่างสะท้อนใจหากมันรู้จักอดทนอดกลั้น ไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นง่ายๆภัยร้ายครั้งนี้คงไม่หล่นลงมาใส่ตัวรวดเร็วถึงเพียงนี้
เจียวที่ถูกตัดหนวดัยากมากที่จะฝึกตนได้อย่างราบรื่น มันอาจคุ้มคลั่งง่าย กระหายการเข่นฆ่าการปล่อยมันไว้อาจกลายเป็หายนะในอนาคต
“จำไว้สัตว์เดรัจฉานที่ฝึกตน อยู่ภายใต้กฎ์เรียกว่าสัตว์วิเศษมี์เป็ที่ไปแต่สัตว์เดรัจฉานที่ฝึกฝนด้วยการกลืนกินชีวิตอื่น นั่นเรียกว่าปีศาจ ตัวข้า!พบปีศาจฆ่าปีศาจ พบมารสังหารมารหากผ่านทะเลสาบฟู่เซียนครั้งต่อไปข้าพบว่าเ้าได้กลายเป็สัตว์ร้ายที่คอยเข่นฆ่าผู้คนข้าจะฆ่าเ้าให้สิ้นซากเพื่อไถ่บาปที่ข้าละเว้นเ้าครั้งนี้”
สิ้นคำปลายนิ้วเรียวก็กรีดวาดอักขระโบราณสีทองขึ้นมาพลางเอ่ย“ข้าจะผนึกเ้าไว้ห้าสิบปี ห้าสิบปีให้หลังผนึกจะคลายออกเองระหว่างนี้เ้าจะขึ้นมาเหนือผิวน้ำไม่ได้คนอื่นก็บุกลงสู่วังบาลดาลของเ้าไม่ได้เช่นกัน จงใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูตบะเร่งบำเพ็ญตนเถิด”
“ผนึก!”
อักขระสีทองพุ่งวาบขยายขนาดใหญ่โตเหนือผืนน้ำก่อนแตกแยกออกเป็เส้นสายราวกับกลุ่มดาวจิง (มีดาวแปดดวงในกลุ่มดาวราศีเมถุน)ล้อมรอบพื้นที่ทะเลสาบเอาไว้สี่มุม จากนั้นซือคงก็ทะยานร่างจากไปทันทีทิ้งทะเลสาบฟู่เซียนไว้เื้ั
บนผิวน้ำที่ยังขุ่นแดงหลังจากซือคงจากไปจึงปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งในสภาพาเ็สาหัสในอ้อมแขนมีร่างของสตรีนางหนึ่งนางหลับตานิ่งราวไร้ชีวิตอึดใจต่อมาร่างของตรีก็ค่อยๆ กลายเป็ร่างของเจียวขนาดเล็กแล้วจึงกลายเป็ปลาหลีไปในที่สุด
“หรูเอ๋อร์!”
บุรุษร้องคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงร้าวรานใจฝืนสร้างลูกบอลน้ำออกมาห่อหุ้มปลาหลีตัวนั้นไว้พลังเฮือกสุดท้ายนี้ทำให้เขาคงสภาพร่างมนุษย์เอาไว้ไม่ได้จึงกลายเป็เจียวร่างทั้งสองจมลงใต้น้ำลึกอย่างช้าๆ ฝนยังคงตกต่อเนื่องถึงห้าวันพื้นที่ทะเลสาบฟู่เซียนไร้วี่แววของเจียวนับแต่นั้น
ต้นหลิวริมทะเลสาบที่เคยเขียวชอุ่มชั่วนาตาปีกลับกลายเป็สีเหลืองทองไม่ต่างจากต้นไม้อื่นๆใบร่วงใน่สารท กลับมาเขียวสดใสในฤดูวสันต์ วนเวียนตามวัฏจักร
รอวันฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง
ทางด้านรถเทียมวัวไร้ผู้บังคับวัวแก่ท่าทางเหมือนถูกใช้งานมาอย่างหนักกำลังลากรถเดินไปบนทางเปื้อนโคลนท่ามกลางม่านฝนโดยไม่หยุดพักอย่างยากลำบากยามที่รถเทียมวัวปรากฏขึ้นใกล้ๆ กับกำแพงเมืองของอำเภออวี่เฉิงเมฆดำยังคงปกคลุมทั้งเมืองไว้ สภาพอากาศชวนสลดหดหู่อย่างน่าประหลาดราวกับว่าฝนนี้หลั่งลงมาเพื่อไว้อาลัยอย่างไรอย่างนั้น
ซือคงปรากฏกายขึ้นบนตำแหน่งบังคับรถเทียมวัวในรูปลักษณ์ช่างตีเหล็กใบหน้าดูเหนื่อยล้าซีดเซียว เขามองเข้าไปในรถเทียมวัวเห็นบุตรชายกำลังดำดิ่งอยู่ในสมาธิพร้อมส่งพลังปราณเข้าไปในเตาผิง ทว่าปรากฏการณ์ฟ้าดินเล็กที่ห่อหุ้มรถเทียมวัวไว้ทั้งคันนี้กลับอยู่เหนือการคาดคิดของเขา
ซือคงใช้มือแตะที่หลังคารถเบาๆไอน้ำที่ล้อมวนรถก็สลายหายไป ฝนค่อยตกกระทบหลังคารถดังเปาะแปะ
บนหอคอยเหนือป้อมประตูเมืองมีทหารยามยืนประจำการอีกไม่นานก็จะได้เวลาปิดประตูเมืองแล้ว ยามที่รถเทียมวัวคันหนึ่งปรากฏขึ้นที่สุดถนนทหารยามบนป้อมปราการมองเห็นเพียงกลุ่มไอน้ำสีขาวล้อมวนรถเอาไว้ชั้นหนึ่งประหนึ่งถูกเมฆหอบมาปรากฏยังที่แห่งนั้นในชั่วพริบตาพวกเขาต้องใช้มือป้องเหนือคิ้วเขม้นมองจึงพอจะเห็นชัด
“มีรถ...รถม้า ไม่ใช่รถม้าเป็รถเทียมวัว! มีรถเทียมวัวกำลังมาอย่าเพิ่งปิดประตู!”
แวบแรกที่ทหารยามมองเห็นคือตำแหน่งคนบังคับรถนั้นว่างเปล่ามันไม่ได้แปลกประหลาดอะไร เพราะฝนฤดูสารทที่ตกลงมาอย่างไม่มีเค้าลางนี้ช่างหนาวเหน็บนักเป็ธรรมดาที่คนบังคับรถจะหลบอยู่หลังม่าน
แต่เมื่อรถเทียมวัวแล่นเข้ามาใกล้ไอน้ำก็หายไปทำให้มองเห็นบุรุษร่างกำยำกำลังบังคับรถแล่นเข้ามา อีกฝ่ายดูซีดเซียวเล็กน้อยราวกับรอนแรมฝ่าพายุฝนมายาวนาน
ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากภายนอกซือเฟิงหลงก็รู้สึกตัวถอนจิตออกจากสมาธิเอ่ยถามว่า “ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ”
เสียงตอบดังมาจากหลังม่าน “อืม...ปัญหาจัดการเรียบร้อยแล้วลูกวางใจได้”
ซือเฟิงหลงรู้สึกโล่งราวกับยกูเาออกจากอกเด็กชายโผล่หน้าออกมามอง เห็นกำแพงเมืองสูงตระหง่านตรงหน้าพลันอึ้งงันไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าได้เดินทางมาจนถึงจุดหมายปลายทางแรกแล้ว “ท่านพ่อที่นี่คือ...”
“เมืองอวี่เฉิง คืนนี้เราจะพักกันที่นี่แล้วค่อยหาเรือโดยสารเดินทางขึ้นไปเมืองหยุนหนาน ที่นั่นอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีหน้าหนาวปีนี้ท่านแม่ของเ้าจะได้ไม่ต้องทรมานเพราะความหนาวมากเกินไป”
เมืองอวี่เฉิงคือเมืองตอนใต้ของทะเลสาบฟู่เซียนแม่น้ำฟู่เซียนไหลผ่านทางทิศตะวันออกของเมือง มีท่าเรือสำคัญหลายแห่งทำให้เมืองเล็กห่างไกลแห่งนี้รุ่งเรืองเป็อย่างมาก เป็ทั้งเมืองท่าทางการค้าเป็ศูนย์กลางการขนส่งในแถบตอนใต้ของทะเลสาบ
[1] ซิวเจ่อใช้เรียกผู้ฝึกตนโดยรวม