วันศุกร์ก่อนหยุดสุดสัปดาห์บรรยากาศตอนเช้าอบอวลไปด้วยกลิ่นไอดินจากฝนที่กำลังตกอยู่ที่ไหนสักแห่งผสมกลิ่นปิ้งย่างจากร้านขายอาหารข้างทางและกลิ่นควันรถ จนมันไม่ค่อยรื่นรมย์ประสาทส่วนรับกลิ่นสักเท่าไหร่ กรินทร์มองเมฆฝนสีครามครึ้มก่อตัวอยู่ไกลๆ ก็ต้องแข่งกับเวลา ทว่ายังขับรถอย่างระมัดระวัง
เมื่อขับรถถึงที่หมายร่างสูงเก็บหมวกกันน็อกไปด้วย ระหว่างทางเดินเข้าตึกปรเมนทร์ก็วิ่งมา
“ช้างศึก รอก่อน” กรินทร์หันมองก็เห็นเพื่อนสนิทวิ่งเหยาะๆ มาหา
“ไงเพื่อน มีอะไรหรือเปล่า”
“มีสิ เมื่อคืน มีรูปนายขึ้นในกลุ่มอีกแล้ว”
“หืม ไปคุยกันบนห้องเรียนปะ” ทั้งสองพูดกันระหว่างทางเดินจนปรเมนทร์รู้ว่าเมื่อวานที่บอกจะเอารถไปซ่อมมันเป็รถรุ่นพี่
“ถึงว่าลูกเกดบ่น”
“เหรอ เธอไม่รู้นี่ แต่ถึงรู้เธอก็ไม่เกี่ยว”
“ทำไมนายไม่ปฏิเสธไปเลยล่ะ ว่านายไม่ชอบเธอ”
“เพราะฉันไม่เคยเป็แฟนเธอนี่ อีกอย่างเธอก็ไม่เคยขอคบกับฉัน”
“อ้าว ไหนตอนปีหนึ่งนายบอกจะขอเธอเป็แฟนล่ะ ฉันนึกว่าพวกนายคบกันอยู่แต่ระหองระแหงกัน”
“เปล่า ไม่เคยขอเลย เราเลยไม่ได้คบกัน นี่นายเป็เพื่อนสนิทฉันนะ นายดูไม่ออกเหรอ”
“ก็พอดูออกแต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็แบบนี้ เห็นเธอตามติดนายตลอด นายก็ปล่อยเธอเดินตาม ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วพวกนายไม่ได้คบกัน”
“ก็เคยคิดจะขอคบแต่มีเื่ให้เลิกล้ม ตอนนั้นฉันก็เฮิร์ทอยู่ไม่น้อย ดีหน่อยคุณแม่ให้ไปหาที่นิวซีแลนด์เลยมีที่ปรึกษาช่วยให้ตัดใจง่ายหน่อย”
“หืม เหรอฉันไม่เห็นรู้เลยทำไมไม่บอกกัน”
“ไม่เป็ไรหรอก ตอนนั้นฉันคิดอะไรไม่ออกน่ะ”
“แล้วเื่อะไรที่ทำให้ล้มเลิก”
“ฉันยังบอกไม่ได้ แต่มีนะ ถึงเวลาฉันจะบอกนายก่อนคนอื่นเลย ขออย่างเดียวนายต้องเก็บเป็ความลับ”
“อ้าว แล้วพี่ตาลรู้เื่นี้หรือเปล่า”
“คนนั้นเขาก็คิดว่าฉันกับลูกเกดเป็แฟนกันเหมือนนายนั่นแหละ”
“เอ๋ แบบนี้ก็แย่เลย” ปรเมนทร์หยุดขมวดคิ้วคิดอยู่หน้าประตูห้อง
“ไหนล่ะ เื่ที่จะให้ฉันดู”
“อ้อ วันนี้ไปนั่งหลังห้องกัน” ปรเมนทร์พูดขณะล้วงมือถือปลดล็อกเปิดไลน์กลุ่มส่งให้เพื่อน “มีรูปนะ”
กรินทร์รับไปขณะที่ก้าวเดินแต่ช้าลงอ่านทุกข้อความดูชื่อและหน้าแต่ละแอคเคาท์ บางคนก็รู้จักเป็รุ่นน้องในคณะ บางคนก็ในแผนก บางคนก็ไม่รู้จักเลยจนไปเจอรูปตัวเองขับรถเครื่องซ้อนสามมีญาณินท์นั่งข้างหน้า เขายิ้มบางเมื่อเห็นรูปนั้นมันคือความทรงจำที่ดีแต่ใครกันเล่าแอบถ่ายเขาและเธอ แอคเคาท์คนส่งก็ไม่ซ้ำกันกับครั้งก่อน
“ปาล์มช่วยส่งรูปให้ฉันหน่อย ฉันจะเก็บไว้”
“เอาเหรอ”
“อืม”
“แล้วนายจะจัดการยังไงกับเื่นี้” ปรเมนทร์ถาม
“นายเห็นมีใครส่อแววว่าเป็ตัวตั้งตัวตีหรือยัง” กรินทร์ถามกลับ
“ยังเลย ฉันพยายามไล่อ่านหาที่มาที่ไปก็ยังไม่รู้แรงจูงใจ แล้วคนถ่ายรูปเข้ากลุ่มดูเหมือนว่าจะเป็ใครก็ได้ที่บังเอิญเจอและยังจับทางไม่ได้ถึงจุดประสงค์ของการกระทำพวกนี้เลย”
“นั่นสิ เท่าที่อ่านดูยังจับเจตนาไม่ออก เหมือนแค่พวกผู้ชายชอบนินทา” กรินทร์ถอนหายใจส่ายหน้า
“เอาผิดได้ไหมเพื่อน ทั้งหมดนี่เลย โดยเฉพาะคนที่พูดดูิ่หรือออกแนวคุกคามเธอ”
“มันยังไม่ขยายเป็วงกว้าง ดูแล้วน่าจะรู้กันเฉพาะคนในกลุ่มไลน์ จุดประสงค์ก็ยังไม่แน่ชัด ใครเป็ต้นเื่ก็ยังไม่รู้ อีกอย่างหากลูกตาลรู้เื่ ฉันกลัวเธอใช้ชีวิตไม่มีความสุข หวาดระแวงแล้วพานย้ายไปเรียนที่อื่น”
“แล้วจะเอายังไง”
“นายอยู่ในกลุ่มนั่นแหละสืบไปเรื่อยๆ ก่อน ถ้าหาตัวต้นเื่ได้และรู้จุดประสงค์ที่แน่ชัด ฉันจะไปถามคนที่พอรู้จักในกลุ่มนั้นเอง ตอนเย็นฉันจะมาหานายที่สนามบาสแล้วจะแคปจอไว้”
“อือ งั้นนายค่อยมาดูดรูปออกก็แล้วกัน แต่ว่าเธอจะไม่เป็อันตรายใช่ไหม”
“ไม่แน่ใจ ถ้าพอจัดการได้ฉันจะจัดการเอง แต่ถ้าดูแล้วไม่ดีคงต้องบอกตำรวจ”
“ตำรวจเลยเหรอ”
“อือ พ่อเธอเป็ตำรวจ”
“ห๊ะ นายรู้ได้ไง”
“ฉันเจอตอนไปเอารถเธอไปซ่อม กองปราบด้วยท่าจะยศใหญ่”
“โอ้วแม่เ้าเว้ย ลูกสาวนายตำรวจใหญ่นี่หว่า” ปรเมนทร์พูดดังขึ้น
“เบาเพื่อนเบา” กรินทร์ปราม
“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าใครอยู่เื้ัเื่นี้” ปรเมนทร์ลดเสียง
“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน” กรินทร์บอกหน้ายังมองมือยังไถจอไปเรื่อยจนอานนท์กับเพื่อนๆ ในกลุ่มเดินเข้ามาทักทาย
“ช้าง ปาล์ม ทำไมวันนี้นั่งหลังห้องล่ะ” อานนท์ถามขณะที่คนอื่นๆ วางกระเป๋าลงบนโต๊ะบ้างหย่อนตัวลงเก้าอี้หย่อนกระเป๋าลงข้างที่นั่ง
“มีเื่ต้องคุยกับปาล์มน่ะ จริงสิปาล์มนายบอกเพื่อนกลุ่มเราสักคนยัง” กรินทร์ถาม ประโยคนั้นทำให้เพื่อนทั้งห้าคนหันมาสนใจทั้งสองที่นั่งหลังสุด
“ยังเลย เื่นี้มันเกี่ยวกับนาย ฉันรอให้นายตัดสินใจ” กรินทร์พยักหน้าเหลือบมองเพื่อนทุกคนก่อนหันดูรอบห้อง นอกจากกลุ่มข้างหน้าแล้ว กลุ่มอื่นยังไม่เข้า กรินทร์จึงตัดสินใจบอกเพื่อนๆ ปรากฏว่าทั้งหกคนมีเพียงปรเมนทร์ที่ถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์
ทุกคนสันนิษฐานว่าอาจเพราะเขาใช้ไอคอนรูปการ์ตูน ชื่อเป็แค่อักษรและตัวเลขเลยไม่รู้ว่าเขาเป็ใครหรือถึงรู้ก็อาจลืมเลยดึงเข้าไปก่อน แต่เพื่อนคนอื่นเปิดหน้าชัดเจนเลยไม่มีใครถูกดึง
“คนอื่นๆ เข้ามากันแล้วเปลี่ยนเื่คุยเถอะเพื่อน คืบหน้ายังไงค่อยว่ากัน พวกเราจะช่วยนายสืบเองช้างศึกนายไม่ต้องห่วง” อิสราบอกทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่สายลมเย็นจะพัดเข้าหน้าต่างพร้อมละอองฝนที่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยตามด้วยเสียงแตกฮือขึ้นตึกทยอยเข้าห้องเรียนของแต่ละคน