ภายในป่ายามค่ำคืนอันมืดมิดเสียงมอนสเตอร์ดังกึกก้องไปทั่ว
มีร่างของมนุษย์สองคนกำลังเดินทางเพื่อตามหาบางสิ่งอยู่ด้านหน้าคือหญิงสาวผมยาวเหน็บดาบยาวไว้ข้างเอว
ส่วนคนที่เดินตามอยู่ด้านหลังคือชายหนุ่มรูปร่างกำยำผมสีขาวมีใบหน้าเ็าไม่สนใจสิ่งใด ร่างของเขาในยามนี้ไม่ได้เปลือยเปล่าเหมือนตอนแรกแล้วเพราะเขาเอาชุดเกราะที่ถูกเพลิงทมิฬเผาไหม้มาสวมใส่อีกทีถึงแม้มันจะมีร่องรอยของการถูกเผาไหม้ไปบ้าง แต่ก็แค่เล็กน้อย ที่ตอนนั้นชายหนุ่มต้องถอดออกก็เพราะกลัวชุดจะเสียหายจนไม่มีชุดใส่ก็เท่านั้น
ถึงยังไงตัวเขาก็ยังมีนาโนแมชชีนในการซ่อมแซมตัวเองได้แต่ชุดของเขาไม่มีนี่สิ ประกอบกับข้อมูลจากการเฝ้ามองของเขาทำให้รู้ว่าเ้าสุนัขตัวนั้นทำอันตรายถึงชีวิตเขาไม่ได้ดังนั้นการถอดชุดทิ้งไว้ก่อนค่อยต่อสู้จึงนับว่าเป็ทางที่เขามองว่าไม่เลวนัก
“จะว่าไป นายเห็นศพของสุนัขเพลิงทมิฬบ้างไหม” หญิงสาวหันกลับมาถามชายหนุ่มที่เดินตามเธออยู่ท่าทางของเขาเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งใดเลย เ็าจนหน้าหวาดกลัว
“เห็น ข้าฉีกมันเป็ชิ้น ๆแล้วโยนทิ้งไปในที่ห่างไกลแล้ว จะได้ไม่มีมอนสเตอร์ตัวอื่นมาใกล้พวกเราอย่างน้อยซากศพเ่าั้คงล่อให้มันสเตอร์ไปที่อื่นได้”ชายหนุ่มโกหกกลับไปเขาไม่คิดว่าวิชาประหลาดที่ใช้ดูดกลืนเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นได้จะเป็เื่ที่ทุกคนสามารถทำได้ดังนั้นเก็บเงียบไว้ก่อนน่าจะดีกว่า
...
“ขอให้พวกนายหลับให้สงบนะ ไมเคิล เกรฟ วอล”หญิงสาวยืนกล่าวไว้อาลัยอยู่ด้านหน้าหลุมศพที่เธอฝังร่างของทั้งสองคนเอาไว้
ที่บอกว่าทั้งสองก็เพราะศพของวอลอยู่ในท้องของสุนัขเพลิงทมิฬทำให้ไม่มีศพเอาไว้ฝังแต่เธอก็เอาโล่สองมือที่เป็อาวุธของเขามาฝังไว้ให้แทน
“...”ชายหนุ่มยืนพิงต้นไม้อยู่เงียบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจตอนนี้เขาอยู่ในชุดคลุมสีฟ้าที่ส่วนหมวกมีร่องรอยถูกตัดหายไปมันคือชุดของไมเคิลนั่นเอง ชายหนุ่มขอยืนมาใส่ก่อน
‘มันสำคัญด้วยรึ? การมานั่งร่ำไห้ให้กับผู้เสียชีวิตไปแล้วแบบนี้ ?’ ชายหนุ่มคิดในใจเงียบ ๆเขาต่อสู้ในสนามรบมาโดยตลอด เมื่อมีเพื่อนร่วมโลกตายจากมอนสเตอร์ต่อให้ต้องใช้ศพนั้นเป็โล่ป้องกัน เขาก็จะทำโดยไม่คิดแม้แต่น้อย
เพื่อให้โลกปลอดภัยเขาทำได้ทุกอย่าง มันเป็ตัวตนของเขาที่ถูกสร้างมา...
แต่หารู้ไม่ว่าตัวเขาหลังจากนี้จะเริ่มเปลี่ยนไปช้า ๆ จนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว...
“ขอบคุณที่ช่วยนะ”หลังเสร็จจากการฝังเพื่อนที่ร่วมสู้กันมา หญิงสาวก็หันมากล่าวขอบคุณชายหนุ่ม
เธอรู้ว่าความจริงชายตรงหน้าไม่จำเป็ต้องมาช่วยเธอตามหาศพของคนที่เขาไม่รู้จักด้วยเลยสักนิดแต่ชายหนุ่มก็ช่วยเธอโดยไม่ได้บ่นอะไรออกมาสักคำ
“ไม่เป็ไร”ชายหนุ่มตอบกลับหญิงสาวไป
อี๊ด อี๊ด อี๊ด
เสียงร้องของหมูดังสนั่นมาแต่ไกลพร้อมกับต้นไม้ที่หักโค่นมาตามทางดูเหมือนฝูงมอนสเตอร์หมูป่าจะตามกลิ่นของทั้งสองคนจนเจอเสียแล้ว
“แย่แล้ว! พวกนั้นมีกันเยอะมากเรารีบหนีกันเถอะ!” หญิงสาวกล่าวออกมาเธอคิดว่าต้องเป็ฝูงมอนสเตอร์หมูป่ากลุ่มเดียวกับที่ไล่ตามพวกเธอมาตอนแรกแน่ ๆ
“พวกมันฝีมือเป็ยังไงสู้สุนัขตัวก่อนหน้านี้ได้ไหม” ชายหนุ่มแกล้งถามไปทั้ง ๆที่เขารู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“ไม่ได้ แต่พวกมันมีกันเยอะ เกือบสิบตัวฉันว่าการหนีจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่า!” เซรีนตอบกลับไปก่อนมองหาทางที่น่าจะหนีไปได้
ครึ่งหลัง
“เราหนีไม่ทันแล้วล่ะ”ชายหนุ่มกล่าวออกมา
หลังจากที่ชายหนุ่มกล่าวจบก็พบว่ารอบบริเวณถูกมอนสเตอร์หมูป่าขนเหล็กล้อมเอาไว้หมดแล้วดูเหมือนพวกมันจะฉลาดไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้พวกมันไล่มาเป็ทางเดียวกันทำให้มนุษย์ตรงหน้าหนีไปได้
คราวนี้พวกมันเลยกระจายตัวกันจากหลายทิศทางเพื่อปิดล้อมเอาไว้ไม่ให้มีมนุษย์หนีไปได้อีก ด้วยจำนวนมากถึงสิบตัวคงมีน้อยคนนักที่จะหนีไปได้!
“ไม่จริงน่า! ถ้าอย่างนั้นก็ต้องสู้แล้ว!”เซรีนกล่าวพร้อมกับชักดาบออกมาเตรียมเข้าต่อสู้อย่างน้อยชายหนุ่มด้านข้างของเธอก็น่าจะจัดการได้หลายตัวขอแค่เธอถ่วงเวลาเอาไว้ได้สักหน่อย พวกเธออาจจะมีหวังที่จะรอดไปได้บ้าง
“ข้าจัดการเอง”ชายหนุ่มกล่าวจบร่างของเขาก็พุ่งเข้าหามอนสเตอร์ฝูงนั้นด้วยความรวดเร็วเวลานี้พละกำลังโดยรวมของเขาเพิ่มขึ้นมากหลังจากกลืนกินสุนัขเพลิงทมิฬ
ฟิ้ว ตู้ม! โพละ!!
หมูป่าตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกชายหนุ่มใช้หมัดซัดเข้ากลางหัวอย่างแรงจนสมองของมันะเิออกมาในหมัดเดียว
“...”หญิงสาวที่กำลังจะเข้าต่อสู้ เมื่อเห็นภาพนี้เข้าเธอก็ยืนอึ้งคิดอะไรไม่ออกอยู่นาน
“อ่อนแอเหลือเกิน”ชายหนุ่มมองกำปั้นของตัวเองที่เต็มไปด้วยเศษซากและเืหมูป่าก่อนจะกล่าวออกมา
อี๊ดดด อี๊ด
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นเหล่าหมูป่าขนเหล็กที่เหลือก็ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธเคืองตาของพวกมันพากันเรืองแสงก่อนจะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มที่จัดการพวกพ้องของพวกมันอย่างไม่คิดชีวิต!
ฟิ้ว! วืด
หมูป่าบางตัวได้สะบัดขนที่แข็งดุจเหล็กกล้าของมันเข้าใส่ชายหนุ่มแต่เขาก็หลบมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทั้งการพุ่งเข้าชน ขวิด ยิงขนเหล็กเข้าใส่ ชายหนุ่มล้วนอาศัยช่องว่างหลบรอดไปได้ทั้งหมด
ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ
ชายหนุ่มริวหมัดเข้าตามข้อต่อของเหล่าหมูป่าขนเหล็กทุกตัวเมื่อเขาเคลื่อนตัวผ่านทุกหมัดของเขาแม้จะใช้พลังไปแค่หนึ่งในสิบ ก็ทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นของหมูป่าเ่าั้เสียหายจนหมดสิ้นพวกมันล้วนร้องโอดโอยพลางนอนทรุดอยู่กับพื้น ทำได้แค่รอความตาย
“เ้า มาจัดการพวกมัน”ชายหนุ่มหยุดอยู่ด้านหน้าหมูป่าเ่าั้ แล้วกล่าวออกมา
“หะ ฉันเนี่ยนะ”หญิงสาวที่เพิ่งได้สติชี้หน้าตัวเองก่อนจะกล่าวตอบ
“ใช่ มาจัดการซะ”ชายหนุ่มกล่าวจบก็ยืนเงียบ ๆ ไม่กล่าวอะไรอีก
“ทำไมล่ะแค่นายต่อยพวกมันอีกไม่กี่ทีก็ตายแล้วนะ”หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจ
“...”แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่มด้านหน้าเธอจึงได้แต่เดินไปใช้ดาบในมือฟาดฟันเหล่าหมูป่าไร้ทางสู้พวกนั้น
แต่ถึงจะเป็การฟาดฟันอยู่ฝ่ายเดียวการจะฆ่าพวกมันสักตัวก็นับว่าลำบากมาก ด้วยความต่างของเลเวลและทักษะทำให้เธอต้องฟันที่จุดอ่อนของหมูป่าพวกนี้ซ้ำ ๆ ถึงจะฆ่ามันได้
“ขอบคุณนะ เพราะนายทักษะการฟาดดาบกับเลเวลของฉันถึงอัพขึ้นมาได้”หญิงสาวโค้งตัวกล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่
“อืม”ชายหนุ่มเพียงตอบสั้น ๆ รับคำเขา้าจะดูว่าฝีมือระดับหญิงสาวตรงหน้าถ้าจัดการมอนสเตอร์พวกนี้ที่ไร้ทางสู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เพื่อเป็การเก็บข้อมูล
อีกทั้งถึงเขาจะลงมือฆ่าพวกมันไปก็ยังไม่ได้อะไรอีกด้วย
[“้าดูดกลืนหมูป่าขนเหล็กx10 หรือไม่”]มีเสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
[“ไม่”]ชายหนุ่มไม่ลังเล คิดในใจตอบกลับไป เขาคิดว่ามันคงเป็อะไรสักอย่างที่อยู่ในตัวเขาถึงจะอธิบายไม่ได้แต่เขารู้สึกว่ามันมีอยู่
“นายเป็ผู้ปลุกพลังรึเปล่า ?ทำไมฉันไม่เห็นนายจะมีพวกป้ายของสมาคมเลยล่ะ”หญิงสาวกล่าวถามหลังจากสังเกตอยู่นานถึงเธอจะถามออกมาแต่ก็แทบจะรู้สึกว่ามันไร้สาระจริง ๆถ้าไม่ใช่ผู้ปลุกพลังชายหนุ่มตรงหน้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง!
“ข้าเป็แค่คนธรรมดา”ชายหนุ่มตอบกลับไป เขาไม่เข้าใจว่าผู้ปลุกพลังคืออะไรดังนั้นตอบไปตามจริงก่อนอาจจะดีกว่า
แต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเขาได้ทำให้หญิงสาวใจนแทบช็อคไปเลย…