โจวจี้ไหลที่าเ็เล็กน้อยแสยะยิ้ม ก่อนมองไปโดยรอบ ดูเหมือนไม่ช้าการสยบสตรีทั้งหลายจะเสร็จสิ้นแล้วซุนลี่หรูและซุนอีเหยียนที่เป็ผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] ตอนนี้ซุนลี่หรูพลาดพลั้งแล้ว ในไม่ช้านางก็ต้องโดนสยบ ส่วนซุนอีเหยียนก็ไม่ต่างกัน นางฝีมืออ่อนกว่าซุนลี่หรูมาก ประคองมาได้ถึงตอนนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
โจวจี้ไหลมองไปที่าแตัวเองก่อoที่จะกล่าวสบถเบาๆ "บัดซบ วันดีๆ แท้ๆ กับต้องมีเื่ให้อารมณ์เสีย" มันย่างก้าวไปหาซุนจางหง ที่บัดนี้ค่อยๆ ฝืนตัวยืนขึ้นบังรถไม้ที่เคลื่อนไปด้านหน้าอย่างช้าๆ เพราะ ณ ตอนนี้ถูกทหารล้อมไว้หมดแล้ว
"เ้ารู้หรือไม่นังสตรีโง่เง่า การที่ทำให้ข้าโจวจี้ไหลมีาแต้องหลั่งโลหิตนั้นต้องมีโทษสถานใด หึหึ..." สายตาของโจวจี้ไหลเย็นเฉียบและเืเย็นเป็ที่สุด "เ้าต้องตายอย่างทรมานนังสตรีผู้โง่เง่า"
ซุนจางหงราวกับไม่รู้จักคำว่าหวาดกลัวนางสบดคำด่าก่อนที่จะจับกระบี่เป็มั่นเหมาะ "บุรุษเดรัจฉานเ้าต้องตายด้วยกระบี่ของมารดาเนี่ยแหละ!!!ย๊าาาาาาาาาาก" ซุนจางหงพุ่งตัวไม่สนความเ็ปนางหมายแลกชีวิตกับโจวจี้ไหล แม้ระดับของนางจะเพียงเปิดชีพจรทวารขั้นสูงสุด [ผู้ฝึกปราณระดับ 3 ขั้น 5]
ก็เป็ดังเดิมโจวจี้ไหลหรือจะคิดแรกชีวิตกับนาง มันปรี่ถอยร่นเข้าไปในกลุ่มทหารก่อนออกคำสั่งเสียงดัง "สังหารนางให้ข้า"
แม่สามซุนจางหงใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายของนางใช้ย่างก้าววิชาเท้าอันซับซ้อนผ่านร่างนักรบทหารกล้าไปสามสี่คนอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่นางผ่านร่างทหารไปได้นั้นศีรษะของเหล่าทหารนั้นก็ขาดกระเซ็นออกจากกัน ปราณกระบี่ของนางไหววู่ราวกับแส้สะบัด
หากแต่ขุมกำลังของฝ่ายทหารไล่ล้ามีมากกว่า คนๆ เดียวหรือจะสู้คนนับสิบนับร้อยเช่นนี้ ง้าวยาวและหอกแหลมพุ่งแทงเข้าทั่วร่างของซุนจางหง ก่อนที่ในไม่ช้าร่างของนางจะทรุดลง
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ท่านแม่สาาาาาาาาาาม"
เสียงกรีดร้องของซุนนานดังทั่วผืนป่าดงอสูร
เสียงกรีดร้องนี้ราวกับไม่ใช่เสียงร้องธรรมดา ไม่รู้ทำไมเหล่าทหารกล้าหลายร้อยนายที่มาเสริมและแม้แต่โจวจี้ไหลและผู้ติดตามทั้งสี่ของมันที่เป็ถึงผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] ก็ยังคงมีความรู้สึกหวาดกลัวอย่างประหลาดต่อน้ำเสียงของเด็กน้อยผู้นี้ มันสืบรู้มาว่านายน้อยตระกูลซุนเป็ผู้พิการแก่นกำเนิดมิใช่รึ
แล้วเสียงกรีดร้องที่ชวนขนลุกเมื่อกี้... คืออะไร?
โจวจี้ไหลเหลือบมองไปทางซุนนานเด็กน้อย มันรู้สึกได้ว่า ไม่ว่าอย่างไรวันนี้มันต้องสังหารเด็กน้อยผู้นี้ให้ได้ ไม่งั้นเภทภัยมหันตร์จะต้องตกที่มันเป็แน่
โจวจี้ไหลจับาแของตัวมันเองที่มีโลหิตซึมไหลพร้ะโกนออกคำสั่ง "ไม่ต้องสนใจสตรีแล้ว ฆ่าบุตรของไอ้เดรัจฉานซุนก่างก่อน อย่างปล่อยให้สายเืของมันคงอยู่เป็ภัย"
นายทหารนักรบทั้งหลายได้ยินดังนั้นก็รับคำ มันก็รู้สึกหวาดกลัวกับเสียงกรีดร้องโหยหวนนั้นเหมือนกัน บัดนี้สตรีและคนทางฝั่งสกุลซุนเหลือเพียงแม่ใหญ่ซุนลี่หรู แม่สองซุนอีเหยียน แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านและแม่แปดซุนเฟิ่งย่า
ส่วนสตรีรับใช้ที่เป็นักรบกล้าบัดนี้ถูกสยบหมดแล้ว
หากแต่ในไม่ช้าเื่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
"ก๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก"
"โครกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
"ซูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เสียงเหล่าสัตว์อสูรที่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจจำนวนมากต่างะโร้องออกมาพร้อมๆ กัน ราวกับว่าพวกมันพึงถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา ณ ตอนนี้ภายในดงอสูรปั่นป่วนเป็ที่สุด เหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างเมื่อได้ยินเสียงของเหล่าราชันย์ของพวกมัน พวกมันก็ต้องลุกขึ้นมากส่งเสียงกรีดร้องไปพร้อมกันกับนายของพวกมัน ส่วนสัตว์อสูรระดับต่ำ ณ ตอนนี้ ต่างก็วิ่งไปมาหลบหนีด้วยความหวาดกลัว
นายทหารผู้หนึ่งที่เป็ถึงผู้นำทัพในศึกไล่ล้านี้ถึงกับร้องออกด้วยความใ "!!! บ้าเอ้ยอสูรคลั่ง ทุกคนระวัง"
ในดินแดนนี้มีผู้ใดบ้างที่เป็นักรบและไม่รู้ถึงความน่ากลัวของปรากฏการณ์อสูรคลั่ง ต่อให้เป็ราชันย์ เป็จอมทัพ หากแต่เมื่อเจอกับเหล่าอสูรคลั่งพวกมันก็ยังต้องถอยหนี!!!
แม่สองซุนอีเหยียนที่เห็นแม่ใหญ่ซุนลี่หรูเพลี่ยงพล้ำถูกฝ่ามือ เมื่อเห็นเหล่าทหารทุกคนอยู่ในความแตกตื่นนางจึงรีบเข้าไปช่วยแม่ใหญ่ซุนลี่หรู ก่อนจะใช้พลังปราณของตนโยนร่างของแม่ใหญ่ซุนลี่หรูไปทางรถม้า พร้ะโกนเสียงดัง "ท่านพี่หญิงท่านต้องหนีรอดให้ได้นะ" จากนั้นนางก็ดึงแผ่นหนังผืนใหญ่ที่ภายในนั้นมีการวาดอักษรอันแปลกประหลาดโยนขึ้นฟ้า จากนั้นก็มีเสียงะเิตูมเสียงดัง หากแต่มันก็หาได้มีอานุภาพทำลายล้างใดๆ ไม่ หากแต่แสงสว่างจากมันช่างเด่นชัดและดูจะดึงดูดสายตาของเหล่าสัตว์อสูรให้สนใจยิ่งนัก
โจวจี้ไหลเห็นดังนั้นถึงกับโกรธเกรียวพร้อมสบถด่า "!!!บัดซบ" อย่างไม่อาจจะห้ามตัวเองได้
ร่างของแม่ใหญ่ถูกแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านประคองรับไว้ได้สำเร็จแต่ร่างของนางก็กระแทกเข้ากับรถม้าเสียงดังไม่น้อย คาดว่าเพราะเวลามีไม่มาก การซัดปราณโยนร่างแม่ใหญ่จึงทำด้วยความรีบร้อนพลังแฝงในร่างของแม่ใหญ่จึงมีไม่น้อยเลย เป็ภาระต่อซุนจิ้งหร่านนางกระอักโลหิตออกมาคำโต
ก่อนที่ในความวุ่นวายนางจะพาร่างของแม่ใหญ่ซุนลี่หรูขึ้นเกี้ยวรถม้าได้สำเร็จ ส่วนแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็เห็นจังหวะที่ทุกคนสนใจแต่แสงไฟรีบควบขี่บังคับรถม้าออกไปตีฝ่ากองทหารที่วุ่นวายโดยเร็ว
"ตุบ" ไม่ช้าที่ด้านหลังของแม่สองซุนอีเหยียนก็ถูกทุบให้หมดสติลง นางก็เป็หนึ่งในสตรีที่ถูกคร่ากุมเช่นกัน
.
.
.
"!!!ไปรีบออกจากที่นี่" โจวจี้ไหลรีบสั่งการ เพราะสายตาที่ทอดยาวออกไปไกลของมันนั้นได้เห็นสิ่งที่น่ากลัวกำลังจับจ้องมาที่พวกมัน เพียงแค่โจวจี้ไหลเห็นสายตาของมันร่างมันก็สั่นสะท้านทันที ในใจมันร่ำร้อง 'ฉิบหายแล้วไงนั้นราชันย์สัตว์อสูร' "ไม่ต้องสนใจพวกมันแล้ว จับได้แค่ไหนก็แค่นั้น รีบออกจากที่นี่เร็วราชันย์สัตว์อสูรอาจจะกำลังมาที่นี่"
สิ้นเสียงของโจวจี้ไหล ร่างนายทหารนักรบกล้าทุกนาย ร่างพวกมันทุกคนก็สั่นสะท้านในทันทีราชันย์สัตว์อสูรเป็ตัวตนเช่นไร อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีระดับจอมทัพอยู่ที่นี่เท่านั้นถึงจะพอสู้มันได้บ้าง และต่อให้มีระดับจอมทัพอยู่ หากมีเพียงหนึ่งหรือสองคนก็ใช่ว่าจะสยบราชันย์สัตว์อสูรได้ง่ายดายเสียเมื่อไหร่
พวกมันแม้เป็ทหารนักรบกล้าที่พร้อมตายกันทุกคน หากแต่ให้ตายโดยเปล่าประโยชน์ตายโดยไม่ต้องสู้เช่นนี้พวกมันก็ต่างไม่พร้อมใจ ต่างรีบแบกร่างของเหล่าสตรีที่จับได้ก่อนจะรีบพุ่งร่างของตัวเองะโพุ่งออกจากที่แห่งนี้กันอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ทหารที่มาที่นี่ต่างเป็ทหารชั้นยอดกันทุกคน แต่ละคนไม่มีระดับต่ำกว่าเปิดชีพจรทวารขั้นต่ำ [ผู้ฝึกปราณระดับ 3] ดังนั้นพวกมันจึงวิ่งกันได้เร็วกว่าม้าซักอีก ภาพการวิ่งบ้างะโบ้างของเหล่าทหารกล้าเต็มไปทั่วผืนป่า หากแต่การวิ่งโดยใช้พลังปราณเช่นนี้อย่างต่อเนื่องก็อาจจะไม่เป็ผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่นัก
หากแต่ตอนนี้พวกมันก็หาได้สนใจไม่ รีบวิ่งหนีและะโพุ่งร่างหมายจะออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
ไม่ช้า ณ ที่แห่งนี้ก็มีสัตว์อสูรจำนวนมากโผล่ออกมาจริงๆ
หากแต่เหล่าราชันย์สัตว์อสูรพวกมันเพียงปรายตาจ้องมองมาทางนี้เท่านั้น นั่นเพราะมันััได้ถึงพลังิญญาอันแข็งแกร่ง ตัวของพวกมันเหล่าสัตว์อสูรต่างไวต่อััสิ่งนี้ คาดว่าในป่านี้ก็มีเหล่าภูตผีไม่น้อยอาศัยอยู่เช่นกัน หากแต่มันก็ตายโดยสัตว์อสูรกลืนกินเป็อาหาร
หากแต่สิ่งที่น่าสนใจของซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติ ตัวมันคงไม่รู้เลยว่าตัวมันนั้นมีพลังิญญาในร่างมากมายถึงเพียงไหน เพราะแม้แต่ราชันย์สัตว์อสูรยังถึงกับสนใจในเสียงกรีดร้องที่แฝงพลังิญญาของตัวมัน
แม้โดยทั่วไปแล้วหากคนใดไร้แก่นกำเนิดจะมิอาจจะใช้พลังิญญาได้ หากแต่ในความเป็จริงมันถูกจำกัดเฉพาะ การใช้พลังิญญาขับร่วมกับกระแสปราณพลัง หากเป็พลังธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ใช้กับร่างกายตัวเองเช่น เส้นเสียง ั์ตา ััอวัยวะภายในของตัวเอง พวกนี้กลับทำได้ไม่มีปัญหา
หากแต่เื่เหล่านี้หาได้มีใครรู้ไม่ ในโลกใบนี้ไม่มีผู้ชำนาญทักษะด้านิญญามากนัก
ส่วน ณ ตอนนี้ซุนนานบุรุษข้ามมิติ ตัวมันก็หมดสติลงไปแล้ว มันมิอาจจะครองสติของตัวเองได้อีกหลังจากร่างกายอันทรุดโทรมของมันะเิพลังิญญาจำนวนมากออกมา มากจนทำให้ทุกผู้คนสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
ไม่ช้ารถม้าก็วิ่งเข้าไปลึกในผืนป่าดงอสูร ตลอดทางไม่มีอสูรเข้าพัวพันเลยแม้แต่น้อย หากแต่สิ่งนี้ไม่ใช่โชคดี นั่นเพราะซุนก่างมันเตรียมกายและคิดเพื่อครอบครัวมันไว้หมดแล้ว ยามนั้นที่ตัวมันและพี่ใหญ่ของมันหลงเข้ามาในดงอสูร ตัวมันและพี่ใหญ่ก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเอาตัวรอด แต่ละวันราวกับตกนรก จะกระทั่งได้พบสถานที่แห่งหนึ่ง และพบว่าบริวารนั้นไม่มีสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย มันช่างน่าสงสัยจริงๆ
หากแต่ตัวซุนก่างมันก็หาได้สนใจ หลังจากผ่านไประยะหนึ่งรักษาตัวหายมันก็ได้ออกจากดงอสูรและกลับตระกูล หากแต่พี่ใหญ่ของมันกับสนใจในความลี้ลับของแดนนี้ ได้กลับมาในดงอสูรนี้อีกครั้งและได้ค้นพบความลับมากมาย
หนึ่งสถานที่ลี้ลับ สองกลิ่นพืชบางชนิดที่สามารถไล่สัตว์อสูรได้ แม้จะไม่ทั้งหมด หากแต่ถ้าเป็สัตว์อสูรระดับต่ำ หรือระดับทั่วไปกลิ่นเหล่านี้จะทำให้สัตว์อสูรหลีกหนีในทันที นอกจากนั้นความหนาแน่นของพลังธรรมชาติของสถานที่แห่งนี้ยังมากกว่าที่อื่นๆ 2 - 3 เท่า สิ่งเหล่านี้นับเป็เื่อัศจรรย์ของผู้ฝึกยุทธ์โดยแท้
หากพี่ใหญ่เฉินของมันมิใช่คนสิ้นตระกูล เกรงว่าด้วยการรู้ความลับเหล่านี้ อีกไม่กี่สิบปีตระกูลเฉินต้องกลายเป็ตระกูลยิ่งใหญ่เป็แน่
ส่วนตัวซุนก่างมันได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้มาจากพี่ใหญ่ของมันเมื่อยามก่อนพี่ใหญ่สิ้นชีวิต หากแต่หลายปีนี้มันยังไม่คิดมาสำรวจ ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะภาระหน้าที่ต่อบุตรชายของพี่ใหญ่มันซุนน้อย ส่วนอีกส่วนเป็เพราะมันไม่อยากให้ใครรู้ถึงสถานที่เหล่านี้ หากแต่ถ้าตัวมันมาคนเดียว ตัวมันเมื่อหลายปีก่อนก็หาได้มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้ เพราะยิ่งเดินลึกเข้าไปในดงอสูรมากเท่าไหร่ สัตว์อสูรก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
มันตั้งใจว่ารอซุนน้อยเติบใหญ่และบุตรของโตสักหน่อย มันถึงจะออกมาสำรวจด้วยตัวเอง
หากแต่ ณ ตอนนี้สถานการณ์บีบคั้น มันจึงคิดว่าไม่มีตัวเลือกอื่นอีกต่อไป โชคดีที่เขตเมืองของตัวมันนั้นติดชายแดนดงอสูรพอดี การเดินทางจึงไม่นับว่ายากเย็น ่หลายเดือนที่มันหายไปก็คือการมาสำรวจสถานที่แห่งนี้
โชคดีที่พี่ใหญ่มิได้หลอกมัน ทุกสิ่งล้วนเป็จริง มีพืชรูปร่างประหลาดดอกใบมีสีฟ้า เมื่อดมใกล้ๆ ก็ไม่ได้มีกลิ่นอะไร หากแต่เมื่อจับจะพบว่าจิตใจสั่นไหว พี่ใหญ่มันตั้งชื่อเ้าต้นไม้ดอกพวกนี้ว่า [ดอกสั่นประสาท] เพียงนำดอกไม้นี้ถือไว้สัตว์อสูรก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว หากแต่ถ้านำมาบดเป็ผงโรยตัวทั่วไปผงนี้จะติดตัวอยู่ได้วันถึงสองวันหากไม่โดนน้ำ
ซุนก่างมันได้นำสิ่งนี้ออกมาจากดงอสูร มาวางไว้ในรถม้าคันที่สตรีของมันหนีออกมา
นอกจากนั้นมันก็ได้จดบันทึกสิ่งต่างๆ ลงในแผ่นหนังมอบให้ภรรยาของมันซุนลี่หรูเก็บไว้ นอกจากนั้นหลายเดือนมานี้มันก็ได้ปลอมตัว ขนถ่ายทรัพย์สินบางส่วนพร้อมกับอาหารแห้งจำนวนมากมาเก็บซ่อนไว้ ณ ที่แห่งนี้
ให้เหล่าบุตรและภรรยาทั้งหลายของมันสามารถซ่อนตัว ณ ที่แห่งนี้ได้หลายปี
นอกจากนั้นมันยังได้นำเหล่า [แผ่นจารึกอักษริญญา] ของตระกูลซุนทั้งหมดมาเก็บไว้ ณ ที่แห่งนี้แล้วด้วย