เสียงนาฬิกาดิจิทัลในห้องแสดงเวลา 10:27 น.
เซ็นลืมตาขึ้นช้า ๆ ลมหายใจแน่นในอกเหมือนฝันเมื่อครู่ยังตามหลอกไม่จาง
เขาลุกขึ้นนั่ง ฝ่ามือทาบหน้าผาก...ความรู้สึกถึงเือุ่นไหลบนแขน จากฝันที่เพิ่งจบไป...ยังเหมือนติดอยู่บนผิว แม้มันจะไม่มีจริง
...โลกนั้นอีกแล้ว โลกที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย
วันนี้เป็วันหยุด ไม่มีงาน ไม่มีภาระ มีเพียงตัวเขากับฝันที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครบางคน คนที่เขาไว้ใจมากที่สุดในโลกใบนี้
เสียงปลายสายรับเร็วเกินคาด
“ว่าไง...ฝันอีกแล้วล่ะสิ?”
“อือ…คราวนี้มันยาว…แล้วก็…”
เซ็นกลืนน้ำลาย คำพูดติดขัด
เสียงปลายสายหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าจะเล่าจนหมด นายได้พูดถึงพรุ่งนี้แน่ ๆ เลิกเล่าแล้วมาหาที่บ้านเลย”
“…โอเค”
ไม่นานหลังจากนั้น รถรับจ้างอัตโนมัติสีดำก็มาจอดหน้าคอนโดของเซ็น
เขาก้าวขึ้นรถโดยไม่พูดอะไร กระจก AR ภายในปรับแสงรับใบหน้าเขาโดยอัตโนมัติ
เส้นทางถูกกำหนดไว้แล้ว “บ้านเธอ”
บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ใจกลางเขตพักอาศัยของเมืองชั้นใน
ภายนอกดูเป็บ้านสองชั้นหลังใหญ่แบบมินิมอลธรรมดา แต่ภายในคือ ยิมสอนศิลปะการต่อสู้แบบครบวงจร
บนผนังมีทั้งกระบี่ ดาบสองมือ กระบองไม้ และชุดซ้อม MMA วางเรียงเป็ระเบียบ
พื้นด้านหนึ่งเป็เสื่อฝึก ด้านหนึ่งเป็ห้องกระจกสำหรับเตะต่อย
ที่นี่คือโลกของเธอ... และในบางวัน ก็เป็ที่พำนักของเขาด้วย
ประตูเลื่อนเปิดอัตโนมัติเมื่อเซ็นก้าวเข้าไป
เธอยืนรออยู่กลางห้อง ใส่ชุดซ้อมแขนกุดกับกางเกงขาสั้นพอดีเข่า
ถักเปียไว้ตามเคย เหงื่อซึมบาง ๆ ที่ไรผมและต้นคอดูเหมือนเธอเพิ่งออกกำลังกายอยู่ก่อนหน้า ธรรมชาติแต่ยังทะมัดทะแมงเหมือนทุกที
“อรุณสวัสดิ์… นายดูโทรมกว่าทุกทีเลยนะ”
เธอยิ้มให้เขาเบา ๆ ก่อนเดินนำไปยังโซฟาตัวยาว
เซ็นทรุดตัวนั่งลง สูดลมหายใจลึก แล้วเริ่มเล่าฝันทั้งหมด…
ั้แ่เขาตื่นในร่างเด็กชายชื่อซู่เหยียนจื่อ
การเดินเข้าป่า…การพบกับอสูรจิ้งจอกขนดำ…การต่อสู้ที่แทบเอาชีวิตไม่รอด
รวมถึงเสียงของตนเองที่พยายามจะเตือน…แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย
หญิงสาวฟังเงียบ ๆ ไม่ขัด ไม่ซักถาม ไม่แทรก
จนกระทั่งเซ็นพูดจบ เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนเอ่ย
“ถ้าฉันพูดอะไร…อย่าเพิ่งว่ากันนะ”
เซ็นพยักหน้าเงียบ ๆ
เธอมองหน้าเขานิ่ง ๆ แล้วพูด
“ฉันว่าฝันของนาย…มันไม่ใช่แค่ ‘ฝัน’ หรอกมั้งง”
น้ำเสียงติดจะขำเบา ๆ แต่แฝงความจริงจังอยู่ในแววตา
“ั้แ่เรารู้จักกัน นายก็ฝันอะไรพิลึก ๆ ตลอด
ฝันที่นาย รู้สึกได้…
บางทีก็เปลี่ยนความคิดนายไปเลยก็มี…”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ฝันอื่น นายคุยกับพวกเขาได้ ช่วยกันได้
ทำไมฝันนี้จะไม่ได้ล่ะ?”
เซ็นนิ่งไปนาน ดวงตาเหม่อมองพื้นราวกับไล่ตามความคิดของตัวเอง
ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“…ลองก็ลองวะ…เผื่อจะได้ผล”
เขาขยับตัวเล็กน้อย เอนหลังพิงพนักโซฟา
“…แต่ให้มีโอกาสไปฝันนั้นอีกก่อนละกัน”
่บ่าย ทั้งสองออกไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านเล็ก ๆ แถวลานกีฬาในย่านเดียวกัน
พูดคุยเื่สมัยมัธยม เื่ยิม เื่ครั้งที่เขาเคยโดนเธอเตะสลบตอนประลองแบบไม่ตั้งใจ
เสียงหัวเราะเบา ๆ กลับคืนมาชั่วครู่หนึ่ง
บรรยากาศสบายขึ้นกว่า่เช้าเล็กน้อย
เมื่ออิ่มท้อง เธอเดินนำเขาออกจากร้านตรงไปยังลานจอดด้านข้าง
รถซีดานสีดำแวววับจอดอยู่ตรงนั้น คนขับในชุดยูนิฟอร์มเรียบหรูรีบลงมาเปิดประตูอย่างสุภาพ
ไม่ใช่รถรับจ้างแบบที่เซ็นเคยนั่ง
แต่เป็รถส่วนตัวของบ้านเธอ…ที่มักใช้รับส่งเวลาไปไหนมาไหน
เซ็นชะงักเล็กน้อย ก่อนเธอจะพูดเรียบ ๆ
“ฉันให้คนขับไปส่งนายนะ สะดวกกว่า”
เขาพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนก้าวขึ้นรถ
ก่อนประตูจะปิดลง เขาหันไปมองเธออีกครั้ง
“ขอบคุณ…ที่ยังฟังฝันพวกนี้อยู่เสมอ”
เธอไม่ได้ตอบ แค่ยิ้มให้ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอด
พาเซ็นกลับสู่ห้องพักของเขา ท่ามกลางเมืองที่ยังคงเต็มไปด้วยแสงไฟและความวุ่นวาย
ถึงห้อง เซ็นทิ้งตัวลงบนเก้าอี้
สายตาเหม่อมองเพดาน ก่อนจะหมุนตัวหันไปที่เครื่องคอมโฮโลกราฟิกข้างโต๊ะ
ถ้าจะช่วยในฝันได้จริง…เราคงต้องเข้าใจอะไรในโลกนั้นมากกว่านี้
เขาเปิดเครื่อง ภาพแสดงผลแบบลอยตัวปรากฏขึ้น
มือขวาเลื่อนหน้าจออากาศอย่างเคยชิน
เปิดไฟล์เก่า ๆ ที่เขาเคยเก็บไว้ั้แ่สมัยเรียน เอกสารการวิจัยเวทโบราณ, สัญลักษณ์ลึกลับ, ทฤษฎีเกี่ยวกับคลื่นจิต
เลื่อนไปเรื่อย ๆ...
จนกระทั่งไฟล์หนึ่งปรากฏขึ้น “สัญลักษณ์ที่ไม่สามารถถอดรหัสจากโบราณสถานทางภาคเหนือ”
เขาจำได้...ตอนนั้นอาจารย์ยังบอกว่ามันไม่เหมือนภาษาไหน ไม่เหมือนอักขระใด ๆ
แต่คล้ายกับ “รูน” ที่ใช้ในนิยายแฟนตาซีสมัยก่อน
เซ็นเพ่งมองมันนิ่ง ๆ
ถ้าในโลกนั้นมีค่ายกล…แต่เราทำอะไรไม่ได้เลย…
แล้วถ้า…ลองให้เขาใช้พวกนี้แทนล่ะ?
อักษรรูปร่างประหลาดหลายสิบแบบเรียงอยู่ตรงหน้า
วงโค้ง เส้นเชื่อม จุดตัดล้อมรอบด้วยตัวอักษรที่ไม่ใช่ภาษาใดในโลก
เซ็นถอนหายใจเบา ๆ ก่อนปิดไฟล์ลง
ช่างเถอะ… ถ้าเจอฝันนั้นอีกครั้ง ค่อยลองดู…
เขาปิดเครื่อง พิงเก้าอี้
หลับตาลงช้า ๆ พร้อมเสียงบ่นเบา ๆ ที่แทบเป็เสียงกระซิบ
ขอให้มัน…ได้ผลทีเถอะ
“บางครั้ง เสียงกระซิบในใจ…อาจเปลี่ยนชะตาของจักรวาล”
————————————————————
จากคนเขียน
“หนึ่งฝันพันจักรวาล” ไม่ใช่แค่นิยายที่เราอยากเล่า
แต่มันคือความรู้สึกจากหัวใจของคนที่เคยฝัน…ฝันถึงโลกอื่น
ฝันที่เจ็บได้ รู้สึกได้ และเปลี่ยนอะไรบางอย่างในตัวเราได้จริง ๆ
เราเชื่อว่าฝันของแต่ละคนสำคัญ และจักรวาลของแต่ละคนมีค่า
เื่นี้จะค่อย ๆ เปิดเผยชั้นความจริงทีละนิด
เหมือนคลื่นิญญาจากหลากหลายโลกที่กำลังเรียกหา "ใครบางคน"
และ “เซ็น” อาจเป็ตัวแทนของเรา — คนธรรมดา ที่วันหนึ่ง…เริ่มตื่น
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้
ถ้าคุณรู้สึกบางอย่างในใจ…นั่นอาจเป็เพราะจักรวาลของคุณก็กำลังส่งเสียงอยู่เหมือนกัน
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะ — ทุกตอนที่เขียนมาจากทั้งหัวใจของเรา...และเสียงกระซิบของจักรวาล