ณกองถ่ายซีรีส์ฟอร์มั์ระดับเอเชีย
‘หนิงเยี่ยนเฟย’ นางเอกสาวที่กำลังขาขึ้นสุดๆกำลังก้มหน้าก้มตาแบกขาตั้งไฟช่วยทีมงานอย่างกระฉับกระเฉงจนชุดนางเอกสไตล์ย้อนยุคราคาเฉียดแสนที่เธอใส่อยู่เริ่มเปื้อนฝุ่น
“เยี่ยนเฟย พักเถอะลูก! หนูเป็นางเอกระดับพันล้านนะ ไม่ใช่กรรมกรแบกหาม!”ป้าช่างแต่งหน้าะโห้ามพลางโบกพัดวีจนมือระรัว
“ป้าคะ มือเท้าเยี่ยนเฟยยังครบ จะให้นั่งจิกเท้าสวยๆ ดูคนอื่นลำบากมันไม่ใช่นิสัยเยี่ยนเฟยค่ะ!” เธอยิ้มกว้างพลางยักคิ้วให้หนึ่งทีคติประจำใจคือ ‘เหงื่อไม่ไหล เงินไม่มา!’
ในหัวของเธอตอนนี้กำลังคำนวณยอดเงินในบัญชีที่พุ่งสูงขึ้นหลังปิดกล้องโปรเจกต์นี้
‘อีกแค่นิดเดียว... เพนต์เฮาส์ ริมน้ำสุดหรูก็จะอยู่ในกำมือฉันแล้วส่วนความรักอ่ะเหรอ? พักก่อน!เงินสดเท่านั้นที่เยียวยาทุกสิ่ง!’
ในขณะที่เธอคิดถึงเม็ดเงินจู่ๆ เสียงอุทานด้วยความใก็ดังขึ้นเหนือสะพานข้ามน้ำที่ไม่มีราวกั้น
“เหวอ! ช่วยด้วย!”
ทีมงานคนหนึ่งเสียหลักขณะแบกม้วนสายไฟหนักอึ้งร่างของเขากำลังจะดิ่งลงสู่ลำคลองเชี่ยวหนิงเยี่ยนเฟยรีบพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณทันที!
“ฮึบ! จับมือฉันไว้!”
เธอใช้บ่าเล็กๆยันขาตั้งไฟไว้ ส่วนมือเรียวคว้าแขนของทีมงานคนนั้นฉุดขึ้นมาได้อย่างปาฏิหาริย์ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมดังสนั่น ทว่า...ร่างกายที่โหมงานหนักติดต่อกันเจ็ดวันรวดกลับประท้วงกะทันหันภาพคอนโดหรูในฝันเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็สีขาวโพลน
“คุณเยี่ยนเฟย! ระวัง!” แต่ก็นั่นแหละไม่ทันแล้ว
ตะ…ตู้มมมม!!!
น้ำเย็นเฉียบทะลักเข้าโสตประสาทร่างของนางเอกสาวขาขึ้นดิ่งลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดทันทีสติสุดท้ายของเธอไม่ใช่นึกถึงหน้าพระเอกคนไหนหรอก แต่เป็...
‘บ้าเอ๊ย! เงินงวดสุดท้ายยังไม่เข้าบัญชีเลยนะ...ใครก็ได้แคปหน้าจอยอดโอนให้ที!’
.
.
.
วูบ!
ในวินาทีเดียวกันนั้นเองที่สติกำลังจะดับวูบพร้อมกับฟองอากาศสุดท้าย
บุ๋ม...บุ๋ม...
‘บ้าเอ๊ย! นอกจากเงินงวดสุดท้ายจะยังไม่เข้าบัญชีแล้ว...ฉันยังต้องมากลายเป็ศพที่สำลักฟองสบู่เอฟเฟกต์ในน้ำอีกเหรอเนี่ย? เสียชื่อนางเอกพันล้านหมด!’
…ในห้วงสำนึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็และความตาย หนิงเยี่ยนเฟยนางเอกสาวดาวรุ่ง กลับไม่ได้ยินเสียงะโวุ่นวายของทีมงานกองถ่ายแต่ทว่าเป็เสียงแหลมเล็กบาดแก้วหูที่ดังลอดเข้ามาแทน
“พี่จวิ้นเทียนคะ... อย่าลงไปช่วยเลยค่ะ” เสียงนั้นสั่นเครือคล้ายสะอื้นแต่กลับฟังดูเสแสร้งในมโนสำนึกของเธอ“พี่เยี่ยนเฟยก็แค่เรียกร้องความสนใจเหมือนทุกที เธอรู้ว่าพี่ไม่รักเลยอยากเอาชีวิตมาขู่ให้พี่ใจอ่อน... ปล่อยให้เธอสำลักน้ำบ้างเถอะค่ะบางทีความทรมานอาจจะทำให้เธอเลิกทำตัวเป็ภาระของพี่ได้สักที”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเสแสร้งและเย้ยหยันจนน่าขนลุกก่อนที่ร่างของนางเอกสาวจะถูกกระชากขึ้นจากความมืดมิดด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
พรึ่บ!
หนิงเยี่ยนเฟยลืมตาโพลนพร้อมสำลักน้ำจนตัวโยนเธอพยายามตะเกียกตะกายเกาะโขดหินริมฝั่ง ร่างกายเ็ปเสียดแทงไปถึงกระดูก
เมื่อมือเรียวปาดน้ำออกจากตาที่พร่ามัวทัศนวิสัยแรกที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเธอกระตุกพิลึก
เบื้องหน้าห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวไม่ใช่ทีมงานที่วิ่งวุ่นเข้ามาช่วยเธอแต่กลับเป็เงาร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนนิ่งดูเธอจมน้ำด้วยสายตาเรียบเฉยไร้ซึ่งน้ำใจจะยื่นมือมาฉุดรั้งแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะชายหนุ่มร่างสูงในชุดทหารย้อนยุคใบหน้าคมคายนั้นหล่อเหลาบาดตาแต่แววตาที่เขามองลงมากลับดูแคลนราวกับมองขยะเปียกชิ้นหนึ่งที่ลอยมาติดริมฝั่ง
“เห็นไหมคะพี่จวิ้นเทียน... ไป๋เหลียนบอกแล้วว่าเธอไม่เป็ไร” หญิงสาวชุดครีมอ่อนที่เกาะแขนชายหนุ่มแน่นเอ่ยเสียงหวานเลี่ยนพลางปรายตาเย้ยหยัน “ดูสิคะว่ายมาเกาะริมฝั่งคล่องแคล่วขนาดนั้น ไปกันเถอะค่ะ อย่าเสียเวลาสนใจคนอย่างเธอเลยปล่อยให้เธออยู่เรียกสติกับตัวเองตรงนี้แหละดีแล้ว”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะสะบัดบ๊อบเดินจากไปหนิงเยี่ยนเฟยที่ยังคงสำลักน้ำก็ะโขัดจังหวะขึ้นมาเสียงดังลั่น
“เฮ้! พวกคุณสองคนน่ะ!”
ฝีเท้าของชายหญิงคู่หน้าชะงักกึกราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้กลางอากาศ พวกเขาค่อยๆ หันกลับมามองด้วยความงุนงง เพราะตามปกติ ‘หนิงเยี่ยนเฟย’ คนเดิมจะต้องนั่งบีบน้ำตาร้องขอความเมตตา หรือไม่ก็กรีดร้องด่าทอด้วยความอิจฉาไม่ใช่ะโเรียกด้วยน้ำเสียงเหมือนครูฝ่ายปกครองแบบนี้
“นี่... ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยเหรอ?” เธอใช้มือข้างหนึ่งเกาะขอบคลองอีกข้างชี้มาที่ตัวเองที่สภาพเหมือนหมาตกยาก “ยืนดูคนเกือบจมน้ำตายเป็หนังกลางแปลงเลยนะพวกคุณมารยาทน่ะมีไหม? หรือว่าชุดทหารที่ใส่เนี่ยเอาไว้ประดับบารมีเฉยๆช่วยคนไม่เป็? งั้นเหรอ? ห๊ะ!?”
“เธอ... เธอเรียกใครว่าพวกคุณ!” ชายหนุ่มที่ชื่อจวิ้นเทียนหน้าตึงขึ้นมาทันทีเขาเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยถูกภรรยาที่กำลังเกาะขอบคลองตอกกลับด้วยคำพูดประหลาดๆ แบบนี้มาก่อน
“ก็เรียกคุณกับยัยชุดครีมนี่ไง!” หนิงเยี่ยนเฟยพ่นน้ำในปากทิ้งอย่างไม่ห่วงสวย“ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะ? ส่งมือมาสิ!หรือจะรอให้ฉันงอกครีบขึ้นมาเดินบนบกเองได้ก่อน ถึงจะเสด็จมาได้?”
ไป๋เหลียนถึงกับหน้าเหวอหล่อนอ้าปากค้างจนลืมบีบน้ำตา “พี่... พี่เยี่ยนเฟยพูดอะไรคะทำไมกิริยาถึงได้... ต่ำตมแบบนี้”
“ต่ำตม?” หนิงเยี่ยนเฟยปรายตาจ้องมองขี้โคลนที่เกาะตามปลายนิ้วก่อนจะเงยหน้าแสยะยิ้มให้หญิงสาวที่ยืนชูคออยู่บนฝั่ง “อ๋อ...ถ้าหมายถึงคลองน้ำที่ฉันแช่อยู่เนี่ย ใช่! มันทั้งต่ำทั้งเต็มไปด้วยตมจริงๆเพราะงั้นก็ช่วยดึงขึ้นไปที!” เธอสวนกลับทันควันพลางยื่นมือไปข้างหน้าอย่างกดดัน!
จวิ้นเทียนถึงกับก้าวขาไม่ออกแววตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็ความสับสนปนเหวอ เขาขยับตัวจะเข้าไปช่วยตามสัญชาตญาณแต่ก็ชะงักเพราะมือของไป๋เหลียนที่ดึงรั้งเอาไว้กลายเป็ภาพชายหนุ่มร่างสูงยืนเก้ๆ กังๆ เสียบุคลิกทหาร
ก็นั่นแหละภาพตรงหน้าเกะกะลูกกะตาเธอมาก “นี่จะยืนบื้ออีกนานไหม? จะช่วยหรือไม่ช่วย!ถ้าไม่ช่วยก็หลบไป อย่ามายืนเกะกะทัศนียภาพตรงนี้!”
หลังจากหนิงเยี่ยนเฟยแค่นเสียงออกไปอย่างมีน้ำโหเธอก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงกายปีนขึ้นมาบนฝั่งเองแบบไม่รอใครหน้าไหนทั้งนั้น
…ก่อนจะสะบัดขี้โคลนออกจากตัวและเส้นผมที่เปียกปอนอย่างหยิ่งทะนงตามสไตล์นางเอกสาวดาวรุ่ง แนวหน้าของประเทศ!
ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างสูงกับหญิงสาวข้างกายยืนมองตาค้างอย่างเอ๋อรับประทานเพราะ‘หนิงเยี่ยนเฟย’ คนเดิมไม่เคยมีรัศมีนางพญาที่น่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อนแม้แต่นิดเดียว!