ตำนานแม่ทัพจักรพรรดิสยบใต้หล้า

    ตอนที่ 13 โถงจักรพรรดิมังกร

    “ข้าเกรงว่าคุณชายจะเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกข้าทั้งครอบครัวพึ่งมาถึงที่นี่ยังไม่ถึงวันดี...จะอาจเอื้อมรู้จักกับคุณชายผู้สูงส่งได้เช่นไรกัน”บิดาของซิวาเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกักราวกับว่าถ้าพูดอะไรไปไม่ถูกใจอาจจะถูกเด็กตรงหน้าทำลายได้อย่างไรอย่างนั้น
    “ใช่แล้วขอรับ”เป็นซิวาที่เอ่ยออกมาเพื่อย้ำคำของบิดา
    นี่ถึงกับทำให้โคต้องครุ่นคิดเหตุใดสหายของเขากลับไม่ได้รับความทรงจำมาเฉกเช่นเดียวกันกับเขาหรือเฉพาะผู้ที่ใช้ออกด้วยพลังกันที่จะได้รับความทรงจำ?
    “เช่นนั้นก็ถือซะว่าข้าไม่ได้อะไรแล้วกัน อย่างไรเสียถ้าพวกเจ้าไม่มีที่ไปอย่างนั้นกลับไปตระกูลกับข้าก่อนเป็นไร”โคเอ่ยออกมาอย่างเชื้อเชิญ
    แต่กลับคู่สามีภรรยากับไม่ได้คิดเช่นนั้นไม่พวกเขารู้แต่เพียงว่านี่มันแปลกเกินไป...ไม่ใช่ว่าคุณชายท่านนี้กำลังหลอกพวกเราไปฆ่าอย่างนั้นหรือ?
    “ขออภัยคุณชายโปรดไว้ชีวิต”ผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างที่ลงไปคุกเขากับพื้นอีกครั้งก่อนเขกหัวลงไปกับพื้นอยู่อีกหลายครานี่นับเป็นจุดสนใจให้ผู้คนได้อย่างแท้จริง
    จากเรื่องที่ควรจะจบสิ้นไปแล้วแต่เหตุใดยังคงอยู่มิใช่ว่าโคจะดูเป็นคนเลวร้ายไปเลยหรืออย่างไรกัน
    “ถ้าเจ้ายังทำเช่นนี้อีกพวกเจ้าได้ตกตายจริงๆแน่”โคพูดออกมาเบาๆก่อนจะปลดปล่อยจิตสังหารอ่อนๆออกมาจริงๆนี่ถึงกับทำให้คู่สามีภรรยาต้องตัวแข็งค้างการจะเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้“ตามข้ามา”
    ในที่สุดโคก็ต้องเอ่ยปากขู่ครอบครัวของสหายของเขาจนได้แต่ถ้าไม่ทำเช่นนี้เห็นทีเรื่องมันจะยุ่งยากกว่านี้กับนิสัยที่แปลกประหลาดยิ่งนักของคู่สามีภรรยานี้
    “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นใดจนหลอมรวมนิสัยพวกเจ้าให้เป็นเช่นนี้แต่ข้าจะบอกอะไรเอาไว้ว่าข้าไม่เจตนาร้ายแต่พวกเจ้าอย่างแท้จริง”โคประกาศออกมาอย่างจริงจังขณะเดินทางกับตระกูลซึ่งเขานั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนักทำให้จิตใจของพวกเขาหวาดกลัวเช่นนี้
    ละแล้วทั้ง 4 ก็เดินกลับมาถึงตระกูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งทันทีที่ครอบครัวของซิวาเห็นก็ถึงกลับต้องร่างกายสั่นสะท้านออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะตัวอักษรสีชาดที่เขียนตัวใหญ่อย่างหน้าประตู“ชาฮาน”
    นี่แทบจะทำให้พวกเขาล้มทั้งยืนเพราะความน่ากลัวของตระกูลชาฮานหากว่ากันตามตรงอาจจะเหนือล้ำกว่าอาณาจักรมังกรฟ้าทั้งอาณาจักรรวมกันเสียอีกเพราะตัวตนระดับสูงที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างแท้จริง
    “นะ...นายน้อยเป็นคนของตระกูลชาฮานอย่างนั้นหรือ?”เสียงสั่นๆที่ดังออกมาย่อมหนีไม่พ้นภรรยาที่เอ่ยออกมาอย่างแน่นอน
    แต่กระนั้นโคก็ไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้หนึ่งคราเพื่อเป็นการยืนยันให้พวกเขารับรู้แต่นี่ก็ทำให้โคอดแปลกใจไม่ได้ว่าชื่อเสียงของตระกูลชาฮานมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักกับเรื่องนี้เพราะความสนใจเกือบสิบส่วนล้วนแต่ทุ่มไปยังเด็กน้อยที่ชื่อซิวาอยู่อย่างช่วยไม่ได้
    “พี่ชายท่านเป็นคนของตระกูลชาฮานช่างยอดเยี่ยมนัก”เด็กน้อยซิวาเอ่ยออกมาอย่างตามประสาความตาที่เขาจ้องมองโคล้วนแต่เปล่งประกายยิ่งนัก
    “ข้าอายุเท่ากันกับเจ้าเรียกข้าว่าโคก็เพียงพอแล้ว ส่วนพวกท่านก็เช่นเดียวกัน”โคเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก
    แต่นี่มันแทบจะทำให้สามัญสำนึกของคู่สามีภรรยาแตกสลายเหตุใดคนในอาณาจักรนี้จึงเป็นเช่นนี้กันทั้งตำแหน่งของโคไม่สมควรที่จะทำให้พวกเขาพูดคุยด้วยแล้วแต่นี่มันบ้าอะไรกันจะให้พวกเขาเรียกชื่อห้วนๆอย่างนั้นเลยหรือ
    “นายน้อยโคขออภัยที่ข้าไม่อาจทักทายท่านยามออกไปได้”เป็นเสียงของทหารเฝ้าประตูคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยความเคารพอย่างถึงขีดสุด
    แม้ว่าในอาณาจักรมังกรฟ้าโคจะเป็นตัวตนที่ลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนามากมายเพราะเขาไม่เคยออกไปข้างนอกแต่กลับตระกูลชาฮานแล้วไม่ใช่เลือกได้ว่าเขาแทบจะรู้จักกับทหารของตระกูลได้เกือบทุกคนจึงไม่แปลกอันใดที่พวกเขาจะกระทำการเช่นนี้
    “ลุงจามาลอย่าทำเช่นนี้ข้าเพียงแต่เห็นท่านไปทำอะไรบางอย่างจึงไม่ได้อยู่รอต่างหากละ”โคเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นคนเองอย่างที่สุดนี่จึงไม่แปลกอันใดที่พวกเขาจะเคารพนายน้อยของพวกเขาเช่นนี้
    และนั่นมันอาจเป็นนิสัยของโคไปแล้วก็ได้ที่จะค่อยเล่นกับพวกทหารได้ตามปกติเพราะชาติก่อนเขาเองก็ล้วนแต่เป็นศุนรวมใจหลักของทหารในการรบทั้งความพูดปลุกใจการมองคนรวมไปถึงการเข้าไปถึงในจิตใจของผู้คนล้วนแต่ไม่ยากเลยสำหรับเขา
    “อย่างนั้นข้าไปละลุงจามาล”โคยิ้มออกมาหนึ่งคราก่อนนำพวกครอบครัวซิวาเข้าสู่ตระกูลได้อย่างง่ายดายซึ่งระหว่างทางเขาก็พบเจอเข้าให้กับทหารฝึกหรือรุ่นเยาว์ของตระกูลชาฮานเป็นจำนวนมากเพราะต้องเดินทางผ่านลานฝึกรวมที่หนึ่งอันมีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างมาก
    ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาล้วนแต่เอ่ยปากทักทายโคออกมาด้วยความเคารพที่แทบจะทำให้คู่สามีภรรยาต้องเป็นบ้าเหตุใดตัวตนของเขาในตระกูลจึงสูงส่งป่านนี้กัน
    ห้องโถงมังกรจักรพรรดิ สถานที่ทำงานของชาฮาน เคแกน จักรพรรดิมังกรผู้เกียงไกรแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้โคย่อมรู้จักเป็นอย่างดีซึ่งมันเต็มไปด้วยผู้อาวุโสประจำตระกูลเป็นจำนวนมากที่นั่งอยู่เพื่อคุยงานต่างๆนานา
    “เรียนท่านประมุขรุ่นเยาว์ 7 ขวบของตระกูลชาฮานบัดนี้มีจำนวน 40 คนซึ่งมากกว่าปีก่อนที่มีอยู่ 25 คนขอรับ”ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบการคุยงานของพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นประโยชน์ของตระกูลทั้งนั้น
    “ดี ปีนี้ตระกูลของเราคงต้องส่งคนไปช่วยราชวงศ์ยูลินล์จัดสถานที่อีกสินะ”เคแกนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มยินดีเป็นอย่างยิ่งรุ่นเยาว์เยอะก็แสดงว่าอนาคตของตระกูลย่อมต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
    พวกพูดคุยของพวกเขาดำเนินต่อเรื้อยๆจนในที่สุดโคก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีที่ปลอดโปร่งยิ่งนักเพราะผู้อาวุโสทุกคนที่นี่ล้วนแต่เป็นเพื่อนคุยของเขาทั้งสิ้น
    “โอ้...ประมุขน้อยไม่ได้เจอเสียนานท่าน...”ดวงตาของผู้อาวุโสหนึ่งพลันหลดแคบลงอย่างเห็นด้วยชัดน้ำเสียงที่นิ่งสงบของเขาเริ่มๆที่จะสั่นคลอนทุกครั้งที่กล่าววาจาออกมา“ทะ...ท่านเข้าสู่หนทางแห่งมนตราแล้วซ้ำยังเป็นกำเนิดมนตราขั้น 2”
    คำพูดนี้ของผู้อาวุโสหนึ่งแทบจะทำให้ทุกคนในห้องโถงราวกับโดนฟ้าผ่าความอัศจรรย์เช่นนี้ต่อให้เคแกนในวัยเยาว์ยังไม่อาจทำได้นับเป็นปาฏิหาริย์อย่างถึงขีดสุดที่พวกเขาจะพบเจอในชีวิต
    “หน้าตาของพวกท่านช่างตลกยิ่งนัก ท่านผู้อาวุโสสามปากของท่านจะอ้ามากเกินไปแล้ว”โคเอ่ยออกมาอย่างติดตลกแต่กลับไม่มีใครฟังเขาได้ยกไว้แต่เพียงเคแกนที่รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็ได้แต่เอามือกุมขมับกับสิ่งที่โคทำ
    “ขออภัยนายน้อย”ผู้อาวุโสสามเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เก็บอาการ
    และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้คู่สามีภรรยาต้องอกแตกตายอีกครั้งในที่สุดเขาก็ล่วงรู้แล้วว่าเด็กตรงหน้าเขานับเป็นตัวตนที่ไม่อาจล่วงเกินได้ของตระกูลและเขามีสิทธิอันใดที่เดินตามหลังเขามา
    “โคข้างหลังลูกนี่เป็นใครกัน”เคแกนที่เห็น 2 บุรุษและ 1 สตรีด้านหลังก็อดเอ่ยถามออกมาไม่ได้ซึ่งเท่าที่ดีแล้วคู่สามีภรรยานี้ก็มีประโยชน์พอสมควรเลยในสายตาของเขาจักรพรรดิมังกรเพราะกลิ่นอายธาตุพฤกษาที่แพร่ออกมา