15
ตอนที่ 15 ข้ายินดี
ทั้งสามคนเดินทางมาถึงที่ร้านขายสมุนไพรแห่งหนึ่งเพื่อเสาะหาสมุนไพรวัตถุดิบตามรายการในใบสั่งยา แต่ก็ยังมีวัตถุดิบอีกหลายชนิดที่ค่อนข้างหายาก และร้านค้าทั่วไปไม่มีขาย
โม่เฉินหยวนมองใบสั่งยาในมืออยู่นาน ริมฝีปากบางของเขาบีบแน่นจนเป็เส้นตรง สีหน้าแววตาดูเคร่งขรึมเ็า
“วัตถุดิบเหล่านี้ใช้สมุนไพรชนิดอื่นทดแทนมิได้รึ?”
เมื่อครั้งที่เหลิงหยุนเจียวเขียนใบสั่งยาแผ่นนี้ขึ้นมา นางเองก็ใช้ระบบห้องสมุดสีดำเพื่อตรวจสอบรายการสมุนไพรอีกรอบหนึ่ง ทำให้แน่ใจว่ามีสมุนไพรชนิดดังกล่าวอยู่ในโลกแห่งนี้จริงๆ คล้อยหลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงบรรจงเขียนรายการชื่อสมุนไพรต่างๆลงไป
“สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็วัตถุดิบทางเลือกที่ข้าคัดสรรมาว่าหาง่ายที่สุดแล้ว”
“หากให้ข้าใช้สูตรโอสถดั้งเดิมจริงๆ สมุนไพรซึ่งเป็วัตถุดิบย่อมหายากกว่านี้อีกหลายทวีเท่า แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมต้องดีขึ้นเช่นกัน”
เหลิงหยุนเจียวเชิดหน้า ชำเลืองหางตาจับจ้องไปทางโม่เฉินหยวนอยู่หนึ่งปราด
“หรือ้าให้ข้าใช้สูตรโอสถดั้งเดิมล่ะ?”
โม่เฉินหยวนถึงกับพูดไม่ออก “….” นี่มันล่อลวงกันชัดๆ!
คนเฉกเช่นเขาหรือที่จะยอมปล่อยให้ใครจูงจมูกหลอกล่อเช่นนี้ได้? ผู้ใดมันหาญกล้าทำเช่นนี้ เขาคงสะบั้นศีรษะมันผู้นั้นทิ้งไปนานแล้ว
แต่ทั้งหมดตอนนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง มิเช่นนั้น บนบ่าของเหลิงหยุนเจียวคงมีคมกระบี่ประทับรอแล้ว
“เอาตามใบสั่งยาฉบับนี้ก็แล้วกัน”
โม่เฉินหยวนโบกใบสั่งยาในมือเล็กน้อย ก่อนเหลียวหลังชำเลืองไปมองอีกทาง ริเริ่มเอ่ยปากเสนอทางอื่นขึ้นว่า
“ไปดูที่ค่ายทหารรับจ้างสักเที่ยวเถิด บางทีเ้าอาจจะโชคดีได้อะไรกลับมาบ้าง”
ถึงเขาจะเอ่ยปากพูดออกมาเช่นนี้ แต่แท้ที่จริง โม่เฉินหยวนได้ตัดสินใจแล้วสำหรับเื่นี้ คงต้องปล่อยให้หวู่เหรินรับหน้าที่นี้ไปจัดการต่อ
เหลิงหยุนเจียวเลื่อนสายตาพลางมองใบสั่งยาในมืออีกฝ่าย นางพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
ใบสั่งยาฉบับนี้มิได้มีเพียงโอสถสำหรับโม่เฉินหยวนผู้เดียว แต่ยังเป็มีโอสถที่ใช้ในการชำระเส้นเอ็นและตัดไขกระดูกของนางด้วย เนื่องด้วยหากเหลิงหยุนเจียว้าจะกลับสู่เส้นทางแห่งการฝึกปรือลมปราณ นางจำเป็ที่จะต้องชำระล้างเส้นเอ็นและเส้นลมปราณที่ถูกพิษกัดกร่อนนี้เสียก่อน และตัดไขกระดูกที่เน่าเสียในร่างออกไปก่อนจะหลอมสร้างขึ้นมาใหม่ ฉะนั้นแล้ว โอสถชำระเส้นเอ็นและโอสถตัดไขกระดูกจึงเป็สิ่งสำคัญยิ่งยวด
เหลิงหยุนเจียวเดินนำหน้าโม่เฉินหยวนออกไปพร้อมกับห่อกระดาษบรรจุสมุนไพรส่วนหนึ่งที่ซื้อมา ขณะที่โม่เฉินหยวนกำลังจะก้าวย่างติดตามออกไป จู่ๆชายเสื้อของเขาก็ััได้ถึงแรงกระตุกเบาๆสองสามครั้ง
“ลุงขี้เหร่ขอรับ ฟังว่าขนมน้ำตาลปั้นกินแล้วจะปวดฟันมากเลยขอรับ เช่นนั้นแล้วจะกินจริงๆรึ?”
โม่เฉินหยวนลดสายตาลงมองขนมน้ำตาลปั้นไม้หนึ่งที่เหลืออยู่ในมือของตน มุมปากแอบกระตุกยิ้มเล็กน้อย พร้อมยื่นส่งให้เหลิงเจียวเหนียงอย่างรู้เท่าทัน
แลเห็นว่าอีกฝ่ายยอมยกขนมน้ำตาลคืนให้ เหลิงเจียวเหนียงก็ยิ้มตาเป็ประกายแวววับ หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
“ลุงขี้เหร่ขอรับ ข้าจะช่วยแบ่งเบาภาระที่เหลือเองเพื่อมิให้ฟันของท่านต้องเ็ปอีกต่อไป ข้ายินดี ข้ายินดี”
“เ้าเด็กนี่ช่างเหมือนแม่จริงๆ...”
โม่เฉินหยวนเอ่ยตำหนิพร้อมรอยยิ้ม พลางยกฝ่ามือหนาใหญ่ขึ้นลูบศรีษะอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกรักใคร่เอ็นดู
แต่เ้าตัวน้อยคนนี้ปฏิกิริยาค่อนข้างว่องไว เสี้ยวพริบตาที่ฝ่ามือหนาใหญ่กำลังเคลื่อนลงเข้าัั เขากลับสามารถเบี่ยงหลบได้อย่างง่ายดาย
เหลิงเจียวเหนียงลดศีรษะเคลื่อนหลบเลี่ยง เมื่อพ้นจากฝ่ามือของโม่เฉินหยวนออกมาได้ จึงยิ้มกล่าวว่า
“ลุงขี้เหร่ขอรับ รีบไปกันดีกว่า แม่จ๋าไปโน่นแล้ว”
เพิ่งจะสิ้นเสียงกล่าวจบ เด็กชายตัวน้อยก็รีบวิ่งบึ่งออกไปกว่าสิบก้าวแล้ว เขาไล่ตามเหลิงหยุนเจียวผู้เป็แม่ไปติดๆ
โม่เฉินหยวนยืนนิ่งมองฝ่ามือข้างนั้นอยู่สักครู่ ั์ตาสีทองอร่ามดุจคมเหยี่ยวหรี่แคบลงหนึ่งส่วน เพิ่มทวีความลึกล้ำเกินจะเข้าใจได้
เขากลับไม่รู้จริงๆว่า มีสมาชิกคนใดในเผ่าิญญาที่โง่งมจนตาบอด ถึงไปตกหลุมรักสตรีนางนี้ได้? หรือว่าเขาผู้นั้นถูกนางขืนใจ?
หากเื่นี้หลุดไปถึงเผ่าิญญาขึ้นมา คงต้องเสื่อมเสียไปถึงบรรพบุรุษอย่างแน่นอน!
.....
ณ ค่ายทหารรับจ้าง
เหลิงหยุนเจียวมิได้คาดหวังกับที่นี่เท่าไหร่นักว่าจะได้สมุนไพรที่้าติดไม้ติดมือกลับไป แต่หากไม่ลองมาสักครา ก็เหมือนกับการตัดโอกาสของตัวเองไปโดยปริยายเช่นกัน
ระดับความแข็งแกร่งของนางในเวลานี้ค่อนข้างต่ำมาก ทั้งนี้ยังมีเด็กน้อยที่ต้องคอยดูแลอยู่ข้างกายอีก หากไม่รีบเสาะหาวิธีเสริมพลังเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็ว เกรงว่าอาจต้องเสาะพบปัญหาใหญ่ในอีกไม่ช้า
ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็เหตุผลให้นางมาที่นี่
จะออกไปเข้าป่าขึ้นูเาเพื่อเสาะหาสมุนไพรเองก็เกรงว่าจะอันตรายเกินไป แต่หากปล่อยตัวอยู่แต่ในจวนตระกูลเหลิง ก็ไม่รู้เลยว่า วันดีคืนดีจะถูกคนในจวนตระกูลเหลิงแก้แค้นเอาคืนเมื่อใด
และที่สำคัญ เหลิงหยุนเจียวยังคงจดจำสิ่งที่หลู่อวี๋พูดก่อนหน้านี้ได้อย่างแม่นยำ
ดูเหมือนว่าคนตระกูลเหลิง้าจะใช้เหลิงเจียวเหนียงเพื่อทำอะไรบางอย่าง ดังนั้น พวกมันจึงกำชับหนักแน่นให้ฆ่าแต่นางทิ้งและเก็บเด็กชายตัวน้อยเอาไว้ก่อน
โดยธรรมชาติแล้ว เหลิงหยุนเจียวจำต้องพึงตระหนักถึงอันตราย และระแวดระวังในเื่นี้เช่นกัน
หน้าประตูค่ายทหารรับจ้าง ยามนี้อัดแน่นไปด้วยฝูงชนที่ล้อมมุงเป็กลุ่มใหญ่ แต่ละคนส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาเหลิงหยุนเจียวได้สติกลับคืนมา พยายามกวาดสายตามองอยู่ด้านนอกฝูงชนนั้น
“ถอยไป! ถอยไป! ท่านอาจารย์หลิวมาถึงแล้ว!”
คล้อยหลังเสียงะโประโยคนี้กึกก้อง มวลมหาชนทั้งหลายหลากที่อยู่หน้าประตูค่ายทหารรับจ้างต่างรีบเปิดทางให้โดยไว