ตอนที่ 24 ต่อแถวซื้อข้าว
มีข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามาในกลุ่มชุมชน
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : วันนี้จะมีข้าวราคาพิเศษจากรัฐมาถึงเวลาหนึ่งทุ่ม ราคาชั่งละ 9 หยวน จำกัดการซื้อ 2 ชั่งต่อคน สินค้ามีจำนวนจำกัด กรุณาต่อแถวเพื่อซื้อนะครับ
[ขอให้คุณเดินทางปลอดภัย] : เยี่ยมไปเลย! นานแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เห็นราคาสินค้าเริ่มต้นด้วยเลขหลักเดียว ราคานี้ไม่ต่างจากแจกฟรีเลยไม่ใช่หรือไง? ฉันรักรัฐบาลจีนที่สุด!
[ผกาบานมั่งคั่ง] : ฉันคงต้องรีบไปต่อแถวรอแล้วละ ที่บ้านไม่มีข้าวสารแล้ว
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ในที่สุดการเป็คนติดบ้านก็กลายเป็เื่ดี ก่อนหน้านี้ฉันซื้อข้าวสารมาเก็บไว้ 10 ถุง และยังกินได้อีกนาน อากาศข้างนอกร้อนขนาดนี้ ฉันคงไม่ออกไปซื้อเพิ่มแล้ว
[คนแก่ใกล้ตาย] : คนข้างบน แบ่งมาให้ฉันหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะให้มันฝรั่งเป็การแลกเปลี่ยน
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ฉันเกลียดการกินมันฝรั่งมากที่สุด ดังนั้นขอปฏิเสธค่ะ
[เ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : ทุกคนครับ ผมมีเื่อยากจะเสนอครับ ตอนนี้ราคาสินค้าต่าง ๆ สูงขึ้นมาก หลายคนแทบไม่มีเงินซื้อข้าวกิน งั้นเราลองใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้ากันดูไหมครับ คือทุกคนเอาของที่ไม่ค่อยได้ใช้มาแลกเปลี่ยนกับของที่เรา้า ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายตกลง ก็ถือเป็อันเสร็จสมบูรณ์ ทุกคนคิดว่ายังไงครับ?
เซียวิเยวี่ยกำลังอ่านข้อความในกลุ่ม แม้เ้าอ้วนน้อยจูเก่อคนนี้จะชอบแสร้งทำตัวเป็คนดี แต่คำแนะนำที่เขาพูดถึงก็ไม่เลวเลย
หลังจากเ้าอ้วนน้อยจูเก่อเสนอเื่นี้ หลายคนก็เห็นด้วยทันที
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : ฟังดูเข้าท่า!
[ร้อนแทบตาย] : ฉันคิดว่าไม่เลวเลย มันจะช่วยเราแก้ปัญหาได้แน่นอน!
[การนอนคือชีวิต] : ที่บ้านฉันมีอินทผลัมแห้งถุงใหญ่ และอยากแลกเป็ผักสด มีใครสนใจไหม?
[วอนสายลมพัดตดฉันออกไป] : คุณข้างบน ภรรยาของผมเพิ่งคลอดลูก และจำเป็ต้องกินอินทผาลัมเพื่อบำรุงร่างกาย ผมมีแคร์รอต 2 หัวที่บ้าน พอจะแลกเปลี่ยนได้ไหมครับ?
[การนอนคือชีวิต] : ได้ค่ะ แลกเปลี่ยนในศาลาริมทะเลสาบเทียมนะคะ
ทะเลสาบเทียมในชุมชนได้เหือดแห้งไปนานแล้ว จนปัจจุบันกลายเป็เพียงหลุมขนาดใหญ่
[นักบิดสิ้นหวัง] : ผมขายรถมือสอง มีใครสนใจรถมือสองหรือเปล่า เอาข้าวสาร 30 ชั่งมาแลกกับรถได้เลย
[เ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : ผมมีเห็ดหูหนูแห้งสองกล่อง อยากจะแลกเป็เนื้อครับ
[ช่างตีเหล็กเอาแต่ใจ] : ผมเป็ช่างตีเหล็ก มีใครอยากได้ของที่ทำจากเหล็กบ้างไหม ขอแค่แลกเปลี่ยนเป็อาหารอะไรก็ได้
…
หลายคนทำข้อตกลงในแชตกลุ่ม เซียวิเยวี่ยไม่ได้สนใจคนอื่น ๆ มีเพียงช่างตีเหล็กเอาแต่ใจที่ดึงดูดความสนใจของเธอ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : @ช่างตีเหล็กเอาแต่ใจ แชตส่วนตัวค่ะ
เธอ้าขุดกับดักรอบ ๆ วิลล่า และปูกับดักหนามไว้ด้านล่าง หากใครพลัดตกลงไป พวกเขาจะถูกหนามทิ่มแทงร่างกายจนไม่มีโอกาสให้หลบหนี
นอกจากนี้ยังวางตาข่ายลวดหนามไว้เหนือประตู ซึ่งสามารถดักจับได้หลายคนในคราวเดียว
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่หยางคราวที่แล้ว เซียวิเยวี่ยครุ่นคิดถึงวิธีปรับปรุงการป้องกันของวิลล่า และในที่สุดเธอก็เห็นโอกาสนั้นแล้ว
หลังจากที่เซียวิเยวี่บอกคำขอของเธอ ช่างตีเหล็กเอาแต่ใจก็ตอบว่าเขาสามารถทำได้ เธอจึงเดินออกไปด้านนอกวิลล่าเพื่อวัดขนาดพื้นที่ทันที จากนั้นสั่งทำกับดักหนามแหลม 6 อัน และตาข่ายลวดหนามอีก 2 อัน
เซียวิเยวี่ยสัญญาว่าจะมอบมันเทศ 100 ชั่งและฟักทอง 50 ชั่งเป็การแลกเปลี่ยน เธอยังจ่ายมัดจำล่วงหน้าด้วยมันเทศ 20 ชั่งให้เขาด้วย
ช่างตีเหล็กเอาแต่ใจไม่เคยเจอคนใจกว้างขนาดนี้มาก่อน เขาจึงตอบตกลงรับทันทีและสัญญาว่าจะทำงานให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน เขายังมีกับดักสัตว์เหลืออยู่อีกกว่า 20 ชิ้น จึงได้มอบพวกมันเป็ของขวัญให้แก่เซียวิ
เยวี่ย
ระหว่างทานอาหารเย็น แม่เซียวบอกว่าเราต้องประหยัดน้ำในบ้านให้มากที่สุด และยืนกรานที่จะใช้กระบะทรายแมว เพื่อไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำจากการกดชักโครก
เซียวิเยวี่ยเพียงแทะตีนไก่เงียบ ๆ หญิงสาวแอบเติมน้ำลงถังเก็บน้ำหลายครั้ง ทำให้แม่เซียวคิดว่าเธอประสบความสำเร็จในการประหยัดน้ำ
ในตู้เย็นมีน้ำผลไม้รวมอยู่ตลอดเวลา เครื่องคั้นน้ำผลไม้ในมิติใกล้จะพังแล้ว เนื่องจากเพื่อที่จะค้นคว้ารสชาติใหม่ ๆ เซียวิเยวี่ยใส่แคร์รอตและลิ้นจี่ลงไปคั้นพร้อมกัน แต่สุดท้ายรสชาติก็ไม่ได้เื่ เธอจึงนำไปให้วัวกินเพื่อเสริมวิตามิน ยังไงซะพวกมันก็ไม่รังเกียจอาหารพวกนี้อยู่แล้ว
ทักษะการแสดงของเซียวิเยวี่ยยอดเยี่ยมขึ้นมาก เธอจะแอบนำกล่องน้ำผลไม้รวมออกมาจากห้องเก็บของมาเติมใส่กล่องในตู้ซึ่งยังไม่หมด ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น
เมื่อแม่เซียวเสนอว่าแต่ละคนสามารถอาบน้ำได้ทุก ๆ ห้าวันเท่านั้น เซียวิเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า
“แม่คะ บ้านเรายังมีน้ำแร่อีกตั้ง 50 ถัง ไม่เห็นต้องประหยัดขนาดนี้เลย”
ตอนที่กักตุนสิ่งของ เซียวิเยวี่ยใช้ห้องแยกที่ชั้นล่างเพื่อเก็บน้ำขวดบรรจุถังโดยเฉพาะ แต่ละถังมีปริมาตร 20 ลิตร นอกจากน้ำดื่มบรรจุถังขนาดใหญ่แล้ว ยังมีน้ำดื่มบรรจุขวดอีกเป็จำนวนมาก ซึ่งกองซ้อนกันเป็ชั้น ๆ อยู่เต็มห้อง
ก่อนหน้านี้ตอนที่รัฐบาลประกาศตัดน้ำประปาและต้องใช้รถบรรทุกน้ำแจกจ่ายประชาชน เซียวิเยวี่ยพาครอบครัวไปดูห้องแยกเล็ก ๆ แห่งนั้น เมื่อเปิดประตูเข้าไป พ่อและแม่เซียวใจนกรามค้าง พวกเขานึกว่ามันเป็ห้องว่างมาโดยตลอด แต่ใครจะคาดคิดว่ามันเต็มไปด้วยน้ำขวด
ความจริงแล้วสำหรับปัจจุบัน การมีน้ำให้อาบเดือนละครั้งก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เคยได้อาบน้ำอีกเลย แต่เซียวิเยวี่ยเองก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากการเล่นละครตบตาคนในบ้าน ใครขอให้เธอมีเงื่อนไขพิเศษให้สามารถใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้
อย่าลืมว่าในพื้นที่มิติไม่ได้มีเพียงบ่อน้ำเท่านั้น แต่ยังมีลำธารอีกด้วย เรียกได้ว่าเธอไม่มีวันขาดแคลนทรัพยากรน้ำเลย!
“ก็นั่นมันน้ำดื่ม จะให้เอามาอาบน้ำได้ยังไง ลูกฟุ่มเฟือยเกินไปแล้วนะ” แม่เซียวอธิบายพลางบ่น
“แต่น้ำที่รับมาจากรถบรรทุกมีกลิ่นเหม็นอับ และควรใช้รดน้ำผักเท่านั้น หนูไม่อยากใช้น้ำนั้นอาบนี่คะ” เซียวิเยวี่ยต้องหาข้ออ้างอีกครั้ง
“ลูกคุณหนูเสียจริง ๆ ก็ได้ ยังไงก็ต้องขอบคุณลูกที่เรามีน้ำดื่มจนถึงตอนนี้ ลูกอยากใช้น้ำอันไหนล้างตัวก็แล้วแต่ลูกแล้วกัน ตกลงไหม?” แม่เซียวพูดอย่างเหลืออด
เซียวิเยวี่ยโยนกระดูกไก่ลงในจานและเลียปลายนิ้วด้วยความเสียดาย ฝีมือทำอาหารของคุณยายอร่อยเทียบกับฝีมือเชฟห้าดาวในภัตตาคารเลย
“ตกลงค่ะ ทำไมจะไม่ตกลงล่ะคะ”
หญิงสาวแอบยิ้ม นี่แม่เซียวคิดว่าเธอจะใช้น้ำในบ้านจนหมดด้วยการอาบน้ำจริง ๆ เหรอ?
“ใกล้หนึ่งทุ่มแล้ว ยายออกไปต่อแถวซื้อข้าวดีกว่า!” คุณยายลุกขึ้นยืน
“คุณยายคะ หนูจะไปด้วย” เซียวิเยวี่ยเช็ดปากให้สะอาด
“ไปกันแค่สองยายหลานน่าเป็ห่วงเกินไป งั้นผมไปด้วย” พ่อเซียวพูดขึ้น
เมื่อถึงเวลา 6.50 น. คนทั้งสามก็ออกไปข้างนอก ทันทีที่เปิดประตู คลื่นความร้อนที่แผดเผาก็ลอยกระทบใบหน้าพวกเขา จนทำให้เซียวิเยวี่ยรู้สึกเหมือนได้เข้าไปในห้องซาวน่า
ก่อนมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเขาเห็นแถวที่ยาวเหยียดบริเวณทางเข้าจากระยะไกล จากนั้นก็เดินไปเข้าคิวต่อท้ายแถว
“ทำไมถึงยังไม่เริ่มขายอีกนะ คนเข้าคิวกันยาวเหยียดจนไม่เห็นปลายแถว กว่าจะถึงคิวเรา พวกเขาจะยังมีข้าวเหลืออยู่หรือเปล่า?” คุณยายบ่นออกมา
เซียวิเยวี่ยกระหายน้ำมาก เธอจึงหยิบน้ำ 3 ขวดออกจากกระเป๋า จากนั้นยื่นให้พ่อเซียวและคุณยาย
ผู้คนรอบข้างมองดูครอบครัวนี้ด้วยสายตาอิจฉา คนทั้งสามไม่มีกลิ่นตัว เสื้อผ้าขาวสะอาด ทั้งยังมีน้ำแร่พกติดตามมาด้วยถึง 3 ขวด
ตอนนี้มีการแจกจ่ายน้ำแค่วันละ 2 ชั่วโมง น้ำไหลเบาเหมือนเส้นด้าย น้ำที่ได้รับทุกวันเพียงพอสำหรับดื่มและปรุงอาหารเท่านั้น คนส่วนใหญ่ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน ร่างกายเหนียวเหนอะและมีกลิ่นตัวคละคลุ้ง
สิ่งสำคัญที่สุดคือน้ำประปายังคงมีดินโคลน ซึ่งจำเป็ต้องต้มก่อนดื่ม ไม่เช่นนั้นจะฝืนกลืนลงคอได้ยาก
บริษัทน้ำแร่ปิดตัวไปนานแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีน้ำขวดขายแล้วเช่นกัน แล้วทำไมครอบครัวนี้ถึงยังมีน้ำแร่ให้ดื่มอยู่อีก?
เซียวิเยวี่ยสังเกตสายตาของคนรอบข้าง หลังจากดื่มจนดับความกระหายน้ำแล้ว เธอรีบเก็บขวดลงในกระเป๋าทันที
เธอเกือบลืมไปว่าน้ำแร่บรรจุขวดได้กลายเป็สินค้าหายากมานานแล้ว
“พวกคุณซื้อน้ำแร่มาจากไหน ขายให้ฉันสัก 2 ขวดได้ไหม?” ผู้หญิงคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
คนอื่น ๆ ต่างมองมาด้วยสายตาคาดหวังเช่นกัน
“นี่ไม่ใช่น้ำแร่ค่ะ มันเป็แค่น้ำประปาต้มใส่ขวดเพื่อที่จะพกพาได้สะดวก” เซียวิเยวี่ยอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ งี้นี้เอง” คนรอบข้างต่างก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
พ่อเซียวแอบยกนิ้วโป้งให้ลูกสาวเป็การชื่นชม ในปัจจุบันคุณไม่สามารถเปิดเผยความมั่งคั่งของตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นจะประสบปัญหาใหญ่หากตกเป็เป้าหมายของสาธารณชน!
จงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท
หลังจากเข้าคิวเป็เวลานาน ในที่สุดก็ถึงคิวของครอบครัวเซียว
“ข้าวเหลือเพียง 1 ชั่งเท่านั้น” พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตกล่าว