“พ่อได้ยินมาว่าเมื่อวันก่อนเ้าเข้าครัวลงมือทำอาหารจริงหรือไม่” ฟู่หนิงอันเอ่ยถามหญิงสาวให้แน่ใจเพราะเขาได้ยินบ่าวรับใช้ในเรือนต่างพูดเช่นนั้นแทบทุกคน
“ใช่เ้าค่ะ ลูกเข้าไปทำอาหารที่ห้องครัวแต่น่าเสียดายที่ท่านพ่อท่านแม่ไม่อยู่ด้วย” หญิงสาวตอบเสียงใสพลางยิ้มอย่างมีความสุข
“เฉินเอ๋อร์ของเราโตขึ้นแล้วจริงๆ ไม่มีเื่อันใดที่แม่ต้องห่วงเ้าอีกแล้ว” ฟู่เหนียงกล่าวอย่างภูมิใจในตัวของบุตรสาว เพราะั้แ่เด็กหญิงสาวไม่เคยเข้าครัวทำอาหารแม้เพียงสักครั้ง
“แต่ลูกยังชอบให้ท่านแม่คอยเป็ห่วงอยู่หนิเ้าคะ มันทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็อย่างมาก” หญิงสาวกล่าวอย่างออดอ้อนกับท่านแม่ของตน
“เ้านี่ช่างเป็เด็กขี้อ้อนเสียจริง~~” ฟู่เหนียงกล่าวด้วยเสียงอันอบอุ่นพลางลูบผมของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“ท่านพ่อข้ามีเื่อยากหารือกับท่านพ่อเ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวอย่างกระตือรือร้น
“เ้ามีเื่อันใดหรือ”
“ข้าอยากจะทำของที่ยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อนขายเ้าค่ะ”
“เ้าจะทำอันใดหรือ”
“เช่นนั้นเชิญท่านพ่อกับท่านแม่ไปที่สวนหลังบ้านเ้าค่ะ ข้าให้คนเตรียมของไว้แล้ว”
เมื่อกล่าวจบหญิงสาวก็เดินนำท่านพ่อและท่านแม่ไปที่สวนหลังบ้าน ที่นั่นหญิงสาวให้บ่าวรับใช้เตรียมของเพื่อทำบางสิ่งไว้แล้ว ใช้เวลาไม่นานทั้งหมดก็เดินมาถึงสวนหลังบ้าน
“เ้าจะทำสิ่งใดหรือ พ่อเห็นแค่ไข่เป็ดอยู่ไม่กี่ฟอง” ฟู่หนิงอันเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อมาถึง
“ไข่เป็ดนี่แหละเ้าค่ะที่ข้าจะทำขาย” หญิงสาวเอ่ยเสียงใสด้วยความมั่นใจ
“เ้าจะทำสิ่งใดไหนลองเล่าให้พ่อฟังได้หรือไม่”
“สิ่งที่ข้าจะทำเรียกว่าไข่เยี่ยวม้าเ้าค่ะ ข้าจะทำให้ท่านพ่อและท่านแม่ดูนะเ้าคะ”
หลังกล่าวจบหญิงสาวก็เริ่มลงมือทำไข่เยี่ยวม้าต่อหน้าท่านพ่อและท่านแม่ของนาง เริ่มจากนำใบชา เกลือมาต้มรวมกับน้ำจนเกลือละลายเข้ากันดี จากนั้นเติมปูนขาวและขี้เถ้าแกลบ ใช้ไฟอ่อนเคียวต่อประมาณ 1 เค่อ เมื่อทุกอย่างรวมเป็เนื้อเดียวกันแล้วจึงนำมาทิ้งพักไว้ให้เย็น เมื่อเห็นว่าส่วนผสมที่ทำไว้เย็นแล้วหญิงสาวนำไข่มาล้างด้วยน้ำอุ่นเช็ดให้สะอาดแล้วจุ่มลงในส่วนผสมจนทั่วจากนั้นนำมาคลุกกับแกลบ เมื่อคลุกจนทั่วดีแล้วจึงนำมาวางในลังไม้ เพราะเป็สิ่งของที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเหมาะแก่การทำไข่เยี่ยวม้าเป็อย่างมาก เมื่อนางทำให้ดูเป็ตัวอย่างจึงเรียกถิงถิงและบ่าวรับใช้คนอื่นมาลองทำอย่างเช่นที่หญิงสาวทำให้ดูเมื่อสักครู่ ทุกคนต่างทำได้อย่างง่ายดายไม่นานไข่ที่เตรียมไว้ก็หมดสิ้น
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ เท่านี้ก็เหลือแค่หมักไว้ประมาณ 30-45 วัน จากนั้นก็สามารถแกะส่วนผสมที่พอกออก ก็นำมาทำอาหารได้” หญิงสาวเอ่ยทั้งที่มือยังเปื้อนโคลนสีดำอีกทั้งยังติดที่หน้าอีกด้วย
“เ้าไม่ต้องรีบเช่นนี้ก็ได้แม่กับพ่อของเ้าไม่หนีไม่ที่ใดหรอก ล้างหน้าล้างมือให้สะอาดค่อยหารือกัน ดูเ้าตอนนี้สิมอมแมมไปหมดแล้ว” ฟู่เหนียงกล่าวอย่างเป็ห่วงบุตรสาวพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าของหญิงสาวออก
“เ้าก้อนดำๆ นี้กินได้จริงใช่หรือไม่” ฟู่หนิงอันกล่าวอย่างสงสัยเมื่อพิจารณาของที่อยู่ตรงหน้า
“อีก 1 เดือนข้าจะให้ท่านพ่อชิมเป็คนแรกเลยเ้าค่ะ รับรองว่าท่านต้องชอบเป็แน่” เสียงหวานกล่าวอย่างมั่นใจกับสิ่งที่นางพึ่งลงมือทำเมื่อสักครู่
“ได้พ่อจะตั้งตารอชิมเ้าสิ่งนี้เป็แน่” ผู้เป็พ่อกล่าวอย่างมีความสุขพลางยิ้มกว้างให้บุตรสาวของตน
ที่หญิงสาวเลือกทำไข่เยี่ยวม้าขายเพราะเป็ของที่ทำง่าย อีกทั้งยังมีรสชาติดีสามารถนำไปทำอาหารได้อย่างหลากหลายอีกทั้งกินเปล่าๆ ก็ยังอร่อย ที่สำคัญคือในสมัยนี้ไม่มีตู้เย็นไว้เก็บอาหารทำให้ของสดอยู่ได้ไม่นานก็เน่าเสียไปแทบทั้งหมด อย่างเช่นที่จวนของหญิงสาวมีบ่าวรับใช้จำนวนมากทำให้ต้องซื้อของสดเข้ามาทำอาหารมากมายและที่เน่าเสียไปก็มิใช่น้อย ไข่เองก็เป็ของที่ต้องทิ้งเช่นเดียวกันนางจึงนึกหาวิธีถนอมอาหาร และคิดถึงไข่เยี่ยวม้าที่นางชอบทานในโลกใบเดิม ทำให้ทั้งได้ถนอมอาหารไว้ทานนานๆ และได้ทานของที่ตนเองชอบอีกด้วย คนที่นี่ก็ไม่รู้จักไข่เยี่ยวม้าถ้าทำขายก็อาจจะขายดีได้ไม่ยาก ‘ข้ามีแต่ได้กับได้ทั้งได้กินของที่ชอบอีกทั้งยังขายได้อีกข้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ’ หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจพลางยกยิ้มที่มุมปาก
“คุณหนูยิ้มทำไมหรือเ้าคะ” ถิงถิงเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่ๆ ก็เห็นหญิงสาวยิ้มออกมา
“ป่าววว ข้าแค่คิดบางอย่างไม่เรื่อย ไม่มีเื่ใดสำคัญหรอก”
ต้นยามซวี
ในห้องขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปมีชายผู้หนึ่งสวมใส่ชุดสีดำสนิทั้แ่หัวจรดจนถึงปลายเท้า และชายผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือจางิ่วันนี้เป็วันที่ชายหนุ่มจะลงมือลอบสังหารมู่หยางที่จะไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ค่ายโจร ชายหนุ่มวางแผนมาเป็อย่างดีครั้งนี้เขาจะไม่ให้พลาดเป็ครั้งที่สอง มือหนาชักดาบออกจากฝักแสงจันทร์สาดส่องกระทบที่ใบดาบวาววับดูเหมือนจะมีความคมเป็อย่างมากราวกับสามารถตัดของทุกที่สิ่งที่ชายหนุ่มปรารถนาจะตัดให้ขาดได้อย่างง่ายดาย เมื่อตรวจดูอาวุธจนครบทุกชิ้นแล้วชายหนุ่มจึงเดินทางไปที่ตั้งของค่ายโจร
ใช้เวลา 1 ชั่วยามชายหนุ่มจึงเดินทางมาถึงเมื่อสำรวจโดยรอบยังไม่เห็นมู่หยางมาถึงเขาจึงได้ลงมือตามแผน ชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศใช้เท้าหยิบบนกิ่งไม้เล็กแล้วเหมือนอย่างก้าวเดินบนอากาศลอบเข้าไปอย่างไม่มีผู้ใดทันรู้ตัว ไม่นานนักมู่หยางก็เดินทางมาถึงพร้อมด้วยลูกน้องที่ดูมีฝีมือมาด้วยเกือบ 20 คน รวมกับกลุ่มโจรอีก 40 กว่าคนทุกคนล้วนเคยเป็ทหารและเชี่ยวชาญการต่อสู้ทั้งสิ้น ถึงชายหนุ่มจะเป็ยอดดีมือแต่จะรับมือกับคนจำนวนขนาดนี้ก็ไม่ใช่เื่ง่ายนัก อีกทั้งยังมีจอมยุทธยอดฝีมือที่มู่หยางจ้างไว้เพื่อคุ้มกันตามมาด้วย
“เพียงแค่มาตรวจความเรียบร้อยเช่นนี้เ้าต้องพาคนมามากมายเพียงนี้เชียวหรือ” ชายหนุ่มกล่าวพึมพำกับตนเอง
“ท่านเ้าเมืองท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ เชิญที่เรือนใหญ่เถอะขอรับ ข้าให้คนเตรียมสุราอาหารไว้ต้อนรับท่านมากมายเลยขอรับ” 1 ในตัวแทนของกลุ่มโจรเชิญมู่หยางเข้าไปด้านในเรือน
“นายท่านเชิญขอรับ” ลูกน้องคนสนิทผายมือเพื่อเชิญให้ผู้เป็นายเดินเข้าไปก่อน
ด้านในเรือนถูกจัดเตรียมด้วยสุราและอาหารมากมายวางอยู่บนโต๊ะโดยมีมู่หยางนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะตามด้วยลูกน้องคนสนิทนั่งถัดมาต่อด้วยจอมยุทธทั้งสองที่ตามเขามาและสุดท้ายเป็เหล่าหัวหน้าของกลุ่มโจร 4-5คน ส่วนคนเหลือต่างเฝ้าอยู่นอกเรือน
“ของที่ข้าให้เตรียมไว้เรียบร้อยดีหรือไม่” มู่หยางเอ่ยถาม 1 ในกลุ่มโจร
“ทุกอย่างเรียบร้อยขอรับ เด็กๆ เอาของเข้ามา” 1 ในโจรคนนั้นลุกขึ้นกล่าว
จากนั้นมีคนยกกล่องไม้ขนาดใหญ่เข้ามา 4-5 กล่องเมื่อเปิดออกปรากฏของมีค่ามายมากบรรจุไว้จนเต็ม ไม่ว่าจะเป็สร้อยคอ ทองคำ หรือกำไลหยกมากมาย เมื่อเห็นเช่นนั้นมู่หยางก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจนี่มันเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เสียอีก
“พวกเ้าทำได้ดีมาก เช่นนั้นคืนนี้ดื่มกินกันให้เต็มที่” ชายหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองขอรับ”
หลังกล่าวจบมู่หยางจึงยกจอกสุราขึ้นดื่ม เมื่อเห็นมู่หยางดื่มทุกคนต่างยกจอกสุราขึ้นดื่มตาม จากนั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสำราญใจ
“ดี ดื่มกินกันให้เต็มที่ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับพวกเ้ามากนัก” ชายหนุ่มชุดดำที่ยืนมองคนเ่าั้อยู่บนยอดต้นไม้ใหญ่กล่าวขึ้นพลางยกยิ้มที่มุมปาก
ยามซวี = 19.00 - 20.59 น.
...........................................
ยัยน้องนี่มันหัวการค้าจริงๆ ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว
เื่นี้ไรท์ตั้งใจเขียนมากๆ เลยนร้าา หวังว่ารี๊ดทุกคนจะมีความสุขในการอ่าน อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจไรท์้ด้วยนะทุกคน